xs
xsm
sm
md
lg

ประเด็นสุดร้อนที่ยังไม่จบ "รับน้อง-ป๋าเหนาะ VS นายกฯ"

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

รายการก่อนจะถึงวันจันทร์ ออกอากาศทาง News 1 ทุกวันอาทิตย์ เวลา 21.05-22.30 น.โดย 3 พิธีกร สำราญ รอดเพชร คำนูณ สิทธิสมาน และสโรชา พรอุดมศักดิ์ ร่วมวิพากษ์ประเด็นเรื่องการรับน้อง และเรื่องป๋าเหนาะ VS นายกฯ ที่ยังคงร้อนแรงไม่หยุด รวมทั้งเรื่องราคาน้ำมันที่ยังคงมีทีท่าว่าจะพุ่งขึ้นอีก

สโรชา – สวัสดีค่ะ คุณผู้ชม ขอต้อนรับเข้าสู่รายการก่อนจะถึงวันจันทร์ วันนี้วันอาทิตย์ที่ 19 มิถุนายน 2548 และเช่นเคยค่ะ กับเราทั้ง 3 คน คุณสำราญ รอดเพชร คุณคำนูณ สิทธิสมาน และดิฉันสโรชา พรอุดมศักดิ์ค่ะ

สำราญ – สวัสดีครับ

คำนูณ – สวัสดีครับ

สโรชา – วันนี้มีเรื่องที่ต้องคุยกันหลายๆประเด็นทีเดียวนะคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรับน้อง ประเด็นเรื่องการเมืองก็ยังคงร้อนแรงนะคะ ยังไม่จบไม่สิ้นเลยสำหรับสงครามวาทะ ระหว่างท่านนายกฯกับคุณเสนาะ เทียนทอง ซึ่งล่าสุดดูเหมือนว่าก็เงียบๆกันไปแล้วล่ะ แต่ก็ยังมีประเด็นต่อเนื่องภายในพรรคไทยรักไทย วันนี้คงต้องคุยกันหลายเรื่องเหล่านี้ค่ะ แต่ว่าที่แน่ๆมีเรื่องแรกเลยที่ทำให้ชาวไทยทั้งประเทศนะคะ ได้ร่วมกันชมภาพด้วยความปลื้มปิติค่ะ คุณคำนูณคะ

คำนูณ – ครับ ก็เมื่อวันศุกร์นี้เอง ท่านผู้ชม ท่านผู้ฟังก็คงจะได้ผ่านสายตาไปแล้วนะครับ เป็นพระราชพิธีที่ไม่เกิดขึ้นบ่อยนัก ก็คือพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถของเรา ก็ทรงประกอบพระราชพิธีสมโภชเดือนขึ้นพระอู่นะครับ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ อันนี้ก็จะเห็นคุณพยาบาลกำลังอุ้มพระเจ้าหลานเธอ และเห็นภาพประวัติศาสตร์ที่ใบหลวง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวนะครับ ทรงจรดพระกรรไกรขลิบพระเกศา ต้องหลั่นน้ำก่อนนะครับ อันนี้เป็นภาพที่ถ่ายทอดสดไปเมื่อวันศุกร์นี้นะครับ

สำราญ – เมื่อตอนบ่ายสองโมงกว่าๆ

คำนูณ – ครับ คนก็ดูกันทั้งประเทศนะครับ ก็เป็นพระราชพิธีที่ไม่เห็นบ่อยนักนะครับ ก็ประกอบพระราชพิธีที่พระที่นั่งอนันตสมาคม บุคคลสำคัญๆของประเทศก็ไปร่วมกันพร้อมหน้าพร้อมตา

สำราญ – พระเจ้าหลานเธอก็ทรงมีพระชันษาแค่ 1 เดือนนะ

คำนูณ – ก็เรียกว่าครบรอบ 1 เดือนเต็ม ถ้าเป็นคนทั่วไปก็จะมีพิธีที่เขาเรียกว่าโกนผมไฟ ในพระราชพิธี พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวก็จะทรงเจิมที่พระนลาฏ ทรงจรดพระกรรไกลขลิบพระเกศา และทรงผูกด้านพระขวัญที่พระกร ทั้งข้างขวาและข้างซ้ายนะครับทั้ง 2 พระองค์ และก็จะมีพิธีโดย กทม.จะเปิดงานในวันศุกร์ที่ 24 มิถุนายน มีจัดงาน 8 จุด

สโรชา – ทั่ว กทม.นะคะ

คำนูณ – ครับ ที่ท้องสนามหลวง ที่ลานคนเมืองหน้าศาลาว่าการ กทม. ที่ลานพลับพลามหาเจษฎาบดินทร์ และก็ที่ข้างๆสถานีเราที่สวนสันติไชยปราการ และก็สวนสาธารณะใต้สะพานพระราม 8 ฝั่งธนนะครับ ซุ้มประตูไทย-จีน หรือวงเวียนโอเดี้ยนเดิม เขตสัมพันธ์วงศ์ สวนสาธารณะอุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย และก็ที่ภัทราวดีเธียเตอร์ กทม.ก็จะนำพระฉายาลักษณ์ 4 ภาพ โดยได้คัดเลือก 1 ภาพก็คือภาพที่ทรงยกพระกรจะเอาไปติดไว้บนเวทีทั้ง 8 แห่งนะครับ เป็นสัญลักษณ์ของาน ส่วนอีก 3 ภาพก็จะจัดทำเป็นโปสการ์ดแจกจ่ายให้ประชาชน อันนี้ก็คือพระเจ้าหลานเธอครบรอบ 1 เดือน ก็มีพระราชพิธีตามโบราณราชประเพณี

สโรชา – พสกนิกรทั่ว กทม.นะครับ คงจะสามารถที่จะไปร่วมเฉลิมฉลองได้ เข้าใจว่าจะจัดประมาณ 24-25 มิถุนายนเป็นเวลา 2 วัน โดยได้ระดมกำลังจากภาครัฐและภาคเอกชนร่วมกัน พิจารณาเมื่อสัปดาห์ที่แล้วนี้เองค่ะ ว่าจะมีกิจกรรมอะไรบ้าง โดยที่ส่วนมากแล้วก็จะเป็นกิจกรรมทางด้านวัฒนธรรมไทย ไม่ว่าจะเป็นการแสดงโขน หรือว่าการแสดงวัฒนธรรมต่างๆของไทยใน 8 จุดที่ว่า ก็สามารถที่จะไปติดตามรายละเอียดกันได้นะคะ ว่าจะมีการแสดงแบบไหน อย่างไร ในช่วงเวลาใดบ้างนะคะ

