“ประมุท” ฟ้องศาลปกครอง สั่ง “ทีโอที” ระงับเรียกเก็บค่าบริการ 1133 โดยฝ่าฝืนคำสั่ง กทช.และให้คืนเงินที่เก็บไปแล้ว พร้อมขอให้ศาลสั่งคุ้มครองชั่วคราวจนกว่าจะมีคำพิพากษา
วันที่ 11 เม.ย.2549 นายประมุท สูตะบุตร ได้ยื่นฟ้องบริษัท ทีโอที จำกัด (มหาชน) ต่อศาลปกครองกลาง ให้ระงับเรียกเก็บค่าบริการสอบถามผ่านหมายเลข 1133 ให้มีคำสั่งให้คืนเงินที่ได้เรียกเก็บบริการไปแล้วโดยมิชอบ ให้มีคำสั่ง กทช.ดำเนินตามกฎหมายกับผู้ถูกฟ้องตามอำนาจหน้าที่โดยมิชักช้า และมีคำสั่งคุ้มครองเพื่อบรรเทาทุกข์ชั่วคราวก่อนพิพากษา
โดยผู้ฟ้องบรรยายฟ้องว่า ผู้ฟ้องเป็นประชาชนและผู้บริโภคใช้บริการโทรศัพท์หมายเลข 02-561-1587 และหมายเลข 02-561-1588 ของ บ.ทีโอที ซึ่งเป็นผู้ประกอบการที่ได้รับอนุญาตในการจัดทำบริการสาธารณะจากรัฐ อันเป็นสัญญาทางปกครอง และเป็นบริษัทที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมายโดยมีรัฐถือหุ้นร้อยละหนึ่งร้อย
นายประมุท บรรยายฟ้องอีกว่า วันที่ 1 ก.พ.2549 บ.ทีโอที ได้เรียกเก็บค่าบริการสอบถามผ่านหมายเลข 1133 จากผู้ใช้นาทีละ 3 บาท ดังที่ปรากฏตามสื่อมวลชน แต่เดิมองค์การโทรศัพท์แห่งประเทศไทย ไม่เคยเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าว แต่ต่อมาองค์การโทรศัพท์ฯแปรรูปมาเป็น บ.ทีโอที แต่ก็ไม่ได้เรียกเก็บค่าบริการแต่อย่างใดจนกระทั่ง 1 ก.พ.2549
“การกระทำของ บ.ทีโอที เป็นการกระทำที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย ขัดต่อใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมที่คณะกรรมการ กทช.ได้ออกให้ บ.ทีโอที” คำบรรยายฟ้องระบุ
ผู้ฟ้องบรรยายฟ้องต่อไปอีกว่า เมื่อวันที่ 7 มี.ค.2549 และ วันที่ 29 มี.ค.2549 คณะกรรมการ กทช.ได้มีหนังสือแจ้งให้ระงับเรียกเก็บค่าบริการผ่านหมายเลข 1133 แต่ทาง บ.ทีโอที ขัดขืนไม่ปฏิบัติตาม และยังคงเรียกเก็บค่าบริการดังกล่าวจนถึงปัจจุบัน ทำให้ผู้ฟ้องและประชาชนได้รับความเดือดร้อนเสียหาย นอกจากนี้ บ.ทีโอที ยังมีพฤติการณ์แสวงประโยชน์ทางธุรกิจการค้า โดยได้ให้บริการสอบถามข้อมูลชื่อ และที่อยู่จากเลขหมายโทรศัพท์อีกด้วย ซึ่งเป็นการกระทำอันละเมิดต่อสิทธิและความเป็นส่วนตัวของประชาชน ซึ่งรัฐธรรมนูญให้การรับรอง


