“ยามเฝ้าแผ่นดิน” ชี้ พปช.เปลี่ยนโผผู้สมัคร ให้รางวัลอดีต แกนนำ นปก.ฐานเคยเสี่ยงตายเพื่อนายใหญ่ ขณะอีกกลุ่มคัดค้าน หวั่นเกิดภาพการเผชิญหน้า ย้ำสื่อมีสิทธิถาม“สมัคร” เหตุอาสามาให้ ปชช.เลือก เผยปมการเมืองอาจพลิก หลัง กกต.สรุปผลสอบเอกสารลับ ระบุหากจริงทหารพังแน่ แต่หากเท็จถึงขึ้นยุบ พปช. ปลุกมวลชน “แม้ว” ป่วนอีกรอบ
คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน โดย คำนูณ สิทธิสมาน, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และสโรชา พรอุดมศักดิ์ ช่วงที่ 1
คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน โดย คำนูณ สิทธิสมาน, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และสโรชา พรอุดมศักดิ์ ช่วงที่ 2
สโรชา - สวัสดีค่ะคุณผู้ชม ขอต้อนรับเข้าสู่รายการยามเฝ้าแผ่นดิน วันนี้วันศุกร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2550 เราทั้ง 3 คนกลับมาพร้อมกับคำสัญญาที่ว่า จะนำภาพงานบวชของคุณสนธิ ลิ้มทองกุล มาฝากคุณผู้ชมกัน แต่ว่า เอาช่วงท้ายรายการแล้วกัน เราจะได้มาชมกันยาวๆ ชมไปพร้อมๆ กันเลย ทั้งบรรยากาศที่บ้านพระอาทิตย์ ตั้งแต่คืนวันพุธที่ 6 พฤศจิกายน ที่มีพิธีปลงผม จนกระทั่งเช้า
คำนูณ - คืนวันที่ 7 ครับ
สโรชา - คืนวันที่ 7 ใช่ไหมคะ
ปานเทพ - คืนวันที่ 7
สโรชา - คืนวันที่ 7 จนกระทั่งเช้าวันที่ 8 ที่ไปเข้าพิธีอุปสมบท ที่ต่างจังหวัด อีกสักครู่คงจะได้คุยกันถึงเรื่องนี้ แต่ก่อนอื่นคงต้องคุยกันถึงเรื่องการเมืองก่อนค่ะคุณผู้ชม เพราะว่าเป็นทอล์คออฟเดอะทาวน์จริงๆ สำหรับคุณสมัคร สุนทรเวช
คำนูณ - ก่อนอื่นต้องถามคุณแอ้มก่อน
สโรชา - ว่า คุณอย่านะ คุณคำนูณคุณอย่า
คำนูณ - เดี๋ยวคุณตอบว่า คืนนี้กำลังจะ
สโรชา - อะไร อะไร
ปานเทพ - คุณคำนูณกำลังจะถาม ท่านผู้ชมจะไม่เข้าใจว่าพูดถึงอะไรอยู่
คำนูณ - เดี๋ยวนี้เวลาเจอหน้ากันเขาจะถามว่า เมื่อคืนคุณร่วมเมถุนหรือเปล่า
ปานเทพ - ท่านผู้ชมจะงงเข้าไปอีก หมายถึงอะไร หมายถึง
คำนูณ - เป็นคำที่คุณสมัคร สุนทรเวช คือมันเกิดเหตุเพราะว่า เรื่องในพรรคพลังประชาชนที่มีข่าวว่า ผู้สมัคร ส.ส.กรุงเทพฯ จำนวนหนึ่งไม่พอใจที่มีการเปลี่ยนโผผู้สมัครบัญชีรายชื่อในกลุ่มที่ 6 คือเลื่อนเอาคุณจตุพร พรหมพันธุ์ คุณตู่
ปานเทพ - มาเป็นลำดับที่ 4
คำนูณ - แล้วก็ ลำดับที่ 5 คือคุณมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ มาเป็นลำดับที่ 5 ทำให้มีข่าวว่า ผู้สมัครจำนวนหนึ่งจะขอเว้นวรรค
ปานเทพ - โดยเฉพาะเขาไม่พอใจ คล้ายๆ กับว่า เดิมทีตกลงกันอย่างหนึ่ง แล้วสุดท้ายมาพลิกโผกันโค้งสุดท้าย
คำนูณ - กลางคืน ก่อนวันที่ 7
ปานเทพ - ทำให้มีผลคล้ายๆ กับว่า ลำดับที่ต่อจาก 6 7 8 9 10
สโรชา - ก่อล้นลงไป
ปานเทพ - และไม่มีโอกาสได้เป็น ส.ส.
คำนูณ - ต้องพูดว่า ตอนนี้ ส.ส.บัญชีรายชื่อในกลุ่มที่ 6 คือ กรุงเทพฯ นนทบุรี สมุทรปราการ จากการคำนวณโดยคร่าวๆ เชื่อว่า ประชาธิปัตย์จะมีเขตปลอดภัยอยู่ที่ 5 อันดับ
ปานเทพ - อาจจะ 6
คำนูณ - คิดว่า 5 หรือว่า 6 ก็ยังมีโอกาสแต่ว่าไม่ปลอดภัยแล้ว ส่วนพลังประชาชน ปลอดภัย 4 อันดับ และ 5 มีโอกาส ประเด็นจะอยู่ตรงที่พรรคชาติไทย ว่าพรรคชาติไทยจะมีคะแนนเป็นกอบเป็นกำในเขตดอนเมือง เชื่อว่า พรรคชาติไทยจะมีโอกาส 1 อันดับ ท่านบรรหาร ศิลปอาชา ท่านนำ พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา มาเป็นเบอร์ 1 ทำให้คุณชูวิทย์ กมลวิศิษฏ์ แก
สโรชา - หลุดออกไป
คำนูณ - ปึงปัง เพราะจะไปเอาแกเป็นหมายเลข 2 เพราะว่าแกก็รู้แหละ คือ หนึ่งมีลุ้น สองไม่มีลุ้นเลย เพราะฉะนั้นมันก็จะเป็นอย่างนี้ ตามสูตรคือ 5 4 1 ทั้งหมดมันอาจจะพลิกหมดก็ได้ ถ้าประชาธิปัตย์เขาถล่มถลายจริงๆ ก็อาจจะเป็น 6 4 หรือ 7 3 แต่ถ้า 7 นั้นคงเป็นไปได้ยาก
สโรชา - ก็อาจจะเป็น 5 4 1 หรือ 6 3 1 ประมาณนี้นะคะ
คำนูณ - ถ้าพูดอย่างนี้ คุณประชัย เลี่ยวไพรัช หายไปไหน นี่พูดตรงๆ นะครับ
สโรชา - นี่พูดตามที่เขาวิเคราะห์กันนะคะ
ปานเทพ - และเขาก็บอกว่าแม้กระทั่ง คุณจตุพร พรหมพันธ์ การขึ้นเป็นอันดับที่ 4 มันทำให้เห็นภาพสะท้อนถึงกระบวนการ นปก. ที่ผ่านมาทั้งหมดจนมาถึงวันนี้ว่าเขาเคลื่อนไหวมีความสัมพันธ์กันแน่นแค่ไหน ถึงขนาดที่เรียกว่าให้รางวัลกับคนที่ขึ้นเวที นปก. ถึง 2 คน
สโรชา - โดยถือว่าเป็นการให้รางวัลเลยใช่ไหมคะ
คำนูณ - คือก่อนที่จะไปถึง คุณสมัคร สุนทรเวช นี้ พอผมเห็นข่าวนี้นะ ผมรู้สึกถ้าผมเป็น ตู่ จตุพร พรหมพันธ์ นะ ผมจะขายชีวิตที่เหลือให้ คุณทักษิณ ชินวัตร ต่อไปแล้วถ้าผมเป็น คุณมานิตย์ จิตจันทร์กลับ นี่ ผมก็จะรู้สึกว่าชีวิตที่เหลือก็จะทำเต็มที่
ปานเทพ - แล้วที่ลงทุนมาทั้งหมด มันก็ไม่เสียเปล่า มันคุ้มค่า
