“ยามเฝ้าแผ่นดิน” เปรียบรัฐบาลเหมือนเต่ากาลาปากอส ทำงานเชื่องช้า รอวันสุญพันธุ์ จี้ประธาน คมช.ชี้ขาดอนาคต “พล.อ.สุรยุทธ์”อย่างเร่งด่วน ติง “บิ๊กบัง” อ้างถูกหลอกรับหนังสือเสนอปลดนายกฯ ทำประชาชนสับสน แนะหากไม่พร้อมควรจะบอกมาตรงๆ ด้าน “สนธิ” ระบุนายกฯ-ประธาน คมช.กำลังเล่นเกมทำบ้านเมืองพินาศ
คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการยามเฝ้าแผ่นดิน โดย คำนูณ สิทธิสมาน, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ ช่วงที่ 1
คลิกที่นี่ เพื่อฟังรายการยามเฝ้าแผ่นดิน โดย คำนูณ สิทธิสมาน, ปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ และ จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ ช่วงที่ 2
จินดารัตน์ - สวัสดีค่ะ ขอต้อนรับเข้าสู่รายการยามเฝ้าแผ่นดิน วันนี้คุณคำนูณ สิทธิสมาน คุณปานเทพ พัวพงษ์พันธุ์ และดิฉัน จินดารัตน์ เจริญชัยชนะ มีเรื่องราวข่าวคราวที่จะมาเล่า มาวิเคราะห์กันให้ฟัง เริ่มต้นกันคงจะเป็นเรื่องของการเมืองในบ้านเมืองของเรา คุณปานเทพขอดิฉันไว้ว่าอย่างไรข่าวแรกขอเล่าเองได้ไหม ดิฉันถามหน่อย มีข่าวอะไรสำคัญไปกว่าการเมืองไทยร้อนๆ ตอนนี้
ปานเทพ - ให้คุณแอนเล่า เพราะเป็นข่าวที่เราอยากจะเริ่มแบบเบาๆ ก่อน เพราะเป็นภาพที่อยู่ในเว็บไวต์ผู้จัดการ ต้องดูภาพนี้ เป็นภาพที่อยู่ในเว็บไซต์ผู้จัดการ ซึ่งเป็นเว็บที่คนดูมากที่สุด คือเต่า เต่าที่อายุประมาณ 60 - 70 ปี และเป็นเต่าตัวผู้
จินดารัตน์ - อยู่ที่เกาะพินตา ในหมู่เกาะกาลาปากอส
ปานเทพ - ตัวใหญ่มาก
จินดารัตน์ - เป็นเต่าที่พันธุ์นี้เหลือตัวเดียวในโลก
ปานเทพ - ซึ่งคุณคำนูณเรียกว่า
คำนูณ - สุรยุทธ์
ปานเทพ - เต่าตัวนี้เหลือตัวเดียวในโลก เพศผู้ด้วย อายุ 60 ปีขึ้นไป
คำนูณ - เขามาสำรวจที่ประเทศไทยหรือยัง อาจจะพบอยู่อีก 44
ปานเทพ - เขาบอกว่าเต่าตัวนี้มีเรื่องที่น่าสนใจ เพราะเหลืออยู่ตัวเดียวในโลก และที่สำคัญมันชื่อ จอร์จ หลายปีมานี้มีความพยายามที่จะทำให้มันมีลูกหลาน โดยพยายามเอาเต่าตัวเมียไปอยู่ที่เกาะๆ นั้น สายพันธุ์ใกล้เคียงกัน ไม่สนใจ ใส่เกียร์ว่างตลอด ทำให้เป็นที่กลุ้มใจของชาวโลกมากว่าไม่ปฏิบัติภารกิจของตัวเอง ไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง ลูกหลานก็ไม่มี และกำลังจะสูญพันธุ์ไป เลยทำให้เป็นที่หนักอกหนักใจของชาวโลก
คำนูณ - เมืองไทยอาจจะมีนะ เต่า 36 ของเราอย่าไปใช้สรรพนามเหมือนเต่าทั่วๆ ไปเลย 36 ท่านก็เเล้วกัน
ปานเทพ - เต่าจริงๆ แค่ไม่ทำหน้าที่ของมัน เพียงแค่ไม่ไปทำการผสมพันธุ์ ไม่ไปแพร่พันธุ์ ก็ก่อให้เกิดปัญหาของโลกว่าเต่าตัวนี้จะอยู่ได้อย่างไร เพราะมันกำลังจะสูญพันธุ์ไปแล้ว
จินดารัตน์ - เหลือตัวเดียว
ปานเทพ - ดูหน้าตามันสิครับ จะเห็นได้ว่าหน้าตาเราก็ไม่อยากให้มันสูญพันธุ์หรอก น่าจะมีแบบนี้อีกในโลก
จินดารัตน์ - คุณปานเทพเชื่อไหมว่านักวิทยาศาสตร์เขารอกันได้ เขารอมา 35 ปี รอให้มันผสมพันธุ์ เเล้วจะรออีก 6 - 7 เดือน รอไม่ได้หรือ
ปานเทพ - รออะไร
คำนูณ - มันจะไหวหรือ
ปานเทพ - เวลามีน้อย เต่ามีอายุเป็นร้อยๆ ปี บางตัวก็หลายร้อยปี แต่มนุษย์ไม่ถึงร้อย โดยเฉลี่ย 80 ก็เก่งแล้ว เวลาจำกัด ไม่ทำหน้าที่ของตัวเอง เดี๋ยวก็เกิดปัญหา
จินดารัตน์ - ทำอะไรได้ ถ้ารู้ว่าเป็นหน้าที่ของตัวเองก็รีบๆ ทำเสีย
คำนูณ - ถ้าทำไม่ได้ก็ลาออกไป
ปานเทพ - เรื่องก็มีแค่นี้เอง แต่ว่าเรื่องของเต่าๆ ก็ทำให้นึกถึงอีกเรื่องหนึ่งที่เมื่อวานนี้เราเล่าข่าวกัน ว่าคุณชัยวัฒน์ สินสู่วงศ์ คุณหมอศุภผล เอี่ยมเมธาวี เข้าไปพบกับ พล.อ.สนธิ แล้วก็ขอให้ปลดนายกฯ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์
คำนูณ - ไปยื่นหนังสือเลย และก็เข้าใจว่าก่อให้เกิดข่าวลือมากพอสมควร เมื่อวานนี้ ประกอบกับ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ก็นั่งรถแล้วก็เปลี่ยนทะเบียน เป็นทะเบียนที่คุณทักษิณเคยใช้ เพราะเป็นทะเบียนจริง เพราะต้องเอารถไปเข้าอู่ รถกันกระสุน แต่เดิมท่านใช้ทะเบียนอื่น เมื่อวานก็เลยเกิดข่าวลือ ข่าววิเคราะห์กันไปต่างๆ นานา ลามมาจนถึงวันนี้ ส่วนใหญ่มองว่าการที่ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธาน คมช. ออกมารับหนังสือของกลุ่มประชาชนที่ขอให้ปลดนายกฯ ออกตามอำนาจที่ประธาน คมช. มีอยู่ตามรัฐธรรมนูญ มันเป็นการแสดงสัญลักษณ์ที่ชัดเจนเกินไปหรือเปล่า มีอะไรขัดแย้งกันหรือเปล่า วันนี้หนังสือพิมพ์หลายฉบับตอนเช้าก็พาดหัวไปในทำนองนี้ เข้าใจว่าเพราะกระแสทำนองนี้ที่ทำให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ที่ผมพูดมาตลอดว่าบ้านเมืองนี้เป็นเรื่องของพี่น้องถ้อยทีถ้อยเกรงใจกันไป ไม่ว่าในใจท่านจะคิดอย่างไร ผมไม่ทราบ จะมีความขัดแย้ง จะมีความพร้อมที่จะขึ้นนั่งเอง หรือจะหาคนอื่นมานั่งแทนที่ หรือยัง อันนี้ผมไม่ทราบ ขี้เกียจเดาแล้ว แต่เข้าใจว่าท่านคงยังไม่พร้อม เลยนำมาสู่การให้สัมภาษณ์ของท่านในตอนเย็นซึ่งผมอ่านแล้วก็รู้สึก
ปานเทพ - ท่านพูดอย่างนี้ รู้สึกว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ. และประธาน คมช. ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวไทยวันนี้ บอกว่า ถึงกระแสเรียกร้องให้ปลด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ลาออกจากตำแหน่งนายกฯ เรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้นตามธรรมชาติ จึงไม่กังวลอะไร และชี้แจงว่า เรื่องการให้การต้อนรับสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด และรับมอบหนังสืออย่างที่ภาพเมื่อสักครู่นี้ ก็นำด้วยคุณชัยวัฒน์ สินสู่วงศ์ เมื่อวันที่ 8 พ.ค. ซึ่งมาเรียกร้องให้ปลดนายกฯ ว่า จากการประสานเบื้องต้นบอกว่าจะมาพบเพื่อเล่าสถานการณ์ในภาคอีสานให้ฟัง จึงเข้าใจว่าจะมาเล่าเรื่องปัญหาคลื่นใต้น้ำในพื้นที่ แต่เมื่อพบกันกลับไม่ใช่เรื่องดังกล่าว กลับกลายเป็นให้ปลดนายกฯ
คำนูณ - เท่าที่ท่านพูด ก็ไม่ได้พูดอะไรที่ชัดเจนมาก แต่สำนักข่าวไทยก็นำมาพาดหัวว่า สนธิเผยถูกสมัชชาอีสานหลอก รับคำร้องปลดนายกฯ
