xs
xsm
sm
md
lg

ยามเฝ้าแผ่นดิน : แนะ “บิ๊กบัง” ดูบทเรียน “กฤษณ์” ตั้ง ผบ.ทบ.ก่อนนองเลือดปี 19

เผยแพร่:   โดย: MGR Online


“ยามเฝ้าแผ่นดิน” แปลกใจ จู่ๆ “ลีเดีย” ออกมาปฏิเสธเรื่อง “เป็นหนี้-ขัดดอก” ทั้งที่ไม่เคยเป็นข่าวสื่อไหนมาก่อน ท้า “สมัคร” ชูประเด็น “ยุบ คตส.-นิรโทษ 111 ซาก ทรท.” หาเสียงให้ พปช.ระบุเห็นใจ คตส.เจอขิงแก่เกียร์ว่าง นายกฯ ทำเฉย กต.ปัดแปลเอสารซีทีเอ็กซ์ พร้อมฝากคำเตือนถึง “บิ๊กบัง” ดูบทเรียน “กฤษณ์ สีวะรา” ตั้ง ผบ.ทบ.ก่อนเหตุนองเลือดปี 19

คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน โดย คำนูณ สิทธิสมาน, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และสโรชา พรอุดมศักดิ์ ช่วงที่ 1

คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการ ยามเฝ้าแผ่นดิน โดย คำนูณ สิทธิสมาน, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และสโรชา พรอุดมศักดิ์ ช่วงที่ 2

สโรชา - สวัสดีค่ะคุณผู้ชม ขอต้อนรับเข้าสู่รายการ “ยามเฝ้าแผ่นดิน” วันพฤหัสบดีที่ 6 กันยายน 2550 วันนี้มีเรื่องที่จะมาพูดคุยกัน เรื่องราวของพ็อกเก็ตบุ้คเล่มใหม่ที่คงจะเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของหลายๆ ส่วนของสังคม แต่ก่อนที่จะไปคุยเรื่องนั้น มาพูดถึงเรื่องที่เราจะชวนคุณผู้ชมแสดงความคิดเห็นในวันนี้กันก่อนนะคะ เรื่องราวของสิงห์และพรีเมียร์ลีก และความเป็นไปได้ที่จะไปสนับสนุนเสื้อเจอร์ซี่หรือเสื้อของนักฟุตบอลในทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ อ.ปานเทพ คะ มีความเป็นไปได้มากขนาดไหน

ปานเทพ - เป็นคำสัมภาษณ์ของผู้อำนวยการด้านการตลาดของบริษัทบุญรอด เทรดดิ้ง ชื่อคุณฉัตรชัย วิรัตน์โยสิน ก็ให้สัมภาษณ์ในเรื่องการนำตราสิงห์เอาไปโฆษณา อยู่ในสโมสรฟุตบอลที่อังกฤษ และมีความคิดว่าสโมสรที่เขาคิดจะลงโฆษณานี่ก็คือแมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่คุณทักษิณไปลงทุนและเป็นเจ้าของในปัจจุบัน ก็บอกว่า โฆษณาเมืองไทย เดี๋ยวนี้โฆษณายาก เลยตัดสินใจจะไปลงทุนที่ต่างประเทศในการลงงบโฆษณา และคุณฉัตรชัยก็ให้ความเห็นว่า ยอมรับว่าการลงทุนโฆษณาในส่วนของแมนฯ ซิตี้ ทางฝ่ายต่างประเทศของเราเป็นคนเจรจา และน่าสนใจ น่าจะคุ้มค่ามากที่สุด ด้วยความที่แมนฯ ซิตี้เป็นทีมที่มีแฟนประจำเหนียวแน่นในเมืองแมนเชสเตอร์อยู่แล้ว มีสนามที่ทันสมัย มีความจุกว่า 5 หมื่นคน ที่สำคัญทีมนี้กลายเป็นจุดสนใจของแฟนบอลทั้งในประเทศไทยและนอกประเทศไปเรียบร้อย ไม่ต้องเสียเวลาปลุก
 
ปานเทพ - การที่ทีมมีเจ้าของเป็นคนไทยทำให้การเจรจาได้ดิวที่ดีสำหรับเรา ถือเป็นโอกาสทางธุรกิจที่เราจะบุกตลาด และพูดว่า ทุกคนคงเข้าใจและแยกแยะการเมืองกับธุรกิจออก อีกประการหนึ่ง เราต้องการที่จะเจาะตลาดพรีเมียม แมนฯ ซิตี้นั้นฐานแฟนบอลส่วนใหญ่ในเมืองถือว่าเป็นพวกทำงานในออฟฟิส เหมาะกับสินค้าของเราที่ชื่อว่า "สิงห์" เราก็จะตั้งกระทู้ถามท่านผู้ชมผ่าน SMS ว่าไหนๆ เราเปิดประเด็นนี้กันขึ้นมาก่อน คนทำธุรกิจก็บอกว่าไม่เกี่ยว ไปนอกประเทศ ทำธุรกิจเอาสิงห์ออกไปนอกประเทศ จะเป็นอะไรไปถ้าติดแมนฯ ซิตี้ แทน "โทมัส คุก"

สโรชา - คือจริงๆ ควรให้คุณทักษิณคู่กับคุกน่ะดีแล้ว ถูกต้องแล้ว ควรจะปล่อยเขาไป มันมีทีมอื่นในพรีเมียร์ลีกอีกตั้งหลายทีมที่คนไทยให้ความสนใจ และชาวเอเชียให้ความสนใจ ที่ช้างไปขึ้นเจอร์ซี่ของเอฟเวอร์ตันนั้นก็ได้รับความสนใจมากทีเดียว มีอีกตั้งหลายทีมที่จะไปทำได้ ทำไมต้องไปแมนฯ ซิตี้

ปานเทพ - เขาบอกว่าประชาสัมพันธ์ดี

คำนูณ - เพราะว่าไม่แคร์ความรู้สึกของประชาชนคนไทยที่ไม่เอาทักษิณ เพราะฉะนั้นถ้าถามผมตรงๆ ก็คือต่อไปนี้ถ้าใครจะดื่มเบียร์ ดื่มช้าง ไม่ดื่มสิงห์

ปานเทพ - แต่บางคนก็บอก ไม่ใช่หรอก เรื่องนี้จะไปคิดแบบคุณคำนูณไม่ได้ เขามองการตลาดการนำสินค้าออกนอกประเทศ อย่าไปคิดอย่างนั้น เกี่ยวหรือไม่เกี่ยวถามคุณผู้ชมดีกว่า

คำนูณ - เกี่ยวไม่เกี่ยวไม่รู้ แต่ผมคิดของผมอย่างนี้ เอาเป็นว่าผมคิดผิดก็ได้ ทีมในพรีเมียร์ลีกมีตั้งเยอะ แล้วขอประทานโทษนะครับ แมนฯ ซิตี้ไม่ใช่ทีมยอดนิยมของคนไทยสักเท่าไรนัก ถ้าจะว่าไปแล้วก่อนหน้านี้ เอฟเวอร์ตัน คนไทยก็ไม่ถึงกับนิยมชมชอบอะไรนัก แต่ทางช้างก็คงคิดว่ามันมีช่องทางที่ติดต่อทางนั้น ถึงอย่างไรก็เป็นทีมในพรีเมียร์ลีกที่เมื่อแข่งแล้วก็มีการถ่ายทอดสดกลับมาประเทศไทย สิงห์ก็คิดอย่างนั้นได้ แต่ทีมอื่นก็มี และที่สำคัญ คิดหรือว่าการติดต่อครั้งนี้เป็นการติดต่อโดยตัวของตัวเอง โดยไม่มีเครือข่ายเส้นสายพัวพันของคนไทยบางคนหรือหลายคนที่ร่วมขบวนคุณทักษิณ ชินวัตร เข้าไปซื้อหุ้นแมนฯ ซิตี้มาชวนไป ถึงไม่มี อาจจะไม่มี แต่นาทีนี้ผมยังไม่เชื่อ ผมเป็นคนพาล สำหรับผมไม่ค่อยได้ดื่มเบียร์ แต่ถ้าดื่มจะเลิกดื่มสิงห์เด็ดขาด และเลิกดื่มน้ำสิงห์เด็ดขาด จะดื่มแต่ผลิตภัณฑ์ของช้างทั้งหมด ดีกว่า ผมพาลนะครับ อย่าเชื่อผม

ปานเทพ - นี่เป็นความเห็นของคุณคำนูณ แล้วคุณผู้ชมล่ะครับคิดอย่างไร ว่าการที่เขาบอกว่าทุกคนคงเข้าใจและแยกแยะการเมืองกับธุรกิจออก คุณผู้ชมคิดอย่างนั้นหรือเปล่า

คำนูณ - ไม่ ผมไม่แยก เพราะมันไม่เคยแยก

ปานเทพ - นั่นหนึ่งนะ แล้วสอง ถ้าลงโฆษณากันจริงๆ ผู้ชม ASTV ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชนชั้นกลางนะ มีฐานะระดับหนึ่งถึงซื้อจานดาวเทียมได้ ท่านผู้ชมจะคิดอย่างไรกับสิงห์ต่อไปจากนี้

