คลิกที่ไอคอน Multimedia ด้านบนเพื่อรับชมและฟัง ในรูปแบบ Photo Slide Show
1. ทักษิณ เข้าพบขอพรปีใหม่จาก “ป๋าเปรม”
เช้าวันที่ 12 ม.ค.ที่ผ่านมา พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ได้เข้าพบขอพรจาก พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ ที่บ้านสี่เสาเทเวศร์ โดย พ.ต.ท.ทักษิณ เปิดเผยหลังเข้าพบ พล.อ.เปรม ว่า ได้หารือกันเรื่องบ้านเมืองหลายเรื่อง โดยเฉพาะปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายหลังที่ พล.อ.เปรม ลงพื้นที่ด้วยตนเอง โดย พล.อ.เปรม พอใจสถานการณ์ที่เริ่มดีขึ้น และดีใจที่เห็นความเป็นกันเองระหว่างผู้นำศาสนาอิสลาม และพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้มีอยู่ แต่ยังคงมีคนส่วนน้อยพยายามสร้างปัญหา พร้อมกันนี้ พล.อ.เปรม ยังรับปากที่จะลงพื้นที่ภาคใต้บ่อยครั้ง เพื่อช่วยสร้างขวัญและกำลังใจตามที่ตนร้องขออีกด้วย นอกจากนี้ พล.อ.เปรม ได้แนะนำการทำงานและแลกเปลี่ยนเรื่องทั่วไป รวมทั้งพูดคุยเรื่องงานฉลองสิริราชสมบัติของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ แต่ไม่ได้มีการแนะนำเรื่องการเมืองแต่อย่างใด
นายกฯ เข้าพบ “ป๋าเปรม” ขอพร-หารือปัญหาชายแดนใต้
ทักษิณขอพรปีใหม่ป๋าเปรมชมสถานการณ์ใต้ดีขึ้น-ต่ออายุพ.ร.บ.ฉุกเฉินอีก3เดือน
2.ม็อบยุทธตู้เย็นป่วนรายการเมืองไทยฯ
รายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจรครั้งที่ 14 ที่สวนลุมพินี เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ยังคงความเข้มข้น และได้ความสนใจจากพี่น้องประชาชนอย่างคึกคักเช่นเคย แม้ว่าจะมีการม็อบที่ถูกระดมมาจากภาคเหนือเข้ามาก่อกวนจำนวนหนึ่งก็ตาม โดยนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ดำเนินรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ ระบุว่า ม็อบที่ถูกระดมมาก่อกวนรายการเมืองไทยรายสัปดาห์ในครั้งนี้ เป็นเจ้าหน้าที่ป่าไม้ ทั้งที่เป็นลูกจ้าง และเป็นข้าราชการ รวมทั้งกลุ่มเครือข่ายเหล้าพื้นบ้าน โดยมี นายยงยุทธ ติยะไพรัช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ และ นางเยาวภา วงศ์สวัสดิ์ น้องสาวนายกฯ ส.ส.