ปานเทพ - ใช้คำว่า หลอก เลย
คำนูณ - ผมอ่านแล้วรู้สึกแน่นจุกขึ้นมาถึงคอหอย และนึกถึงเหตุการณ์เมื่อคืนวันที่ 4 ก.พ. 2549 ที่คุณสนธิ ลิ้มทองกุล นำประชาชนชุมนุมครั้งแรกที่ลานพระบรมรูปทรงม้า และนำหนังสือฎีการ้องทุกข์ต่อแผ่นดิน ร้องทุกข์ต่อองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ไปมอบให้ พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ที่ทำเนียบสี่เสา แล้วจากนั้นก็ทำหนังสือ พาประชาชนจำนวนหนึ่งเดินไปที่กองบัญชาการกองทัพบก ไปมอบให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ซึ่งท่านก็กรุณาเปิดประตูรับ ก็มีคุณสนธิ เสียดายวันนี้ที่คุณแอ้มไม่ได้มาดำเนินรายการ คุณแอ้ม สโรชา พรอุดมศักดิ์ และคุณประพันธุ์ คูณมี เดี๋ยวนี้เป็น สนช. เข้าไปพบ ท่านก็รับฟังเรื่องราว พยักหน้า อย่าไปตีความว่าท่านเห็นด้วย ก็รับจดหมาย ก็พูดกันดี แต่พอวันรุ่งขึ้น ท่านก็ให้สัมภาษณ์ในทำนองนี้ แต่แรงกว่านี้ ตำหนิคุณสนธิในหลายอย่าง และบอกว่าในหนังสือไม่มีสาระอะไร อะไรทำนองนี้ พูดในเชิงลบ ในวันนั้นก็เข้าใจดีว่าท่านคงถูกอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร จวกมา โทรศัพท์มาต่อว่า จะผ่านใครอย่างไรผมไม่ทราบ และสถานการณ์ในขณะนั้นท่านคิดอะไรอยู่ ณ วินาทีนั้น ผมไม่รู้จริงๆ แต่อย่างที่ผมพูด ท่านคงยังไม่พร้อมในสิ่งที่ท่านคิด ท่านเลยต้องออกตัว
ปานเทพ - จำได้ว่าคุณสนธิ ลิ้มทองกุล เป็นคนยืนยันว่า พล.อ.สนธิ ไม่ธรรมดา ไปคิดว่าสิ่งที่เห็นคือความจริงทั้งหมด บางสถานการณ์ก็จำเป็นต้องแสดงบทบาทบางบทบาทที่เหมาะสม
คำนูณ - คือพวกเราต้องพูดตามตรง พวกเรามองอะไรชั้นเดียว เมื่อเห็น พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ออกมาให้สัมภาษณ์ในเชิงลบต่อคุณสนธิ ลิ้มทองกุล ประมาณ 2 วันต่อมา หรือหนึ่งวันต่อมา เราก็รู้สึกเสียใจ และเราก็รู้สึกว่าไม่น่าเลยที่ต้องทำกันถึงขนาดนี้ ก็อยู่เฉยๆ ดีกว่า ไม่ต้องพูดอะไร บอกว่าเขามายื่นหนังสือก็รับไว้ ไม่ได้มีอะไร คุณสนธิเองเป็นคนที่ปรามพวกเราหลายครั้ง บอกว่า อย่ามองอะไรชั้นเดียว ต้องมองอะไรให้ลึกซึ้ง เราต้องเข้าใจท่านว่าท่านคงมีความจำเป็นอะไรบางอย่าง และคุณสนธิ ก็พูดประโยคทำนองนี้ออกมาอีกไม่ต่ำกว่า 2 - 3 ครั้ง เพราะ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ท่านก็ให้สัมภาษณ์ถึงคุณสนธิในเชิงลบอีกครั้งหนึ่งหรืออย่างไร ผมไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซนต์ เหมือนฉากเหตุการณ์ที่ย้อนกลับไป
ปานเทพ - เหมือนเหตุการณ์ย้อนรอยกลับไป เหมือนซ้ำที่เดิม
คำนูณ - จะบอกว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน จะไม่รู้ว่าสมัชชาอีสานเขามาพบท่านเรื่องอะไร
ปานเทพ - คุณคำนูณเชื่อไหม ผมไม่เชื่อ ถ้าเป็นเรื่องจริงท่านไม่ควรอยู่ในตำแหน่งนี้ เพราะว่าข่าวมันเกิดขึ้นอย่างชัดเจนว่าเขาจะเข้าไปยื่นหนังสือเรื่องอะไร
คำนูณ - เวลาท่านจะให้คนเข้าพบแต่ละครั้งต้องรู้ว่าเขามาทำอะไร มาคุยเรื่องอะไร มาบอกว่าไม่รู้ ประสานมาข้างต้นบอกว่าจะมาเรื่องนั้น ที่แท้กลับเป็นเรื่องนี้
จินดารัตน์ - แต่ข่าวก็มีก่อนล่วงหน้าเป็นวัน
ปานเทพ - ข่าวที่ปรากฏมีตั้งแต่ในเว็บไซต์ โอเค เว็บไซต์ท่านอาจจะไม่ได้ดู แต่เช้าวันรุ่งขึ้นก่อนที่จะได้พบ ข่าวพาดหัวแล้วไปพบผู้ใหญ่ระดับนี้
จินดารัตน์ - ท่านไม่จำเป็นต้องดูเอง
คำนูณ - ท่านมีคนรายงานเป็น 10 - 20 คนเป็นอย่างต่ำ ที่ต้องรายงานข่าว ใครจะพบเรื่องอะไร แล้วหนังสือพิมพ์เขารู้ล่วงหน้าแล้วก็พาดหัวตกเป็นข่าวว่า สมัชชาประชาชนอีสานจะมาขอพบเพื่อยื่นหนังสือให้ปลด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เพราะฉะนั้นผมไม่อยากจะพูดอะไรมากไปกว่านี้ เพราะเวลาต่อจากนี้ไปผมเชื่อว่ามีอีกบางกลุ่มที่การประสานกันอย่างนี้ ผมกราบท่าน หามุขใหม่ ถ้ายังไม่พร้อมก็ไม่เป็นไร ก็ทำไปตามที่ท่านเห็นสมควร แต่ผมไม่ชอบ รู้สึกว่ามัน
ปานเทพ - คือไม่อยากให้เหมือนกับคิดอะไรอยู่ในใจบางอย่าง แต่ไปแสดงออกอะไรอีกบางอย่าง ที่ทำให้คนไปเข้าใจสับสนกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
คำนูณ - ถ้าท่านคิดว่าจะอยู่ไปอย่างนี้ เป็น ครมช. กันไป และคิดจะกระตุ้นรัฐบาลไป และเกรงใจพี่เกรงใจนายเก่า และคงจะพอเห็นว่าไปกันได้ ก็ไม่เป็นไร ก็ไปกันอย่างนี้ แต่ท่านก็ต้องบอกลูกน้องท่านด้วย หรือบอกคนที่เข้าไปพบปะท่านด้วยว่า เวลา "ประสาน" ไปยังกลุ่มต่างๆ พูดกันให้ชัดเจน เพราะผมเห็นมีบางกลุ่มก็ประสานไป ท่านก็นัดสัปดาห์หน้าจะให้เข้าพบอีก
ปานเทพ - หรือแม้แต่สัปดาห์ที่แล้วที่คุณเพียร ยงหนู เข้าไปยื่นหนังสือขอให้ปลด พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ก็ทำนองเดียวกัน ก็ได้ยื่นหนังสือเหมือนกัน ถ้าท่านคิดว่าไม่ต้องการจะรับ ก็ไม่ต้องรับตั้งแต่ก่อนหน้านี้
คำนูณ - ท่านพร้อมเมื่อไร ท่านคิดอย่างไร ก็ว่ากันไป แต่ผมว่ามวลชนเจ็บปวดมามากพอแล้ว มวลชนถูกใช้เป็นเครื่องมือตลอด นี่ผมไม่ได้ว่าใคร แต่ว่าผมไม่อยากให้ท่านถูกมองว่าท่านจะใช้มวลชนอีกครั้งหนึ่ง ซึ่งผมคิดว่าสิ่งที่มวลชนเขาเรียกร้อง เขาเรียกร้องต่อตัวท่านว่าในเมื่อท่านอาสาเข้ามาปฏิวัติ เข้ามารัฐประหาร เข้ามาฉีกรัฐธรรมนูญนั้น ท่านอาสาเข้ามาเพื่อแก้ไขวิกฤตของบ้านเมือง เพราะฉะนั้นสิ่งที่เขาไปหาท่าน เข้าไปยื่นหนังสือท่าน เขาต้องการให้ท่านสานต่อสิ่งที่ท่านยังทำไม่สำเร็จให้สำเร็จ พูดเป็นภาษาชาวบ้านซึ่งอาจจะไม่สุภาพสักหน่อยว่า ท่านต้องฉี่ให้เสร็จ แล้วอย่าฝากคนอื่นอึ ฉี่ให้เสร็จ ให้สะเด็ดน้ำ แล้วอึเอง
ปานเทพ - และก็ต้องไม่ลืมว่าคนที่เขาไป ไปด้วยหัวใจที่ไม่ได้มองผลประโยชน์ของตัวเอง แต่มองถึงความอยู่รอดของชาติบ้านเมือง ท่านต้องตระหนักตรงนี้ด้วย