คำนูณ - คือว่าแสดงให้เห็นอย่างหนึ่งว่าเขาให้บำเหน็จ ความดี ความชอบ แก่ขุนพลที่ออกมาเสี่ยงเป็นเสี่ยงตาย
ปานเทพ - เสี่ยงคุก เสี่ยงตาราง นะครับ
คำนูณ - และก็คดีความก็ยังคงอยู่ สุดท้ายจะติดคุกหรือไม่ ก็ไม่มีใครรู้ เขาก็ให้บำเหน็จเต็มที่ อย่างนี้เขาเรียกว่าเป็นวิธีการบริหารที่เขาซื้อใจผู้ภักดีได้
ปานเทพ - และก็อาจจะขยายคนที่ภักดี มากกว่านี้เพิ่มขึ้นไปอีก
สโรชา - เพราะเขาเห็นตัวอย่าง
คำนูณ - เห็นไหมว่า ถ้าเกิดทุ่มเทจริงๆ ไอคนที่แบบกึ๊กๆ กั๊กๆ เอาตัวรอดหรือว่าไม่ค่อยจะชัดเจน ก็จะไม่ค่อยได้คะแนน คืออย่างนี้ทางภาคเหนือล่าสุด รู้สึกจะเป็นที่เชียงราย เขาก็ถอด คุณบัวศร ประชามร ออกจาก ส.ส. เขตนะ ก็เอา คุณ พิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน มาเสียบแทน
ปานเทพ - ที่เป็นตัวหลักในการเคลื่อน ที่มาป่วนหน้าสวนลุมพินีในรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ที่คุณแอ้มเคยเจอนั่นแหละ
สโรชา - ก็ได้ลง
คำนูณ - ที่เขามาวันแรกๆ ที่อยู่บนในรถ และก็ถูกพี่น้องชาวเพชรบุรีดึงลงมา อะไรประมาณนั้น
ปานเทพ - ก็เพราะอย่างนี้กระมัง ที่ทำให้เหมือนกับว่าแนวร่วมของพรรคไทยรักไทยขยายเครือข่าย ในรอบหลายปีที่ผ่านมา คือหาเวทีที่ยืนให้กับทุกคนที่จงรักภักดี ไม่ว่าจะวิธีคิดแบบระบบบัญชี 3 บัญชี บัญชีที่ 1 ส.ส. บัญชีที่ 2 ว่าที่รัฐมนตรีและตำแหน่งสำคัญ บัญชีที่ 3 พวกผู้ช่วยรัฐมนตรีและเลขานุการ อย่างนี้เป็นต้นนะครับ คือมีวิธีการจัดการให้กับผู้ภักดี มีที่ยืนในเวทีการเมืองทุกคน
สโรชา - คือชัดเจนว่ามีรางวัลให้แน่ๆ ผู้ที่ภักดี
ปานเทพ - แล้วคุณตู่ จตุพร ต้องถือว่ายังจำได้เลย วันที่ไม่มีใครอยู่ข้างพรรคไทยรักไทย กระโดดออกหมด คุณทักษิณไป คุณตู่ จตุพร ถือว่าเป็นคนที่ยืนหยัด อาจจะเรียกได้ว่าเสี่ยงภัยในเชิงอาจจะได้รับอันตรายถึงตัวเองด้วยซ้ำไป ในมิติของความจงรักภักดีนี้ ผมว่าคุณทักษิณ ต้องประทับใจคุณตู่ จตุพร อย่างมาก
สโรชา - คุณตู่ ถึงได้อันดับ 4 ไงคะ
คำนูณ - ก็นี่ครับจากเหตุนี้มันก็เลยทำให้ ก็ต้องยอมรับมันเป็นข่าวใหญ่นะ คือถ้าเกิดว่ากลุ่ม ส.ส. กทม. กลุ่มนี้ตามที่มีข่าว ส่วนใหญ่จะเป็นสายคุณสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ สมมติว่าเว้นวรรคจริง คือไม่ลงสมัคร ส.ส.เขตจริง ก็ถือสะเทือนแล้ว ปรากฏว่า ภายใน 1 วันมีการเคลียร์กันได้ แต่เคลียร์ได้ไม่ได้อย่างไรก็แล้วแต่ ข่าวมันเกิดขึ้นมา คือไม่ใช่ผู้สื่อข่าวเขาเต้าข่าวหรือเขาหวังจะทำลายพรรคพลังประชาชน มันเป็นเรื่องที่ ส.ส.กลุ่มนี้หลายคน มากกว่า 2 คนขึ้นไป ที่ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวในทำนองนี้ บางคนถึงกับลาออกจากรองประธาน
ปานเทพ - ดูแลเขตกรุงเทพมหานคร
คำนูณ - หลายคนพูดในทำนองว่าจะเว้นวรรค ในวันแรกๆ ก่อนจะมีการเคลียร์กันได้ เพราะฉะนั้นเรื่องที่ผู้สื่อข่าวพยายามจะถามหัวหน้าพรรคพลังประชาชน คือ คุณสมัคร สุนทรเวช เอาจริงเอาจังกับเรื่องนี้ ผมถือไม่ใช่เรื่องแปลก และเรื่องนี้ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญมาก เพราะว่า ประเด็นที่มีเค้าเป็นปัญหากันอยู่นั้น ก็คือว่า กลุ่ม กทม.ส่วนหนึ่ง แม้เขาจะเป็นพลังประชาชน แม้เขาจะเป็นไทยรักไทยเก่า แต่ที่เขาไม่เห็นด้วย นอกจากจะเป็นการเปลี่ยนโผแล้วก็คือ เขาไม่เห็นด้วยกับการเอาแกนนำ นปก. ถึงแม้ว่าจะเคยอยู่พรรคเดียวกัน แต่ตอนนั้นถือว่า คุณหันไปเลือกวิถีทางการเคลื่อนไหวในเชิงม็อบ
ปานเทพ - ในภาคประชาชน ม็อบ
คำนูณ - แล้วคุณก็มีภาพนำพลพรรคบุกบ้านป๋าเปรม ติณสูลานนท์ แล้วคุณถูกจับกุมดำเนินคดี
สโรชา - คือภาพมันยังติดอยู่
คำนูณ - คือเขาบอกว่า ถ้าเผื่อในความเห็นของคนกลุ่มที่ ทีแรกเขาว่าเขาจะไม่สมัคร เขาจะเว้นวรรค เขาเห็นว่า การเอาคุณตู่ จตุพร คุณมานิตย์ จิตต์จันทร์กลับ มาลงสมัครในอันดับต้นๆ มันเป็นสัญลักษณ์ หรือเป็นสัญญาณที่
ปานเทพ - เผชิญหน้า
คำนูณ - พรรคพลังประชาชนเลือกวิถีทางที่จะเผชิญหน้า หรือไม่ก็คือ ยั่วยุ มันไม่ใช่วิถีทางที่จะสมานฉันท์ ซึ่งเขามองในเชิงยุทธวิธีว่า ไม่น่าจะถูกต้อง พูดง่ายๆ ยุทธศาสตร์เขาก็รักคุณทักษิณ ชินวัตร อยู่ด้วยกัน
ปานเทพ - แต่ก็ต้องมองเป้าหมายในการได้รับชัยชนะด้วย
คำนูณ - แต่ในเชิงยุทธวิธี พูดง่ายก็คือ เราอาจะเปรียบเทียบได้ว่า จะเป็นสายเหยี่ยวหรือสายพิราบ อะไรทำนองนี้
สโรชา - เขาจะเอาชัยชนะมาด้วยวิธีการไหน
ปานเทพ - แล้วกรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ จังหวัด ต้องยอมรับว่าเกิดกระแสได้ง่าย เพราะฉะนั้นแล้วถ้าดูผลสำรวจในท้ายๆ ของ นปก.จะเห็นได้ชัดเจนว่า คนเบื่อกับการชุมนุม
สโรชา - คนไม่เอา
ปานเทพ - และไม่ค่อยเห็นด้วยกับ นปก.