เชียงใหม่ อยู่เบื้องหลัง นายสนธิ ยังยืนยันว่า จะต่อสู้ต่อไปจนกว่าจะได้รับชัยชนะ และจะขอเป็นหมาคอยเฝ้าโจรที่เข้ามาปล้นแผ่นดิน เพราะหมาไม่เคยทรยศต่อเจ้าของ เปรียบเหมือนประชาชนที่ไม่เคยทรยศต่อแผ่นดิน พร้อมตั้งข้อสังเกตถึงคำประกาศในการปราบปรามการคอร์รัปชั่นของนายกฯว่า ก่อนที่จะไปปราบปรามคนอื่นโกงต้องปราบพี่น้องของท่านก่อนเป็นอันดับแรก ตนเองคำถามถึง 28- 35 คำถามเรื่องการปราบปรามการทุจริตที่เคยตั้งคำถามก่อนหน้านี้ แต่ยังไม่เคยตอบ เช่น กรณีส่วนต่างของงบประมาณในการตั้งงบซื้อเครื่องบินขับไล่ ซู 30 เอ็มเคของรัสเซียจำนวนถึง 15,000 ล้านบาทเข้ากระเป๋าใคร ทุจริตกล้ายาง การทุจริตลำใยที่มีเพียงการดำเนินคดีข้าราชการรายเล็กรายน้อยเท่านั้น ไม่มีการสาวโยงไปถึงนักการเมืองที่อยู่เบื้องหลัง นายสนธิ ยังระบุด้วยว่า นายกฯโกหกคำโต ที่เคยบอกว่าเคยดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยานั่นไม่เป็นความจริง เพราะไม่เคยออกรบและไม่เคยได้รับเหรียญกล้าหาญรามาธิบดี แล้วจะมาดื่มน้ำพิพัฒน์สัตยาได้อย่างไร พร้อมกันนี้ยังชี้ให้ เห็นถึงผลเสียของการทำเอฟทีเอ ที่ทำให้เกษตรกร ซึ่งเป็นคนส่วนใหญ่ของประเทศต้องเจ๊ง ต้องล้มละลายกันหมด ขณะที่มีเพียงกลุ่มทุนขนาดใหญ่เช่น โทรคมนาคม ชิ้นส่วนรถยนต์ บริษัทส่งออกรายใหญ่ที่ใกล้ชิดรัฐบาลไม่กี่คนเท่านั้นที่ได้รับผลประโยชน์ ต่อมานายสนธิ ได้เชิญ พล.ต.อ.ประทิน สันติประภพ อดีตสมาชิกวุฒิสภาขึ้นกล่าวบนเวที โดยพล.ต.อ.ประทิน กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน คือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ทำสิ่งที่ไม่ถูกต้อง ด้วยเรื่องสำคัญคือ เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2548 นายกฯได้พูดต่อหน้าแท็กซี่ประมาณ 7-8 พันคน ในการเอาผีมาเปรียบเทียบกับ สถาบัน และพูด คำว่า "วะ" ต่อท้าย เป็นคำพูดที่ไม่บังควรอย่างยิ่ง และไม่สมกับที่คนที่เป็นนายกรัฐมนตรีจะพูดเช่นนั้น ต่อมา ภายหลังเสร็จสิ้นรายการเมืองไทยรายสัปดาห์สัญจร กลุ่มประชาชนที่มาเข้าร่วมรับฟังรายการได้ออกมาตั้งขบวนกันเพื่อเดินทางไปยังทำเนียบรัฐบาลเพื่อกดดันนายกรัฐมนตรี เมื่อมาถึงทำเนียบรัฐบาลทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อยดี จนกระทั่งกลางดึกเหตุการณ์เริ่มรุนแรงขึ้น หลังจากแกนนำหลายคนได้เริ่มเดินทางกลับไป เมื่อมีกลุ่มผู้ชุมนุมบางส่วนประมาณ 1,000 คน บุกเข้าไปในทำเนียบฯ แต่เหตุการณ์กลับมาเริ่มสงบลงอีกครั้งเมื่อประมาณ 04.00 น. เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเรียกร้องขอให้สลายการชุมนุม เนื่องจากจะมีขบวนเสด็จผ่าน โดยผู้ชุมนุมส่วนใหญ่เชื่อฟังยอมสลายตัว แต่ยังมีผู้ชุมนุมอีกประมาณ 40 รายที่ยังคงปักหลักประท้วง จนถึงเวลา 08.00 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เข้าจับกุมผู้ชุมนุมทั้ง 40 คน ซึ่งมีแกนนำ อาทิ นายสมาน ศรีงาม เลขาธิการคณะปฏิวัติประชาธิปไตย, น.