มาถึงอีกเรื่องหนึ่งค่ะ ที่คงต้องคุยกัน เพราะว่าเป็นเรื่องที่วิพากษ์วิจารณ์กันไปทั่วสังคมทีเดียว สัปดาห์ที่แล้วก็คุยกันไปแล้วรอบหนึ่ง สำหรับการรับน้องใหม่ของบรรดามหาวิทยาลัยต่างๆทั่วประเทศ โดยที่หลังจากคุยกันไปแล้วตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมา ก็ล้วนแล้วแต่มีข่าวคราว รายละเอียดของวิธีการรับน้องต่างๆของสถาบันต่างๆนี่ออกมา แต่รายละเอียดแต่ละเรื่องล้วนแล้วแต่น่าตกใจ และก็น่าสะเทือนใจทั้งนั้นเลย โดยที่ตลอด 1 สัปดาห์ผ่านมานี่มีเรื่องร้องเรียไนปกว่า 100 เรื่องเลยนะคะ

คำนูณ -ครับ ภาพที่เป็นไฮไลท์ที่สุดก็เห็นจะเป็นท่าปั่นกล้วย

สำราญ – ตกลงเขาเรียกท่าปั่นกล้วยใช่ไหม ที่เขาเรียกกัน

คำนูณ – เขาเรียกอย่างนั้นกันครับ มันไปทำอะไรนี่ผมไม่เข้าใจ

สำราญ –ก็ไม่รู้เหมือนกัน เป็นภาพเมื่อปี 2547 นะ ก็ ม.รังสิตเขาแถลงกันเรียบร้อยไปแล้ว เมื่อวันก่อนนะ อาจารย์วิทยากร เชียรกูรก็รุ่นพี่ท่านคำนูณ อันนี้คือพูดในความหมายที่ว่า อาจารย์วิทยากรจริงๆก็เป็นนักวิชาการที่หัวก้าวหน้า แต่ปัจจุบันท่านก็เป็นอาจารย์อยู่ที่ ม.รังสิตนะครับ เป็นผู้บริหาร ก็เป็นภาพการรับน้องเมื่อปี 2547 ของ ม.รังสิต

คำนูณ – ถัดจากภาพนี้ก็จะมีการเปิดเผยถึงวิธีการอื่นที่แย่กว่านี้อีกนะ

สโรชา – ยิ่งไปกว่านี้อีก

คำนูณ – คือชักเย่อ ก็คือให้น้องใหม่ชายนี่แก้ผ้าแล้วก็เอาอวัยวะเพศออกมาผูกเชือก แล้วก็ไปผูกกับขวดน้ำ หลายรูปแบบ

สำราญ – หลายเรื่อง ชักเย่อกันระหว่าง 2 คนนะ เอาเชือกผูกระหว่าง 2 คนแล้วก็ดึงชักเย่อกัน กับอีกแบบก็คือ 5 คนร้อยกันนะ ไปไหนไปด้วยกันห้ามเชือกขาดทำนองนี้นะ หรือว่ารวมทั้งที่เอาขวดน้ำห้อย ก็เอาเป็นว่ามันพิสดารนะ แต่อย่างรวมความแล้วก็คือ ผมว่ากรณีของน้อง ม.เกษตรที่ยิงตัวตาย ถึงแม้ว่าจะมีเรื่องอื่นเข้ามาเจือปนด้วย แต่ก็มีเรื่องรับน้องเข้าไปเกี่ยวข้องด้วย ม.เกษตร เรื่องของปั่นกล้วยที่ ม.รังสิต และก็อย่างที่เราพูดกันเมื่อซักครู่ ก็เป็นชนวนเหตุเพียงพอที่จะเม้าท์กันได้ทั้งเดือน แล้วก็เป็นที่มาที่ไปเถียงกันอุตลุดนะครับ คณาจารย์ก็ในที่ประชุมอธิการบดีทั่วประเทศก็จะประชุมกันวันที่ 25 มิถุนายน แต่ก่อนหน้านั้นอย่างที่เราเคยคุยกันมั้ง ว่าทางสำนักงานการอุดมศึกษา กอ.นะ เขาก็มีหนังสือบอกว่าขอให้ทุกมหาวิทยาลัยนี่ ระงับการรับน้องไว้ก่อน มันก็เกิดเสียงเจี๊ยวจ๊าวขึ้นมา ว่าหยุดได้ยังไง

สโรชา – เป็นพิธีเขาสืบทอดกันมายาวนาน

สำราญ – แต่เอาเข้าจริงก็คือ เท่าที่เราดูเหตุการณ์ทั้งสัปดาห์ที่มันวิวัฒนาการมาก็คือ เขาก็ให้จัดการรับน้อง แต่ก็คือหมายความว่ากิจกรรมที่ปกติธรรมดานะ แต่ห้ามไปนอกสถานที่ ห้ามมีอะไรแปลกๆ นั่นคือขอร้องกัน

สโรชา – ก็มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากหลายๆท่านไปในหลายทิศทาง แต่โดยส่วนมากมีบางท่านตั้งข้อสังเกตว่า แล้วทำไมครูบาอาจารย์ไปไม่เข้าไปดูแลในส่วนของกิจกรรมนี้ จะมีไม่ว่าหรอก แต่ว่าอย่าให้มันพิเรนทร์ อย่าให้มันพิสดารอย่างที่เคยเป็นๆกันมา แต่ว่าที่ดิฉันได้ไปสอบถามบรรดาน้องๆที่เคยร่วมกิจกรรม ซึ่งอาจจะไม่ผิดเพี้ยนมากนัก แต่ก็มีบางส่วนที่ล่อแหลมพอสมควร เขาก็บอกว่าอาจารย์ก็มานะคะ ก็มาตรวจสอบ แต่ว่าในช่วงที่เวลาอาจารย์มาตรวจสอบก็มักจะยุติก่อน แล้วก็ไปทำกิจกรรมอื่นเสีย ก็คือพูดง่ายๆว่ามีคนดูต้นทาง ว่ามีอาจารย์กำลังมาหรือเปล่า แล้วพอถึงเวลาอาจารย์มาก็หยุดก่อน กับเหมือนกับไปทำอย่างนี้ แล้วค่อยกลับมาทำกิจกรรมที่ว่านี้