คำนูณ - วิธีการอย่างนี้ผมไม่อยากเห็นอีก ผมไม่อยากเห็นข่าวแบบนี้อีก ถ้ายังไม่พร้อมก็ไม่พร้อม ถ้าพร้อมเมื่อไรก็สุดแล้วแต่ท่าน แต่ประชาชนก็มีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็น ที่ผ่านไปยังท่าน เขายื่นหนังสือไปทางท่าน เพราะเขารู้ว่าเขาไปยื่นหนังสือให้ท่านนายกฯ ลาออก ท่านนายกฯ ก็ไม่ลาออกเพราะท่านเชื่อว่าท่านทำในสิ่งที่ถูกและดีที่สุดกับประเทศ และดีที่สุดเท่าที่ตัวท่านเองจะทำได้ เขาก็หันไปเรียกร้องประธาน คมช. ในฐานะหัวหน้าคณะปฏิวัติที่มาฉีกรัฐธรรมนูญ เพื่อหวังว่าจะแก้วิกฤตของบ้านเมือง และจะทำให้บ้านเมืองดีขึ้น ถ้าพูดอะไรมากไปกว่านี้จะเจ็บปวดกันเปล่าๆ
ปานเทพ - ถ้าย้อนรำลึกไปจะเจ็บปวดกันเปล่าๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นมาบ้างในช่วงเวลาที่ผ่านมา
คำนูณ - ผมเองก็เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ก็พอจะได้รับทราบอะไรอยู่บ้าง ก็ขออนุญาตว่ายังเคารพท่านอยู่ และยังมีความหวังอันเปี่ยมล้นในตัวท่าน แต่ว่าวิธีการการแก้ตัวหรือการออกตัวในยามไม่พร้อมของท่าน ขอความกรุณาว่าอย่าใช้วิธีการแบบนี้เลย มวลชนที่เขาไปด้วยจิตใจที่บริสุทธิ์ พอเขามาเห็นแบบนี้แล้วเขาจะรู้สึกว่าเขาถูกหลอก ไม่ใช่ท่านถูกหลอก งานนี้เขารู้สึกว่าเขาถูกหลอก
ปานเทพ - ที่น่าสนใจวันนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ได้มีการพูดคุยกับ พล.อ.สนธิ ตามการให้สัมภาษณ์ของท่าน และบอกว่า ไม่ต้องลาออก คือท่านทบทวนตัวเองอยู่ทุกวัน ใช่ไหมครับคุณแอน
จินดารัตน์ - ดิฉันพูดไม่ออก เพราะดิฉันจุกไม่หาย ดิฉันดูข่าวจากที่เราได้รับรายงานมาว่า ที่ท่านบอกว่าท่านถูกหลอก มันจุก มันพูดไม่ออก อย่างที่คุณคำนูณหลอก
ปานเทพ - และมีความรู้สึกว่า ในขณะที่ประชาชนเขาไปด้วยความศรัทธา ไปด้วยหัวใจอย่างบริสุทธิ์ ที่เข้าไปยื่นหนังสือ และมีความหวังต่อ พล.อ.สนธิ ว่าจะทำอะไรบางอย่างในสถานการณ์แบบนี้ และไม่ได้ทำเพื่อตัวเอง ทำเพื่อความอยู่รอดของชาติ เขากลับโดนทำอย่างนี้ ในขณะที่วันนี้วันเดียวกัน ก่อนที่จะพูดเรื่องนี้ พล.อ.สุรยุทธ์ บอกว่าได้คุยกับ พล.อ.สนธิ แล้ว คุยกันแล้ว ถามแล้ว บอกไม่ต้องออก ผมก็ได้คุยกันแล้ว อดทน
จินดารัตน์ - แล้วท่าน พล.อ.สุรยุทธ์ ยังบอกว่า ท่านเองได้พิจารณาตัวเองทุกเช้า ว่าทำอะไรที่ไม่ดีบ้าง และอะไรที่ไม่ไดีหาทางแก้ไขแล้วหรือยัง ก็อยากจะเรียนบอกประชาชนว่าในการพิจารณาตัวเอง จะพิจารณาอยู่ตลอดเวลา และคงจะรับฟังข้อคิดเห็นจากท่านอื่นๆ ด้วยที่วิพากษ์วิจารณ์ให้ข้อคิดเห็นต่างๆ รับฟัง แต่จะเก็บไปคิด ทำอะไรนั้นก็อีกเรื่องหนึ่ง
คำนูณ - ก็ว่ากันไป ท่านนายกฯ ท่านก็มีสิทธิ์ที่จะคิดอย่างนั้น พวกเราก็มีสิทธิ์ที่จะคิดแบบของเราด้วยความบริสุทธิ์ใจ และรายการของเราก็พูดกันอย่างตรงไปตรงมา
ปานเทพ - นอกจากเรื่องนี้ วันนี้ก็เราเห็นภาพอีกภาพหนึ่ง ในขณะที่ พล.อ.สุรยุทธ์ บอกว่าท่านจะอดทน ซึ่งท่านก็ต้องทำงานด้วย มิฉะนั้นจะกลายเป็นประชาชนจะอดทนไม่ได้ วันนี้มีการถวายสัตย์ปฏิญาณกันที่ทำเนียบรัฐบาล
จินดารัตน์ - ตอนเช้าก่อนที่จะมีพิธี พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ได้รับประทานอาหารเช้าร่วมกันก่อนถึงจะได้ทำพิธีในช่วงสายๆ ตอนประมาณ 08.00 น. ก็มีสำนักงานที่เข้าร่วม หน่วยงานของภาครัฐ ทั้ง ป.ป.ช. ก.ก.ต. คตส. ซึ่งงานนี้ก็จัดขึ้นโดย ป.ป.ช. ท่านพล.อ.สุรยุทธ์ เป็นประธานในพิธี ชื่องานที่ใช้ที่เราเคยคุ้นหูกันที่คุณสนธิเคยบอกว่าอย่าทำเลยพิธีแบบนี้ ทำมากันกี่ครั้งก็ไม่รู้แล้ว ก็ได้แต่พูด คือร่วมพิธีถวายสัตย์ปฏิญาณเพื่อล้างทุจริตให้สิ้นแผ่นดินไทย เพื่อเทิดไท้องค์ราชัน
ปานเทพ - เท่าที่ผมจำได้ การถวายสัตย์ทุกครั้งก่อนที่จะดำรงตำเเหน่งเป็นรัฐมนตรี คณะรัฐมนตรี แม้แต่นายกฯ ก็ต้องถวายสัตย์เหมือนกัน ต่อหน้าพระพักตร์องค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ หนึ่งในคำพูดที่สำคัญ ต้องไม่ลืมว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงย้ำอยู่เสมอว่า การถวายสัตย์เป็นเรื่องสำคัญ ต้องถือว่าเป็นเรื่องที่มีความสำคัญมาก แล้วท่านก็ทรงมีกระแสพระราชดำรัสตอนที่คณะรัฐมนตรีชุดนี้ถวายสัตย์เมื่อตอนเข้าเฝ้าครั้งแรกนั้น ผมยังจำได้ว่า ซื่อสัตย์สุจริตเป็นคำถวายสัตย์ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วต้องทำงานด้วย และต้องแก้วิกฤตด้วย ผมคิดว่าสิ่งเหล่านี้เพียงแค่น้อมนำกระแสพระราชดำรัสมาปฏิบัติอย่างจริงจัง ผมคิดนั่นคือสิ่งสำคัญ เพราะการถวายสัตย์ก็คือการปฏิญาณตนเอง ไม่ได้เป็นสิ่งที่เลวร้าย แต่สิ่งที่สำคัญกว่าคือการต้องปฏิบัติจริง ต้องทำให้ได้จริง ไม่ใช่เป็นเพียงแค่พิธีกรรมเท่านั้น อันนี้ก็ด้วยความเป็นห่วง
จินดารัตน์ - วันนี้สองรัฐมนตรีช่วยก็ได้เข้าไปทำงานที่กระทรวงวันแรก คุณหมอวัลลภ ไทยเหนือ รมช.สาธารณสุข เข้าไปที่กระทรวงวันนี้แต่เช้า ข้าราชการก็ให้การต้อนรับอย่างดี และให้สัมภาษณ์เรื่องการเข้าไปจัดการกับปัญหาทุจริตโครงการซื้อคอมพิวเตอร์ 900 ล้านบาทและการจัดซื้อรถพยาบาล 232 คัน งบประมาณที่ 464 ล้านบาท คุณหมอบอกว่าจะทำงานนี้อย่างเต็มที่ แต่จะให้อิสระกับคณะกรรมการสอบสวนเรื่องนี้ทำงานกันอย่างมีอิสระที่สุดเท่าที่จะทำได้ และจะไม่มีการเร่งรัดเวลาด้วย เพราะอยากจะให้ผลสอบออกมาอย่างสมเหตุสมผล และเมื่อผลสอบออกมาแล้วจะให้องค์กรกลางที่เป็นอิสระเป็นผู้พิจารณา หลังจากที่เรื่องเหล่านี้ยืดเยื้อมากว่า 3 ปีแล้ว นักข่าวยังถามคุณหมอด้วยว่า กรณีที่มีปัญหากับการทำงานกับชมรมแพทย์ชนบท ที่ไม่ค่อยเห็นด้วยที่จะแต่งตั้งคุณหมอมาเป็นรัฐมนตรีช่วย คุณหมอบอกว่าไม่มีปัญหา ไม่มีปัญหาในการทำงานร่วมกันกับแพทย์ชนบทแต่อย่างใดเลย อาจจะเป็นการแสดงความรู้สึกของเขา แต่ว่าเข้ารับตำแหน่งวันนี้คนส่วนมากก็เห็นด้วย ไม่ต้องห่วงเรื่องนั้น คุณหมอบอก คุณหมอยังบอกด้วยว่ามันมีปัญหาข้างคาใจอยู่อย่างหนึ่งที่คุณหมอต้องทำต่อจากนี้ คือคุณหมอจะลงไปที่ภาคใต้ ไปดู ไปให้กำลังใจหมอพยาบาลที่อยู่ทางภาคใต้ แล้วดูว่าปัญหาที่มันเกิดขึ้น คาราคาซังทางภาคใต้ ที่ทางโรงพยาบาลมีปัญหานั้น ปัญหาอะไรบ้าง คุณหมอจะรีบจัดการเรื่องนี้ด้วย เพราะเป็นปัญหาที่คุณหมอได้รับมอบหมายด้วย
คำนูณ - ดีครับเอาให้เต็มที่