ต.ถนิต พรหมสถิตย์ กัปตันการบินไทย โดยได้นำตัวไปควบคุมยังกองกำกับการป้องกันและปราบปรามจราจล เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยแจ้งข้อหามั่วสุมกันตั้งแต่ 10 คนขึ้นไป โดยใช้กำลังประทุษร้ายหรือขู่ว่าจะใช้กำลังประทุษร้ายเพื่อก่อให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง โดยในชั้นสอบสวนเจ้าหน้าที่อนุญาตให้ประกันตัวได้ และจะส่งฟ้องศาลในวันจันทร์ต่อไป โดยนาวาอากาศตรีถนิต พรหมสถิตย์ กัปตันการบินไทย หนึ่งในสองแกนนำที่ถูกจับกุม ยืนยันว่า การเข้าไปในทำเนียบเป็นเพราะตำรวจเปิดประตูให้เข้าไปเอง ไม่ได้บุกรุกเข้าไปด้วยการตัดโซ่และพังประตูตามที่ตำรวจกล่าวอ้าง
เมืองไทยรายสัปดาห์ 14 : "สนธิ" สุดทนรัฐบาลโกงชาติ ร่วมขบวนล้อมทำเนียบขับ "ทักษิณ" (1)
เสียงสะท้อน จากผู้ร่วมชุมนุมหน้าทำเนียบ
“ประทิน”ฉุน“แม้ว”ใช้สื่อรัฐอัดมั่ว-ย้ำหมิ่นเบื้องสูงต้องออก
จับ 40 คนม็อบขับไล่นายกฯ แจ้งข้อหามั่วสุมฯ
3. อัดยูบีซีเรียลิตี้โชว์นายกฯแค่สร้างภาพ
ยังถูกวิพากษ์วิจารณ์ไม่หยุด กรณียูบีซีเตรียมทำรายการเรียลิตี้โชว์ ภายใต้ชื่อโครงการ Backstage Show “The Prime Minister” นำเสนอความเคลื่อนไหว และการทำงาน ตลอด 24 ชั่วโมงของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในช่วงลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนแบบบูรณาการ ที่ อ.อาจสามารถ จ.ร้อยเอ็ด นำเสนอภารกิจของนายกรัฐมนตรีในช่วง ตลอด 5 วัน ตั้งแต่วันที่ 16 –20 ม.ค.49 โดยเมื่อวันที่ 11 ม.ค.ที่ผ่านมา นายสมพันธ์ จารุมิลินท ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ยูไนเต็ด บรอดคาสติ้ง คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ยูบีซี (UBC) ได้ออกมาเปิดเผยว่า โครงการนี้ยูบีซีจะเป็นผู้ลงทุนเพียงผู้เดียว ไม่ได้ขอเงินสนับสนุนจากทางรัฐบาล เพียงแต่ขอให้รัฐบาลอำนวยความสะดวกในเรื่องของสถานที่และไฟฟ้า รวมทั้งขอใช้ เครื่องบินคอปเตอร์ ให้กับช่างกล้อง ซึ่งจะขึ้นไปเก็บภาพจากที่สูงของงานนี้ ตลอดจนการติดตามภารกิจตรวจเยี่ยมพื้นที่ของนายกรัฐมนตรี พร้อมยืนยันว่า การทำโครงการนี้ขึ้นมาไม่ได้เพื่อเอาใจรัฐบาล หรือใช้เป็นข้อต่อรองในข้อสัญญาบางอย่างที่ทางยูบีซียังติดขัดอยู่และมีผลกับธุรกิจ และไม่ใช่เป็นการทำโครงการเพื่อเอาใจนายกรัฐมนตรี อย่างไรก็ตาม การถ่ายทอด เรียลิตี้โชว์“The