เมื่อเวลา 14.30 น. เจ้าชายจิกมี เคเซอร์ นัมเจล วังชุก มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรภูฏาน เสด็จพระราชดำเนินจากโรงแรมรอยัลออร์คิด เชอราตัน อันเป็นที่ประทับ ถึงอาคารอาทิตย์ อุไรรัตน์ และเสวยพระกระยาหารกลางวัน ซึ่งมหาวิทยาลัยรังสิตจัดถวาย
โดยมี พล.อ.ต.กำธน สินทวานนท์ องคมนตรีและนายกสภามหาวิทยาลัยรังสิต และนายอาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิการบดี พร้อมด้วยคณาจารย์ นักศึกษา ทั้งชาวไทย และชาวภูฏาน เฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ และทรงฉลองชุดครุยวิทยฐานะ และเข็มวิทยฐานะ จากนั้นเวลา 13.35 น. ประทับรถกอล์ฟพระที่นั่ง เสด็จยังห้องประชุมอาคารนันทนาการ ซึ่งมีประชาชนเฝ้าทูลละอองพระบาทรับเสด็จ โดยทรงยกพระหัตถ์ไหว้ตลอดเส้นทาง พร้อมการบรรเลงเพลงชาติพระราชอาณาจักรภูฏาน และเพลงชาติไทย
จากนั้น พล.อ.ต.กำธน สินทวานนท์ จุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย เสร็จแล้วอธิการบดีกราบบังคมทูลถวายคำประกาศเกียรติคุณ แด่มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรภูฏาน และทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายปริญญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาปรัชญาการเมือง และเศรษฐศาสตร์ พร้อมกับกล่าวยกย่องว่า "จิกมี เคเซอร์ นัมเจล วังชุก มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ทรงเป็นแรงบันดาลใจ และต้นแบบอันสูงส่งของคนหนุ่มสาวยุคก้าวหน้าในสากลโลก เนื่องจากทรงประกอบพระราชกรณียกิจนานัปการ เพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต และประเทศภูฏานไปสู่ความรุ่งเรือง อาทิ ทรงทำประชาพิจารณ์ ปรึกษาหารือ และให้ความรู้แก่ราษฎร ในการร่างรัฐธรรมนูญ ในระบอบประชาธิปไตย และทรงมุ่งมั่นและกล้าที่จะเผชิญกับพระราชภาระอันท้าทายในการปกครองประเทศ และทั้งยังทรงนอบน้อม นุ่มนวล และมีไมตรีจิตมิตรภาพ จนเป็นที่รักทั้งประชาชนชาวภูฏาน และประชาชนชาวไทย" และในโอกาสนี้ มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรภูฏาน ได้พระราชทานสุนทรพจน์แก่บัณฑิตที่เข้ารับปริญญาบัตรในครั้งนี้ด้วย
หลังจากนี้ มกุฎราชกุมารแห่งราชอาณาจักรภูฏาน จะเสด็จพระราชดำเนินจากประเทศไทย เพื่อที่จะทรงปฏิบัติพระกรณียกิจที่ประเทศอินเดียต่อ