สโรชา - เป็นชนชั้นกลางที่มีรายได้ที่จะติดจานดาวเทียม ติดยูบีซี และเป็นคนที่จะดูฟุตบอลมากที่สุดกลุ่มหนึ่ง

ปานเทพ - ท่านผู้ชมคิดอย่างไรก็ส่งข้อความา กด N1 เว้นวรรค ตามด้วยข้อความ แล้วส่งมาที่ 4850770 เพื่อแสดงให้เห็นว่าท่านผู้ชมที่ชม ASTV คิดอย่างไรกับกรณีนี้

สโรชา - วันนี้มีพ็อกเก็ตบุ้คที่จะมาชวนคุณผู้ชมร่วมพูดคุยอีกเรื่องหนึ่ง เพราะเราได้อ่าน ได้เห็น "ทักษิณ where are you?" มาแล้ว วันนี้ พรุ่งนี้เราจะได้ "ลิเดีย here I am " บ้าง พรุ่งนี้เขาจะเปิดตัวหนังสือกัน โดยที่คุณลิเดียได้ออกมาเปิดเผยในวันนี้ว่าเธอได้ใช้เวลา 1 เดือนเต็มๆ ที่จะรวบรวมความคิดความอ่าน เรื่องราว

ปานเทพ - เดี๋ยวนะคุณแอ้ม ผมสับสนมาก ในผู้จัดการเขาใช้คำว่า "ลีเดีย" คือ "ลีเดีย here I am" คือผมกำลังสับสนว่าตกลงเธอชื่อ "ลิเดีย" หรือ "ลีเดีย"

สโรชา - เอาเป็นว่าเขาแทนตัวว่า "เดีย" ส่วนใครจะเรียกเป็น "ลิ" หรือเป็น "ลี" ก็สุดแท้แต่ถนัดปากแล้วกันเพราะไม่ได้ถามเจ้าตัวเหมือนกันว่าตกลงชื่ออะไรกันแน่ ที่สำคัญคือ " Lydia here I am" กำลังจะเปิดตัวในวันพรุ่งนี้ เรื่องราวในหนังสือคุณลิเดียบอกว่าเป็นเรื่องราวที่รวบรวมจากความคิดความอ่านตั้งแต่เกิดข่าว ข่าวที่ไปเป็นกิ๊กกับคุณทักษิณ ชินวัตร ที่คุณทักษิณออกมาเปิดเผยใน "ทักษิณ where are you?" ว่าเป็นเพื่อนสนิทต่างวัย

ปานเทพ - ใครไปคิดว่าเขาเป็นกิ๊กกัน

สโรชา - เขาลงพาดหน้าหนึ่งหนังสือพิมพ์ทุกฉบับ เธอบอกว่าเธอตกใจและเสียใจ ที่ผ่านมาตัวเองและครอบครัวก็ถูกรังแกอย่างหนักจากกระแสคำวิพากษ์วิจารณ์ต่างๆ ตั้งแต่เป็นข่าวกิ๊กกับอดีตนายกรัฐมนตรี ที่ว่าที่บ้านมีหนี้สินจนคุณพ่อคุณแม่ต้องเอาขัดดอก โดยเจ้าตัวยืนยันว่าทางครอบครัวไม่ได้มีหนี้สินแม้แต่น้อย และไม่มีความจำเป็นที่ตนจะต้องไปขัดดอกใคร แอ้มไม่ได้อ่านผิดนะ เขียนอย่างนี้จริงๆ ไม่มีความจำเป็นที่ตนจะต้องไปขัดดอกใคร และบอกต่อว่า เสียใจมาก เป็นข่าวหน้าหนึ่งมาหลายวัน จริงๆ แล้วเดียไม่ได้ทำอะไรผิด เป็นเรื่องสิทธิส่วนบุคคล การที่เราจะคบกับใครสักคนในฐานะเพื่อนสนิทไม่ว่าเขาคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม เราสามารถจะทำได้ เขาบอกว่าในวันปฏิวัติคุณลิเดียและครอบครัวทานข้าวอยู่กับคุณทักษิณ รู้สึกเห็นใจมาก โดยบอกว่าอดีตนายกรัฐมนตรีเป็นคนดีคนหนึ่ง ส่วนหนังสือของหมวดเจี๊ยบ ลิเดียบอกว่ารู้มาตั้งนานแล้ว และได้อ่านต้นฉบับก่อนด้วย พร้อมกับชื่มชมว่าหมวดเจี๊ยบเป็นคนที่เขียนหนังสือดีมาก

สโรชา - นอกจากนี้คุณลิเดียบอกว่าสุดจะประทับใจที่เพื่อนซี้ต่างวัยให้สัมภาษณ์ในหนังสือว่าอยากได้เป็นลูกสะใภ้ คือคุณลิเดียเป็นสะใภ้ในฝัน ถ้าไม่ได้ก็ขอเป็นลูกบุญธรรมแล้วกัน นอกจากนี้คุณลิเดียก็บอกว่าภาพที่ปรากฏในหนังสือ "ทักษิณ where are you?" ครอบครัวคุณลิเดียเป็นคนให้กับหมวดเจี๊ยบเอง เพราะหมวดเจี๊ยบติดต่อไป และมีการพูดคุยกัน ได้เอาภาพต่างๆ ไปลงในหนังสือ คือมอบให้หมวดเจี๊ยบไปลงหนังสือด้วย คุณลิเดียบอกว่าหนังสือเล่มนี้จะเฉลยว่าเขาและคุณทักษิณไปเป็นเพื่อนสนิทต่างวัยได้อย่างไร และยืนยันว่ารู้สึกกับคุณทักษิณเหมือนเป็นพ่อคนที่สองเท่านั้น หนังสือเล่มนี้คุณลิเดียเปิดเผยว่าคุณทักษิณไม่ได้มาให้คำแนะนำอะไร เพราะรู้อยู่แล้วว่าเดียทำได้และยังโทรมาให้กำลังใจบอกว่าถ้าไม่ติดภารกิจดูสโมสรฟุตบอลที่ประเทศอังกฤษ จะเดินทางมาเป็นกำลังใจให้เดียในวันแถลงข่าวเปิดตัวพ็อกเก็ตบุ้คเล่มนี้ด้วย

ปานเทพ - ก็ดีสิครับ มาก็จะได้เข้าสู่กระบวนการเสียที คนไทยก็รออยู่ตั้งนานแล้ว คงไม่มาหรอก แต่เรื่องของคุณลิเดียที่เป็นเรื่องว่าจะเป็นอย่างไรกับคุณทักษิณ สัมพันธ์อย่างไร ที่มาชี้แจงก็คือทำให้เกิดความชัดเจน แต่เรื่องแบบนี้ผมไม่ค่อยสนใจหรอก เป็นเรื่องส่วนบุคคล เป็นเรื่องส่วนตัวที่คนสองคนอาจจะมีความรู้สึกแฮปปี้ต่อกัน มันก็เป็นเรื่องของคนสองคนว่าเขาจะมีความรู้สึกอย่างไรต่อกัน

คำนูณ - ข่าวที่เขาพูดเรื่องขัดดอก มันไปลงในหนังสือพิมพ์ฉบับไหน

สโรชา - เขาเพิ่งเปิดเผยเมื่อช่วงบ่ายวันนี้บอกว่าจะมีการเปิดตัวหนังสือวันพรุ่งนี้

คำนูณ - เรื่องกิ๊ก ผมว่าที่มันเปิดเผยจริงๆ ก็คือที่เป็นข่าวก็คือหนังสือที่หมวดเจี๊ยบ และคุณทักษิณก็พูดเองหรือคุณเจี๊ยบไปสัมภาษณ์ ก็สุดแท้แต่ ที่หนังสือพิมพ์เขาพาดหัวหน้าหนึ่งก็มาจากหนังสือของคุณเจี๊ยบ ซึ่งคุณทักษิณให้สัมภาษณ์ ก่อนหน้านี้ก็ไม่เห็นมีอะไร อาจจะมีคนพูดแซวนิดๆ แต่ก็ไม่ถึงกับเป็นเรื่องเป็นราวอะไร เรื่องที่เอาตัวไปขัดดอก ใครเป็นคนพูด