Prime Minister” ครั้งนี้ ยูบีซี ได้ส่งผ่านระบบไอพีสตาร์ ซึ่งเป็นดาวเทียมของบริษัท ชิน แซทเทลไลท์ จำกัด (มหาชน) โดยเมื่อรับสัญญาณมายูบีซีนำมาแปลงก่อนส่งต่อไปให้กับสมาชิก ซึ่งก่อนหน้านี้การถ่ายทอดสดมีการส่งสัญญาณผ่านระบบเคเบิลของบริษัท ทีโอที ซึ่งมีข้อติดขัดที่ไม่สามารถทำได้ในทุกพื้นที่ ซึ่งในอนาคตยูบีซีจะนำระบบไอพีสตาร์มาใช้แทนระบบไฟเบอร์ออฟติก และไมโครเวฟที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน เพราะไอพีสตาร์จะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า แต่สำหรับการถ่ายทอด“The Prime Minister” ทาง ไอพีสตาร์ไม่ได้คิดค่าใช้จ่ายกับทางยูบีซีโดยให้ถือเป็นโครงการนำร่องก่อนเซ็นสัญญาทางธุรกิจในอนาคต ขณะที่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี บอกว่า รายการนี้ความจริงเป็นการถ่ายทอดสดระหว่างที่ตนเองสาธิตการทำงาน เพื่อให้เจ้าหน้าที่ข้าราชการได้เข้าใจ และเห็นวิธีการแก้ไขปัญหาความยากจน คงไม่ถึง 24 ชั่วโมงตามที่ยูบีซีระบุ ด้านนพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ ส.ว.อุบลราชธานี กล่าวว่า เป็นเพียงการสร้างภาพ เป็นแค่กิจกรรมในการประชาสัมพันธ์ตัวนายกรัฐมนตรีเพียงชั่วคราวเท่านั้น ไม่ใช่ภาพที่แท้จริง อาจจะยิ่งไม่เชื่อในตัวนายกรัฐมนตรี เพราะไม่มีหลักประกันว่าสิ่งเหล่านี้จะนำไปสู่การปฎิบัติอย่างแท้จริง ขณะที่ นายอุบล อยู่หว้า ประสานงานเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือกภาคอีสาน กล่าวว่า การที่ยูบีซีจะถ่ายทอดสด ภารกิจของนายกฯ เป็นแค่การร่วมมือกันระหว่างกลุ่มทุน เพื่อขยายฐานนโยบายประชานิยมขั้นสุดท้ายที่ยังหลงเหลืออยู่ไปยังชนบท ถ้ารัฐบาลจริงใจในการแก้ปัญหา ควรทำให้คนอีสานมีกินตามสภาพของเขา โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียง ต้องทำให้คนอีสานมีศักดิ์ศรี จึงจะเรียกว่าความสุขที่แท้จริง
“แม้ว” ฟุ้งเรียลิตี้โชว์แก้จนครบวงจรไม่เตี๊ยม
ส.ว.ติง เรียลิตี้โชว์แก้จน สร้างภาพ-เลอะเทอะ
ผ่าเรียลิตี้ “ทักษิณ” ใน “Backstage Show : Prime Minister”
4. ปชป.ชี้ โยก “สมชาย”นั่งปลัดแรงาน เหตุเพราะหาที่ลงไม่ได้ -ถลุงกองทุนประกันสังคม