สำราญ – คือผมมองตอนนี้นาทีนี้นี่ ประหนึ่งว่าสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย หรือ สนนท. ซึ่งก็มีน้องผู้หญิงคนหนึ่งก็ค่อนข้างจะพูดเก่งและก็มีบทบาทนะครับ ชื่อกชวรรณ คือตอนนี้ประหนึ่งว่า สนนท.คล้ายๆเป็นตัวกลางนะ ด้านหนึ่งลึกๆก็คือว่าไม่อยากให้ยกเลิกการรับน้อง แต่ด้านหนึ่งก็คือการรับก็อย่างเกินไป

สโรชา – เดินสายกลางกันหน่อย

สำราญ – คือกลายเป็นว่าด้านหนึ่งก็คือคอยเรียกร้อง หรือชี้แจงกับทางสำนักงานการอุดมศึกษาด้วย แต่ด้านหนึ่งก็คือว่าคอยไปปรามทางมหาวิทยาลัยด้วยว่าเบาๆหน่อย แต่จริงๆก็คือทางท่าน ดร.ภาวิช ทองโรจน์ เลขาธิการการอุดมศึกษานะ ลึกๆท่านก็พูดชัดเจนทางช่อง 9 ที่ผมดูนะ ท่านบอกว่าจริงๆก็คืออยากให้เลิกแล้วโซตัสหรือว่าอะไรนี่นะ การรับน้องแบบนี้ท่านก็ชี้แจงว่ามีความเป็นมาจากอังกฤษ จากอะไรโน่นนะ แล้วก็บอกว่ามันคือท่านพูดในเซ้นต์ของการละเมิดสิทธิมนุษยชนค่อนข้างมากนะ คือนักศึกษาควรจะมีกิจกรรมอย่างอื่น รับน้องอย่างที่อื่นที่มันทำได้ให้มันสร้างสรรค์ หรือรังสรรค์ได้ดีกว่านี้เยอะนะครับ แต่อย่างว่า สนนท.ก็บอกว่าเข้าใจนะ แต่ก็คือปีนี้ก็ขอให้มันรับๆกันไปก่อน แล้วก็จัดระเบียบกันใหม่

สโรชา – พูดง่ายๆว่าน้องๆหลายๆคนก็คงมองในลักษณะว่า มันมีที่ไม่ดีที่แย่จริงๆอยู่ไม่กี่ที่ ไม่กี่สถาบัน ไม่กี่คณะ ใจคอจะให้เขาเลิกกันทั้งประเทศกันเลยหรือ อะไรประมาณนั้น ซึ่งก็คงต้องหาสายกลางที่จะเดินมั้งคะ ว่าถึงเวลาจริงๆแล้วต้องมีการควบคุมให้มากกว่านี้

สำราญ – ก็คอยดูวันที่ 25

คำนูณ – เลิกเถอะ มันไม่ตายหรอก

สโรชา – คือดิฉันคิดว่า เลิกไปมันก็คงไม่กระไรหรอก แต่ว่าถ้าไม่มีบนดินมันก็ต้องมีใต้ดิน คือมันต้องมีรุ่นพี่บางคนที่ก็ยังอยากที่จะมีกิจกรรมอย่างนี้อยู่ แล้วก็พยายามสรรหา แอบกระซิบกันบ้าง ว่าถ้าอยากจะร่วมกิจกรรมรับน้องนี่นะ เดี๋ยวพวกพี่ๆแอบกัน เซ็นชื่อๆเดี๋ยวเจอกันที่นั่นที่นี่ มันก็ยิ่งแล้วใหญ่ ยิ่งไม่ต้องอยู่ในบริเวณมหาวิทยาลัยแล้วคราวนี้ ก็ออกไปยังต่างจังหวัด

คำนูณ – ออกกฎหมายเลย ออกกฎหมายห้าม ใครทำนี่มีความผิด ในอเมริกานี่เขาออกกฎหมายมาแล้ว ในฟิลิปปินส์นี่เขาออกกฎหมายมาแล้ว

สโรชา – กฎหมายจะเอาอยู่หรือ

สำราญ – คืออย่างน้อยทางมหาวิทยาลัย อาจารย์น่ะ

คำนูณ – ก็คือพบที่ไหนก็ย้ายอธิการบดี จับติดคุกไปเลย

สโรชา – ขนานนั้นเลยนะ แล้วจะดูแลได้อย่างไร นักเรียนเป็นหมื่นๆแต่และสถาบัน

คำนูณ – คือผมว่าถ้าประเทศไทยแก้ปัญหานี้ไม่ได้ ก็ไม่ต้องไปแก้ปัญหาอื่นกันแล้วล่ะ

สำราญ – เดี๋ยวคนจะว่าประเทศไทยมีปัญหาอย่างอื่นต้องแก้เยอะแยะ ไม่ต้องมาแก้เรื่องนี้

คำนูณ – คือถ้าไม่แก้นี่ผมว่ารัฐบาลชอบ พลังนิสิตนักศึกษานี่มาเถียงกันเรื่องรับน้อง ผมก็เพิ่งเคยเห็นว่า สนนท.มารณรงค์เรื่องนี้ แล้วผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่า สนนท.นี่จะเอายังไง วันแรกนี่ที่เป็นข่าวใหญ่นี่คือ สนนท.ออกมาบอกว่ามีการข่มขืนกัน แล้วเป็นการกล่าวหาการข่มขืนที่ผมอ่านวันแรก ผมก็ว่าพูดแบบนี้มันไม่เป็นธรรมนะ คือไปบอกแล้วไม่ระบุอะไรเลย ใช่หรือไม่ใช่ก็ไม่รู้ สุดท้ายแล้วจริงหรือไม่จริงก็ไม่รู้ พออีกวันหนึ่งผมเห็น สนนท.ออกมาเถียงกับอาจารย์ภาวิชบอกว่า มันมีกิจกรรมที่สร้างสรรค์อยู่ ตกลง สนนท.จะเอายังไง ผมไม่เข้าใจ

สำราญ – สนนท.ยังไม่เอาอย่างไรหรอก สนนท.ก็จะหากรอบร่วมกัน ก็ สนนท.จะเอาได้อย่างไร ขนาดมหาวิทยาลัยเป็น 100 แห่งนี่ยังไม่รู้จะเอาอย่างไรเลย

คำนูณ – แล้วผมไม่เชื่อว่าถ้า สนนท.จะเอาอย่างไรนี่ แต่ละสถาบันนี่เขาจะเอากับ สนนท. สนนท.มีอะไรล่ะนาทีนี้

สโรชา – เขาก็ต้องมีพลังของนักศึกษาสิคะ

คำนูณ – มันไม่มีพลังมาตั้งนานแล้ว บ้านนี้เมือนี้ถ้านักศึกษายังพลังอยู่ มันไม่เกิดเรื่องอุบาทว์แบบนี้ขึ้นมาหรอก มันมีเรื่องอะไรที่นักศึกษาควรจะเคลื่อนไหวมากกว่านี้

สำราญ – ก็เป็นไปทั้งสังคมนะ

คำนูณ – นี่ผมว่ามันเป็นอาการป่วยไข้ขั้นอันตรายของสังคมนะ

สโรชา – ที่หมายความว่ายังไงคะ ที่นักศึกษามามีกิจกรรมอย่างนี้ หรือว่าที่ไม่สนใจเรื่องบ้านเรื่องเมือง หรือปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น

คำนูณ – ใช่

สำราญ – มันเป็นมาหลายปี ไม่ใช่ว่าเพิ่งมาเป็นวันนี้

คำนูณ – มันเป็นมานานแล้ว แต่ว่าวันนี้เราก็ต้องบอกว่า มหาวิทยาลัยมันมากขึ้น มีการยกระดับสถาบันการศึกษา ที่เมื่อก่อนไม่ใช่ระดับมหาวิทยาลัยเป็นมหาวิทยาลัยมากขึ้น แล้วก็ถ้าเราสังเกตดูนี่ เรื่องที่เกิดขึ้นจะเกิดขึ้นจากมหาวิทยาลัยที่เราจะพูดว่าอย่างไรดี เป็นมหาวิทยาลัยใหม่ๆเสียก็เยอะนะ หรือว่าระดับที่ยกระดับขึ้นมาเป็นมหาวิทยาลัยก็เยอะ คือจริงๆแล้วการรับน้องนี่ ผมไม่ได้คัดค้านนะ แล้วผมเชื่อว่าทุกคนไม่มีใครคัดค้าน ถ้ารับก็ทำพิธีบายศรีสู่ขวัญ พาไปทำบุญเข้าวัดเข้าวาอะไรไป อะไรอย่างนี้นะก็ไม่ค่อนมีปัญหา แต่ว่าการรับน้องที่มันเป็นปัญหาอยู่ก็คือ การไปเลียนแบบระบบทหารมาใช้ คือมีว้ากเกอร์ มีการกดดันรุ่นน้อง แล้วก็อ้างว่าจะให้น้องนี่มีระเบียบ มีความอดทน จะได้เผชิญกับโลกภายนอกได้ รุ่นพี่มันออกมามันยังเผชิญโลกภายนอกไม่ได้เลย

สโรชา – แสดงว่าวิธีนี้ใช้ไม่ได้ผล

คำนูณ – มันก็ได้แต่ว้าก คือส่งพวกว้ากเกอร์นี่ไปอยู่ 3 จังหวัดบ้างดีกว่า ให้มันไปว้ากโจร

สโรชา – จะได้ผลไหม

สำราญ – ไม่ได้ผล

คำนูณ – โจรมันไม่เชื่อ

สำราญ – ผมเข้าใจว่าสังคมส่วนใหญ่คงจะรับได้ ถ้าทำพิธีบายศรีสู่ขวัญอย่างที่คุณคำนูณว่านะ หรืออย่างนี้ก็ไปลอดซุ้มอย่างนี้นะครับ แล้วก็วันเดียวจบ ปฐมนิเทศนะ หรือจะไปวัดอีกซักวันก็ได้จบ ไม่ใช่มาทำอย่างนี้

สโรชา – เอาล่ะ เดี๋ยวไปพักโฆษณาก่อนดีกว่า ถ้าหากว่าคุณผู้ชมคิดอย่างไร เห็นอย่างไร เกี่ยวกับประเด็นต่างๆที่เราพูดคุยกัน หรือประเด็นอื่นที่เกิดขึ้นในรอบสัปดาห์ที่ผ่านมานั้น สามารถที่โทรมาได้นะคะที่ 02-6294433 ค่ะ พักซักครู่เดี๋ยวกลับมาคุยกันในประเด็นของการเมืองและเศรษฐกิจกันบ้าง ซักครู่เดียวค่ะ

*************************************************************
สโรชา – ตอนนี้เราไปคุยกันถึงเรื่อง จะเอาการเมืองก่อนดี หรือว่าจะเอาเศรษฐกิจก่อนดีคะ มันมีเรื่องของภายในพรรคไทยรักไทยเอง คุณเสนาะ ท่านนายกฯ การประชุมพรรคที่จะมีขึ้นในสัปดาห์หน้านี้ รวมไปถึงเศรษฐกิจก็จะคงจะเป็นเรื่องของราคาน้ำมัน โดยภาพรวมแล้วอาอะไรก่อนดีคะ

สำราญ – มันก็เรื่องเดิมๆหมดนะ แล้วแต่คุณจะตั้งคำถามดีกว่า อยากให้ถามเยอะๆ

สโรชา – เอาการเมืองก่อนดีกว่า คือคราวที่แล้วเราคุยกันถึงเรื่องของคุณเสนาะ ถูกไหมคะ แล้วก็เราก็คิดว่าคงจะกล้อมแกล้มไปทั้ง 2 ฝ่าย ปรากฏว่าพอสัปดาห์ที่แล้วระเบิดลงไปอีก 1 ลูก แล้วลูกใหญ่พอสมควรเลยนะ

สำราญ – ที่ มสธ.ใช่ไหม

สโรชา – ใช่ค่ะ มันจะมีอีกไหมล่ะ

คำนูณ – ก็รอดูอีกอาทิตย์นึง

สโรชา – ทำไมอาทิตย์เดียวล่ะคะ

คำนูณ – ก็ถือไฮไลท์มันจะไปอยู่ที่การอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 27 และก็การลงมติวันพุธที่ 29 ถ้าเผื่อว่ากลุ่มวังน้ำเย็นลงว่าไว้วางใจคุณสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจก็คงมีเสียงโห่เป็นมวยล้มไป แต่ถ้าเผื่อว่างดออกเสียงหรือลงมติไม่ไว้วางใจมันก็เร่องใหญ่ แต่ตอนนี้ อาทิตย์นี้ก็คงอยู่ในที่ตั้งทั้งฝ่ายนะ