คำนูณ - คือคนเบื่อ คนไม่ใช่เบื่อพรรคใดพรรคหนึ่ง คนไทยโดยทั่วไปเบื่อการทะเลาะกัน เบื่อความขัดแย้ง ทั้งๆ ที่มันเป็นความขัดแย้งที่ต้องขัดแย้ง คือ ผู้สมัคร ส.ส.กทม.กลุ่มนี้เขาคงมองเห็นอย่างนั้น เขาจะถูกหรือจะผิดไม่สำคัญ แต่ที่เราพูดหมายถึงว่า มันเป็นประเด็นใหญ่ นักข่าวเขาต้องรุมถามหัวหน้าพรรค แล้วเรื่องนี้ไม่น่าจะถือว่าเป็นเรื่องส่วนตัว เป็นเรื่องส่วนของพรรค เป็นเรื่องภายในที่ต้องปิดบัง ตราบใดที่คุณตั้งพรรคการเมือง คุณจะเสนอตัวให้ประชาชนเลือกตั้ง แล้วพรรคคุณได้เงินจากภาษีอากรของประชาชนผ่าน กกต. ในกรณีที่คุณมีคะแนนเสียงอะไรเท่าไหร่ ก็ว่ากันไป เพราะฉะนั้นผมว่า ที่ผู้สื่อข่าวเขาไปรุมล้อมหัวหน้าพรรค เขาต้องการจะทราบ ไม่ใช่เรื่องผิดปกติอะไร แต่คุณสมัคร สุนทรเวช ก็ยังคงเป็น สมัคร สุนทรเวช คนเดิม คือทะเลาะกับนักข่าว
สโรชา - เขาตีความเลย เขาตีความว่ามันเป็นเรื่องภายในพรรค มันเป็นเรื่องภายใน มันเป็นเรื่องส่วนตัว
คำนูณ - ไม่จำเป็นต้องบอก มันเป็นเรื่องส่วนตัว
ปานเทพ - แต่สำหรับในสายตาสื่อสารมวลชนมองว่า เรื่องในพรรคการเมืองที่มีผู้คนเกี่ยวข้อง มีสมาชิกเยอะๆ มันเป็นเรื่องสาธารณะ
สโรชา - คุณกำลังเสนอตัวให้ประชาชนเลือก
คำนูณ - เขาก็เห็นว่าพรรคคุณไม่ใช่พรรคเล็ก เป็นพรรคใหญ่ มีโอกาสจะเป็นพรรคอันดับ 1 ด้วยซ้ำไป ไม่ใช่พรรคกระจอกงอกง่อยอะไร เพราะฉะนั้นถ้ามีแนวโน้มของความขัดแย้ง หรือ ถ้าไม่ขัดแย้งแล้วแต่มันมีความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างจะเอาแกนนำ นปก.มาอยู่อันดับต้นๆ หรือให้หายไป อะไรอย่างนี้มันมีความสำคัญพอสมควร
สโรชา - ขอไปฟังหน่อยได้ไหม
ปานเทพ - 6 นาทีนะครับ
สโรชา - ที่พูดเมื่อวานนี้
ปานเทพ - ท่านผู้ชมอดทนนิดนึง คือท่านผู้ชมที่ไม่ค่อยชื่นชอบคุณสมัคร
สโรชา - อย่าเพิ่งโทรมาว่าเรานะ
คำนูณ - ไม่เป็นไรคุณปานเทพ ทีวีราคาถูกลง
สโรชา - เปลี่ยนได้บ่อยๆ
ปานเทพ - เดี๋ยวนี้พลาสม่าจอแบนก็ถูกลง แต่ให้ท่านผู้ชมได้ดูว่า วิธีการตอบของคุณสมัคร วิธีคิดต่อสื่อสารมวลชน ซึ่งเช้าวันรุ่งขึ้นพาดหัววงการสื่อสารมวลชนถล่มคุณสมัคร สุนทรเวช
คำนูณ - เป็นประเด็นที่คนนำมาพูดกัน เรียกว่า เจอหน้ากัน คุณปานเทพ เมื่อคืนคุณร่วมเมถุนหรือยัง
สโรชา - เขาว่าเขาสุภาพแล้วนะ
คำนูณ - คุณแอ้ม เมื่อคืนคุณร่วมเมถุนหรือยัง
สโรชา - เขาว่าเขาสุภาพแล้วนะ
ปานเทพ - คือคุณสมัครบอกว่า คำนี้เป็นคำสุภาพ สุภาพแล้ว
สโรชา - ถ้าไม่สุภาพจะพูดยิ่งกว่านี้
ปานเทพ - แล้วพาดพิงไปยังสื่อ 2 ฉบับ ที่ประกาศตัวชัดเจนในการสัมภาษณ์ คือ สยามรัฐ เนชั่น
สโรชา - เขาถามสวนไหม ว่าคุณมาจากไหน สยามรัฐกับเนชั่นโดนไปเต็ม
คำนูณ - คนบอกเนชั่น ก็บอกว่า กระแสข่าวรายงานว่าเนชั่นจะขายตึก
ปานเทพ - ล้มละลายไม่ใช่หรอ คือพูดสไตล์คุณสมัคร
คำนูณ - คือกวนไปเลย
สโรชา - ขอไปฟังนิดนึงแล้วกัน 6 นาที คุณผู้ชมทนนิดนึงเดี๋ยวกลับมาคุยกันต่อ
ปานเทพ - เชิญครับ
(VTR สมัคร สุนทรเวช)
ปานเทพ - ผู้สมัครบัญชีรายชื่อที่ 1 ระบบสัดส่วนในเขตกรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรี
สโรชา - คือคนนี้แหละ
ปานเทพ - คนๆ นี้แหละ คือคนนี้แหละ
สโรชา - ผู้สื่อข่าวที่ถามคนแรก จากหนังสือพิมพ์สยามรัฐ เสียงของสภาพสตรี คือเป็นนักข่าวจากเนชั่น และเข้าใจว่ามีเสียงคนท้ายๆ ที่บอกว่า พวกเราแค่ทำหน้าที่ เป็นผู้สื่อข่าวของทีไอทีวี วิพากษ์วิจารณ์กันกระหึ่มจนกลายเป็นข่าวเมื่อวานนี้ทั้งนี้ว่า เป็นอย่างนี้ มีเรื่องแบบนี้เกิดขึ้น จนกระทั่งในที่สุดแล้ว คุณสมัคร ก็ เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่พรรคพลังประชาชน ผู้สื่อข่าวที่ปะทะคารมกับคุณสมัครนั้น เป็นผู้สื่อข่าวประจำที่ว่าการพรรคพลังประชาชน แล้วก็มีการแถลงข่าวกันเป็นประจำอยู่แล้ว คราวนี้หลังจากเกิดเรื่อง ช่วงบ่าย คุณสมัคร ช่วงค่ำของเมื่อวานนี้ คุณสมัครเดินไปที่ห้องผู้สื่อข่าว
ปานเทพ - แล้วเป็นไงครับ
คำนูณ - ไปหาเรื่องเขาอีก
สโรชา - ก็ไปพูดต่อ บอกว่า
ปานเทพ - เป็นเพราะว่ามีทีวีข่าวช่องหนึ่ง ภาคค่ำ
คำนูณ - ไม่เดินเข้าไปต่อว่าก่อน
สโรชา - เดินเข้าไปก่อนแล้วบอกว่า เห็นเนชั่นเล่นข่าวใหญ่โตเลยหรอ ทำไมขนาดนั้นเลยหรอ ปรากฏว่ากำลังพูดคุยกัน นักข่าวก็ถามว่า ไม่ห่วงบ้างหรอว่าภาพลักษณ์จะกลายเป็นคนหาเรื่อง ท่าทางก้าวร้าว คุณสมัครบอก ไม่มีเสียเลย นี่คือตัวตนของเขา
คำนูณ - ไม่มีเสีย นี่คือตัวตนของผม
สโรชา - ต้องทำเสียงอย่างนี้นะ
คำนูณ - พูดอย่างไรก็คิดอย่างนั้น ไม่ต้องมาเสแสร้ง เสียได้ไง เสียได้ไง คุณชื่อไร คุณมาจากไหน
สโรชา - มาจากไหน ผู้จัดการ ดีนะที่นักข่าวคนนั้นไม่ใช่ ASTV เรื่องใหญ่กว่านี้ เรื่องใหญ่กว่านี้อีก
ปานเทพ - แล้วเป็นไงต่อครับ