กรณีที่คณะรัฐมนตรี มีมติโยกสลับตำแหน่งระหว่างนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นน้องเขยของพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร กับ นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ปลัดกระทรวงแรงงาน เป็นอีกประเด็นที่ได้รับความสนใจตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ โฆษกพรรคประชาธิปัตย์ รองประธานคณะกรรมาธิการแรงงานและสวัสดิการสังคม สภาผู้แทนราษฏร เป็นความพยายามหาตำแหน่งระดับปลัดให้กับน้องเขยตนเองเพราะไม่รู้จะไปหาได้จากที่ไหน เลยมาลงที่กระทรวงแรงงาน ง่ายที่สุด และคิดว่าโยกมาอยู่สัก 7-8 เดือนแล้วค่อยย้ายกลับไปที่เดิมก็คงจะป้องกันการครหาได้ หรืออาจจะเป็นความต้องการให้คนที่เชื่อใจได้เข้าไปควบคุมเงินในกองทุนประกันสังคม เพราะเงินในกองนี้จำนวนมหาศาล ด้าน นายธีระยุทธ วานิชชัง ส.ส.อุดรธานี พรรคไทยรักไทย กลุ่มวังน้ำยม กล่าวว่าการโยกย้าย ไม่น่าจะเป็นเรื่องการเมือง แต่เป็นเงื่อนไขทางราชการมากกว่า เพราะนายสมชาย อยู่ครบวาระจึงต้องปรับเปลี่ยน และเป็นการมาช่วยงานกันมากกว่า เพราะนายสมชาย มีความรู้ด้านกฎหมาย อาจมาช่วยดูเรื่องศาลแรงงาน ตลอดจนกฎหมายต่างๆ ด้านนายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ปลัดกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยว่า การโยกย้ายสลับตำแหน่งกับ ปลัดกระทรวงแรงงาน ถือเป็นการปฏิบัติตามกติกา ตามระเบียบของคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) และการโยกย้ายครั้งนี้คงไม่ใช่เรื่องขัดตาทัพเพื่อหวนกลับมารับตำแหน่งเดิม ขณะที่นายจารุพงศ์ เรืองสุวรรณ ปลัดกระทรวงแรงงาน กล่าวว่าการสลับตำแหน่งครั้งนี้ ไม่มีปัญหา เพราะการเป็นข้าราชการเลือกนายและสถานที่ไม่ได้ เลือกลูกน้องไม่ได้ เมื่อเป็นคำสั่งผู้บังคับบัญชาเห็นว่าเหมาะสมก็พร้อมรับคำสั่ง และต้องไปหน้าที่ของตนคือทำงานรับใช้ประชาชน ยึดประชาชนเป็นสำคัญ
“ชิดชัย” การันตีโยกน้องเขยนายกฯ นั่งปลัดแรงงาน-ติงสื่อคิดมาก
ปชป.จับตาโยก “สมชาย” เน้นเรื่องส่วนตัว-ถลุงกองทุนประกันสังคม
จับตา"แม้ว"โยกน้องเขยมีเบื้องหลัง คุมเงินประกันสังคม-รอกลับถิ่น
5.จำคุก 3 ปี พ.ต.ต.เงิน -ยกฟ้องจำเลย 2-3 คดีอุ้มทนายสมชาย -แม้ว ยันเสียชีวิตแล้ว
12 ม.ค.ที่ผ่านมา ศาลมีคำพิพากษาคดีอุ้มนายสมชาย นีละไพจิตร อดีตประธานชมรมนักกฎหมายมุสลิม ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 6 นางอังคณา ภรรยาและบุตรทั้งสี่คนของนายสมชาย ร่วมกันเป็นโจทก์ ยื่นฟ้อง พ.ต.ต.เงิน ทองสุก อดีต สว.กอ.รมน. ช่วยราชการกองปราบปราม,พ.ต.ท.สินชัย นิ่มปุญญกำพงษ์ อดีตพนักงานสอบสวน กก.4 ป.,จ.ส.ต.ชัยเวง พาด้วง อดีต ผบ.หมู่งานสืบสวน ฯ แผนก 4 กก.2 บก.ทท.,ส.ต.อ.รันดร สิทธิเขต อดีตเจ้าหน้าที่ธุรการ กก.4 ป. และ พ.