สโรชา – เงียบๆกันไปแล้วใช่ไหมคะ

สำราญ – คือดูแล้วคือที่คุณเสนาะพูดนี่ มสธ.นี่ถือว่าแรงมากนะ แรงสุดๆน่ะ คือพูดไปเพราะคงคิดว่าไม่มีนักข่าวอยู่นะ บังเอิญมีเดลินิวส์เขาอยู่ แล้วก็ถอดเทปอะไรกันมานะ คุณอุไรวรรณก็มาแก้ต่างนิดหน่อย บอกว่าลงข่าวแบบนี้ก็แย่นะ เอาเทปมาเปิดได้เลยไม่ใช่อย่างนี้หรอก ผมก็สงสัยว่าทำไม หนังสือพิมพ์ลงก็ยืนยันว่าของจริง แล้วไม่ใช่ฉบับเดียวด้วยนะ ในไทยโพสต์เขาก็แกะเทปมาลง ในผู้จัดการเขาก็ลงกันเป็นที่เอิกเกริกนะครับ คือดูอาการในสัปดาห์นี้ก็ดูเหมือนว่าต่างฝ่ายต่างถอยไปคนละครึ่งก้าว เพราะอย่างที่คุณคำนูณว่า ไฮไลท์อยู่ที่ว่าวันลงมติ อยู่ที่ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจคุณสุริยะว่า วังน้ำเย็นซึ่งจะเหลือ 10 เสียง 20 เสียงอะไรก็แล้วแต่นะจะว่าอย่างไร แต่ว่าถ้ามองจากลางสังหรณ์ใจวันนี้ ผมคิดว่าเผลอๆอาจจะเลิกรากันไปแบบไม่เลิกนะ ดูเหมือนยังไม่เลิกแต่จริงๆอาจจะเลิกแล้วก็ได้

สโรชา – แสดงว่าก็กล้อมแกล้มๆกันไป

สำราญ – กล้อมแกล้มๆกันไปอะไรทำนองนี้นะ ก็คือคุณเสนาะยังจัดว่าเป็นหอกข้างแคร่ต่อไป แต่จะเป็นหอกข้างแคร่ที่อาจจะทู่ไปหน่อย ทั้งๆที่ 3 นัดที่ผ่านมาต้องถือว่าคุณเสนาะนั้นพูดจากใจ แล้วมันโดนใจคนจำนวนมาก

สโรชา – คือจริงๆแล้วนึกว่าไม่มีนักข่าวอยู่ หรือว่าเข้าใจว่าเป็นเวทีปิดแล้วพูดออกมาอย่างนั้นนี่ มันก็คงจะเป็นเรื่องที่มาจากใจจริงๆใช่ไหมคะ

สำราญ – ก็มีจากใจ จริงๆแล้วคงจะมันเหมือนคนที่ยังระบาย ยังเปิดใจไม่หมดน่ะ ในสภาก็เปิดได้หน่อยนะ มาเที่ยวมันคามันเหมือนเป็นหนังตอนจบอะไรอย่างนี้นะ พูดให้มันสุดลิ่มไปเลยอะไรอย่างนี้นะ แต่จริงๆถามว่าสุดลิ่มไหมนี่ก็ยังไม่หมดหรอก ก็มีความพยายามของหลายฝ่ายนะ มันอยู่ที่ท่าทีของท่านนายกฯด้วยว่าจะเอาอย่างไร ผมดูๆแล้วท่านนายกฯนี่ไม่น่ากล้าที่จะเชือด

สโรชา – ท่านก็เป็นคนบอกว่าให้ระงับความเคลื่อนไหวภายในเองไม่ใช่หรือคะ ที่จะมีการขับคุณเสนาะ หรือหกลุ่มวังน้ำเย็นออกจากพรรค

สำราญ – คือผมค่อนข้างเชื่อว่าถ้าเชือดคุณเสนาะนี่ คุณเสนาะท่านเหมือนกับว่าไม่มีอะไรสูญเสียแล้ว ถูกไหมครับ ท่านพูดไปท่านก็ได้มิตรรักแฟนเพลงอะไรเพิ่มขึ้นนะ เกิดคุณทักษิณเชือดคุณเสนาะ จริงๆขับก็ขับได้ แต่ว่าคือไทยรักไทย ท่านนายกฯ กลุ่มชินวัตรนี่พร้อมที่จะรับความเจ็บปวดไหม ถ้าคุณเสนาะพูดมาอีกนะ คุณอย่าคิดว่าที่คุณเสนาะพูดมานี่ไม่มีความหมาย ไม่มีผลกระเทือนต่อไทยรักไทย

คำนูณ – อธิบายหน่อย คือก่อนหน้านี้ ก่อนหน้า มสธ.นี่ก็พอจะกล้อมแกล้มอธิบายไปได้ว่า เป็นการพูดถึงเรื่องระบบ เป็นการพูดถึงเรื่อง ส.ส.ติดคุก พูดถึงอะไรนี่นะ แต่จริงๆแล้วคุณเสนาะเขาอาศัยเวทีที่เรียกว่า วิจารณ์รัฐธรรมนูญ คุณเสนาะก็บอกว่า รัฐธรรมนูญฉบับนี้แกคัดค้านมาตั้งแต่ตอนโน้นแล้ว แต่จำใจต้องรับเพราะเป็นมติพรรค แล้วแกก็อดทนไว้ แต่มาตอนนี้แกก็บอกว่าเห็นแล้วใช่ไหมว่ามันเป็นยังไง ก็คือพูดถึงเรื่องรัฐธรรมนูญ แต่ว่าที่ มสธ.นี่มันชัดนะ คือแกบอกว่าในพรรคไทยรักไทย ในรัฐบาลมันโกง โกงลำไย โกงกล้ายาง ซึ่งเฉพาะโกงลำไยมันร้ายแรงกว่าซีทีเอ็กซ์ 9000 อีกนะครับ ซึ่งอันนี้มันใหญ่นะ แล้วก็บอกว่ารัฐบาลนี่ปล้นฆ่าประชาชนนะครับ คือถ้าพูดกันถึงขนาดนี้แล้ว ผมว่าแค่คุณเสนาะหยุด ไม่พูดต่อนี่ก็เสียพอสมควรแล้ว คุณก็รู้ คุณก็คุยบอกว่า โกงกันยังไงนี่ ถ้าให้พูดนี่คนอื่นไม่ต้องอภิปรายเลย อภิปรายได้หมดเป็นฉากๆ ตั้งแต่ ปคท.มาเป็นอย่างไร อะไรอย่างนี้

สโรชา – คนเดียวยาวเลย

สำราญ –ประชาธิปัตย์ไม่ต้องพูด

คำนูณ – เนื้อหามันเป็นอย่างนั้น ก็คือถ้าพูดถึงขนาดนี้นี่แค่หยุดไปไม่พูดต่อนี่นะ ก็เสียรังวัดพอสมควรแล้ว ยิ่งถ้ากลับมาจับไม้จับมือกันนี่นะ ก็คือเลิกกันเลย จบเลย ชีวิอตที่เหลืออยู่ของคุณเสนาะนี่ก็คือ ผู้คนเขาก็ตราหน้าว่าก็เหมือนเดิม