ปานเทพ - แต่พอพูดถึงเรื่องภาคใต้วันนี้ก็มีเหตุสลดมากๆ หดหู่จริงๆ ผมคิดว่าคนไทยทุกคนที่ได้ยินข่าวนี้ก็รู้สึกเสียใจ
คำนูณ - เหตุเกิดตอนบ่ายสามโมง
ปานเทพ - เกิดเหตุระเบิดที่รถ แล้วมีการยิงกัน จ่อหัวเลย 7 ศพ เป็นทหาร
คำนูณ - ตายไปอีก 7 ศพ เป็นการระเบิดที่ฝังระเบิดไว้กลางถนน พอรถทหารวิ่งไปเขาก็กดระเบิด จากนั้นรถก็กระเด็นไปประมาณ 50 เมตร พวกเขาที่ซุ่มอยู่ข้างทางเป็นสิบก็ออกมา กรูเข้ามายิงจ่อหัวทหารตายเรียบ แล้วก็ยึดปืนไปเสียอีก
ปานเทพ - หดหู่ไหมครับคุณแอน ฟังแล้ว
จินดารัตน์ - วันนี้ข่าวที่ออกมาทำให้หลายคนเริ่มรู้สึกว่าทำไมปัญหาภาคใต้มันไม่ยุติ และมันรุนแรงขึ้นทุกวัน ฆ่ากันรายวัน และฆ่ากันแบบวิธีการโหดเหี้ยม วิธีการที่เอาผู้หญิงเอาเด็กออกมาปิดล้อมหรือปิดถนน มันเป็นวิธีการที่เรียกว่าจัดการกับหน่วยงานภาครัฐได้อย่างอยู่หมัดเลยหรือเปล่าคะ
ปานเทพ - คิดได้หลายมิติ เวลาเราพูดเรื่องภาคใต้ เป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อน เวลาที่ผมคลิกดูไปตามเว็บไซต์ดูคนที่เขาแสดงความเห็น เห็นแล้วมีความเป็นห่วงมากๆ
คำนูณ - ไม่อยากให้ใช้อารมณ์ และไม่อยากให้มองด้านเดียวแล้วใช้อารมณ์โกรธ แม้ว่ายอมรับว่าเราเองก็โกรธ ไม่อยากจะให้ไปซ้ำเติมสถานการณ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเราเป็นสื่อ แม้ว่าเราจะเห็นด้วยว่าท่านนายกฯ ควรลาออก ในภาพรวม แต่เรื่องภาคใต้เราก็พูดมาโดยตลอดว่าเราไม่โทษรัฐบาลชุดนี้หรอก รัฐบาลชุดนี้เข้ามาเมื่อปัญหามันบานปลายไปแล้ว แต่รัฐบาลชุดนี้แม้จะเริ่มตั้งหลักได้แต่ตั้งหลักช้า พอเมื่อตั้งหลักแล้วอะไรต่างๆ ก็ยังไม่เรียบร้อย ผมหวังแต่เพียงว่าท่านนายกฯ จะมีปฏิกิริยาตอบสนองต่อเหตุการณ์ครั้งนี้ที่แสดงความเข้มแข็ง เด็ดขาด เด็ดเดี่ยว และให้กำลังใจต่อพี่น้องประชาชนชาวไทยทุกกลุ่ม อย่าย้ำแต่เพียงว่าสมานฉันท์ สันติวิธี ทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย อันนั้นเป็นสิ่งที่ต้องทำอยู่แล้วเป็นปกติ แต่ในทางการเมืองต้องแสดงอะไรบางอย่างออกมาที่จะทำให้เกิดจุดเปลี่ยนของสถานการณ์ ผมไม่อยากเห็นคำให้สัมภาษณ์ของรัฐบาลประเภทว่า เราเดินมาถูกทางแล้ว เพราะเราเดินมาถูกทาง พวกเขาจึงต้องกระทำการรุนแรง ซึ่งจะทำให้เขาเสียมวลชน เสียแนวร่วม
ปานเทพ - เขาจึงต้องแรงมากขึ้น เพราะว่ากำลังจะพ่ายแพ้
คำนูณ - 3 - 4 ปีมานี้ ใครขึ้นมาเป็นใหญ่ ใครขึ้นมารับผิดชอบ เวลาเกิดเหตุรุนแรงขึ้นทีไร ก็มักจะมีประโยคทำนองนี้ออกมา ถึงแม้จะเป็นเรื่องจริง แต่กราบอีกที หาวิธีพูดใหม่แล้วกัน หาวิธีทำให้ประชาชนชาวไทยได้มีความมั่นใจมากขึ้น
ปานเทพ - ต้องมั่นใจในเรื่องของความคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินเป็นเบื้องต้นเลย และต้องมั่นใจเรื่องของการให้ความยุติธรรมกับสิ่งที่เกิดขึ้น คือผมอยากจะบอกว่าปัญหามันซับซ้อนมาก อย่างที่เราเห็นในภาพที่มีทั้งผู้หญิงและเด็ก หลายมิติ หลายคน ที่ผมไม่สบายใจที่สุดในเวลานี้ เป็นห่วงเรื่องของความเชื่อ ถูกชักจูงให้เชื่อว่านี่คือความขัดแย้งของศาสนาที่เกิดขึ้นระหว่างไทยพุทธและมุสลิม ผมเชื่อว่าคนที่ทำมีหลายเหตุหลายปัจจัยมาผสมกัน แต่เหตุปัจจัยหนึ่ง ผมเชื่อเป้าประสงค์หนึ่งนะ ของกลุ่มนั้นคือทำให้เกิดความเชื่อให้ได้ว่ามันเกิดความขัดแย้งทางศาสนา และยกระดับให้มันไปไกลกว่านั้น ถ้ายกตัวอย่างเช่น กรณีของเด็กและผู้หญิง เมื่อหลายสัปดาห์ก่อนมีผู้หญิงและเด็กล้อมเหตุการณ์หนึ่ง และมีความเชื่อว่ามีการยิงกระสุนมาจากภายนอก พญ.คุณหญิง พรทิพย์ เข้าไปตรวจและยืนยันว่าเป็นการยิงจากภายนอกจริงๆ นี่ผมยกตัวอย่าง สุดท้ายเราก็หาความชัดเจนไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือยังไม่นับกรณีก่อนหน้านี้ที่มีการจับคนบางคนแล้วมาแถลงข่าวโดยเจ้าหน้าที่ของรัฐว่าซัดทอดคนนั้นคนนี้ พอไปขึ้นศาลก็ไปบอกว่าถูกบังคับ ทำอย่างไรให้บังคับว่าซัดทอดคนนั้นคนนี้ และถามว่าคนเหล่านั้นไปอยู่ที่ไหน กระบวนการยุติธรรมเป็นอย่างไร เมื่อหลายวันก่อนคุณชวน หลีกภัย ให้สัมภาษณ์ในหนังสือพิมพ์มติชน ให้ข้อคิดดีมาก ผมขอนำเสนอบางส่วนให้ฟัง หนึ่ง ท่านบอกว่า รัฐในหลายยุคกำลังตรวจเรื่องไทยพุทธและไทยมุสลิม ในเรื่องของจำนวน ตามจำนวนทะเบียนบ้าน ทั้งๆ ที่ความเป็นจริงเขาอาจจะไม่ได้อยู่แล้ว และตอนนี้ความเชื่อผิดๆ ที่คนเอาศาสนาทำให้เกิดความเชื่อที่ผิดในหลักศาสนาเลย มันถูกแพร่ออกไป ก็ต้องไปลืมว่าทำให้สถานการณ์ผิดเพี้ยนและบานปลาย เราก็ต้องยอมรับกันก่อนว่าในสถานการณ์ตอนนี้ ความยุติธรรมมันถูกพิสูจน์ไม่ได้ เจ้าหน้าที่รัฐถูกฆ่า คำว่าผู้บริสุทธิ์มีอยู่ 2 ด้านเสมอ ผู้บริสุทธิ์ที่ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเลยถูกฆ่าจากโจร ผู้ไม่รู้อิโหน่อิเหน่อะไรเหมือนกันแต่ถูกเจ้าหน้าที่รัฐอุ้มฆ่า มันมีอยู่ทั้ง 2 ทาง เวลาเราพูดในมิตินี้ต้องมีความระมัดระวังและคิดว่าต้องไม่คิดว่าเป็นเรื่องของศาสนาโดยเนื้อแท้ของมัน แต่ต้องคิดว่ามีความพยายามอะไรบางอย่างที่ทำให้เกิดความเชื่ออย่างนั้น ยังไม่นับข้อคิดเห็นของคุณชวน หลีกภัย ให้ข้อคิดที่ดีมาก บอกว่า ทำไมผู้นำประเทศไม่เดินลงไปเข้ากับบรรยากาศของประชาชนให้เกิดความเชื่อมั่น ถ้าผู้นำไม่ทำก่อนแล้วใครจะทำ ไม่ได้แปลว่าลงไปปั๊บ แห่ทหารกันเป็นพัน ใครๆ ก็ปลอดภัย ไปเดินกับเขา ทำให้เขามั่นใจ สร้างความมั่นใจ เดินไปข้างหน้า ยังไม่นับอีกเหตุการณ์หนึ่งที่คุณชวน หลีกภัย เสนอไว้น่าคิดเหมือนกัน คำว่า นิรโทษกรรม อย่าใช้ชูประเด็นเฉยๆ ทำให้เกิดความเข้าใจผิดว่าทิศทางรัฐบาลเอาอย่างไร ต้องแยก ระหว่างผู้ที่หลงผิดกับผู้ก่อการ ออกจากกัน ไม่เหมือนกัน
คำนูณ - เรื่องนี้คงต้องพูดกันยาว ทั้งรายการก็คงไม่พอ
จินดารัตน์ - สัปดาห์หน้าท่านนายกฯ กับคณะรัฐมนตรีจะลงใต้ ไม่รู้จะลงในวิธีการไหนด้วย
คำนูณ - เรื่องนี้คนวิจารณ์ วิจารณ์ได้ แต่เวลาไปอยู่ในตำแหน่งจริงๆ ไม่ใช่เรื่องง่าย อันนี้เราต้องเห็นใจต่อทุกคน ไม่แน่ ท่านชวน หลีกภัย ก็มีวี่แววว่าจะเป็นเชนคัมแบ็กมาทำให้แฮตทริกไม่ใช่หรือ
ปานเทพ - เรื่องกระแสยุบพรรคตอนนี้แรงมาก