สโรชา - ผลปรากฏว่า กำลังคุยกัน คุณสมัครเขาเริ่มชี้แจงว่า นี่คือตัวตนจริงๆ ของผม ผมไม่ชอบเสแสร้ง ปรากฏว่าโทรทัศน์ในห้องนักข่าวที่พรรคพลังประชาชน ช่องนึงเล่นเรื่องนี้แล้วเอาเสียงของคุณสมัครออกอากาศ ที่ถามว่า คุณไปร่วมเมถุนมาหรือเปล่าเมื่อคืน แค่นั้นแหละ
คำนูณ - เป็นสันดานโทรทัศน์ เป็นสันดานโทรทัศน์ เลวทรามต่ำช้า ให้มันรู้ไป หากออกไปแล้วคนจะไม่เลือกผมก็ช่างแม่มัน
ปานเทพ - มีคำนี้ด้วยหรอ
คำนูณ - ไอ้คำหลังต่อเอง ผมก็เป็นของผมอย่างนี้ของผมอยู่แล้ว
สโรชา - แต่เรื่องของเรื่องคือ ของขึ้นอีกรอบ
คำนูณ - บ้าไปแล้ว
ปานเทพ - ตอนกลางวันไม่พอ กลางคืนเอาต่อ
สโรชา - คือเจตนาเดินเข้าไปเพื่อ เหมือนกับไปทำความเข้าใจนะ
ปานเทพ - หนักกว่าเดิม
คำนูณ - พอดีไปเจอทีวีเข้า ด่าแม่ทีวีเลย
ปานเทพ - ด่าสันดานโทรทัศน์
สโรชา - ก็ยิ่งไปกันใหญ่
คำนูณ - ขอประทานโทษไม่ใช่ ASTV ฟรีทีวีทั่วไปนั่นแหละ
สโรชา - ฟรีทีวีนะที่เอาคลิปไปออก
ปานเทพ - คุณสมัคร สุนทรเวช บอกว่า ผมประหลาดใจเลยว่า คำพูดอย่างนั้นผมเป็นคนเลวหรือ แล้วคอยดูซิว่าพรรคพลังประชาชนจะแพ้หรือชนะในการเลือกตั้ง จำคำวันนี้ไว้นะ ไอ้ที่บอกว่า ที่พูดอย่างนี้เป็นคนเสียหาย แล้วดูซิมันเป็นอย่างไร ไอ้ความรู้สึกของผู้สื่อข่าวที่ว่ามันเสียหายเนี่ย มันเสียตรงไหน ที่ผมถาม ที่ว่าเรื่องร่วมเมถุน เนี่ยมันเป็นคำที่สุภาพที่สุดแล้ว ถ้าไม่สุภาพก็ไม่เป็นไร ไม่สุภาพก็อย่ามาลงคะแนน
สโรชา - มีประโยคก่อนหน้านั้น บอกว่า แสดงว่าคนที่ไม่เลือกท่านก็จะไม่เลือกอยู่แล้วใช่ไหม นักข่าวถาม คุณสมัครบอกว่า แน่นอน นี่แหละผม รู้จักนิสัยนายสมัครแท้ๆ ก็ต้องเป็นอย่างนี้ ไม่ดัดจริต พูดปากตรงกับใจ แล้วสื่อเป็นไง เป็นพ่อคนทั้งเมืองหรือไง
ปานเทพ - เป็นพ่อคนทั้งเมืองหรือไง แรงไหม
สโรชา - แรง ก็โจมตีสื่อไป หาว่าสื่อรุมโจมตีตัวเองที่ไปถามอย่างนั้นเมื่อตอนเช้า
ปานเทพ - คุณสมัครคงได้คะแนนอีกเยอะเลยครับ
สโรชา - คิดว่าอย่างนั้น คุณสมัครก็ยังคงคิดเข้าข้างตัวเองอยู่ เพราะว่า ตบท้ายบอกว่า แน่นอนอยู่แล้วว่าคนดูข่าวจะต้องเข้าใจเลยว่านักข่าวมาตอแยหัวหน้าพรรค ก็เลยสั่งสอนไปเท่านั้นเอง คนในพรรคก็รู้สึกเหมือนกัน แต่นักข่าวจะรู้สึกอย่างนี้ผมก็ไม่ขัดข้อง
ปานเทพ - ท่านผู้ชมคิดอย่างไร ที่ชม ASTV
สโรชา - โอ๋ เขาคิดกันมาตั้งแต่เช้าแล้ว อ่านข้อความช่วงรายการของคุณพี่อัญ กับพี่เติม
ปานเทพ - ก็ถล่มกันเละเลย ท่านผู้ชม SMS มากระหน่ำเต็มที่เลย
สโรชา - ก็น่าสนใจไปอีกแบบหนึ่ง ถ้าคุณสมัครพูดบ่อยๆ ก็ถือว่า เป็นเรื่องดี
ปานเทพ - เป็นเรื่องดี เป็นการแสดงตัวตนที่แท้จริงของคุณสมัคร เป็นอย่างไรก็เป็นอย่างนั้น ถ้าออกอากาศบ่อยๆ ได้ก็ดี
สโรชา - ถูกต้อง ก็นักข่าวที่พรรคพลังประชาชนก็ถามต่อไปนะ อย่าหยุดถาม ถามไปเรื่อยๆ
คำนูณ - ยั่วไปเรื่อยๆ
สโรชา - ไม่ใช่ยั่วๆ เราถามดีๆ นี่แหละเพราะจริงๆ แล้ว คนก็คงเข้าใจนะว่าประเด็นมันเป็นประเด็นข่าว
คำนูณ - ระหว่างนั่งรถกลับมา ASTV ผมฟังวิทยุ 97.75 คุณดีน ถามบอกว่าถ้าอย่างนี้ต่อไปผมจะถาม คุณสมัครบ้างว่า เขาก็ง้างอยู่เบรกหนึ่งนะ สุดท้ายก็ถามว่าผมอยากจะรู้ว่า องค์ชาติของคุณสมัคร สุนทรเวช นั้นไม่ได้แข็งมากี่ปีแล้ว หรือแข็งครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
สโรชา - ตายๆๆๆ
คำนูณ - คือจะบอกว่าแกก็สุภาพเหมือนกัน
สโรชา - คือก็สุภาพนะ ก็ไม่ได้ใช้คำพูดหยาบคาย
ปานเทพ - ก็ผู้สมัครในกรุงเทพมหานคร และก็นนทบุรี สมุทรปราการ ย้ำอีกทีนะครับ เบอร์ 1 คุณสมัคร สุนทรเวช นะครับ อันดับที่ 2 คือ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ลำดับที่ 3 คุณมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ อันดับที่ 4 คุณจตุพร พรหมพันธุ์ มานิตย์ จิตจันทร์กลับ โอ้โหถือว่าเด็ดๆ ทั้งนั้นเลย สุดยอดทั้งนั้นเลยนะครับ
สโรชา - ก็นอกจากพรรคพลังประชาชนแล้ว ก็มีความเคลื่อนไหวของพรรคอื่นๆ ด้วยนะคะ แต่ว่าอาจจะไม่เป็นสีสันเท่ากับพรรคของคุณสมัคร วันนี้พรรคประชาธิปัตย์เขาก็ไปเปิดตัวผู้สมัคร ในเขต 12 ของกรุงเทพนะคะ ก็คือ บางกอกน้อย บางพลัด ตลิ่งชัน ทวีวัฒนา ก็ไปเปิดตัวกันบนเรือ ก็สร้างความฮือฮากันพอสมควร
ปานเทพ - อีกคนหนึ่งต้องแจ้งให้ท่านผู้ชมทราบก่อน คุณอัญชลี ไพรีรัตน์ ตกลงเปลี่ยนจากวิชาชีพสื่อสารมวลชนตอนนี้จะเป็นผู้สมัคร ส.ส. เขต เขต 1 สมุทรปราการ ในนามพรรคเพื่อแผ่นดิน แปลกใจไหมครับ
คำนูณ - ไม่แปลก
สโรชา - ก็ไม่ตกใจ เพียงแต่ว่าพวกเราก็เพิ่งทราบกันASTV ก็เพิ่งทราบวันนี้ว่าตกลงก็ตัดสินใจจะไปสมัครนะ ก็คิดว่าเท่าที่ทราบซึ่งจริงๆ แล้วไม่แน่ใจ เดี๋ยวจะลองให้โปรดิวเซอร์เช็คอีกที