สำราญ – คือเท่ากับล้มมวย ว่าอย่างนั้นเถอะ

คำนูณ – ก็เหมือนเดิม ก็คือก่อนหน้านี้ที่คุณเสนาะออกมานี่ ผู้คนจำนวนหนึ่งถึงแม้ว่าจะเห็นว่าเนื้อหาโอเคนะ แต่ก็ยังอดวิพากษ์วิจารณ์ ยังอดลังเลไม่ได้ว่าตกลงที่คุณพูดอย่างนี้ เพราะว่าคุณเสียประโยชน์ใช่ไหม เพราะว่ามันก็เป็นมาอย่างนี้ คุณก็อยู่กับเขามา 4-5 ปีนี่ ทำไมเพิ่งมาพูดตอนนี้ แต่ว่าผู้คนเขาก็เห็นว่า ในยามนี้มันเหมือนกลางทะเลทราย มันไม่มีน้ำจะกินนี่ พอมีคุณเสนาะพูดออกมาแล้วมันพูดตรงกับที่หลายๆคนอยากพูดออกมา และก็หลายคนนั้นเขาไม่มีโอกาสหรือว่าไม่มีเวทีที่จะพูด หรือว่าไม่มีฐานะที่จะพูด

สำราญ – คือคนอื่นก็พูดเยอะ แต่มันไม่สั่นสะเทือนเท่าคุณเสนาะพูด

สโรชา – เพราะเขาถือว่าเป็นคนในที่พูด

คำนูณ – โอเอซิสกลางทะเลทรายแหละ ถึงจะเป็นคุณเสนาะพูดอะไร คนก็รับกันได้ พอกล้อมแกล้มกันได้

สำราญ – เป็นคนในพูดแล้วคนมันเชื่อว่าคุณเสนาะพูดเรื่องจริง

คำนูณ -แต่ว่าตอนนี้ก็คือก็ต้องดูกันไปนะครับ

สโรชา – แสดงว่าถ้าลักษณะเป็นอย่างนี้แล้วนี่ เปอร์เซ็นต์ที่จะกลับไปคืนดีกันมีค่อนข้างน้อยสิคะ

คำนูณ – รอแต่ว่าจะเชือดกันยังไง

สำราญ – มันควรจะน้อยนะ แต่มันจะเป็นไปได้ไหมมันก็มี

สโรชา – มีความเป็นไปได้อยู่

คำนูณ – อย่าไปประมาทนักการเมืองไทย เขาก็ทำอะไรในสิ่งที่ผู้คนทั่วไปไม่คิดว่าพวกเขาจะทำกันได้ เยอะกว่านี้พวกเขาก็ทำกันมาแล้ว แค่นี้น่ะ

สำราญ – คือดูรูปการขณะนี้มันไม่น่าจะดีกันได้แล้ว

คำนูณ – คืออย่าไปทุ่มเทใจไว้ที่คุณเสนาะ

สโรชา – คือถ้าเป็นเรา 2 คนพูดกันขนาดนี้ก็ไม่ต้องมองหน้ากันแล้วใช่ไหมคะ

สำราญ – ไม่ต้องเผาผีกันแล้ว แต่ว่าทางการเมือง หรือกรณีนี้พูดตรงๆนะ ก็อย่าประมาทเสียทีเดียว มันยังเป็นไปได้ว่า สามารถที่จะอยู่ด้วยกันได้

คำนูณ – มันมีร่องรอยอันหนึ่งซึ่งเราก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น หรือว่าเขาไปพบกันเรื่องอะไร ก็คือคุณพายัพ ชินวัตร ดอดไปพบคุณเสนาะ เทียนทอง ก็เงียบๆไปไม่ได้มีข่าวสารอะไรออกมา

สำราญ – วันที่ 16 วันพฤหัส ก็มีข่าวยังไม่ยืนยันว่า คุณทักษิณอาจจะไม่พอใจหรือพอใจนี่นะ มันก็อยู่ที่ว่าแหล่งข่าวของฉบับไหน

คำนูณ – ก็ไม่รู้ว่าคุณพายัพนี่ไปเองหรือว่ายังไง

สโรชา – ถูกส่งไปหรือเปล่า มีคนถามเหมือนกันนะคะว่า เป็นไปได้ไหมถ้ามองในแง่ดีนี่ ทั้งหมดที่เกิดขึ้นนี่มันจะกลายเป็นผลดีว่า กลุ่มวังน้ำเย็นและคุณเสนาะก็ยังคงอยู่ในพรรคไทยรักไทยต่อไป แต่ไม่ถึงขั้นแตกหัก ส่วนคนกลุ่มนี้จะเป็น 10 เป็น 20 คนอะไรก็แล้วแต่ ก็สามารถที่จะลงมติตามความคิดของตัวเองได้ โดยที่ไม่ต้องเป็นไปตามมติพรรค คือมันจะเป็นกึ่งๆอิสระไปในตัวหรือเปล่า เป็นไปได้ไหม เขาจะปล่อยให้เป็นหรือเปล่า

คำนูณ – มันก็เป็นไปได้ทั้งนั้นน่ะ แต่ว่าคือเรื่องอยู่ในนี้เขาไม่ทำอะไรก็จริง แต่คุณก็ไม่ได้อะไร คุณจะมีตำแหน่งไหมไม่มีทาง คุณจะได้รับมอบหมายให้ทำงานอะไรไหมไม่มีทาง

สโรชา – แต่ก็ยังคงสมาชิกภาพการเป็น ส.ส.อยู่

คำนูณ – แล้วเสร็จแล้วก็คือพอสมัครรับเลือกตั้งสมัยหน้านี่นะ เขาไม่ส่งคุณลงน่ะ จบ

สำราญ – ก็ยกเว้นบางคนนะ คือจริงๆตอนนี้นี่วังน้ำเย็นเมื่อก่อนมีซัก 20 กว่าคน สมมุตินะ ตอนนี้ที่โดนทั้งขู่ทั้งปลอบนี่ บางคนก็เลี้ยวกลับ

คำนูณ – โดนซื้อไปว่าอย่างนั้น

สำราญ – กลับไปอยู่สวามิภักดิ์กับไทยรักไทย กลับสู่อำนาจพรรคนะ จะซื้อไม่ซื้อก็ไม่รู้นะ อาจจะมีค่าอะไรก็แล้วแต่เยอะนะ ไปหลายคนถ้าตามข่าวนี่นะครับ ก็เอาเป็นว่าคือก็ยังเป็นไปได้ว่า ถ้าเป็นเราเราเชื่อว่าไม่เผาผีกันแล้ว แต่ว่าในทางการเมืองถามว่ามันเป็นไปได้ไหม มันก็มีความเป็นไปได้จะ 10% 5% เราก็ไม่รู้ แต่ว่าเราก็เปิดใจไว้ตรงนี้นิดหน่อย ว่ามันยังมีโอกาสเป็นไปได้