ต.ท.ชัดชัย เลี่ยมสงวน อดีต รองผกก.3 ป. เป็นจำเลยที่ 1- 5 ในความผิดฐานร่วมกันปล้นทรัพย์โดยใช้ยานพาหนะเพื่อกระทำผิด และร่วมกันข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใดหรือไม่กระทำการใดโดยใช้กำลังประทุษร้าย โดยเป็ยเหตุเกิดขึ้นเมื่อ 12 มี.ค.47 ที่ผ่านมา ศาลพิเคราะห์พยานหลักฐานแล้วเห็นว่าประจักษ์พยานผู้เห็นเหตุการณ์ทั้ง 7 ปาก ไม่อาจยืนยันได้ว่า จำเลยที่ 2 - 5 ร่วมกันหน่วงเหนี่ยวกักขังนายสมชาย จริงตามฟ้อง แต่มีการยืนยันในชั้นสอบสวนว่า ผู้ผลักตัวนายสมชาย ขึ้นรถไปคล้ายกับจำเลยที่ 1 ศาลพิจารณาแล้วเห็นว่า จำเลยที่ 1 มีความผิดจริง ฐานกักขังหน่วงเหนี่ยวผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพ จึงพิพากษาให้จำคุกจำเลยที่ 1 เป็นเวลา 3 ปี ส่วนจำเลยที่ 2 - 5 พิพากษายกฟ้อง เนื่องจากข้อมูลของพยานโจทก์ที่เบิกความเกี่ยวกับการใช้โทรศัพท์มือถือของจำเลยในวันเกิดเหตุเป็นเพียงสำเนา ไม่มีลายเซ็นกำกับ จึงไม่มีน้ำหนักน่าเชื่อถือ ไม่อาจนำมาเป็นพยานหลักฐานในชั้นศาลได้ ภายหลังญาติ พ.ต.ต.เงิน ได้ยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์เป็นโฉนดที่ดินจังหวัดนครปฐม และสมุดเงินฝากธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด สาขา จ.นครปฐม มูลค่ารวม 1.5 ล้านบาท ประกันตัวไประหว่างอุทธรณ์คดี ด้านนางอังคณา กล่าวว่า คำพิพากษาแสดงให้เห็นว่าคดีนี้มีการกระทำผิดเกิดขึ้นจริง และจนถึงขณะนี้ยังไม่ทราบว่านายสมชาย ยังมีชีวิตอยู่หรือไม่ จึงเป็นคำถามที่รัฐบาลต้องหาคำตอบให้ได้ และแม้ว่าประจักษ์พยานจะไม่สามารถยืนยันเอาความผิดคนที่เหลือได้ แต่คำให้การทั้งหมดก็แสดงให้เห็นว่ามีคนร้าย 4-5 คนได้อุ้มตัวนายสมชายหายไป ดังนั้นตนจะปรึกษากับทนายความเพื่อยื่นอุทธรณ์ต่อไป ส่วนการสืบหาตัวนายสมชาย อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งตนก็ตั้งความหวังไว้ว่าสักวันหนึ่งอาจจะพบตัวนายสมชาย อย่างไรก็ตาม พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ระบุว่า ดีเอสไอ ได้พบร่องรอยบางอย่างว่านายสมชายได้เสียชีวิตแล้ว แต่ยังพูดอะไรไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องทางคดีให้ดีเอสไอ เขาสรุปสำนวนเพื่อดำเนินการเสียก่อน คาดว่าจะสามารถสรุปสำนวนการสืบสวนสอบสวนได้ภายในเดือนกุมภาพันธ์นี้
แม้ว “พลั้งปาก” ทนายสมชาย!! ตายแล้ว
ยกฟ้อง 4 ตร.ทีมอุ้ม “ทนายสมชาย” - จำคุก พ.ต.ต.เงิน!
“อังคณา” ระบุคำพิพากษาบ่งชี้ “ทนายสมชาย” ถูกอุ้ม!?