คำนูณ - เอาไว้รอดูท่านกลับมาจริงแล้วกัน
จินดารัตน์ - ที่แน่ๆ มีท่านหนึ่งที่คุ้นเคยในการแก้ปัญหาภาคใต้ได้กลับมาอีกครั้งหนึ่ง พล.อ.พัลลภ ปิ่นมณี ได้รับแต่งตั้งเป็นที่ปรึกษาคณะกรรมการที่ปรึกษากองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายใน หรือ กอ.รมน. วันนี้ท่านกลับไปที่ทำงานเก่า ท่านบอกว่าห้องที่ท่านเคยทำงาน เปิดเข้าไป ทุกอย่างยังเหมือนเดิม เจ้าหน้าที่ก็เป็นพี่เป็นน้องกัน วันนี้ท่านกลับมา จะเร่งแก้ปัญหาภาคใต้เท่าที่ท่านรู้ และเท่าที่สามารถทำได้ตอนนี้ ท่านจะเร่งทำให้เร็วที่สุด รวมไปถึง มท.3 ที่เข้ารับตำแหน่งวันนี้ด้วย ท่านบอกว่าจะลงไปพื้นที่ภาคใต้ พื้นที่คุ้นเคย บอกว่าจะลงไปทำงานแก้ปัญหานี้อย่างเร่งด่วนที่สุด และพอรู้แล้วว่าต้องทำอะไรบ้าง ต้องรอดูแล้วเหลือเวลาอีกไม่มาก พักกันก่อน ช่วงหน้ากลับมาดูเรื่องของการเมืองต่อ และมีอีกหลายเรื่อง องค์กรสื่อเข้าพบนายกฯ เป็นประเด็นที่สำคัญที่เราควรจะจับตามองด้วย สักครู่เดียวค่ะ
***ยามเฝ้าแผ่นดิน ช่วงที่ 2
จินดารัตน์ - กลับมาดูเรื่องของการเมือง วันนี้โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คุณหมอยงยุทธ ออกมาเปิดเผย รัฐบาลจะจัดทำรายการใหม่ ซึ่งเป็นประชาสัมพันธ์เชิงรุก จากเดิมมีรายการสายตรงทำเนียบ รายการใหม่ใช้ชื่อว่า เปิดบ้านพิษณุโลก ซึ่งจะให้นายกฯ รองนายกฯ และรัฐมนตรีมาชี้แจงถึงผลงานของรัฐบาล จะออกอากาศทุกๆ วันเสาร์ 08.30 - 09.15 น. ทางช่อง 11 กรมประชาสัมพันธ์ จะเริ่มวันเสาร์ที่ 12 พ.ค. ที่จะถึงนี้ เทปเเรกจะเป็นท่าน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ มาชี้แจงเรื่องต่างๆ เรื่องที่จะพูดคุยกัน เรื่องที่จะบันทึกเทปกันเป็นเรื่องของสนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินดอนเมือง รถไฟฟ้า และภารกิจที่ท่านนายกฯ จะเดินทางลงพื้นที่ภาคใต้ วันที่ 13 - 14 พ.ค. นี้ ส่วนพิธีกรนั้นจะสลับสับเปลี่ยนกันไป สัปดาห์แรกจะเป็นคุณฟองสนาน จามรจันทร์ กับคุณภิญโญ รุ่งสมัย และสัปดาห์ถัดๆ ไปจะเป็นหน้าที่ของรองนายกฯ เขาชี้ชัดเลยว่านี่เป็นประชาสัมพันธ์เชิงรุก
คำนูณ - ไม่รุกแล้ว เขาเรียกว่าประชาสัมพันธ์เชิงล้ม
จินดารัตน์ - มาช้าอีกแล้ว
คำนูณ - อยากจะทำอะไรก็ทำ ไม่อยากจะวิจารณ์แล้ว
ปานเทพ - ด้วยความเป็นห่วง สไตล์ของท่าน พล.อ.สุรยุทธ์ ท่านมาจัดโทรทัศน์ ด้วยสไตล์ของท่าน ด้วยลีลาของท่าน ต้องตั้งใจฟังมากๆ เลยนะ
คำนูณ - คุณอย่าไปเดินตามทักษิณเลย ทุกเช้าวันเสาร์ รายการที่คนจะติดต้องเป็นรายการที่สม่ำเสมอ สด ต่อเนื่อง เหมือนเดิม อันนี้คือแบบว่าไม่รู้ว่าจะสดหรือจะแห้ง สดบ้างแห้งบ้าง และพิธีกรก็สลับสับเปลี่ยนกันไป นายกฯ ก็ไม่ได้มาทุกครั้ง ที่สำคัญคุณจะประชาสัมพันธ์อย่างไรไม่สำคัญหรอก มันสำคัญที่ว่าการประชาสัมพันธ์ที่ดี ทำลายโปรดักส์ที่เลว จะเอาอะไรมาประชาสัมพันธ์
ปานเทพ - เขาใช้โปรดักส์ที่ดีต่างหากที่มีความสำคัญ นั่นคือการประชาสัมพันธ์ที่ดี
คำนูณ - ไม่ต้องประชาสัมพันธ์หรอก นักข่าวเขามีอยู่ทุกที่ เขาหิวอยู่แล้ว ขอให้มันมีงานที่เป็นเรื่องเป็นราวที่สามารถจะคุยได้ ที่สามารถจะเป็นอะไรสักอย่างที่ทุกคนต้องวิ่งเข้าไปหา เรื่องประชาสัมพันธ์ไม่ต้องไปรุก
ปานเทพ - ทำดีที่สุด เพราะหน้าที่แถลงข่าวโฆษกเขาก็ทำอยู่แล้ว อ่านมติ ครม. ทุกสัปดาห์ทำอยู่แล้ว
จินดารัตน์ - แต่คุณไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม รองนายกฯ ท่านก็ยืนยันว่าตอนนี้คณะรัฐมนตรีพยายามทำงานอย่างดีที่สุด เร็วที่สุด นำความคิดเห็นจากทุกๆ ฝ่ายเอามาปรับเปลี่ยนการทำงานของคณะรัฐมนตรี
คำนูณ - คือคุณไพบูลย์ ท่านหยุดพูดดีกว่า ที่พูดมามันยิ่งทำลายเครดิตที่ท่านมีสมัยที่ท่านยังไม่ได้เป็นรัฐมนตรี ไม่ได้เป็นรองนายกฯ ท่านดูดีกว่านี้เยอะ แต่พอเข้าไปเป็นรัฐมนตรีแล้วอะไรก็ไม่รู้ เฟอะฟะ
ปานเทพ - การประชาสัมพันธ์ ผมอยากจะพูดถึงอีกข่าวหนึ่งเหมือนกัน คือวันนี้ที่ข่าวพรรคไทยรักไทยบอกว่า ถ้ายุบพรรคไทยรักไทยเมื่อไร 14 ล้านเสียงออกมาแน่นอน
จินดารัตน์ - ไม่รับประกันนะ คุณกุเทพ ใสกระจ่าง ออกมายืนยัน บอกว่าทางพรรคไทยรักไทยยอมรับคำตัดสินของตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ จะยุบหรือไม่ยุบ แต่ว่าสมาชิกพรรค 14 ล้านเสียง คงไม่ได้ ถ้ายุบแล้วเขาจะออกมาเคลื่อนไหวหรือต่อต้าน เขาไม่รับผิดชอบในส่วนนี้
คำนูณ - ท่านกุเทพครับ ออกมาเลย อย่าพูดแต่ปาก ออกมาเยอะๆ เลย
จินดารัตน์ - คุณสนธิอยู่ในสายนะคะคุณคำนูณ คุณปานเทพ เดี๋ยวเราจะคุยกับคุณสนธิด้วย คุณสนธิ สวัสดีค่ะ
สนธิ - สวัสดีครับ คุณจินดารัตน์ ผมเห็นคุณคำนูณ คุณปานเทพ วันนี้รูปหล่อเป็นพิเศษ จะเรียนเพิ่มเติมนิดหนึ่ง คือว่า การประชาสัมพันธ์ผมเห็นด้วยกับคุณคำนูณ เห็นด้วยขี้เกียจพูด พูดแล้วก็เหม็นขี้ฟัน โดยสรุปแล้วไม่ต้องมาชี้แจงอะไร สั้นๆ เรื่องที่ควรทำยังไม่ได้ทำสักเรื่อง แต่เรื่องที่ไม่เป็นเรื่องขยันทำกันเหลือเกิน คือเขาให้เข้ามาในขณะนี้ให้เข้ามารักษาการณ์เป็นรัฐบาลอยู่ เพื่อมาแก้ปัญหา การแก้ปัญหาจริงๆ แล้วคุณไม่ต้องไปทำปัญหาใหม่เลย ปัญหาเก่าที่คั่งค้างอยู่คุณแก้เสียให้หมด เพราะว่าประเทศชาติมันวิ่งได้ด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว แต่ที่วิ่งไม่ได้ทุกวันนี้เพราะปัญหาเก่าคุณไม่ได้แก้ มันเลยไม่มีความมั่นใจว่าที่คุณเข้ามานี้จะมาทำอะไร แต่ละคนก็ขยันเหลือเกิน จะทำหวยต่อ จะมาทำรถไฟฟ้าใต้ดินต่อ ลำพังตัวนายกฯ เองก็ไม่สามารถจะชี้แจงประเด็นของทีไอทีวีได้ แล้วเที่ยวไปโม้ ไปเปิดบ้านให้คนนั้นคนนี้มาดู จะไปดูทำไม มีประโยชน์อะไร ก็ในเมื่อคำถามหลายคำถามที่เขาถามกันมา ก็ไม่เคยตอบเสียที ไม่กล้าตอบเสียที และก็ไม่ยอมตอบด้วย พอโดนรุกเข้าหนักๆ เหมือนกรณีที่บอกว่าคุณไปสัญญาอะไรกับคุณทักษิณ ชินวัตร ก็ตอบสั้นๆ ว่าไม่ได้สัญญา ผมก็เสียดายว่านักข่าวถามไม่เป็น ถ้านักข่าวถามเป็น ถ้าวันนี้มีคนไปถามทีไอทีวีกับนายกฯ สักคน ผมจะขอบคุณมาก น่าจะถามต่อว่าทำไมวันนั้นถึงตัดสินใจพูดไปว่าจะให้พนักงานเขาได้งานทำต่อไป และวันนี้ท่านนายกฯ รู้ไหมว่ามันผิดกฎหมาย ต้องถามยัดปากแบบนี้เลย นายกฯ จะได้ตอบเสียที และผมก็โยงกลับไปถึงคุณสนธิกับคุณสุรยุทธ์นิดหนึ่ง สนธิ บุญยรัตกลิน นะ คือผมอยากจะเรียนอย่างนี้ประชาชนจะได้ไม่ต้องสับสน คือทั้ง พล.