คำนูณ – อย่าไปทุ่มเท

สำราญ – ที่จะเป็นหอกข้างแคร่กันต่อไป อยู่กันได้นะ แปลกมาก เป็นมหัศจรรย์มาก

สโรชา – คนก็งงกันไป

สำราญ – คนก็งงกันไป คุณสโรชาก็จะวิเคราะห์ว่าอย่างไรดีกับการเมืองไทย ก็ไม่แน่

คำนูณ – คือส่วนใหญ่ก็คือเป็นคนเผ่าพันธุ์เดียวกัน

สำราญ – ผมเชื่อว่าคุณเสนาะถ้ามีลูกจะแฉอย่างนี้อีก แล้วผมถึงเปิดใจว่า 10 กว่าเปอร์เซ็นต์ คุณเสนาะยังมีเรื่องที่จะแฉแล้วเจ็บแสบกว่านี้อีกนี่ ผมว่าตรงนี้ท่านนายกฯคิดหนัก

สโรชา – แสดงว่าก็ยังมีข้อมูลอยู่ พูดง่ายๆ

สำราญ – คุณเสนาะดูเหมือนว่าถือไพ่ไม่เหนือกว่า แต่จริงๆผมเชื่อว่าคุณเสนาะถือไพ่เหนือกว่า

คำนูณ – คือเรื่องข้อมูลนี่ คนในวงการเขาก็รู้กันแหละ ว่าเรื่องลำไยนะมันทำกันยังไง เรื่องกล้ายางมันทำกันอย่างไร

สำราญ – หมายถึงเรื่องอื่นด้วย เรื่องที่เขาเริ่มๆกันนี่

คำนูณ – อะไรต่อมิอะไรนี่

สำราญ – ลำไยก็เป็นเรื่อง 1 ใน 10 เรื่องอย่างนี้นะ สมมุตินะ แต่เป็นเรื่องที่หนักข้อกว่านี้อีก แต่เราคงไม่พูดดีกว่า

สโรชา – และการประชุมคณะกรรมการบริหารพรรค 21 นี้ คือวันอังคาร เขาบอกว่าจะมีการปรับเปลี่ยนคณะกรรมการ อาจจะมีการปรับบางท่านที่ไม่ได้มีบทบาททางการเมืองมากนักแล้วออกไป แต่ว่าจะเพิ่มตำแหน่งเป็น 19 คน

สำราญ – จาก 13 เป็น 19 อันนี้ผมไม่ค่อยให้ความสำคัญเท่าไหร่นะ มันคือเป็นเรื่องบริบทเล็กๆในพรรคไทยรักไทย ก็เพิ่มคณะผู้บริหารพรรคเขาเรียกจาก 13 เป็น 19 คน แล้วก็เขาย้ายที่ทำการใหม่นะ เข้าใจว่าวันที่ 21 นี่จะไปประชุมกันนัดแรกวันอังคารนะ ตึก IFCT ในเครือกลุ่มชินเขาไปซื้อตรงนั้นแล้วก็ย้ายกันไป ก็ยังไม่มีความหมายอะไรมากนัก ก็เติมเต็มสายอำนาจว่าอย่างนั้นเถอะ สายที่เป็นคนที่ท่านนายกฯไว้ใจ คุณหญิงพจมานไว้ใจ ก็ไปดูแลพรรคเป็นคณะผู้บริหารพรรคมีอำนาจมากขึ้น มีคนนั้นมีคนนี้นะครับ คือเดิมก็กลุ่มน้ำเย็นก็ไม่ค่อยมีอำนาจมากอยู่แล้วตรงนั้น ไม่ค่อยมีตัวละครอยู่แล้ว

สโรชา – ค่ะ ก็คงต้องติดตามความเคลื่อนไหวในการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งพรรคไทยรักไทยกันต่อไปนะคะ ตกลงมหาชนก็ตกอยู่สภาพคล้ายๆกันไหม สำหรับ 2 ส.ส.ไม่ลงตามมติพรรคเช่นเดียวกัน แต่ก็คงไม่ถึงกับขับออกจากพรรค

สำราญ – ไม่ถึงหรอก เสธ.หนั่นก็พูดชัดเจนแล้ว รู้วันนี้ตอนเย็นแถลงข่าวนี่ เขาบอกว่าเดี๋ยวค่อยพูดค่อยคุยกัน

สโรชา – ใช้สำนึกส่วนตัวใช่ไหมคะ หวังว่า ส.ส.เองก็อาจจะสำนึกถึงความผิด

สำราญ – ตอนแรกมีข่าวว่าจะขับนะ ไม่หรอกครับ 2 คนก็เรียกมาคุยกัน คุณตุ่น คุณทัศนียา ก็ไม่มีอะไร

สโรชา – เดี๋ยวไปคุยกันถึงเรื่องเศรษฐกิจซักนิดนึงดีกว่า เพราะว่ากระแสของการประหยัดพลังงานฮิตๆกันอยู่พักหนึ่งนะคะ ในช่วงต้นเดือนก็มีการดับไฟกันไปทั่ว ก็ประหยัดกันได้จำนวนหนึ่ง ทีนี้พอกลางๆเดือนเข้าชักจะแผ่วๆ สำหรับกระแสของการประหยัดพลังงาน ก็จะมีการขึ้นค่าไฟ ก็จะมีมาตรการต่างๆที่จะช่วยกันประหยัดพลังงาน ปิดกันคนละดวงหรือเปล่าคะ ปัจจุบันนี้ ปิดกันหรือยัง

สำราญ – ผมปิดมากกว่า 1 ดวงอีก

คำนูณ – ผมคิดว่าผมประหยัดอยู่แล้วนะ แล้วผมไม่จำเป็นจะต้องมาเชื่อมาตรการไฟไหม้ฟางอะไรที่เกิดขึ้นมาแต่ละที คือไม่ประหยัดสตางค์ที่จ่ายมันก็มากขึ้น คือผมว่าประชาชนทุกคนนี่เขาก็ประหยัดกันอยู่แล้วล่ะ แต่ปัญหาก็คือผู้นำทั้งหลายแหล่ที่มาเรียกร้องให้ผู้คนประหยัดนี่ ตัวเองได้ทำอะไรบ้างที่แสดงให้เห็นถึงการประหยัด ปิดแอร์เวลาทำงานหรือยัง เลิกใส่สูทหรือยัง ก็ไม่เห็นทำอะไรกันนี่ครับ ก็ยังขับรถคันโตๆกันเหมือนเดิม