คำนูณ - ต้องเข้าใจว่า คุณอัญชลี ไพรีรัตน์ เป็นคน จ.สมุทรปราการ ตอนนี้บ้านก็ยังอยู่สมุทรปราการและก็เคยมีตำแหน่งเป็นรองนายกเทศมนตรีเทศบาลนครสมุทรปราการ และก็ทางด้านครอบครัวก็มีความสนิทสนม กับคุณวัฒนา อัศวเหม กันมาตั้งแต่รุ่นพ่อ คุณอัญชลี ก็นับถือคุณวัฒนา อัศวเหม เหมือนเป็นญาติ และคุณวัฒนา อัศวเหม นั้นก็คืออยู่พรรคเพื่อแผ่นดิน คือคุณวัฒนา อัศวเหม ในระยะหลังจะเป็นพันธมิตรที่ใกล้ชิดกับ คุณพินิจ จารุสมบัติ คุณพินิจ ไปไหนคุณวัฒนาไปด้วย มาอยู่เพื่อแผ่นดินคุณวัฒนาก็อยู่เพื่อแผ่นดิน เพราะฉะนั้นวัดกันปอนด์ต่อปอนด์ วัดกันจากฐานเสียงแล้ว ณ นาทีนี้ คุณอัญชลี ไพรีรัตน์ ก็ถือว่าแต่งเครื่องแบบ ส.ส. เข้าไปครึ่งตัวและ เพราะว่าใครๆ ก็รู้ว่าเขต จ.สมุทรปราการนั้น ถึงอย่างไรคุณวัฒนา อัศวเหม ก็เสียงดีกว่ากลุ่มอื่น
ปานเทพ - ก็ถือว่าคุณอัญชลี ไพรีรัตน์ ก็คาดว่าคืนนี้ที่บันทึกเทปไว้จะเป็นรายการสุดท้าย หลังจากออกอากาศ
สโรชา - เท่าที่ทราบคืนนี้ก็ยังออกอากาศอยู่ตามปกตินะคะ วันอาทิตย์ปกติจะจัดก่อนจะถึงวันจันทร์ เท่าที่ทราบนะคะในช่วงเย็นไม่รู้ว่าจะเปลี่ยนแปลงอย่างไร ก็น่าจะจัดเป็นวันสุดท้าย ก็คือคืนวันอาทิตย์ แต่อันนี้อาจจะมีการเปลี่ยนแปลงได้ แต่เท่าที่ทราบคือก็จัดคืนวันอาทิตย์วันสุดท้าย
คำนูณ - ก็ต้องดูให้ดีๆ นะ เพราะว่าประกาศตัวไปแล้ว ถ้าจัดรายการสัพเพเหระก็คงไม่เป็นไร
ปานเทพ - แต่ว่า 5 คนแล้วนะครับ ที่จะจาก ASTV ไปตอนนี้
สโรชา - 5 คน นี่มีใครบ้างคะ
ปานเทพ - 1. คุณการุณ ใสงาม คนแรกๆ เลย คุณบุญยอด สุขถิ่นไทย คุณการุณนี่ไปอยู่พรรคมัชฉิมาธิปไตย คุณบุญยอด นี่ไปอยู่ประชาธิปัตย์ และก็คุณสำราญ รอดเพชร ไปอยู่ประชาธิปัตย์ คุณอมร อมรรัตนานนท์ ไปอยู่ที่พรรคมัชฉิมาธิปไตย และก็สุดนี่แหละ พรรคที่ 3 พรรคเพื่อแผ่นดิน ที่คุณอัญชลี ไพรีรัตน์ ไปอยู่พรรคนี้
สโรชา - ก็แตกต่างกันไปเนอะ
ปานเทพ - 5 คน 3 พรรค ได้ข่าวว่า ไม่ใช่ได้ข่าวซิยืนยันแล้ว คุณนิติภูมิ นวรัตน ในที่สุดไปอยู่พรรคเพื่อแผ่นดินเหมือนกัน พรรคเดียวกับคุณอัญชลี ไพรีรัตน์ นี่แหละ
สโรชา - ก็น่าสนใจ
ปานเทพ - พ่ออยู่พรรคเพื่อแผ่นดิน ลูกอยู่พรรคพลังประชาชน
สโรชา - เขาให้สัมภาษณ์ใช่ไหม เขาให้สัมภาษณ์บอกว่า เขาไม่พอใจนะที่ลูกเขาไปอยู่พรรคพลังประชาชนนี่ เพราะว่าเขาวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของคุณทักษิณ ไว้เยอะแล้วก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลงความคิด เดิมทีตั้งใจจริงๆ แล้วมีคนมาชวนนานแล้ว แต่ตั้งใจว่าครั้งนี้จะอยู่ตรงกลาง จะไม่ลงสมัครในการเลือกตั้งครั้งนี้เพราะตั้งใจไว้ว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพรรคไหน แต่ในที่สุดแล้วลูกชายตัดสินใจไปอยู่พรรคพลังประชาชน ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เยอะ ว่าคุณนิติภูมิ ไม่เปลี่ยนใจกลับไปอยู่ฝ่ายคุณทักษิณ คุณนิติภูมิ ก็เลยตัดสินใจที่จะลงสมัครในนามพรรคเพื่อแผ่นดิน เพื่อที่ว่าจะได้ลบคำครหา
ปานเทพ - จริงหรือ คุณแอ้ม ลบคำครหา พรรคเพื่อแผ่นดินเขาไม่ร่วมกับพรรคพลังประชาชนหรือ
สโรชา - ไม่น่าจะนะ
ปานเทพ - ไม่เห็นเขาเคยบอกเลย
สโรชา - เขาบอกเขาร่วมได้ทุกพรรค จะไม่ร่วมกับพรรคที่สร้างความแตกแยก
ปานเทพ - แต่ไม่ได้บอกนี่ ว่าพรรคไหน พรรคประชาธิปัตย์ก็ได้นี่ครับ ถ้าพูดอย่างนั้น หรือพรรคพลังประชาชนก็ได้ ชาติไทยก็ได้ พรรคไหนก็ได้ ถ้าอ้างอย่างนี้นะครับ ก็ไม่ได้ประกาศชัดเจนซักเท่าไหร่
สโรชา - ก็แสดงว่าก็ไม่ได้หมายความว่า ยังอยู่ฝ่ายตรงข้ามคุณทักษิณอยู่ แต่ที่แน่ๆ ก็คือลงเพื่อแผ่นดินแน่
คำนูณ - ไปว่าใครก็คงลำบาก คือในสถานการณ์แบบนี้แล้วจะเห็นว่าการเมืองไทยในวันนี้ การเลือกพรรค เลือกกลุ่ม มันไม่ได้สะท้อนเลยว่าเราเข้าพรรคนี้เพราะอุดมการณ์เดียวกัน เราชื่นชอบในนโยบายของพรรค แต่ว่าการเข้าสังกัดพรรคไหนมันกลายเป็นความสัมพันธ์ส่วนบุคคล
ปานเทพ - ความเกรงใจ
คำนูณ - ความสัมพันธ์ทางด้านพื้นที่ ความเกรงใจในเรื่องของวัฒนธรรมไทย ก็คือระบบอุปถัมภ์นะครับ ซึ่งมันก็เป็นอย่างนี้มาแต่ไหนแต่ไร ครั้งนี้ก็ไม่ได้แตกต่างอะไร เพราะฉะนั้นลักษณะการเลือกพรรค หรือลงพรรคอะไรนี้ มันไม่ได้มีความผูกพันธ์แบบชนิดที่ อย่างคุณแอ้มอยู่อเมริกานี่ คงจะพอบอกท่านผู้ชมได้ว่าไอระบบพรรคการเมืองของอเมริกา มันหยั่งรากลงไปลึกถึงขนาดว่า มันรู้เลยว่าคนเป็นเดโมแครต มันคิดอย่างไร คิดกับคนจนอย่างไร ถ้าเป็นริพับลิกัน มันคิดอย่างไร
ปานเทพ - วิธีการบริหารการกระจายอำนาจ มันต่างกันอย่างไร
คำนูณ - และมันเป็นด้วยนะ คนเป็นเมืองๆ เป็นกันหมู่บ้านๆ และเป็นกันพ่อมันเป็นเดโมแครต ลูกมันก็เป็นเดโมแครต เป็นรุ่นต่อรุ่น อันนี้มันเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองของเขา
สโรชา - เป็นการปลูกฝัง วิธีคิดและความเชื่อ
คำนูณ - ผมไม่ได้บอกว่าดี หรือไม่ดี คือมันทำให้คำว่าพรรคการเมืองของเขานี้ มันมีความหมาย
ปานเทพ - และมันดูแตกต่าง อย่างนี้ ต่างจากอย่างนี้เพราะอะไร
คำนูณ - คือๆ สมมติ ต่อปัญหานี้ ต่อปัญหาโชว์ห่วยนะ เดโมแครตจะคิดอย่างนี้ ริพับลิกันก็คิดอีกอย่างหนึ่ง ต่อปัญหาการเก็บภาษีจะคิดอย่างหนึ่ง เยอะๆ เดโมแครตจะคิดอย่างหนึ่ง ริพับลิกันก็คิดอีกอย่างหนึ่ง ต่อนโยบายปัญหาคนจน
สโรชา - ไม่แล้วเขาเป็นกัน เขาเป็นกันทั่วนะ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องมีความสนใจทางการเมืองเป็นพิเศษ หรือว่าไม่ได้หมายความว่าจะมีความฝักใฝ่ทางการเมือง แต่หมายความว่าความเชื่อของคน ในการดำรงชีวิตในการแสดงความคิดเห็นต่างๆ เขามีพื้นฐานของเขาอยู่แล้ว ว่าเขาเป็นเดโมแครต หรือเป็นริพับลิกัน เพราะฉะนั้นมันเป็นเรื่องปกติ
คำนูณ - อันไหนเป็นขวา อันไหนเป็นซ้าย หมายถึงว่าเขาทุนนิยมนะ ไม่ใช่ขวาซ้ายในความหมายของสังคมนิยม แต่ว่ามันชัดเจนว่าเดโมแครตคิดอย่างไร ริพับลิกันคิดอย่างไร แล้วมันก็เป็นอย่างนี้มาเป็นเมืองๆ นะ
สโรชา - และจะไม่มีการย้ายพรรค
ปานเทพ - แต่ว่าพูดถึงกระแสตอนนี้ คุณอัญชลี ไพรีรัตน์ นี้ถือว่าเป็นคนมีชื่อเสียงเยอะแล้วนะครับ คนรู้จักเยอะ แล้วก็ขึ้นเวทีพันธมิตร อยู่พรรคเพื่อแผ่นดิน ถือว่าเป็นคนแรกก็ได้มั้ง ที่เป็นในนามพรรคเพื่อแผ่นดินที่จากเวทีพันธมิตรไปอยู่พรรคเพื่อแผ่นดิน ได้ความว่าคุณประพันธ์ คูณมี ตอนนี้ไปอยู่ที่ไหนคุณคำนูณ
สโรชา - ตกลงไปอยู่ประชาธิปัตย์ ใช่ไหมคะ
คำนูณ - และก็ลงเขตเดิมนั่นแหละครับ ทีแรกไม่อยากลง ก็คือลงเขตบางกะปิ มีนบุรี หนองจอก สะพานสูง นะครับ เรื่องคุณประพันธ์ วันนี้ผมได้เจอคือแกลาออกจาก สนช. เรียบร้อยแล้ว แกก็ตกลงว่าหลังจากหัวหน้าพรรค หลังจากใครต่อใครมาพูดอะไรต่ออะไร และก็หลังจากมีผลการเปลี่ยนแปลงภายในพรรค ก็คือเขาสลับให้คุณประพันธ์ คูณมี เป็นหัวหน้าทีม ก็คือประพันธ์มาขึ้นเบอร์ 1 เบอร์แรกของเขตนี้ และก็ดันคุณกุ๊ก นาตยา แดงบุหงา ไปเบอร์กลาง คุณสำราญ รอดเพชร ซวยไปอยู่เบอร์ท้าย
ปานเทพ - หรือครับ ก็เหนื่อยหน่อย แต่ว่าที่ขอนแก่นนี่ ชาติไทยหลังจากที่มีคุณหมอเปรมศักดิ์ หลังจากที่ศึกออกมาแล้วนะครับ ลาสิกขาบทไปอยู่ขอนแก่น ก็ทำให้มีแรงกระเพื่อมเหมือนกัน ก็คุณหมอเปรมศักดิ์ได้ภาพลักษณ์หลังจากการบวชนี้ มีการดูดี และก็บอกว่าน่าจะเป็นโอกาสของพรรคชาติไทยที่จะขยายเสียงนอกจากฐานภาคกลางแล้วน่าจะมีบทบาทสำคัญในการขยายไปอีสานเพิ่มมากขึ้นด้วย น่าจับตา ส่วนพรรคการเมืองอื่นๆ เขามองว่า มัชฌิมาธิปไตยยังวุ่นวายไม่จบเหมือนกันในเรื่องหัวหน้าพรรค
สโรชา - ไม่จบหรอ ก็เขาจะจบแล้วอาทิตย์นี้
ปานเทพ - ก็ใกล้จะจบไง กว่าจะจบระบบสัดส่วนก็เปลี่ยนไปแล้ว
สโรชา - วันนี้เขาเปิดตัวว่าผู้สมัครในเขตกรุงเทพฯ ทั้ง 12 เขต 36 คน คงไม่ลงรายละเอียดว่ามีใครบ้าง นอกจากนี้ยังเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครในภาคใต้อีก 12 คน มีทั้งนักวิชาการ นักกิจกรรมสังคม นักการเมืองท้องถิ่น รวมใจไทยฯ ก็มีความเคลื่อนไหววันนี้ หัวหน้าพรรค คุณพิเชษฐ สถิรชวาล ออกมาเปิดตัวว่าที่ผู้สมัครภาคใต้ เช่นเดียวกัน มีทั้งหมด 47 คน ที่จะลงในภาคใต้ เขาบอกว่า ถึงแม้จะเป็นพื้นที่ของพรรคประชาธิปัตย์แต่เขาไม่ทิ้ง มีนโยบายอยากจะไปนำเสนอชาวใต้อีกจำนวนหนึ่ง
ปานเทพ - มหาชน วันนี้ไปสมัครในส่วนของบัญชีสัดส่วน เป็นพรรคที่ 22 พรรคุณธรรมเป็นพรรคที่ 23 ส่วนมีพรรคพลังแผ่นดินไทยเป็นพรรค 21 ตอนนี้มีทั้งหมด 23 พรรค จากทั้งหมดที่จดทะเบียนกับ กกต. 65 พรรค ตอนนี้มีในระบบสัดส่วน 23 ส่วนวันจันทร์นี้คงจะเห็นความคึกคักกันอีกรอบหนึ่งสำหรับการไปสมัคร ส.ส.เขต
คำนูณ - น่าจะมีกลองยาวมีอะไรกันอีก
ปานเทพ - หลังจากมี ส.ส.เขตแล้วน่าจะประเมินได้ ใครชนใคร ใครมีโอกาสได้ การสำรวจเบื้องต้นของโพลล์ต่างๆ จะเริ่มขึ้นหลังจากที่ ส.ส.เขตชัดเจนแล้ว
สโรชา - แต่ที่บอกว่า พรรคพลังประชาชนถ้าดูตามรายชื่อสัดส่วนแล้วยังมาเป็นอันดับ 1 หรือเปล่า ทั้ง 2 ท่านเห็นด้วยอย่างนั้นหรือเปล่า
ปานเทพ - ผมว่าเป็นไปได้ แต่ว่าคุณณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ในพรรคพลังประชาชน รู้สึกจะไปอยู่ในระบบสัดส่วนเหมือนกันที่ภาคใต้ รู้สึกจะอยู่ในลำดับที่ 2 หรือ 3 ไม่แน่ใจ แต่ผมเห็นชื่อก็คงได้ยากหน่อย
คำนูณ - สอบตก
สโรชา - คงแย่แน่ๆ
คำนูณ - ได้สมัคร