สโรชา - ก็ไม่เคยเห็นนะ

คำนูณ - ช่างมันเถอะ ไม่ใช่สาระสำคัญอะไร

สโรชา - สำหรับข่าวการที่คุณทักษิณโดนอายัดทรัพย์ที่ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ วันนี้มีหลายฝ่ายออกมาตอบโต้และถามไถ่ถึงความเป็นจริงที่เกิดขึ้น คุณแก้วสรร อติโพธิ คตส. ท่านไปพบกับนายกรัฐมนตรี พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ไปถามไถ่ว่าเรามีหน่วยงานใดที่จะสามารถช่วยค้นหาความจริงได้หรือไม่ว่าตกลงความเป็นจริงนั้นเป็นอย่างไร เพราะแค่คำสัมภาษณ์ของคุณทักษิณว่าถูกอายัดทรัพย์นั้นไม่เพียงพอ ถ้าหากว่าเป็นจริง ทั้ง คตส. ป.ป.ช. ปปง. ก็ควรจะต้องมีการดำเนินการต่อ ท่านนายกรัฐมนตรียังไม่ตอบชัดเจนว่าจะให้หน่วยงานไหนรับผิดชอบหรือประสานงานต่อ แต่ที่สำคัญก็คือว่าคุณแก้วสรรบอกว่าถ้าหากเป็นจริง สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือทั้ง ป.ป.ช. และ ปปง. จะต้องรับลูกทันทีเลยด้วย ทางด้าน ป.ป.ช. เขาก็บอกว่าเขาเคยถามไถ่ ปปง. ไปรอบหนึ่งแล้ว ว่าบัญชีของคุณทักษิณมีที่ไหนบ้าง เพราะตอนนั้นมีกระแสข่าวลือว่าคุณทักษิณมีบัญชีอยู่ที่ประเทศอังกฤษและสวิตเซอร์แลนด์ เงินหมุดสักประมาณ 1 หมื่นล้านบาทเห็นจะได้

สโรชา - ตอนนั้น ปปง. ยืนยันมาว่าไม่มีตามที่เป็นข่าว ล่าสุดนี่ก็ถามไปอีกรอบหนึ่ง ว่าตกลงมีหรือไม่ และถ้าหากมีจริงๆ ก็ต้องไปดำเนินการต่อในเรื่องของการปกปิดหนี้สินอีกรอบหนึ่ง คุณสัก กอแสงเรือง ในฐานะ คตส. ก็บอกว่าเรื่องราวที่คุณสมัคร สุนทรเวช ออกมาให้สัมภาษณ์เมื่อวานนี้จะต้องมีการยุบ คตส. จะต้องมีการขอนิรโทษกรรมให้กับ 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทยนั้น ก็บอกว่าทุกอย่างเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม ถ้าหากว่าฝ่ายบริหารจะเข้าไปแทรกแซง ถือว่าเป็นการแทรกแซงคำพิพากษา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นทุกอย่างอยู่ที่ประชาชนว่าจะเลือกฝ่ายบริหารที่จะเข้ามาดำเนินการต่อจากรัฐบาลชุดนี้อย่างไร และจะเป็นใคร และมีแนวนโยบายอย่างไรบ้าง ซึ่งหลายท่านก็ออกมาขานรับในแนวคิดนี้ว่าอยู่ที่ประชาชนว่าจะเลือกใครเข้ามาเป็นรัฐบาล และรัฐบาลชุดต่อไปจะดำเนินการอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้

ปานเทพ - พูดถึงเรื่องสวิตเซอร์แลนด์หน่อย เพราะวันนี้มีข่าวอีกด้านหนึ่งที่ตอนนี้มี 2 จุดที่มีความสำคัญ คือตอนนี้เรายังไม่เคยเห็นหนังสือพิมพ์ของสวิตเซอร์แลนด์เลย ว่าหนังสือพิมพ์ท้องถิ่นเขียนไว้ว่าอย่างไร

สโรชา - เราเห็นแต่รายงานของรอยเตอร์

ปานเทพ - และมันประหลาดตรงที่ว่าหน่วยงานอย่าง คตส. ต้องเชื่อมโยงกับ ป.ป.ช. และ ปปง. ไม่รู้เรื่องกับการอายัดทรัพย์ มันเป็นไปได้อย่างไร เมื่อวานเราก็ตั้งคำถาม จนคุณผู้ชมบอกว่าหรือประเทศลาวเป็นคนขออายัดทรัพย์หรือเปล่า ก้าวหน้ากว่าประเทศไทยอีก ก็ไม่คิดว่าน่าจะเป็นอย่างนั้นนะ แต่เขาบอกว่าน่าจะเป็นไปได้ 2 ประการ ประการแรกก็คือว่ามีการแปลผิด วันนี้คุณกรณ์ จาติกวณิช บอกว่าเขาได้เห็นแล้ว ตัวเอกสารที่แท้จริงและให้สัมภาษณ์ในรายการ NEWS HOUR และพบว่าน่าจะหมายความว่า เขาพูดถึงกรณีว่าแบงก์ใดก็ตามถ้าอายัดทรัพย์เขา เขาก็จะฟ้องกลับ

คำนูณ - แบงก์ใดก็ตามที่อายัดทรัพย์เขาหรือให้ข้อมูลของเขากับ คตส. เขาก็จะฟ้องกลับ ซึ่งน่าจะหมายถึงแบงก์ในประเทศไทย แตเนื่องจากเป็นการให้สัมภาษณ์ที่สวิตเซอร์แลนด์ ก็คงมีการถามถึงแบงก์ในสวิส อาจจะถามว่าแบงก์ในสวิสเป็นอย่างไร แกก็คงตอบมาประโยคหนึ่งว่า เดี๋ยวนี้แบงก์ในสวิสก็เชื่อไม่ได้

ปานเทพ - ไม่รักษาข้อมูลของลูกค้า

คำนูณ - เนื่องจากว่าต้นฉบับมันเป็นภาษาเยอรมัน มันคงเกิดการผิดพลาดในการแปลจากภาษาเยอรมันมาเป็นภาษาอังกฤษ พอจากภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทย เข้าใจว่าจากภาษาอังกฤษมาเป็นภาษาไทยคงไม่ผิดหรอก แต่เผอิญเราก็ไม่เห็นต้นฉบับภาษาเยอรมัน ถึงเห็นก็คงจะไม่รู้

ปานเทพ - ว่าเเปลว่าอะไร

คำนูณ - แต่พรุ่งนี้ มะรืนนี้ หรือวันต่อๆ ไป คุณแอ้มก็คงช่วยหาให้หน่อยแล้วกัน

ปานเทพ - เขาบอกว่าปัจจัยหนึ่งที่คิดว่าอาจจะแปลผิด คล้ายๆ กับว่าถ้าประเทศไทยไม่รู้เรื่อง ไม่น่าจะเป็นไปได้ที่จะเป็นอย่างนั้น เป็นไปได้ว่าแปลผิด คุณทักษิณพูดว่าอย่ามาอายัดนะ อันที่สองก็คือ ถ้าจะมาโยกเงินที่สวิส คล้ายๆ กับจะพูดว่าโยกไม่ได้หรอก เพราะวันนี้สวิสไม่เป็นอย่างเดิมแล้ว น่าจะพูดในลักษณะอย่างนั้นมากกว่า หรืออีกอย่างหนึ่งก็คือมีการดำเนินการอะไรบางอย่างที่สวิตเซอร์แลนด์และประเทศไทยไม่เกี่ยวข้อง ถ้าจะทำก็ทำเอง ซึ่งไม่น่าจะเป็นไปได้

คำนูณ - รอความคลี่คลายอีกสักหน่อย แต่คงไม่ใช่ข่าวดีอย่างที่เราพูดเมื่อวาน

ปานเทพ - แต่อย่างน้อยทำให้หลายคนบอกว่าถ้ามีเงินที่ฝากจริงๆ ที่สวิตเซอร์แลนด์ ไม่ว่าจะถูกอายัดหรือไม่ก็ตาม ถ้ามีจริง ก็จะเป็นอีกข่าวหนึ่งที่ยืนยันได้ว่าการแจ้งบัญชีทรัพย์สินนั้นอาจจะมีความผิดก็ได้

คำนูณ - จนถึงบัดนี้แกก็ยังไม่ได้บอกว่ามี คือถ้าเป็นการแปลผิดก็คงจะวิจารณ์อะไรไม่ได้

สโรชา - กลับมาที่เรื่องของคุณสัก กอแสงเรือง คตส. ที่พูดถึงเรื่องที่คุณสมัครจะยุบ คตส. ถ้าหากว่าได้เป็นรัฐบาล คุณสักบอกว่า คตส. แต่งตั้งมาตามประกาศ คปค. ฉบับที่ 30 และกฎหมายแก้ไขประกาศ คปค. ฉบับที่ 30 เพราะฉะนั้นถ้าจะมีการยุบหรือให้เลิกทำงานกันจริงๆ ต้องมีกฎหมายผ่านรัฐสภาก่อน เพราะฉะนั้นก็กลับมาที่ประเด็นว่าประชาชนจะเลือกใครถ้าหากว่าอยากจะให้สิ่งนี้เป็นแนวนโยบายของรัฐบาลใหม่ ก็กลับไปเลือกพรรคพลังประชาชน ถ้าหากไม่เห็นด้วยก็คงจะชัดเจน

คำนูณ - เอาเป็นว่าเราจะช่วยประชาสัมพันธ์ให้พรรคพลังประชาชนและคุณสมัคร สุนทรเวช แล้วกันว่าถ้าเราจะช่วยทุกวัน อาจจะทำเป็นสป็อตให้ว่า ถ้าพี่น้องประชาชนอยากให้ออกพระราชบัญญัตินิรโทษกรรม 111 กรรมการบริหารพรรคไทยรักไทย และอยากให้ออกพระราชบัญญัติยุบเลิก คตส. ขอให้เลือกพรรคพลังประชาชนและคุณสมัคร สุนทรเวช