6.ค้านเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐ ที่เชียงใหม่ดุเดือด
ข่าวเด่นประเด็นประเด็นร้อนอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่รู้ไม่ได้คือ กรณีการคัดค้านการเจรจาเอฟทีเอ ไทย-สหรัฐ ครั้งที่ 6 ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 9-13 ม.ค.2549 ที่โรงแรมอิมพิเรียลแม่ปิง และโรงแรมเชอราตัน จังหวัดเชียงใหม่ ซึ่งได้มีภาคประชาชนทั่วประเทศนับหมื่นคนเคลื่อนขบวนทั่วเชียงใหม่ แสดงพลังคัดค้าน เอฟทีเอ ไทย-สหรัฐ เรียกร้องยกเลิกการเจรจาทันที นอกจากนี้ยังมี ส.ว.สายเอ็นจีโอ และนักวิชาการ ร่วมเคลื่อนไหวในครั้งนี้อย่างคับคั่ง โดยผู้ชุมนุมเห็นว่า สาระสำคัญของการเจรจา โดยเฉพาะเรื่องสิทธิบัตรสิ่งมีชีวิต สิทธิบัตรยา การเปิดการค้าเสรีสินค้าเกษตร และการเปิดเสรีการลงทุนและการบริการ เป็นประเด็นอ่อนไหวที่จะส่งผลกระทบ ต่อความมั่นคงทางเศรษฐกิจของชาติ และความมั่นคงในการดำรงชีวิตของประชาชน แต่อย่างไรก็ตาม การประชุมยังคงดำเนินต่อไป ทำให้กลุ่มต่อต้านการเจรจา FTA ไทย-สหรัฐ บางส่วนตัดสินใจ บุกพังรั้วกั้นหน้าโรงแรมเชอราตัน 1 ใน 2 สถานที่ประชุม แถมบางส่วนว่ายข้ามแม่น้ำปิง หวังเข้าให้ถึงห้องประชุม แต่ก็ไม่สามารถบุกเข้าถึงตัวโรงแรมได้ เพราะถูกเจ้าหน้าที่สกัดไว้บริเวณลานหน้าโรงแรม ในที่สุดได้มีการย้ายที่ประชุมไปยังสนามกอล์ฟแห่งหนึ่ง ก่อนจะย้ายกลับมาประชุมในที่เดิมในวันต่อมา ส่วนองค์กรประชาชน 11 เครือข่าย ก็ได้ประกาศชัยชนะเหนือการเจรจาเอฟทีเอ ไทย-สหรัฐฯ ทันทีแม้ไม่สามารถล้มการเจรจาได้ แต่สามารถผลักดันให้เป็นประเด็นสาธารณะสำเร็จ พร้อมยืนยันจะผนึกกำลังติดตามตรวจสอบการเจรจาอย่างต่อเนื่องไม่ยอมให้ประเทศชาติเสียหาย ด้านนายนิตย์ พิบูลสงคราม หัวหน้าคณะเจรจาเอฟทีเอ ไทย-สหรัฐ ได้แถลงผลผลเจรจาเอฟทีเอ ไทย-สหรัฐว่า ครอบคลุมการเปิดตลาดสินค้าอุตสาหกรรม สินค้าเกษตร สิ่งทอ และเสื้อผ้าสำเร็จรูป กฎว่าด้วยแหล่งกำเนิดสินค้า มาตรการเยียวยาทางการค้า ระเบียบพิธีการศุลกากร มาตรการสุขอนามัย แต่ยังไม่มีข้อสรุปที่ชัดเจน เตรียมนำเสนอผลการเจรจาให้รัฐบาลพิจารณาต่อไป ด้าน นายอนุทิน ชาญวีรกูล รมช.กระสาธารณสุข ยืนยันว่า การเจาจาเกี่ยวกับเรื่องสิทธิบัตรยา ยังไม่มีการดำเนินเจรจาใดๆ ทั้งสิ้น โดยกระทรวงสาธารณสุข เพิ่งจะได้รับหนังสือจากสหรัฐ ซึ่งจากนี้ไปจะหารือกับผู้แทนเจรจาและปรึกษากับเจ้าหน้าที่ในกระทรวงฯ ก่อน ดังนั้น จึงยังไม่มีข้อยุติหรือมีความเห็นขัดขวางกับทาง อย. แต่อย่างใด
สรุปผลเจรจาเอฟทีเอไทย-สหรัฐ ครั้งที่ 6 แบบทุกประเด็น