สโรชา - ในส่วนของคำวิพากษ์วิจารณ์ต่อเนื่องมาจากเรื่องของคุณสมัคร ที่ว่า มีข่าวออกมาว่าคุณหญิงสุดารัตน์ และคุณเนวิน เข้าไปช่วยจัดโผพรรคพลังประชาชน ตอนนี้ กกต.กำลังตรวจสอบเรื่องนี้อยู่ว่า ผิดกฎหมายเลือกตั้งหรือไม่ ตอนนี้เขาบอกว่า กำลังให้คณะที่ปรึกษาฝ่ายกฎหมายพิจารณาดู น่าจะพิจารณาเสร็จภายในสัปดาห์หน้า หลังจากนั้นแล้วคงส่งมาให้ กกต.ใหญ่พิจารณาอีกรอบหนึ่งว่าเข้าข่ายผิดหรือเปล่า แต่ที่แน่ๆ ถ้าไปดูตามคำสั่งของ ตุลาการรัฐธรรมนูญที่เพิกถอนสิทธิ์ 111 คน ไม่มีส่วนในเรื่องความเคลื่อนไหวของพรรคการเมือง เพิกถอนแต่สิทธิในการเลือกตั้งเท่านั้น เพราะฉะนั้นก็อาจจะยาก แต่มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์เยอะ กกต.ก็คงต้องดูสักหน่อย
คำนูณ - ประเด็นที่ลึกๆ ตอนนี้ ที่นักวิเคราะห์การเมืองในเชิงลึก เขากำลังจับตาดู แล้วเขาค่อนข้างจะเป็นห่วง ที่ว่ามันจะเป็นตัวที่พลิกสถานการณ์ได้ คือเรื่องเอกสารลับที่เราไม่ค่อยอยากจะยุ่ง ที่มั่วกันไปมั่วกันมา ก็คือการที่ กกต.ไปขานรับ ขานรับด้วยการเห็นว่าเป็นเรื่องสำคัญ แล้วตั้งกรรมการขึ้นมาตรวจสอบ คราวนี้ต้องมีผลออกมา ต้องมีผลสรุปออกมา คือ สรุปออมาอย่างไรก็เจ๊งทั้งคู่
ปานเทพ - ทำไมล่ะ
คำนูณ - ถ้าสรุปว่าเป็นเอกสารจริง
ปานเทพ - ฝั่ง คมช.ก็เสียหาย
คำนูณ - ฝั่ง คมช.ก็เสียหาย แต่ในขณะเดียวกันคนเปิดเผยเอกสารก็ผิดเหมือนกัน แต่ที่จะแย่กว่านั้นถ้าสรุปว่าเป็นเอกสารไม่จริง เป็นเอกสารปลอม อย่างระยะหลังที่ คมช.พยายามพูดอย่างนั้น ถ้าเกิดคณะกรรมการของ กกต.สรุปออกมาเช่นนี้ แล้วหัวหน้าพรรคพลังประชาชนมาใช้เอกสารปลอมมาทำลายกองทัพอย่างนี้
ปานเทพ - ทำให้เกิดความเข้าใจผิดต่อการลงคะแนน
คำนูณ - มันยุบพรรคสถานเดียวครับ
ปานเทพ - ยุบพรรคสถานเดียวเลยหรอครับ
สโรชา - แล้วจะรู้ก่อนเลือกตั้งไหม
ปานเทพ - ต้องใช้เวลาครับ
คำนูณ - ต้องดูว่ามันจะก่อนหรือไม่ก่อน แล้วถ้าก่อนแล้วสมมุติว่าทิศทาง ตอนนี้คนที่เขาเฝ้าห่วงสถานการณ์ เขามองว่า ถ้าเกิดสถานการณ์มันนำพาไปสู่ขั้นต้องลงโทษพรรคพลังประชาชนอีกหน ไอ้ลงนะลงได้ แต่มวลชนที่สนับสนุนเขาอยู่เขาจะยอมกันง่ายๆ หรอ หรือตัวพรรคพลังประชาชนต้องพลิกหันกลับมาใช้เกมมวลชนอีกรอบ แล้วอะไรจะเกิดขึ้นกับการเลือกตั้ง นี่เป็นประเด็นที่เขาห่วงแล้วเขาวิพากษ์วิจารณ์กันอยู่
ปานเทพ - ถ้าประเด็นนี้ไม่น่าจะก่อนการเลือกตั้ง เพราะดูจาก กกต. ไปถึงอัยการ ไปถึง
คำนูณ - ในคำสั่งของ กกต. คล้ายๆ จะให้รู้ผลก่อนเลือกตั้ง ภายในวันที่ 23 ธันวาคม 2550 คือเรื่องนี้สอบออกมาอย่างไรมันเป็นปัญหาหมด
ปานเทพ - ไม่ว่าทางไหนก็เสียหาย
สโรชา - ถ้าสมมุติว่าออกมาว่าเป็น
คำนูณ - ถ้าเป็นเรื่องจริง นายทหารที่มีชื่อในนั้นก็ต้องโดนลงโทษ มันผิด คุณไปทำลายพรรคการเมืองเขา ถ้าผลออกมาว่าเป็นเรื่องจริง ซึ่งสอบอย่างไรก็ไม่น่าจะออกมาเป็นเรื่องจริง แต่ถ้าออกมาว่าเป็นเอกสารปลอม
สโรชา - ถ้าบอกว่า คมช.ถูกตั้งมาโดยคณะปฏิวัติ ซึ่งยึดอำนาจมาแล้วแล้วต้องดำเนินการ
ปานเทพ - กฎหมายเลือกตั้งออกมาแล้ว มันต้องตีความหลายอย่าง 1. กฎหมายเลือกตั้งแล้ว หนังสือฉบับนี้มีเกิดขึ้นก่อนกฎหมาย
คำนูณ - ตัวหนังสือไม่ค่อยเท่าไหร่ ตัวตาราง แผนปฏิบัติงาน
ปานเทพ - ซึ่งตารางนี้เป็นปัญหาใหญ่ ซึ่งเขากำลังจะบอกว่ามันใช่หรือไม่ใช่ของจริง เพราะว่าฝ่ายหนึ่ง กกต.เริ่มตั้งข้อสังเกตว่า ดูเหมือนว่าลายเซ็นจะไม่เซ็นครบทุกแผ่น นี่คือปัญหา ก็เลยเริ่มสงสัยตามมาเรื่องจดหมายใบปะหน้ามีความไม่สอดคล้องกับ
คำนูณ - แนวโน้ม ทิศทางน่าจะออกมาในเชิงว่า ไม่ใช่เอกสารจริง คราวนี้อย่างไร มันจบอย่างนี้ไม่ได้ ไม่ใช่เอกสารจริง ตอนนี้คุณเตมูจิน ชนาพัทธ์ ณ นคร ไปยื่นให้ยุบพรรคแล้ว เพราะว่า มันก็หนักนะคุณแอ้ม คิดง่ายๆ ว่า ใช้เอกสารปลอมเพื่อใส่ร้ายกองทัพว่ากองทัพมาทำลายพรรคการเมือง มาแทรกแซงการเลือกตั้ง คุณว่าเรื่องใหญ่ไหมล่ะ
ปานเทพ - เรื่องใหญ่ซิ
คำนูณ - แล้วคราวนี้จะอย่างไร มันต้องมีผลออกมา
ปานเทพ - แล้วมันจะมีการเลือกตั้งไหม
คำนูณ - สมมุติว่าก่อนเลือกตั้งแล้วจะยังไง แล้วสมมุติหลังเลือกตั้งแล้วจะยังไง
สโรชา - แล้วกระบวนการจะอย่างไรต่อ สมมุติว่าเขาสรุปว่าเป็นเอกสารปลอม กระบวนการคืออะไร
ปานเทพ - เหมือนคดีทั่วไป
สโรชา - ต้องส่งศาลรัฐธรรมนูญ
คำนูณ - ส่งอัยการยื่นตุลาการรัฐธรรมนูญให้พิจารณา
ปานเทพ - ถึงอย่างไรน่าจะใช้เวลาเกินนะคุณคำนูณ ดูจากสภาพเวลานะดูเงื่อนไขเวลา
สโรชา - ไม่แต่ กกต.อาจจะสรุปว่าเป็นเอกสารปลอมก่อน
ปานเทพ - กกต.สรุปแล้ว
คำนูณ - กกต.ยังมีอำนาจใบเหลือง ใบแดงอยู่
ปานเทพ - ก็ยังมีอีก
สโรชา - วุ่นวาย วุ่นวาย
ปานเทพ - ดูแล้ว มิน่าคุณสนธิถึงได้ไปบวช
คำนูณ - คือหลายคนวิพากษ์วิจารณ์ว่า กกต.คิดอย่างไรไปขานรับไปตั้งกรรมการขึ้นมา
ปานเทพ - เมื่อตั้งแล้วต้องมีทางออก
คำนูณ - มันต้องมี
ปานเทพ - ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
คำนูณ - บอกว่าเป็นเอกสารจริงก็ยุ่งนะ