สโรชา - วันนี้โดนกระหน่ำ ทั้งประชาธิปัตย์ ทั้งชาติไทย ก็ออกมารุม คุณสมัครบอกว่าที่ต้องการบอกคือให้นึกถึงบุคลากรทางการเมืองที่ต้องเสียไปเพราะถูกรังแก จึงน่าจะขอนิรโทษกรรมได้ สิ่งที่พูดไปไม่ได้เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพราะคุณทักษิณไม่กลับมาเล่นการเมืองอีกแล้ว ที่คุณสมัครพูดถึง เขาบอกว่ายกตัวอย่างเช่น คุณสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ อดีตรองนายกรัฐมนตรี เคยมีหลายฝ่ายหมายมั่นปั้นมือจะให้เป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ก็มาถูกฆ่าตาย หรือแม้กระทั่งคุณจาตุรนต์ ฉายแสง หรือคุณพงศ์เทพ เทพกาญจนา ก็ล้วนแล้วแต่เป็นมือดีทางการเมือง แต่มาถูกตัดสิทธิ ถามว่าเสียของไหม คุณสมัครถามอย่างนี้ กรณีของ คตส. ก็เหมือนกัน คุณสมัครบอกว่าเมื่อมีรัฐบาลใหม่ คตส. ก็ต้องไปตามรัฐบาลเก่า จะมาอยู่ต่อไปก็ไม่ถูกต้อง คดีที่ค้างการพิจารณาอยู่ก็ส่งมอบกลับไปให้ ป.ป.ช.

ปานเทพ - เพราะฉะนั้นเราอยากให้คุณสมัครสัมภาษณ์ทุกวัน

สโรชา - อย่างที่เราคุยกันเมื่อวาน

คำนูณ - คุณก็ทำโฆษณาให้เขาเลย เอาคำพูดของเขา แต่ละคำๆ หาดนตรีให้ด้วย ทำโฆษณาให้พลังประชาชน พปช. เขาก็ย่อกันต่างๆ นานานะเดี๋ยวนี้ พวกปล้นชาติ

ปานเทพ - พรรคพลังปากพาจน อย่างนี้ก็มี

สโรชา - เมื่อวานนี้ที่ อ.ปานเทพ บอกว่าทางกระทรงวงต่างประเทศนั้นเขาปฏิเสธที่จะแปลเอกสารให้กับ คตส. วันนี้คุณสัก ท่านก็ถามกลับไปยังนายกรัฐมนตรี ถามอย่างตรงไปตรงมา ว่าในเมื่อนายกรัฐมนตรี บอกว่ากระทรวงต่างประเทศไม่แปลเอกสารให้ คตส. แล้วจะให้ คตส. ทำอย่างไรต่อไป ช่วยบอกที ก็ยังไม่ได้รับคำตอบ แต่เป็นคำถามตั้งไปถึงนายกรัฐมนตรี

ปานเทพ - แล้วนายกรัฐมนตรีจะตอบไหม

สโรชา - คงไม่ตอบหรอก

ปานเทพ - ท่านอาจจะอยู่เฉยๆ ก็ได้ เมื่อเช้าผมถามคุณหญิงจารุวรรณ เมณฑกา ว่าคุณแอ้มพร้อมแปลให้หมดเลยพันกว่าหน้า มาให้คุณแอ้มแปลได้เลย ได้ใช่ไหม

สโรชา - ได้ค่ะ เสียงอ่อยนิดหนึ่ง

ปานเทพ - คุณหญิงจารุวรรณบอกว่า น่ารักมาก ขอบคุณมาก แต่สาเหตุที่ให้กระทรวงต่างประเทศ เพราะต้องการน้ำหนักที่เป็นกระทรวงการต่างประเทศในแง่ของรัฐ ในแง่ของประเทศ ยืนยันว่าเอกสารที่มานี้ถูกต้อง โดยรัฐเป็นคนยืนยันว่าถูกต้อง ไม่ใช่ใครก็ได้ ไม่ใช่เอกชนรายไหนก็ได้

คำนูณ - ถ้าจะช่วย ไม่ยากหรอก ข้าราชการไม่พอเข้าใจ คุณก็ดำเนินการจ้างบริษัทเอกชนที่ไหนหรือใครที่ไหน แปลแล้วคุณก็แสตมป์รับรอง ตรวจทาน ก็แค่นั้น แต่มาบอกว่าคนไม่พอ งานเยอะ ปฏิเสธเป็นเรื่องเป็นราวเลย มันไม่ใช่อย่างนั้น จ้างคุณแอ้มแปลก็ได้ แต่เสร็จแล้วกระทรวงต่างประเทศก็ตรวจสอบ รับรองถูกต้อง

ปานเทพ - ก็ทำได้ ไม่ใช่ทำไม่ได้

คำนูณ - งบประมาณก็มี

สโรชา - ก็อย่างที่คุณคำนูณว่าเมื่อวาน ธุระไม่ใช่ เราไม่ได้เป็นนักเเปลเอกสาร เรามีงานอย่างอื่นต้องทำตั้งเยอะตั้งแยะ ประมาณนั้น

ปานเทพ - ทำให้กระแสข่าวลือเรื่องของการไม่ค่อยให้ความร่วมมือกับ คตส. มันชัด คุณหญิงจารุวรรณบอกว่านี่แค่กรณีเดียวนะ เเค่เห็นเล็กๆ แต่ว่าเป็นภาระที่ไม่ควรจะเกิดขึ้นเลยกับ คตส. ยังเกิดขึ้นได้ จริงๆ มีเรื่องอีกมากที่บอกได้ว่าหน่วยงานข้าราชการหรือฝ่ายการเมืองยังให้ความร่วมมือน้อยมาก ยังน่าเป็นห่วงมากว่าคดีที่เหลือจะสำเร็จลุล่วงได้อย่างไรถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานราชการทั้งหมด ถ้าเป็นอย่างนี้ ที่ผ่านมาถึงได้เรียกร้องให้ออกมติ ครม. ให้ความช่วยเหลือ คตส. สักหน่อยว่าให้ความร่วมมือโดยคำสั่งมติคณะรัฐมนตรี ซึ่งก็ไม่มี นี่แค่เรื่องง่ายๆ ยังทำไม่ได้เลย

สโรชา - เรื่องราวการตรวจสอบรัฐมนตรีและความพยายามของคณะกรรมาธิการคมนาคมของสภานิติบัญญัติแห่งชาติที่จะขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีเป็นรายบุคคล ตอนนี้ยืนยันออกมาแล้ว เป็นมติ ก็ยังคงยืนยันมติเดิมที่จะขอเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีและรัฐมนตรีช่วยคมนาคม พล.ร.อ.บรรรวิทย์ เก่งเรียน ออกมาให้สัมภาษณ์วันนี้เกี่ยวกับการประชุมของคณะกรรมาธิการบอกว่า ต่อจากนี้ไปจะเชิญรัฐมนตรีมาชี้แจงหลังจากที่ตรวจสอบเสร็จเรียบร้อยหมดทุกกรณีแล้ว จะเชิญรัฐมนตรีมาชี้แจง ถ้ารัฐมนตรีมาชี้แจงได้เป็นที่น่าพอใจของกรรมาธิการก็ถือว่าเรื่องนี้ก็จบไป แต่ถ้าหากไม่มา หรือมาชี้แจงได้ไม่เป็นที่น่าพอใจ ก็จะยื่นขออภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐมนตรีคมนาคมและรัฐมนตรีช่วยต่อไป นี่คือสิ่งที่จะเกิดขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ข้างหน้านี้

ปานเทพ - ดีครับ ให้รัฐมนตรีมาชี้แจงต่อกรรมาธิการ

คำนูณ - อย่างน้อยก็มีขั้นตอน เห็นด้วย คือว่าเปิดโอกาสให้ท่านมาชี้แจง

ปานเทพ - ถ้าชี้แจงได้ก็จบ

คำนูณ - ชี้แจงกับประชาชนด้วยว่าชี้แจงว่าอย่างไร จะได้มีเหตุมีผล มีน้ำหนักขึ้น

สโรชา - เดี๋ยวเราพักกันก่อนดีกว่า

คำนูณ - เดี๋ยวจะมาคุยเรื่องทหาร

ปานเทพ - ทหารที่หลายคนเฝ้ารอคอย

สโรชา - และโผตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็พลิกไปทุกวันเหมือนกัน

คำนูณ - วันก่อนไทยโพสต์แต่งตั้ง พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ วันนี้โพสต์ทูเดย์แต่งตั้ง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา เราจึงเชื่อว่าพรุ่งนี้จะมีบางฉบับแต่งตั้ง พล.อ.สพรั่ง กัลยาณมิตร