"ทักษิณ" อ้างไทยจำเป็นต้องเจรจาเอฟทีเอกับสหรัฐเพื่อรักษาตลาด
ม็อบ FTA ประกาศชัยชนะพร้อมสลายตัวแล้ว
ภาค ปชช.เคลื่อนขบวนทั่วเชียงใหม่ค้าน FTA
7.แม้ว ปัดข่าวขายชินฯ -ชี้ แจ้งตลท.ซื้อเวลา
กระแสข่าว พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เดินทางไปตกลงขายหุ้นของบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด มหาชน (SHIN)ให้แก่บริษัทเทมาเซก TAMASEK บริษัทแม่ของสิงห์เทล ในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา เป็นประเด็นข่าวที่พูดกันหนาหูตลอดสัปดาห์ แต่ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ออกมาปฏิเสธข่าวดังกล่าวโดยบอกว่าไม่เป็นความจริง ตนเองไปสิงคโปร์มีแต่เดินชอปปิ้ง กินข้าว สนุกสนานอยู่กับลูก กับเมีย ข่าวที่เกิดขึ้นเป็นเพราะคนอยากกุข่าว กุอะไรก็ได้ เมื่อผู้สื่อข่าวถามซ้ำว่า แสดงว่าไม่ได้ขายจริงใช่ไหม พ.ต.ท.ทักษิณ ยิ้มก่อนจะบอกว่า "เอะ คุณจะมาถามอะไรผมละ เอาแค่นี้พอแล้ว" เกี่ยวกับเรื่องนี้ตลาดหลักทรัพย์ฯ (ตลท.) ได้ทวงถามไปยังบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ซึ่งทางบริษัทฯ โดยนางศิริเพ็ญ สีตสุวรรณ กรรมการ บริษัท ชินฯ ชี้แจงว่า ยังไม่ได้รับแจ้งในกรณีดังกล่าวจากกลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัทฯแต่อย่างใด รายงานข่าวจาก วงการค้าหลักทรัพย์ เปิดเผยว่า การชี้แจงดังกล่าวของ บมจ.ชินคอร์ป ครั้งนี้แตกต่างจากก่อนหน้านี้ซึ่งกลุ่มชินฯปฏิเสธข่าวโดยตลอด 3-4 ครั้ง แต่ครั้งนี้มีลักษณะภาษาที่ใช้เทคนิคทางกฎหมาย ซึ่งถ้าหากเทียบภาษาอังกฤษน่าจะใช้คำว่า "ทริกกี้" นอกจากนี้ยัง ตีความได้ว่าเป็นการซื้อเวลา เพราะภาษาที่ใช้ไม่ได้ตอบรับตอบปฏิเสธ ด้านแหล่งข่าวจากบริษัท ชิน คอร์ปอเรชั่น กล่าวว่า ขณะนี้ผู้บริหารระดับสูงของ บมจ. แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส (ADVANC) หรือ เอไอเอส ได้รับการขยายความเพื่อรับรู้ถึงกระบวนการเจรจาเพื่อขายหุ้นชินคอร์ปกับสิงคโปร์แล้ว แต่ยังไม่สามารถรู้ผลสรุป หรือรูปแบบของข้อตกลงในท้ายที่สุด หากผลเจรจามีข้อสรุปเกิดขึ้นจริง ตำแหน่งที่อาจถูกกระทบจากการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้นคือ เบอร์หนึ่งที่เป็นตัวแทนของตระกูลชินวัตร คือ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร กรรมการผู้อำนวยการ เอไอเอส อีกตำแหน่งที่จะถูกกระทบคือ ประธานบริหารด้านการเงิน
"ทักษิณ"ขาย "ชินคอร์ป"เปิดธุรกิจใหม่!ปั้นอาณาจักรไร้พรมแดน
นายกฯปฏิเสธเซ็นขายชิน แจ้งตลท.กำกวม-ซื้อเวลา
แตะ"ชิน" ตลท.หวั่นโดนเด้ง ชี้ตลาดทุน 2 มาตรฐาน