สโรชา - ไม่ขานรับ ก็บอกว่าเข้าข้างฝ่ายทหาร เข้าข่ายฝ่าย คมช.อีกว่าไม่ยอมตรวจสอบ ก็มีการเรียกร้องไปยื่นให้ตรวจสอบอีก ก็หลีกเลี่ยงไม่ได้อยู่ดี
คำนูณ - หาทางออกกันเองก็แล้วกัน เราจะคอยติดตามมาเล่าสู่กันฟัง
ปานเทพ - เราก็จะเลาตลอดว่าอย่างไร
สโรชา - ถูกต้อง เดี๋ยวเราไปพักกันสักครู่หนึ่ง กลับมาแล้วเรามีภาพดีๆ มาฝากคุณผู้ชมกัน หลายท่านไปร่วมงาน หลายท่านอาจจะไม่ได้ไป เพราะฉะนั้นติดตามภาพคุณสนธิที่ไปเข้าพิธีอุปสมบท
คำนูณ - ไม่ใช่คุณสนธิแล้ว
สโรชา - ต้องเรียกว่าอะไรล่ะ หลวงพ่อ
ปานเทพ - สันติ สนฺตจิตฺโต
คำนูณ - สนฺตจิตฺโต ภิกขุ แปลว่า ผู้ฝักใฝ่ในสันติ
ปานเทพ - ความสงบ
คำนูณ - สนฺตจิตฺโต ภิกขุ
สโรชา - เดี๋ยวอีกสักครู่กลับมาชมภาพกันค่ะ
(ช่วงที่ 2)
สโรชา - กลับเข้าสู่รายการยามเฝ้าแผ่นดิน วันนี้เป็นวันที่ เชื่อว่าหลายท่านคงเฝ้าติดตามภาพ หลายท่านที่ไม่ได้ไปก็อยากจะเห็น
ปานเทพ - ครับ ก่อนที่เราจะพูดถึงเรื่องนี้ ขออนุญาตเติมข้อมูลนิดนึงแล้วกัน มีหลายคนเห็นภาพที่คุณสมัคร สุนทรเวช ระรานกับสื่อ และโต้สื่อ ทำให้นึกถึงคุณทักษิณ
สโรชา - ทำไมคะ
ปานเทพ - คุณทักษิณที่เคยชูป้ายว่าอันนี้สร้างสรรค์ คำถามไม่สร้างสรรค์เลย ลักษณะเดียวกันกับคุณสมัครที่มีต่อสื่อสารมวลชน
สโรชา - เขาบอกว่าคล้ายกันอีกอย่างคือ ชอบถามกลับว่ามาจากฉบับไหน
ปานเทพ - มาจากฉบับไหน หรือว่าถามไม่สร้างสรรค์ ทำไมผู้นำกลุ่มนี้มักจะมีปัญหากับสื่อทุกครั้ง มีภาพไหมครับถ้ามีขอนิดนึง ทบทวนความหลังว่า ครั้งหนึ่ง
สโรชา - ถ้าจำไม่ผิด นี่คือนายกฯ พบนักข่าวที่ทำเนียบ
ปานเทพ - พบสื่อครับ พบได้ไม่กี่ครั้งก็เลิก เพราะทำไปทำมาก็ทนไม่ไหว
สโรชา - ทนไม่ไหวเพราะรุมซักกันแบบไม่ไว้หน้าเหมือนกัน
ปานเทพ - ไม่ไว้หน้าเหมือนกัน
สโรชา - นี่คือไม่สร้างสรรค์ แต่ถ้าถามเชิงว่า เข้าข้างรัฐบาลซะหน่อยจะได้รับเครื่องหมาย ถูกต้อง
ปานเทพ - นี่เป็นลีลาของคนคิดคล้ายๆ กันถึงมาอยู่ที่เดียวกันได้ ผมว่านะ
คำนูณ - ไม่ใช่อย่างนั้นหรอก
ปานเทพ - ต่อการทำหน้าที่ของสื่อไง ผมว่านะ
คำนูณ - คุณสมัครเขาเป็นอย่างนี้มาก่อนคุณทักษิณเยอะ
ปานเทพ - พูดถึงว่า เขามาอยู่ที่เดียวกันได้ คิดคล้ายๆ กัน คุณสมัครเป็นมานานตั้งหลายสิบปี ตั้งแต่ออกหนังสือโต้สื่อทุกฉบับ
คำนูณ - เราเองเราก็มีปัญหากับสื่อเหมือนกัน
ปานเทพ - ครับ พอๆ กัน
คำนูณ - อย่าไปว่าเขาเลย
ปานเทพ - แค่เล่าให้ฟังว่า มันมีการเปรียบเทียบให้เห็นว่า ผู้นำพรรคการเมือง ถ้าบทบาทสื่อไม่เป็นไรคุณคำนูณ วิพากษ์วิจารณ์ก็ไม่ใช่เรื่องแปลก แต่บทบาทของผู้นำหรือผู้นำพรรคการเมืองต่อสู่ มันคนละบทบาทนะไม่เหมือนกันนะ อันนี้เห็นท่าทีกันนะ แต่วันนี้เราจะมาพูดเรื่องมงคลที่หลายคนเฝ้ารอกัน
สโรชา - จะเกริ่นอะไรก่อนไหม
ปานเทพ - จะเกริ่นภาพนี้ก่อน เป็นฉายาบัตร ทุกคนจะได้เห็นพร้อมๆ กัน เขียนไว้ว่า ล่วงแล้วได้ 2550 พรรษาปัจจุบันสมัย เบื้องหน้าแต่พุทธปริณิพานพุทธศาสนายุคกาล ล่วงแล้วได้ 2550 พรรษาปัจจุบันสมัย วันที่ 8 เดือนพฤศจิกายน 2550 ตรงกับวัน 5 ค่ำ
คำนูณ - ไม่ใช่ครับ ตัวเลข 12 อยู่ข้างล่างคือเป็นแรม 12 ค่ำ
ปานเทพ - แรม 12 ค่ำ ปีกุน ประชุมพระสงฆ์ 22 รูป ณ พัทธสีมาวัดโพธิสมภรณ์ อ.เมือง จ.อุดรธานี พระอุดมญาณโมลี วัดโพธิสมภรณ์ พระอุปัชฌาย์ พระราชวราลังการ วัดโพธิสมภรณ์ พระกรรมวาจาจารย์ พระครูปลัดสุวัฒน์ มงคลวรกุล วัดโพธิสมภรณ์ พระอนุสาวนาจารย์ให้บรรพชาอุปสมบทแก่นายสนธิ ลิ้มทองกุล อายุ 60 ปี เป็นอุปสัมปันภิกษุในพระพุทธศาสนา สัมฤทธิ์ความเป็นภิกษุ เวลา 10.10 น. โดยให้นามฉายาว่า สนฺตจิตฺโต ขอจงเจริญด้วยศีลสูตาธิกุล และฑีฆายุสุขศิริ งอกงามไพบูลย์ ในพระบวรพุทธศาสนา ทุกทิวาราตรีกาลเทอญ พระอุปัชฌาย์
คำนูณ - สนฺตจิตฺโต นี่เขียนตามแบบภาษาบาลี
ปานเทพ - เลยจะมาเล่าให้ฟังในฐานะท่านผู้ชมหลายท่าน ส่วนใหญ่ไม่มีโอกาสเข้าไปร่วมงานอุปสมบทของคุณสนธิ จะเริ่มต้นด้วยวันที่ปลงผม เมื่อ 2 วันที่แล้วเราได้นำออกอากาศ
สโรชา - วันที่ 7 ใช่ไหมคะ
ปานเทพ - วันที่ 7
สโรชา - ตอนที่พวกเราเล่าให้คุณผู้ชมฟังว่า ขณะที่เรากำลังอัดรายการอยู่นั้น
คำนูณ - ใช่ พวกเราไม่มีโอกาสร่วม
ปานเทพ – ไม่รู้เรื่องเลย
(VTR บรรยากาศพิธีอุปสมบทของ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล)
สโรชา - วันนี้ก็หมดเวลาลงแค่นี้คะ ไว้พบกันใหม่กับรายการยามเฝ้าแผ่นดิน สำหรับวันนี้ลาไปก่อน สวัสดีคะ/สวัสดีครับ
คลิกที่นี่ เพื่อชมวิดีโอคลิป
รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 1
( 56 k ) | ( 256 K )
คลิกที่นี่ เพื่อชมวิดีโอคลิป
รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 2
( 56 k ) | ( 256 K )