สโรชา - เพราะฉะนั้นพักกันสักครู่ เดี๋ยวกลับมาช่วงหน้าค่ะ

(ช่วงที่ 2)

สโรชา - กลับเข้าสู่รายการยามเฝ้าแผ่นดินค่ะ SMS วันนี้เราเชิญคุณผู้ชมแสดงความคิดเห็นในเรื่องของเบียร์สิงห์ที่มีความเป็นไปได้ว่าอาจจะไปขึ้นโลโก้ตราสิงห์บนเสื้อนักฟุตบอลในทีมแมนเชสเตอร์ซิตี้ของคุณทักษิณ ชินวัตร ว่าคุณผู้ชมมีความคิดเห็นเรื่องนี้อย่างไรบ้าง

ปานเทพ - N1 เว้นวรรค ตามด้วยข้อความ ส่งมาที่ 4850770

คำนูณ - คุณผู้ชมต้องเป็นตัวของตัวเอง และมีเหตุมีผล อย่าเป็นคนพาลเหมือนผม ผมเป็นคนพาล ผมไม่ชอบคุณทักษิณ และผมเห็นว่าที่สิงห์ไปโฆษณาบนแมนฯ ซิตี้ของคุณทักษิณ ผมก็พาล ผมเลยคิดว่าชีวิตนี้เลิกดื่มสิงห์ ทั้งเบียร์ทั้งน้ำ เลิกใช้ผลิตภัณฑ์สิงห์ทุกอย่าง และเพื่อให้สะใจก็หันไปใช้ช้างทุกอย่าง ง่ายดี ผมเป็นคนพาล ท่านผู้ชมอย่าเอาตามอย่างผม

ปานเทพ - พูดถึงคุณทักษิณ คุณลิเดียบอกว่าเหมือนพ่อคนที่สอง คุณคำนูณ ตกลงภรรยาคุณคำนูณเรียกคุณคำนูณว่าอะไร

คำนูณ - ก็เรียกชื่อผม แต่บางทีก็เรียกว่าพ่อ บางทีผมก็เรียกเขาว่าแม่ คือแม่ของลูก แล้วเวลาผู้หญิงเรียกใครว่าป๋า นี่แปลว่าอะไร

สโรชา - ได้ยินแว่วๆ มาว่า แปลว่าชู้ หรือเปล่า ก็หลายคนเข้าใจได้ว่าอย่างนั้น อาจจะไม่ใช่ แต่เข้าใจได้ว่าอย่างนั้นได้

ปานเทพ - แต่อย่างที่ภรรยาคุณคำนูณ เรียกคุณคำนูณว่าพ่อ

สโรชา - ก็ต่อเมื่อเป็นสามีภรรยา

ปานเทพ - เป็นพ่อของลูก

คำนูณ - แต่เวลามีลูกแล้วก็จะเรียกว่าพ่อ ก็จะมีแบบชาวบ้านในต่างจังหวัดที่เขา จะว่าเป็นคำพังเพยก็ไม่ใช่ เป็นคำชาวบ้านๆ เขาพูดมานาน เขาบอกว่าผู้หญิงใครเรียกว่าพ่อ แปลว่าคนนั้นเป็นสามี ถ้าผู้หญิงเรียกใครว่าป๋า แสดงว่าคนนั้นเป็นกิ๊กของเขา อะไรทำนองนั้น สมัยก่อนเวลาผู้ชายไปเที่ยวหญิงบริการ มีพาร์ตเนอร์ ผู้หญิงก็จะเรียกป๋าอย่างนั้น ป๋าอย่างนี้ อันนี้คือชาวบ้านสมัยโบราณเขาพูดกันนะ เดี๋ยวนี้จะใช่หรือไม่ก็ไม่รู้

สโรชา - มาคุยกันเรื่องทหารบ้าง เพราะว่าอย่างที่เรียน 3 วันผ่านไป โผตามหน้าหนังสือพิมพ์ก็เปลี่ยนไป 3 ครั้งเหมือนกัน

คำนูณ - ผมก็ไม่มีอะไรคืบหน้าหรอก เพราะผมอยู่ในสกุลความคิดที่ผมเบื่อการคาดการณ์ อีกไม่กี่วันก็รู้ อย่างไรก็รู้ก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2550 แน่นอน รอมาตั้งนานแล้วก็รออีกหน่อยแล้วกัน แต่วันนี้ที่ถูกใจและคิดว่าสิ่งที่คนบางคนแตกต่างกันมันอยู่ที่ผลของงาน ผมก็ทำหนังสือพิมพ์มานาน แต่วันนี้เจ้าของนามปากกา เปลว สีเงิน แห่งหนังสือพิมพ์ไทยโพสต์ คือคุณโรจน์ งามแม้น ท่านอาวุโสกว่าผมเยอะ แต่ท่านเขียนเปรียบเทียบสถานการณ์ปัจจุบันกับสถานการณ์เมื่อปี 2519 โดยติง พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ให้นึกถึงสถานการณ์ของ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา เมื่อปี 2519 และเหตุการณ์ต่อจากนั้นอีกสัก 3 - 4 ปี ได้คมมาก ก่อนอื่นก่อนจะเล่าต่อไปอยากให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน นั้นอ่านให้ได้ครับ คอลัมน์เปลว สีเงิน คนปลายซอย

คำนูณ - วันนี้หัวข้อเรื่อง "กฤษณ์ สีวะรา ถึงประธาน คมช." อ่านให้ได้ครับ คืออย่างนี้ พล.อ.กฤษณ์ สีวาระ นั้นเป็นอดีตผู้บัญชาการทหารบกที่เกษียณอายุตอนปลายปี 2518 คือเกษียณอายุตอนกันยายน 2518 เป็นหลังเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ซึ่งเป็นเหตุการณ์ลุกขึ้นสู้ของประชาชนนิสิตนักศึกษาด้านหนึ่ง อีกด้านก็มีการรัฐประหารในกองทัพ คือพูดง่ายๆ ว่า พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา นั้นท่านก็รัฐประหารเงียบจอมพลถนอม กิตติขจร ซึ่งขณะนั้น พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ท่านเป็นผู้บัญชาการทหารบกเมื่อ 14 ตุลาคม 2516 สถานการณ์ทางการเมืองในขณะนั้นหรือก่อนหน้านั้นก็คือจอมพลถนอม จอมพลประภาส ก็อยู่ในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกมายาว ต่ออายุกัน 2 - 3 ครั้ง และเลือก พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบกต่อจาก จอมพลประภาส ซึ่งมีความรู้สึกว่า พล.อ.กฤษณ์ น่าจะอยู่ในโอวาทและเป็นคนที่เรียบร้อยที่สุด เปรียบเหมือนใครผมไม่รู้ เปรียบเหมือนคุณทักษิณเลือกใครหรือไม่ พี่เปลวก็ไม่ได้บอก

คำนูณ - แต่ผมก็อดนึกอย่างนั้นไม่ได้เพราะผมเป็นคนอยู่ในยุคนั้นด้วย และในที่สุด พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ถ้าในมุมมองของจอมพลถนอม จอมพลประภาส คือท่านหักหลัง ก็รัฐประหารเงียบ ในขณะที่สถานการณ์การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยเต็มที่ ท่านกำลังจะพ้นจากตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบก ท่านจะเข้าสู่การเมือง ก่อนที่ท่านจะเข้าสู่การเมืองนั้นท่านก็เลือกผู้บัญชาการทหารบกคนต่อไป เป็นคนที่ท่านไว้วางใจที่สุด เป็นนายทหารฝ่าย เสธ. ชื่อ พล.อ.บุญชัย บำรุงพงศ์ แล้วท่านก็ก้าวเข้ามาเล่นการเมืองโดยไม่ได้สมัครรับเลือกตั้ง แต่ให้ความสนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อจะมาเป็นตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมในตอนต้นปี 2519 แต่หลังจากมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยังไม่ได้ทันเข้าปฏิบัติงาน ท่านเข้าโรงพยาบาลกะทันหัน และเสียชีวิตกะทันหัน

คำนูณ - เป็นเหตุการณ์ดำมืดมาจนทุกวันนี้ว่าหลังจากท่านกินข้าวเหนียวมะม่วงเข้าไปแล้ว เกิดอาการจนเข้าโรงพยาบาลและเสียชีวิต อาจจะเป็นเหตุปกติ เหตุธรรมชาติ หรือบ้างก็มีบางทฤษฎีบอกว่ามีใครวางยาหรือเปล่า ซึ่งเราก็ไม่รู้ แต่จากการที่ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา ถึงแก่อสัญกรรม ก่อนจะได้เป็นรัฐมนตรีนั้นมันทำให้การเมืองไทยเสียดุลย์ไปทันที พล.อ.บุญชัย บำรุงพงศ์ เป็นคนสนิทที่สุดของท่านขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก ก่อน พล.อ.บุญชัย จะเกษียณในปีนั้น ปี 2519 ท่านก็เลือกนายทหารฝ่ายเสนาธิการอีกคนหนึ่งคือ พล.อ.เสริม ณ นคร ขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบกในปลายปี 2519 ภายในเดือนกันยายนก่อนจะเกิดเหตุการณ์วันที่ 6 ตุลาคม 2519 พอเลือกปุ๊บก็เกิดเหตุการณ์นองเลือดทันทีเลย สาเหตุก็เพราะว่าตอนที่ พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา นั้นเลือก พล.อ.บุญชัย บำรุงพงศ์ นายทหารฝ่ายเสนาธิการขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก

คำนูณ - ท่านลืมมองนายทหารนักรบที่ต่อคิวจะเป็น ผบ.ทบ. อย่างเช่น พล.อ.ประเสริฐ ธรรมศิริ ขึ้นมา เพราะท่านต้องการจะเลือกคนที่ท่านวางใจที่สุด และพูดง่ายๆ ว่าเดินตามท่านในขณะที่ท่านจะก้าวพ้นจากกองทัพออกไปเล่นการเมือง ไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นึกแล้วเหมือนไหม พล.อ.บุญชัย ก็เลือก พล.อ.เสริม ณ นคร เป็นผู้บัญชาการทหารบก จากนั้นก็เกิดการนองเลือด และสถานการณ์ก็ไม่มีความมั่นคง จนกระทั่ง พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ก้าวขึ้นมาเป็นผู้บัญชาการทหารบกในปี 2522 หรืออย่างไรนี่ อันนี้ก็เป็นสถานการณ์ที่คุณเปลว สีเงิน นำมาเขียนไว้ในวันนี้ขออนุญาตอ่านบางตอน "ก่อนจะถึงตุลาคม 2519 พล.อ.กฤษณ์ ท่านเกษียณอายุเหมือน พล.อ.สนธิ อย่างนี้ล่ะ ค่าที่ตัวท่านยังเป็นโจทก์ร่วมในปริศนา 14 ตุลาฯ ก็ทำให้ท่านคิดหนักถึงอนาคตหลังเกษียณ การตั้ง ผบ.ทบ.ต่อจากท่านจึงเป็นการคัดสรรคนที่ท่านต้องมั่นใจว่าตั้งแล้วตัวท่านนอนตาหลับ และไม่มีการใช้อำนาจย้อนกลับมาคิดบัญชี

คำนูณ - เพราะเหตุนี้ธรรมเนียมปฏิบัติในกองทัพจึงเกิดมาตรฐานใหม่ โดย พล.อ.กฤษณ์ ตั้งให้ พล.อ.บุญชัย บำรุงพงศ์ เสนาธิการทหารบก ผู้เติบโตมาจากสาย เสธ. ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ต่อจากท่าน ด้วยไม่ถ่องแท้ในความคิดในใจของ พล.อ.ประเสริฐ ธรรมศิริ ที่เป็นหน่วยรบสายตรง ผบ.ทบ. และรอจ่อเก้าอี้อยู่ พูดได้ว่าภายในกองทัพเริ่มคุกรุ่นในสายอำนาจบังคับบัญชา จากปี 2518 จน พล.อ.บุญชัย เกษียณในปีต่อมาคือ 2519 ก็แน่นอนล่ะครับ พล.อ.บุญชัย ท่านเลือด เสธ. เมื่อจะหาทายาท ผบ.ทบ. ต่อจากท่านก็ต้องค้นหาจากสายเลือด เสธ. ก่อนเป็นอันดับแรก และจะเป็นใครไปไม่ได้ ผบ.ทบ. คนที่ 20 ต่อจาก พล.อ.บุญชัย ก็คือนายพลแก้มแดง พล.อ.เสริม ณ นคร ผู้เติบโตมาจากสายเสนาธิการเต็มตัวนั่นเอง จากเสนาธิการทหารบกขึ้นเป็นผู้บัญชาการทหารบก พล.อ.เสริม ขึ้นเป็น ผบ.ทบ. วันที่ 1 ตุลาคม 2519 อีก 5 วัน วันประวัติศาสตร์ 6 ตุลาคม 2519 ก็เกิดขึ้น" จนกระทั่งคุณเปลว สีเงิน ก็บอกว่า "ระลึกชาติกันแค่นี้ พอสังเขปนะครับ คือดูลีลาการคัดตัว ผบ.ทบ. ของ พล.อ.สนธิ ตอนนี้แล้ว ถ้าจะให้อร่อย ก็ต้องนำลีลาในเหตุการณ์ตอน พล.อ.กฤษณ์ ตั้งทายาทคุมกองทัพมาเทียบเคียงด้วย" อันนี้ก็ชัดเจนว่าท่านคมคายมาก

ปานเทพ - คือการดึง เสธ. มาเป็น ผบ.ทบ. มันจะมีผลต่อกองกำลังไหมครับ

คำนูณ - ที่คล้ายก็คือ พล.อ.กฤษณ์ ต้องพ้นจาก ผบ.ทบ. และ พล.อ.กฤษณ์ มีส่วนร่วมในการเปลี่ยนแปลงก่อนหน้า และคือจะก้าวต่อไปไปเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และอาจจะถึงการเป็นนายกรัฐมนตรีในอนาคต ถ้าไม่ถึงแก่อสัญกรรมเสียก่อน เพราะฉะนั้นวิธีเลือก ผบ.ทบ. ก็คิดจากโจทย์ว่าต้องเลือกจากคนที่ตัวท่านไว้วางใจมากที่สุด ไม่ใช่เลือกจากคนที่เหมาะสมที่สุด ที่จะทำให้กองทัพเข้มแข็ง พูดง่ายๆ คืออาจจะทำให้กองทัพไม่เข้มแข็งเท่าที่ควร แต่เข้มแข็งตรงที่ว่าท่านคุมได้ เลยเลือก พล.อ.บุญชัย บำรุงพงศ์ ขึ้นมา มันทำให้นายทหารอย่าง พล.อ.ประเสริฐ ธรรมศิริ นั้นเจ็บปวด

คำนูณ - นักรบเวลาเจ็บปวดก็คงต้องมีความปั่นป่วนอะไรกันพอสมควร และเมื่อ พล.อ.บุญชัย ขึ้นมาจากนั้นก็เป็นเรื่องเป็นราวที่ทำให้กองทัพนั้นขาดเสถียรภาพจนทำให้ดุลอำนาจที่แท้จริงในกองทัพไปตกอยู่กับนายทหารกลุ่มยังเติร์กที่ตอนนั้นระดับพันตรี พันโท จนถึง พันเอก เพราะผู้บังคับบัญชานั้นไม่เข็มแข็ง ด้านหนึ่งคือตั้งแต่ยุคจอมพลถนอม จอมพลประภาส นายทหารที่มีศักยภาพจะไม่ได้มีโอกาสขึ้นมาสักเท่าไรนัก เพราะท่านอยู่ในตำแหน่งยาวนาน พอ พล.อ.กฤษณ์ ขึ้นมา แทนที่จะเลือกผู้บัญชาการทหารบกเป็นนายทหารที่เข้มแข็งด้วยตัวของท่านเอง ก็เลือกคนที่ท่านไว้วางใจมากที่สุดเพื่อรองรับการก้าวกระโดดไปสู่การเมืองของท่าน นี่คือสถานการณ์จริงที่เกิดขึ้น

ปานเทพ - คล้ายๆ กับว่าถ้าใครเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และสามารถมีคนที่อยู่ในกองทัพบก ในฐานะที่เขาสามารถควบคุมได้ หมายถึงว่าไม่ว่าจะชี้ไปทางไหนก็เหมือนจะบงการได้ทั้งหมด

คำนูณ - ที่พูดนี่ไม่ได้หมายความว่า พล.อ.บุญชัย บำรุงพงศ์ ไม่ดี เหมือนกับที่เมื่อวานหรือวันก่อนๆ ผมพูดถึงนายทหารพลเอก 3 คนที่เป็นแคนดิเดต ผมไม่ได้บอกว่าใครไม่ดี เพียงแต่ว่าสถานภาพ สถานการณ์ของแต่ละท่านนั้นเป็นอย่างไร

ปานเทพ - ที่มาที่ไปเป็นอย่างไร และสิ่งแวดล้อมแต่ละยุคก็ไม่เหมือนกันอีก

คำนูณ - ควรไปอ่านดู

ปานเทพ - ที่จริงผมรู้แล้วว่าใครจะได้เป็น ผบ.ทบ. ก็คือคนที่จะได้รับพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง เพราะฉะนั้นแล้วอย่าไปสนใจกระแสข่าวว่าใครจะเป็นหรือไม่เป็น

สโรชา - เดี๋ยวก็รู้เอง แต่ก็อดไม่ได้นะ

ปานเทพ - ก็วิเคราะห์กันไป

สโรชา - เนื่องจากว่าถ้าเป็นในยุคอื่นๆ ที่มีการเปลี่ยน ผบ.ทบ. กันที่ผ่านมา หลายท่านก็ไม่ได้ให้ความสนอกสนใจมากเท่าครั้งนี้ เพราะมันมาผูกโยงกับการเมือง ถึงแม้ว่า พล.อ.สนธิ จะปฏิเสธว่ามันไม่เกี่ยวกับการเมือง อย่างไรก็แล้วแต่ อย่างไรก็ต้องเกี่ยว