อ.สุรยุทธ์ และ พล.อ.สนธิ กำลังเล่นเกมกันอย่างหนัก พล.อ.สนธิ อยากให้ พล.อ.สุรยุทธ์ ลาออกใจแทบขาด แต่ก็ติดคำว่าพี่น้องที่คุณคำนูณพูดมาตลอดเวลา พล.อ.สุรยุทธ์ ก็รู้ว่า พล.อ.สนธิ อยากจะให้ลาออก แต่ก็เล่นเกมต่อไป ว่ากูจะไม่ออก บนความพินาศฉิบหายของประเทศชาติบ้านเมือง พล.อ.สนธิ เองลึกๆ ก็อยากเป็นนายกฯ ในขณะเดียวกัน พล.อ.สุรยุทธ์ ก็รู้ว่าถ้าดึงเกมอีกสักนิดหนึ่ง พอเข้าสิงหาคม กันยายน แล้วจะเปลี่ยน ผบ.ทบ. แล้ว พล.อ.สนธิ ก็จะไม่มีความหมาย เลยดึงกันไปดึงกันมาบนความพินาศฉิบหายของประชาชน ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับคุณคำนูณ ผมก็เคยพูดมานานแล้ว ผมว่า พล.อ.สุรยุทธ์ นั้น พล.อ.สนธิ เขาตั้งขึ้นมา วันนี้จะเห็นแก่พี่แก่น้องมากกว่าประเทศชาติหรืออย่างไร แล้ว พล.อ.สุรยุทธ์ เองก็ต้องยอมรับข้อเท็จจริงอันหนึ่งว่าตัวเองมาก็เพราะ คมช. แต่งตั้ง ลำพังตัวเองก็ต้องรู้อยู่แล้วว่า คมช. เขาไม่พอใจการทำงาน น่าที่จะลาออกได้ แต่การที่ดื้อดึงไม่ลาออก แสดงว่า พล.อ.สุรยุทธ์ กำลังเล่นเกมอยู่ บนความพินาศฉิบหายของบ้านเมือง บ้านเมืองนี้มันก็เลยน่าเบื่อตรงนี้ ผมค่อนข้างจะเห็นด้วยกับคุณประมวล รุจนเสรี คือน่าเบื่อหน่าย ต้องลาออกไปทบทวนตัวเอง ที่พวกเรามันทบทวนตัวเองไม่ได้เพราะพวกเรามันต้องทำหน้าที่ต่อไป แต่ทำแล้วมันเซ็ง วันนี้เลยมาแจมให้มันสนุกสนานกันเล่นๆ นะครับ สวัสดีครับ
จินดารัตน์ - ขอบคุณค่ะ
คำนูณ - หัวหน้ายามใหญ่มา ยามเล็กไปไม่เป็น
ปานเทพ - วันก่อนเจอ เขาเรียกยามน้อย
คำนูณ - ระวังเขาจะเรียกคุณว่ายามจิ๋วนะ
จินดารัตน์ - จริงๆ บางครั้งเราก็คุยกัน วันนี้เราก็พูดซ้ำเดิม เรื่องเดิมๆ ซ้ำๆ เราก็เบื่อ
คำนูณ - คุณแอนถามผมว่า เบื่อไหมพี่ ผมบอกว่า โค-ตะ-ระ เลยครับ
ปานเทพ - พูดถึงคุณประมวล รุจนเสรี ที่คุณสนธิพูดถึง คือคงทนไม่ได้จริงๆ กับสิ่งที่เกิดขึ้น ฟังคำให้สัมภาษณ์ของคุณประมวลนะครับ บอกว่า ลาออกจากพรรคประชาราษฎร์ทุกอย่าง หนึ่ง ภรรยาไม่สบาย สอง การเมืองกลับมาเป็นอย่างนี้เหมือนเดิม ทุนทุกอย่างเหมือนเดิม ไม่รู้จะอยู่ไปทำไม ถอยออกมาดีกว่า
คำนูณ - พูดดี
ปานเทพ - และผมคิดว่าเป็นการตัดสินใจที่น่าจะจุดความคิดอะไรบางอย่างให้กับสังคม ก็ต้องไม่ลืมว่าคุณประมวล รุจนเสรี คือคนที่เขียนหนังสือเรื่อง พระราชอำนาจ ตอนนี้จุดประเด็นสำคัญๆ หลายประเด็นเลยเกี่ยวกับพระราชอำนาจโดยตรง ตัดสินใจถอยมาจากทางการเมือง เพื่อจุดประเด็นให้เห็นว่าสังคมไทยถ้ามัวแต่มุ่งกับการเลือกตั้งเพียงอย่างเดียว ไม่สนใจการปฏิรูปอะไรสักอย่าง ไม่สนใจการเข้าถึงข้อมูลของประชาชน ไม่เข้าใจถึงการปฏิรูปทางการเมือง ทุกอย่างเหมือนเดิม มันก็จะกลับมาเหมือนเดิม ไม่รู้จะเข้าสู่การเมืองทำไม ถอยออกมาดีกว่า
จินดารัตน์ - ตกลงหัวหน้ายามบอกว่าเราไม่มีสิทธิ์ถอยเหมือนกับคุณประมวลใช่ไหมคะ ถ้าอย่างนั้นเราก็ทำหน้าที่ต่อ
คำนูณ - มันถอยอะไรไม่ได้อีกแล้ว
จินดารัตน์ - เมื่อสักครู่ที่เราเล่าให้ฟังเรื่องของคุณกุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกคณะทำงานบริหารจัดการพรรคไทยรักไทย ออกมาพูด พูดในทำนองแบบนี้เหมือนกับว่าขู่เอาไว้
คำนูณ - ก็ออกมาเลย ไม่มีอะไรก็ออกมา แล้วเราก็จะบอก พล.อ.สนธิ ว่าเขาจะออกมาแล้ว
จินดารัตน์ - ท่านจะทำอย่างไร
คำนูณ - ท่านจะออกมาดูไหม
จินดารัตน์ - อีกคนออกมาแล้ว คุณหมอเลี้ยบ น.พ.สุรพงษ์ สืบวงศ์ลี อดีต รมว.ไอซีที จำได้ใช่ไหมที่ คตส. ได้มีการตั้งข้อกล่าวหา และตั้งคณะอนุกรรมการไต่สวนคุณทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯ ฐานปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในการเอื้อประโยชน์กิจการในเครือบริษัทชินคอร์ป กรณีแปลงค่าสัมปทานกิจการโทรคมนาคมเป็นภาษีสรรพสามิต คุณหมอเลี้ยบบอกว่า คตส. ทำไมถึงตั้งข้อกล่าวหาคุณทักษิณคนเดียว เพราะเขาเองนั่งอยู่ในกระทรวงนี้ก็มีส่วนเกี่ยวข้อง ในการนำเรื่องนี้เข้าสู่มติ ครม. แล้วออกเป็นมติมา และเขาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงที่ดูเเลเรื่องนี้โดยตรง ตั้งข้อกล่าวหาเขาด้วย
คำนูณ - เขาท้าทาย ก็สุดแล้วแต่ คตส. จะว่าอย่างไร แต่ว่าประเด็นนี้ว่าจะไม่พูดแล้ว แต่ต้องแตะๆ ไว้สักนิดหนึ่ง เพราะวันนี้ข่าวพาดหัวใหญ่ของหนังสือพิมพ์เกือบทุกฉบับก็คือ อ.แก้วสรร อติโพธิ ท่านพูดถึงข้อหาๆ หนึ่ง ข้อหาทรยศต่อชาติ ผมก็ไปไต่ถามว่าเรื่องราวมันเป็นมาอย่างไร ได้ความว่านี่เป็นหลักกฎหมายมหาชนซึ่งไม่ได้มีตัวบทบัญญัติไว้โดยเฉพาะ แต่จะพบได้ในหลายๆ มาตราของหลายๆ กฎหมาย ต้องใช้กระบวนการพิจารณาดู ท่านบอกว่า หมายถึงแหล่งข่าวของผม บอกว่า เหมือนกรณีที่อดีตรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ นายดิก เชนนี กำลังจะโดนการตรวจสอบจากรัฐสภาในข้อหาทรยศต่อชาติ ฐานหลอกข้อมูล ให้ข้อมูลหลอกลวง เพื่อนำประเทศเข้าไปทำสงครามกับอิรัก อันนี้ที่สหรัฐฯ เขาใช้กระบวนการทางรัฐสภา แต่ว่าการกระทำที่มีลักษณะจะเป็นการทรยศต่อชาติ มีอยู่ 3 ประการ หนึ่ง เป็นการที่ไม่ได้ใช้อำนาจตามกฎหมายต่างๆ ที่จะเอาผิด ที่จะทำผิด แต่ใช้อำนาจตามรัฐธรรมนูญที่ประชาชนมอบให้ คือความไว้วางใจที่ประชาชนเลือกเข้ามาเป็นผู้บริหารประเทศ สอง การกระทำนั้นมีผลยั่งยืนต่อประเทศ เป็นการทำร้ายประเทศ แม้ว่าผู้กระทำจะตายไปแล้ว แต่ผลก็ยังเกิดกับประเทศ มันเหมือนกับกัปตันเรือพาเรือไปชนหินโสโครก หรือชนภูเขาน้ำเเข็ง แต่ตัวผู้กระทำนั้นมีเฮลิคอปเตอร์บินหนี สาม คือมีเจตนาผลประโยชน์มุ่งประโยชน์ส่วนตัว ทำลายหลักนิติรัฐ อันนี้เป็นคอนเซ็ปทางกฎหมาย เป็นมาตรการทางการเมือง ซึ่งแต่ละประเทศก็ไม่เหมือนกัน แต่ว่าถ้าจะให้วิจารณ์ข้อหาที่ คตส. ยกขึ้นมาที่จะตั้งกรรมการไต่สวน ณ วันนี้ที่แถลงเมื่อวานนี้ดูเหมือนจะเป็นเพียงประเด็นเดียวคือแปลงสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต แต่จริงๆ แล้วจะเอาผิดตามคอนเซ็ปทรยศต่อชาติ คตส. ควรจะต้องตั้งข้อหากรณีซุกหุ้นภาค 2 ภาค 3 คือกรณีแอมเพิลริช และกรณีอะไรต่อมิอะไรอีก ตั้งแต่ช่วงปี 2543 ที่คุณทักษิณเตรียมตัวจะขึ้นบริหารประเทศ จำเป็นจะต้องโอนหุ้นที่ตัวเองและภรรยาถืออยู่ให้บุคคลอื่น ซึ่งเขาก็ได้มีการโอนไปลูกบ้าง อะไรบ้าง คือถ้าตั้งข้อหาตรงนี้ว่าที่โอนไปนั้นไม่ได้เป็นการโอนไปจริง แต่ให้นอมินีถืออยู่ด้วยรูปแบบอะไรต่อมิอะไร แล้วสอบสวนตรงนี้ จะมีผลว่าการกระทำผิดในเชิงนโยบายต่างๆ ที่ทำมาในขณะที่ท่านเป็นนายกฯ จะมี 7 - 8 กรณีที่ทำให้มูลค่าหุ้นของชินคอร์ปสูงขึ้นจาก 2 หมื่นล้าน เวลาขายไปเป็น 73,000 ล้าน มันเป็นการกระทำที่มุ่งผลประโยชน์ต่อหุ้นของชินคอร์ปซึ่งเป็นของตัวเองอยู่
ปานเทพ - อันนี้ไม่ว่าจะเป็นการต่ออายุสัญญาสัมปทาน รวมไปถึงภาษีสรรพสามิต รวมไปถึงการเพิ่มสิทธิอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับบริษัทที่ได้สัมปทานไป มีอะไรบ้าง
คำนูณ - ถ้าได้อันนี้จะนำไปสู่กรณีที่ถ้าตั้งข้อหาอันนี้ขึ้นมาเป็นฐานความผิดแล้วไต่สวน แล้วมีมูล คตส. จะต้องใช้อำนาจ ปปง. ที่ตัวเองมีอยู่ เข้าไปอายัดทรัพย์สินไว้ อันนี้จะเป็นเรียกว่าผมเชื่อว่าจะเป็นหมัดเด็ดเเละหมัดตาย แต่น่าเสียดายที่ทาง คตส. ยังไม่สามารถสรุปหรือลงมติในเรื่องคดีซุกหุ้นภาค 2 ภาค 3 ออกมาได้ แต่ว่ามาทำเฉพาะเรื่องที่เสร็จไปแล้วแน่นอนคือเรื่องแปรสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต มันเลยทำให้ข้อหาที่ออกมาในแนวคอนเซ็ปทรยศต่อชาติ มันก็ไม่เบา แต่ก็ไม่เต็มเหนี่ยว คุณปานเทพรู้สึกไหมว่าถ้าได้กรณีซุกหุ้นออกมา มันจะชัดเจนกว่านี้ ซึ่งก็หวังว่าทางอนุกรรมการ คตส. ชุดที่ดูเรื่องซุกหุ้นภาค 2 ภาค 3 จะได้เร่งตัดสินใจกันว่าจะเอาอย่างไร
ปานเทพ - ระหว่างที่การสืบสวนเรื่องของภาษี หลายช่วงหลายธุรกรรมมาก เรื่องของชินคอร์ป ประเด็นหนึ่งที่มีความสำคัญมากว่าซุกหุ้นหรือไม่ คือว่าตกลงแล้วที่บอกว่าจะไม่จ่ายภาษีเป็นเพราะว่าทั้งจากคำสัมภาษณ์ ทั้งจากการตั้งบริษัทขึ้นมาแล้วมีการโอนหุ้นไป ทั้งหมดที่มันผ่านชื่อแอมเพิลริชก็ดี ผ่านลูกก็ดี แล้วอ้างว่าขายในต่างประเทศหรืออะไรก็แล้วแต่ที่ไม่ต้องการถือเอง ลงอยู่ในบัญชีทรัพย์สินของตัวเองหรือเปล่าเวลายื่นให้กับ ป.ป.ช. ถ้าไม่มีมันก็อาจจะถูกแปลความอย่างนั้นได้ และอาจจะเชื่อมโยงกับกระบวนการอื่นๆ ที่นำไปสู่การเพิ่มมูลค่าทรัพย์สิน ผมคิดว่าตรงนี้ต้องติดตาม คตส. ให้ดี แต่ยังติดใจอยู่ว่ากฎหมายของ ป.ป.ช. ตอนนี้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มีผลบังคับใช้หรือยังคุณคำนูณ
คำนูณ - เข้าใจว่ามีแล้ว
ปานเทพ - เพราะฉะนั้นแปลว่า คตส. ใช้อำนาจได้เต็มที่ เพิ่มมากขึ้น สามารถเป็นผู้ร้องทุกข์กล่าวโทษได้เอง
จินดารัตน์ - อย่างกรณีที่คุณคำนูณพูดถึงว่ามันยังไม่เข้าข่ายทรยศต่อชาติ มันยังไม่เต็มเหนี่ยว ถ้าเอากรณีนี้กรณีเดียว การแปลงค่าสัมปทานเป็นภาษีสรรพสามิต อ.แก้วสรร ตอบนักข่าว นักข่าวถามว่าอย่างนี้จะเรียกเงินคืน ความเสียหายทั้งหมดเรียกเงินคืนได้ไหม อาจารย์บอกว่ารัฐไม่ได้เสียอะไร แต่ประชาชนเป็นผู้เสียหาย เพราะภาษีที่ลดลงเป็นของประชาชน ส่วนประชาชนจะมีสิทธิ์ฟ้องหรือไม่ ยื่นฟ้องร้องเรื่องนี้หรือไม่นั้น อ.แก้วสรร บอกว่าต้องรอดูรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
คำนูณ - ก็ต้องเชียร์ คตส. ว่าคือเรา ผมก็ว่าคนอื่นเขาฉี่ไม่สุด ในกรณีทรยศต่อชาติก็อยากให้ คตส. ฉี่ให้สุด แล้วอย่าไปฝากคนอื่นอึ ฉี่ให้สุดเอง และอึเอง อย่าไปฝากรัฐธรรมนูญหรืออะไร เวลาที่เหลืออยู่ทำให้เร็ว
ปานเทพ - นี่ยังไม่นับเรื่องของทีไอทีวี ที่มีการตั้งคำถาม
คำนูณ - เห็นบอกว่าจะพิจารณาอยู่ว่าอาจจะมีรับเรื่องใหม่ๆ เข้ามา
ปานเทพ - เขาบอกว่าครั้งล่าสุดก็มีจดหมายตอบมาจากสำนักงานปลัดสำนักนายกฯ แล้วกับคำถามที่ถามไป ส่วนการจะรับหรือไม่นั้นกำลังพิจารณาอยู่
คำนูณ - ก็ยังไม่รู้อีกเหมือนกัน วันนี้ที่สภาก็มีเรื่องสนุกๆ คือมันจะสอดคล้องกับกรณีที่ตัวแทนสมาคมวิชาชีพสื่อเข้าพบท่านนายกฯ เวลา 13.30 น. ทั้งนี้ก็เนื่องมาจาก พ.ร.บ.จดแจ้งการพิมพ์ ซึ่งมีเนื้อหาเป็นการยกเลิก พ.ร.บ.การพิมพ์ พ.ศ. 2484 ซึ่งทางท่านนายกฯ รับปากกับทางผู้แทนสื่อตั้งแต่เดือน ธ.ค. ว่าเอาแน่ แต่เอาแน่ของท่านคือทางผู้แทนสื่อต้องส่งร่างกฎหมายเข้าไปให้ดู ซึ่งเป็นร่างกฎหมายที่ทำมาตั้งแต่สมัยคุณชวน หลีกภัย เป็นนายกฯ ผ่านกระบวนการมาแล้ว เพียงแต่ยังไม่ได้เสนอก็มีเหตุเปลี่ยนแปลงทางการเมืองเสียก่อน ก็มีผลในลักษณะเป็นการยกเลิก พ.ร.บ.การพิมพ์ 2484 ซึ่งเป็นกฎหมายล้าหลัง เป็นกฎหมายเผด็จการ อายุ 66 ปี ท่านนายกฯ ก็มอบหมายให้ท่านธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ ดูแล และตั้งกรรมการขึ้นมา และมีตัวแทนสื่อ 4 คนเข้าไปเป็นตัวแทนสมาคม และมีนักวิชาการ ดูเหมือนจะ 2 คน ก็ประชุมกันไปประชุมกันมา ทั้ง 6 คนก็ขอลาออก ถอนตัว โดยบอกว่าวัตถุประสงค์มันคนละอย่างกัน เพราะทางกรรมการยังหวงอำนาจอยู่ แล้วยังมีลักษณะที่อยากจะแปลง พ.ร.บ.การพิมพ์ 2484 มาในรูปโฉมใหม่ ไม่ใช่ยกเลิก คือ พ.ร.บ.การพิมพ์ 2484 เป็นกฎหมายที่ให้อำนาจเจ้าพนักงานการพิมพ์ ซึ่งเป็นสันติบาล
จินดารัตน์ - พูดง่ายๆ ว่าเผด็จการ
คำนูณ - สั่งปิดหนังสือพิมพ์ได้ สั่งเตือนได้ และจะออกหนังสือพิมพ์ต้องไปจดทะเบียน เขาจะอนุญาตหรือไม่ก็ได้ ซึ่งก่อให้เกิดความฉ้อฉลและปั่นป่วนมากมาย สมัยก่อนหนังสือพิมพ์ต้องซื้อขายหัวกันเป็นล้านๆ หนังสือพิมพ์ถูกปิด ถ้าจะออกก็ต้องไปเช่าหัวคนอื่นมา
จินดารัตน์ - เหมือนแท็กซี่ป้ายเหลืองสมัยก่อน
คำนูณ - ใช่ มันวุ่ยวานไปหมด และ พ.ร.บ.การพิมพ์ ล่าสุดใครบอกว่าเป็นกฎหมายโบราณ ก็ยังมีการใช้ 2 ครั้ง
ปานเทพ - คุณคำนูณยกตัวอย่างกรณีของ อ.แก้วสรร อติโพธิ ทำเอกสารมา ถูกยึดทั้งหมดเลย 2 หมื่นกว่าชิ้น