คำนูณ - อย่างหนึ่งคือต้องพูดว่ามันสะท้อนความด้อยพัฒนาทางการเมืองของประเทศไทย คือปีใดที่คนสนใจเรื่องตำแหน่ง ผบ.ทบ. เป็นพิเศษ แสดงว่าการเมืองในช่วงนั้นมันง่อนแง่น ไม่แข็งแรง ทำไมต้องมาสนใจด้วยว่าใครจะเป็น ผบ.ทบ. ผมว่าสหรัฐอเมริกา แทบไม่สนใจเลยด้วยว่าใครจะเป็น ตำแหน่งเขาไม่ได้เรียก ผบ.ทบ. นะ แต่เขาไม่สนใจเลยว่าใครจะเป็นเบอร์หนึ่งในทางการทหาร เพราะอำนาจสูงสุดอยู่ที่ประธานาธิบดีหรืออำนาจทางการเมือง แต่ประเทศไทยเราก็ยังอย่างนี้ คือสิ่งที่สะท้อนการเมืองไทยในวันนี้ ก่อนหน้านี้ผมรู้สึกเหมือนกับว่าใครจะขึ้นมาเป็น ผบ.ทบ. ความสนใจกับสังคมไม่มากเท่ากับวันนี้ ปีนี้

ปานเทพ - อาจจะเป็นเพราะที่ไปที่มาก็ได้

คำนูณ - ผมก็ไม่รู้ว่าการพัฒนาการในระบอบประชาธิปไตยของประเทศไทยในอนาคตมันจะไปในรูปใด

ปานเทพ - มันเกี่ยวไหมกับพระราชบัญญัติความมั่นคงที่ พล.อ.มนตรี สังขทรัพย์ มีส่วนสำคัญในการเข้าไปร่างแก้ไขด้วย

คำนูณ - ก็มีส่วน แต่เรื่องนี้ต้องพูดสองด้าน อย่างไรเสีย ผมว่ามันต้องมีพระราชบัญญัติความมั่นคงภายใน เพราะสถานภาพของ กอ.รมน. มันไม่มีสถานภาพทางกฎหมายรองรับ คือนับตั้งแต่มีการยกเลิกพระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำอันเป็นคอมมิวนิสต์ไป มันก็ยังไม่มีกฎหมายมารองรับ กฎอัยการศึกก็เป็นกฎหมายเก่า เก่ามาก ถ้าจะมีใกล้เคียงก็คือพระราชบัญญัติการบริหารในสถานการณ์ฉุกเฉิน ที่ออกในยุคคุณทักษิณ ชินวัตร แต่ก็ยังไม่ครอบคลุมทั้งหมด เพราะฉะนั้นผมว่าผมเห็นด้วยที่จะต้องมีพระราชบัญญัติความมั่นคงภายในออกมา แต่ควรจะเป็นตัวพระราชบัญญัติที่ผนวกเอาพระราชบัญญัติบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเข้ามา

คำนูณ - และเรื่องกฎอัยการศึกก็ควรจะปรับเข้ามาด้วย และร่างให้มีเหตุมีผล เพื่อรองรับการคงอยู่ของ กอ.รมน. หรือจะเเปรเป็นองค์กรอะไรก็สุดแท้แต่ เพราะว่าเราต้องยอมรับว่าสถานการณ์ความมั่นคงของประเทศในยุคใหม่ ภัยที่คุกคามประเทศอยู่มันมีมากมาย อันนี้เห็นด้วย เพียงแต่จะร่างออกมาอย่างไร ถ้าจะร่างออกมาแต่เพียงว่าให้ผู้บัญชาการทหารบกนั้นเป็นผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน เป็น ผอ.รมน. โดยตำแหน่ง และมีอำนาจล้นฟ้านั้น ก็จำเป็นอยู่เองที่คนที่เป็นผู้บัญชาการทหารบกนั้นต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรี หรือคนที่เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นสามารถคุมผู้บัญชาการทหารบกได้ มันถึงจะไม่มีปัญหา

ปานเทพ - อำนาจที่ว่านี้ ให้คุณผู้ชมเข้าใจนิดหนึ่งว่า ครอบจักรวาลทุกอย่างคือห้ามการชุมนุม ห้ามการเคลื่อนไหว หรือแม้กระทั่งเข้าไปในพื้นที่ที่ต้องการให้เกิดความสงบได้ ทำได้

คำนูณ - เป็นอำนาจที่กว้างขวาง ถ้าอำนาจนี้อยู่กับนายกรัฐมนตรีก็ยังมีปัญหานะ ว่าควรจะใช้ในสถานการณ์ไหน เป็นครั้งเป็นคราว เป็นระยะเวลาที่ชัดเจน ถ้าอย่างนั้นก็โอเค ถ้าจะพูดถึง "โฮมแลนด์ ซิเคียวริตี้" มันก็อำนาจล้นฟ้าเหมือนกัน อยู่ที่ฝ่ายบริหาร อยู่ที่ประธานาธิบดี

สโรชา - แต่อยู่ที่ระดับความอันตรายหรือภัยที่มาคุกคามด้วย

คำนูณ - แต่ถ้ามันอยู่ที่ฝ่ายการเมือง มันตอบคำถามได้เลย เพราะฝ่ายการเมืองมาจากประชาชน ต้องรับผิดชอบต่อประชาชน แต่ถ้าอยู่กับ ผบ.ทบ. มันตอบคำถามทางทฤษฎีประชาธิปไตยไม่ได้ และจะกลายเป็นประเทศนี้มีอำนาจคู่ขนาน

ปานเทพ - สองขั้ว

คำนูณ - คืออำนาจการเมืองกับอำนาจกองทัพ

ปานเทพ - ซึ่งใหญ่พอๆ กัน

คำนูณ - ยกเว้นว่าอำนาจกองทัพนั้นจะอยู่ใต้นายกรัฐมนตรี ซึ่งกรณีที่จะเป็นไปได้ทางเดียวก็คือคนที่จะเป็นนายกรัฐมนตรีนั้นมาจากอดีตผู้บัญชาการทหารบก

ปานเทพ - แต่เป็นไปได้ไหมที่เขาไม่ไว้วางใจให้อยู่ภายใต้อำนาจของนายกรัฐมนตรี อาจจะเป็นเพราะกลัวการเมือง

คำนูณ - จะวางใจได้อย่างไร สถานการณ์เช่นนี้ การเมืองก็พลิกผันได้ ผมเข้าใจในบางระดับนะ แต่ว่าในทางทฤษฎี ในทางที่เราก็เป็นนักประชาธิปไตย ผมก็คงรับไม่ได้ ถ้าจะร่างออกมาตามที่ปรากฏในร่างแรกซึ่งผมเชื่อว่าตอนนี้ไม่ใช่เเล้ว เปลี่ยนไปเยอะแล้ว และก็มีการส่งกลับไปให้คณะกรรมการกฤษฎีกาแก้ไข และผมได้ยินมาว่าเขาจะแก้ไขออกมาโดยการมีลักษณะที่ผนวกเอากฎหมายบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินเข้ามาตรงนี้ด้วย และคงไม่ใช่อยู่ภายใต้อำนาจของผู้บัญชาการทหารบกเต็มๆ โดยไม่เงื่อนไข ไม่มีกำหนดระยะเวลาหรอก คงต้องมีการแก้ไขอีกเยอะ เพราะถ้าไม่มีการแก้ไข ผมว่า สนช. คงจะให้ผ่านไปในลักษณะที่เป็นไปตามร่างแรกไม่ได้หรอกครับ

ปานเทพ - นอกจากนี้ยังมีข่าวเรื่องการพูดถึงการปลอมลายเซ็นต์ วันนี้มีอดีตสมาชิกไทยรักไทยคนหนึ่ง คุณพันธ์เลิศ ใบหยก วันนี้ศาลอาญารัชดา ศาลได้มีคำพิพากษาในคดีหนึ่งเรื่องการปลอมแปลงเอกสารที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง น.ส.ทัศนี ฉิมพาลี ปรากฏว่าลักทรัพย์ของจากนายจ้าง และคำฟ้องสรุปว่าผู้หญิงคนนี้เป็นสมุห์บัญชีของบริษัทภูมิภวันจำกัด ผู้เสียหาย และทำการปลอมเช็กธนาคารพาณิชย์หลายแห่ง ปลอมลายเซ็นต์คุณพันธ์เลิศ ใบหยก ทำไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเป็นเช็กออกไปทั้งสิ้น 135 ฉบับ

สโรชา - เป็นเงินเกือบ 3 ล้านบาท

ปานเทพ - ประมาณ 2,989,000 บาท ซึ่งตอนนั้นก็เป็นอดีตรองเลขาธิการพรรคไทยรักไทย และเป็นอดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีอุตสาหกรรม เป็นกรรมการผู้มีอำนาจ เสียหายไป 135 ฉบับ เป็นเช็กปลอม ปล่อยไว้เนิ่นนาน หมดไปเกือบ 3 ล้านบาท สุดท้ายก็รับสารภาพ ศาลพิเคราะห์เห็นว่าทำความผิดจริง ต่างกรรมต่างวาระ รวมทั้งสิ้น 135 กระทง ให้จำคุกกระทงละ 2 ปี รวมเป็น 270 ปี แต่เนื่องจากคำให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา ลดโทษให้เหลือกึ่งหนึ่ง เลยเหลือจำคุก 135 ปี และเมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้วคงจำคุก 20 ปีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 91(2) ไม่มีการรอลงอาญา และให้ชดใช้เงินด้วยประมาณ 3 ล้านบาท

สโรชา - แต่เขาเนียนนะ 135 ฉบับ เงินแค่เกือบ 3 ล้าน แสดงว่าแต่ละฉบับเงินค่อนข้างน้อย คือไม่ให้เป็นที่สังเกต คุณคำนูณมีอะไรเพิ่มเติมไหม พรุ่งนี้จะไปเก็บตัวแล้วใช่ไหมคะ

คำนูณ - กฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญ 3 ฉบับ พอดีผมอยู่ฉบับกฎหมายว่าด้วยการเลือกตั้ง ส.ส. และการได้มาซึ่ง ส.ว. มัน 160 กว่ามาตรา ก็ใช้เวลากันพอสมควร จนถึงวันนี้ก็ทบทวนไปครบหมดแล้วแต่มีประเด็นที่แขวนไว้หลายประเด็น โดยเฉพาะประเด็นสำคัญคือการสรรหา ส.ว. 74 คน คงจะไปถกกันที่โน่น ก็ได้ความรู้ดี

สโรชา - แนวคิดเรื่องต่างๆ ที่ถกเถียงกันในประเด็นการสรรหานี่มีอะไรบ้างคะ ที่ถึงขั้นต้องแขวน

คำนูณ - รัฐธรรมนูญกำหนดให้องค์กรจาก 5 ภาคเสนอชื่อเข้าไป และให้กรรมการสรรหา 7 คนเป็นคนเลือก แต่ชีวิตมันไม่ง่ายอย่างนั้น คือหนึ่ง องค์กรต้องมีคุณสมบัติอย่างไร อะไรที่เรียกว่าองค์กร เวลาเสนอเข้าไปแล้วเกิดเสนอเข้าไปเกินจำนวนมาก จะทำอย่างไร กฎหมายประกอบต้นร่างเขียนว่าให้เลือกกันเอง ให้เหลือเพียง 3 เท่าของแต่ละภาคคือประมาณ 45 คนเพื่อให้แต่ละภาค 5 ภาค กรรมการสรรหาเลือกเหลือ 15 คน ก็มีสมาชิกที่เป็นกรรมาธิการหลายท่านบอกว่าถ้าจะให้เลือกกันเองมันจะอลหม่านทีเดียว เพราะการบล็อกโหวตหรือการซื้อองค์กรมันเริ่มมีตั้งแต่ตอนนี้แล้ว ก็เป็นประเด็นที่ต้องไปอภิปราย ไปถกเถียง ไปหาข้อสรุปที่ดีที่สุด

สโรชา - ว่าจะมีเงื่อนไขอะไรบ้าง

ปานเทพ - อีกเรื่องหนึ่งปิดท้าย ขออนุญาต พล.อ.สนธิ ท่านพูดถึงเรื่องคำบางคำที่เราจะฝากทิ้งท้ายว่าคุณผู้ชมคิดอย่างไร คือวันนี้ พล.อ.สนธิ พูดถึงคุณสมัคร สุนทรเวช ว่าที่หัวหน้าพรรคพลังประชาชน ที่คุณสมัครออกมาประกาศว่าถ้าขึ้นมาจะยกเลิก คตส. ท่านคิดอย่างไร ท่าน พล.อ.สนธิ บอกว่าเป็นกุศโลบายทางการเมืองปกติ ไม่ต้องตกใจ และผมก็ไม่ตกใจกับเรื่องแบบนี้ เรามีหน้าที่เรื่องการทหาร ความมั่นคง เราคงไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับเรื่องพวกนี้เพราะงานของเราคนละเรื่องกัน

สโรชา - คือไม่ยุ่งเกี่ยวกับการเมือง ไม่มีการวิพากษ์วิจารณ์ทางฝ่ายการเมืองใดๆ ทั้งสิ้น

ปานเทพ - จริงๆ ท่านก็เห็นชอบกับเรื่องการนิรโทษกรรมอยู่แล้ว ก่อนหน้านี้ และนักข่าวเลยถามว่าเรื่องนิรโทษกรรม 111 คนที่เป็นอดีตกรรมการบริหารพรรค ที่ พล.อ.สนธิ เคยมาพูดคนแรกเลยว่าอยากให้นิรโทษกรรม พล.อ.สนธิ พูดวันนี้ว่าอยู่ที่สภา อยู่ที่ประชาชนเลือก ส.ส. ถ้า ส.ส. ส่วนใหญ่ต้องการยกเลิกก็ต้องยกเลิก ถือว่าเป็นมติของประชาชน และนักข่าวถามว่า คุณสมัครมีความน่ากลัวหรือเปล่า ท่าน พล.อ.สนธิ บอกว่าเป็นเรื่องการเมือง นักข่าวถามว่า เขาประกาศว่าจะเป็นตัวแทนแก้แค้นให้กับคุณทักษิณ พล.อ.สนธิ ก็บอกว่า นั่นคือนโยบายทางการเมือง เหมือนกับว่าจะปล่อยทุกอย่าง ฉันไม่เกี่ยว

สโรชา - ไม่เกี่ยวแล้ว เขาจะไปอยู่แล้ว

คำนูณ - ฝากคำต่อคำให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน "แล้วท่าน พล.อ.สนธิ จะเข้าทรงท่าน พล.อ.กฤษณ์ สีวะรา เลือกนายพลสเป็กไหนขึ้นเป็น ผบ.ทบ. ต่อจากท่าน สายคุมกำลังหรือสายเสธ. แต่ก็น่าเบาใจอยู่หน่อยเพราะตอนนี้เลยหน้าข้าวเหนียวมะม่วงไปแล้ว ก็หวังว่าจะไม่มีใครสรรหาข้าวเหนียวมะม่วงไปให้บิ๊กบังก่อนฤดูกาลเป็นแน่ อันที่จริงตัว ผบ.ทบ. ต่อจาก พล.อ.สนธิ ไม่มีปัญหา และใครก็ไม่คิดว่าจะมีปัญหาตั้งแต่ 1 ตุลาคม 2549 โน่นแล้ว เหตุที่เรื่องไม่น่าจะเป็นเรื่องกลับเป็นเรื่องขึ้นเวลานี้ จะโทษใครไม่ได้เลยนอกจาก พล.อ.สนธิ คนเดียว

คำนูณ - เพราะเล่นลิ้น มากลีลา บ่มเพาะสถานการณ์ และซ่อนปัญหาการเมืองไว้บนความมะล้ามะเลืองกับเรื่องคนที่จะเลือกมาสืบต่ออำนาจกองทัพ และตอนนี้อำนาจปฏิวัติที่เป็นอำนาจบริหารงานเมือง เป็นอำนาจที่ประชาชาเสื่อมศรัทธา เพราะหนึ่งปีที่ผ่านมา พิสูจน์ชัดแล้วว่าไม่ขลังจริง และถ้าไม่บังเอิญก็เหมือนกรรมจำเพาะที่เกิดทางสามแพร่งในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่ออำนาจเผด็จการกับอำนาจประชาธิปไตย" ไม่ต้องอ่านต่อนะครับว่าทางสามแพร่งคืออะไร แต่ว่าอยากให้ท่านคิดดูให้ดี และที่ผมพูดมา ผมไม่ได้ว่าอะไรเลย ผมเพียงแต่อ่านหนังสือพิมพ์ เปลว สีเงิน ไทยโพสต์

สโรชา - แต่เข้าใจเลือกอ่านเท่านั้นเอง

คำนูณ - เพียงแต่วันนี้พิจารณากฎหมายมาเยอะ ไม่รู้จะพูดอะไร เห็นหนังสือพิมพ์ผ่านๆ มาก็หยิบติดมือมา

สโรชา - ก็ทิ้งท้ายกันด้วยคุณเปลว สีเงิน พรุ่งนี้พบกับเทปบันทึกภาพยามใหญ่ คุณสนธิ ลิ้มทองกุล ไปปราศรัยที่ซานฟราสซิสโก สหรัฐอเมริกา ส่วนเราทั้งสามคนจะกลับมาพบกับคุณผู้ชมในสัปดาห์หน้า สำหรับวันนี้สวัสดีค่ะ / สวัสดีครับ

คลิกที่นี่ เพื่อชมวิดีโอคลิป
รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 1

( 56 k ) | ( 256 K )



คลิกที่นี่ เพื่อชมวิดีโอคลิป
รายการยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 2

( 56 k ) | ( 256 K )