คำนูณ - สน.ดุสิต เขาอ้างว่าใช้ พ.ร.บ.การพิมพ์ และล่าสุดในรัฐบาลนี้เองที่ทางตำรวจทางชลบุรีไปใช้กับนักศึกษามหาวิทยาลัยบูรพา ไปขู่เขาว่าหนังสือที่ออก ซึ่งเป็นหนังสือฝึกงานของนักศึกษามหาวิทยาลัยเอกหนังสือพิมพ์ ไม่ถูกต้อง ต้องไปจดทะเบียน ทั้งๆ ที่เป็นหนังสือของมหาวิทยาลัย
ปานเทพ - เป็นหนังสือกิจกรรม
คำนูณ - มันเป็นกฎหมายโบราณก็จริง มันขัดรัฐธรรมนูญก็จริง ในระยะหลังไม่ได้ใช้ก็จริง แต่ว่าก็สามารถจะถูกหยิบมาใช้เมื่อใดก็ได้
ปานเทพ - สามารถเป็นสภาพเครื่องมือที่รัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐเอามาใช้เพื่อไปกลั่นแกล้งหรือครอบงำของสื่อได้
คำนูณ - พอรัฐมีท่าทีอย่างนี้ ทางสื่อเขาก็ถอนตัวออกมา ทางคุณบัญญัติ ทัศนียะเวช สนช. สายสื่อ ซึ่งเป็นนักข่าวอาวุโส ท่านก็เสนอร่างนี้ขึ้นมา วันนี้ก็เข้าสู่การพิจารณา เมื่อวานก็พูดกันในวิปแล้ว ทางรัฐบาลก็จะขอรับไปพิจารณาก่อนรับหลักการ 30 วัน ซึ่งเป็นไปตามข้อบังคับของสภา แต่ต้องได้รับการอนุมัติจากสภา ซึ่งที่ผ่านมาในอดีต ทางสภาก็จะให้เกียรติรัฐบาล ถ้ารัฐบาลขอรับไปพิจารณา ตามหลักการการปกครองในระบอบประชาธิปไตย มีรัฐบาล ฝ่ายบริหาร กับฝ่ายนิติบัญญัติ การออกกฎหมายใดๆ ถึงจะเป็นกระบวนการของฝ่ายนิติบัญญัติ แต่ฝ่ายบริหารต้องรับรู้ เพราะเป็นคนปฏิบัติ เป็นคนทำ เพราะฉะนั้นกฎหมายที่ทางฝ่ายนิติบัญญัติเสนอเองรัฐบาลมีสิทธิ์ที่จะขอรับไปพิจารณาก่อน ไปศึกษาว่าเป็นอย่างไร แล้วในประเพณีปฏิบัติ เขาก็จะเสนอร่างของรัฐบาลเข้ามาประกบ ที่ผ่านมาก็ไม่เคยมีปัญหา แต่ครั้งนี้ทางสื่อทีแรกดูเหมือนว่าจะไม่ยอม จนกระทั่งวันนี้ไปพบท่านนายกฯ ท่านก็โทรศัพท์มาบอกท่านรัฐมนตรีธีรภัทร์และรัฐมนตรีประสิทธิ์ โฆวิลัยกุล บอกว่า จะขอรับไปพิจารณา เพราะบอกกับผู้แทนสื่อ ถ้าไม่รับมันจะเป็นตัวอย่าง อีกหน่อยกฎหมายอื่นๆ ขึ้นมาเป็นแบบนี้ มันจะเกิดเป็นประเพณีใหม่ซึ่งไม่ดี แต่เอาอย่างนี้ ขอรับมาพิจารณาแล้วใช้เวลาไม่ถึง 30 วัน ขอเป็น 15 วัน แล้วเมื่อส่งกลับมาแล้ว ยืนยันว่าจะขอให้ใช้ร่างของ สนช. คือร่างของคุณบัญญัติ ทัศนียะเวช เป็นหลัก คือปกติเวลาเขาส่งกลับมาเป็น 2 ฉบับ รับหลักการคู่ ส่วนใหญ่จะใช้ร่างของรัฐบาลเป็นหลัก ถือเป็นประเพณีปฏิบัติ วันนี้อภิปรายกันยาว ผมก็อภิปรายด้วย สื่อทุกคนก็อภิปราย ตอนสุดท้ายทางสื่อ คุณภัทร คำพิทักษ์ ซึ่งเป็น สนช. ทีแรกก็จะไม่ยอม ยังยืนยันว่าจะให้รับหลักการวันนี้เลย ถ้าท่านที่ดูข่าวก็คงจะได้เห็น จนกระทั่งรัฐบาล สุดท้ายจริงๆ รัฐมนตรีประสิทธิ์ โฆวิลัยกุล ก็ลุกขึ้น ท่านก็สุภาพมาก ก็ขอร้อง ขอให้เห็นใจรัฐบาลเถอะ คุณภัทรก็ลุกขึ้นบอกว่าตกลง ยอม แต่ก็แล้วแต่สมาชิก ท่านประธานมีชัย ฤชุพันธ์ เลยให้โหวต รัฐบาลก็ชนะไป มีเสียงค้านอยู่เพียง 19 เสียง แต่ว่าที่มีเพียง 19 เสียง ตอนหลังคุณภัทรบอกว่า ยอม เป็นบทเรียนสำคัญของรัฐบาล และเป็นสัญญาณว่ารัฐบาลจะทำงานแบบเดิมไม่ได้ สักแต่ว่ารับปากนั้นไม่ได้ สัญญาณใน สนช. นั้นก็แสดงว่าเขาก็เริ่มมีความเป็นตัวของตัวเอง และวันนี้ก็ถือว่าประนีประนอมกัน และเป็นการให้เกียรติกับรัฐบาล
ปานเทพ - ตอนท้ายของคุณคำนูณ หยิบยกกรณีของคุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ มาพูดถึงเรื่องของสื่อกับรัฐ ไว้ว่าอย่างไร
คำนูณ - ผมก็พูดไปยาว คืออภิปรายให้เห็นว่าเป็นอย่างไร ที่ผมชอบใจคือชอบใจกับตัวเอง ประโยคสุดท้าย หลังจากที่พูดมา 15 - 20 นาที เพื่อรอประโยคสุดท้าย ผมก็ตบท้ายบอกว่า ท่านประธานที่เคารพ กระผมขอฝากไปยังรัฐบาลว่า อย่ามองแต่ว่าหนังสือพิมพ์เป็นฝ่ายค้านของรัฐบาลอยู่เสมอ ขอยกคำครูขึ้นมากล่าว คุณกุหลาบ สายประดิษฐ์ เจ้าของนามปากกา ศรีบูรพา เคยกล่าวไว้เมื่อปี พ.ศ. 2500 ว่า เพราะเรามีนักการเมืองที่ใจแคบ และมีความคิดบ้องตื้นเช่นนั้น หนังสือพิมพ์ของเราจึงต้องเป็นฝ่ายค้านรัฐบาลอยู่ตลอดเวลา ฝากถึงรัฐบาล
จินดารัตน์ - จบแค่นี้เลยหรือคะ ขอบคุณท่านประธาน แล้วก็นั่งลง
คำนูณ - กลัวอยู่เหมือนกัน กลัวประธานให้ถอน
ปานเทพ - ฝากถึงรัฐบาลเรียบร้อยแล้วครับ
จินดารัตน์ - แล้วมีเสียงฮือตามมาด้วยไหม
คำนูณ -ไม่มีหรอกครับ เขาอาจจะฟังผมไม่รู้เรื่อง ผมก็ไปค้นเจอมา รู้สึกต้องหาเรื่องพูดเพื่อมาจบตรงนี้ ไม่ได้ว่าใคร ที่มีข่าวในวันนี้ ที่ท่าน อ.วิษณุ เครืองาม เตรียมร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ฉบับนี้ เตรียมจริงๆ เตรียมทั้งฉบับ ข้างในมีรายมาตราเลย เปรียบเทียบฉบับที่คณะกรรมาธิการยกร่างเขาร่าง และฉบับที่จะแก้ไข มติชนเขาอาจจะเข้าใจผิด หรือหนังสือพิมพ์อาจจะตีประเด็นผิดไปนิดหน่อย นี่เป็นงานของคณะกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปการเมืองของสภานิตบัญญัติแห่งชาติ อ.วิษณุ เครืองาม เป็นประธาน หน้าที่ของกรรมาธิการวิสามัญชุดนี้คือต้องทำหน้าวิจารณ์รัฐธรรมนูญตามรัฐธรรมนูญฉบับนี้ นี่คือการบ้านที่จะทำเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ซึ่งจะมีการประชุมเรื่องนี้โดยเฉพาะในวันที่ 17 พ.ค. ซึ่งก็ไม่ใช่ร่าง เอารัฐธรรมนูญมาแล้วทำความเห็นเบื้องต้น ซึ่งความเห็นเบื้องต้นก็ไม่ใช่เรื่องของ อ.วิษณุ หรือกรรมาธิการวิสามัญปฏิรูปการเมืองอย่างเดียว แต่ว่าฟังเสียงจากสมาชิกสภานิติบัญญัติที่ไปสัมมนากันที่ชะอำเมื่อสัก 2 อาทิตย์ที่ผ่านมา ไปพูดคุยกันอยู่ 2 - 3 วันก็รวบรวมประเด็นต่างๆ มาและบรรจุไว้เป็นเล่มโตๆ กันอย่างนี้
ปานเทพ - ก็เข้าใจผิดกัน
จินดารัตน์ - ตกลงไม่ใช่
คำนูณ - อ.วิษณุ ก็โดนไปทีแล้ว ตอนนั้นไปฝรั่งเศสก็มีคนหาว่าเป็นปฏิญญาลิโด้ เที่ยวนี้ฝากแก้ข่าวมาว่าไม่ใช่ปฏิญญาลิโด้ แต่เป็นปฏิญญาหัวหิน
จินดารัตน์ - หมดเวลาแล้วค่ะ ขออภัยที่ไม่ได้อ่านความเห็นจากผู้ชมทางบ้าน นิดหนึ่งจากภูเก็ตเขาโทรมาสายแรก อยากให้พันธมิตรเสนอ ส่งไปรษณียบัตรเพื่อโหวตให้นายกฯ ลาออก อันนี้แล้วแต่ว่าใครเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย วันนี้หมดเวลาแล้ว พรุ่งนี้กลับพบกันเวลาเดิม 20.30 น. วันนี้ลาไปก่อนสวัสดีค่ะ / สวัสดีครับ