สำราญ – ขับรถคันโตๆไม่ว่า สำคัญว่าวิ่งกันกี่กิโลเมตร แต่รถโตๆก็มีผลนะ ใช้น้ำมันเยอะ

สโรชา – ถึงจะ 90 กิโลก็อาจจะใช้น้ำมันมากกว่ารถเล็กๆ

คำนูณ – ทำแบบใส่เสื้อแขนสั้นมาประชุม มาทำงาน เปิดหน้าต่างบ้างอะไรอย่างนี้ ทำให้เห็น คือคนไทยเราก็คือจะทำตามผู้นำนั่นแหละ ทีนี้ผู้นำก็ยังแต่งองค์ทรงเครื่องเหมือนเดิม

สโรชา – ท่านต้องพบผู้หลักผู้ใหญ่หรือเปล่า แขกบ้านแขกเมืองมาก็ต้องมีการต้อนรับ

สำราญ – คือคงหมายถึงภาพรวมว่าทั้งระบบนะ ทั้งฝ่ายการเมือง ฝ่ายข้าราชการนี่ ดูแล้วยังไม่ซีเรียสกับมาตรการที่ตัวเองประกาศว่าอย่างนั้นเถอะนะ เราไม่ได้โฟกัสไปที่ท่านนายกฯทักษิณ หรือคุณพินิจ จารุสมบัติที่ยังหล่อเฟี้ยว อะไรอย่างนี้ไม่ใช่ แต่มองภาพรวมแล้วมันยังไม่เห็นลูกเอาจริงน่ะ จู่ๆตื่นเช้าขึ้นมาวันศุกร์ที่ผ่านมาก็บอกว่า ถ้ามาตรการแบบนี้ไม่เป็นผลนี่ ต่อไปภาครัฐก็ต้องใช้มาตรการบังคับ เรื่องของมาตรการทางค่าไฟ ใช้มากยิ่งเสียแพงอะไรว่ากันไป

สโรชา – ค่ะ ก็จะเป็นขั้นบันไดไป ถูกไหมคะ ยิ่งใช้น้อยก็ยิ่งถูก ถ้ายิ่งใช้มากเท่าไหร่ก็ยิ่งแพงเหมือนกับภาษีประมาณนั้น

สำราญ – ซึ่งมาตรการนี้ก็คงจะเข้า ครม.ภายในสัปดาห์นี้นะ นี่คือมาตรการ ผมว่าเอามาเถอะ แต่สำคัญคือชาวบ้านยังไม่ ผมเชื่อนะ ผมสังเกตผู้คน ชาวบ้านร้านช่องเขาไม่ค่อยให้น้ำหนักว่ารัฐบาลเอาจริงเอาจังเท่าที่ควร คือตีปี๊บกันวันเดียวว่าอย่างนั้นเถอะ แล้วก็จากนั้นก็คือเงียบกันไป แบบนี้มันไม่ได้ คือพอผู้คนไม่เชื่อถือนี่ ผู้คนก็คิดว่าคุณไม่เอาจริง แล้วเรื่องอะไรฉันต้องเอาจริง

คำนูณ – ปีหน้าก็ออกมาตรการใหม่

สำราญ – มันจะยิ่งออกมาก็ยิ่งเหลวอีก ถ้าคนไม่เชื่อเสียแล้วนี่

สโรชา – ก็พูดง่ายๆว่าภาครัฐทำตัวเป็นตัวอย่างก่อน แล้วให้ประชาชนทำตาม

สำราญ – คือรัฐบาลก็พยายามแล้ว แต่ยังสอบตก เอากันสุภาพๆอย่างนี้ผมว่านะ ถ้าให้สำรวจผมเชื่อว่าสอบตก แต่สอบตกแล้วคุณมาออกมาตรการใหม่อีก ภาคกึ่งๆบังคับนี่อันนี้ก็ว่ากันไป ก็ดีไหมก็แหละ

สโรชา – ใกล้จะลอยตัวหรือยังคะ ดีเซล

คำนูณ – อีก 10 เดือน สิ้นมีนาคมปี 2549 ที่เขายกเลิกภาษีไว้บาทนึงก็จะกลับมาเหมือนเดิม ยกเว้นว่าคะแนนเสียงมันตกมากก็ต้องทู่ซี้ต่อเนื่องไป

สำราญ – ก็เป็นแง่มุมที่เป็นไปได้

คำนูณ – คือเรื่องน้ำมันนี่ต้องยอมรับว่า มันเป็นความผิดพลาดอย่างใหญ่หลวงของนโยบายรัฐบาล ก็คือเมื่อปีที่แล้วตั้งแต่ต้นปีไปตรึงไว้ ใครพูดอย่างไรก็ไม่ฟัง บอกมาแสนล้าน คิดแค่ 7 นาทีเท่านั้นแหละท่านนายกฯบอก ไม่ต้องห่วง สิ้นตรุษจีนก็ลง อันนี้มันตรุษจีน 2 ตรุษแล้วมันก็ไม่ลง ก็คือรัฐบาลขาดวิสัยทัศน์ในเรื่องน้ำมัน แล้วก็คือคาดการณ์สถานการณ์โลกผิด คาดการณ์สถานการณ์ในประเทศผิด แต่ที่ต้องทำไปก็คือเพื่อให้การจับจ่ายใช้สอยของประชาชนมันยังคงดำรงอยู่ เพื่อที่จะทำให้ตัวเลข GDP มันดูดี เพื่อจะทำให้การเข้าสู่สนามเลือกตั้งนั้นมันคุยได้เต็มปากเต็มคำ ว่าทำให้เศรษฐกิจของประเทศดีขึ้น เจริญรุ่งเรืองขึ้นทันตาเห็น

แต่พอหลังเลือกตั้งมาแล้วนี่ก็ต้องเผชิญกับความเป็นจริง ซึ่งเผอิญในมันอยู่ในภาวะที่ศรัทธาของรัฐบาลมันตกต่ำลงในด้านต่างๆ คือเจอมรสุมหลายๆลูกพร้อมๆกัน รัฐบาลก็ยังไม่ได้ลอยตัวจริงๆจังๆ ก็มีไว้ 2 ขยักก็คือ 1.76 สตางค์จะให้หมดไปภายในสิ้นปีนี้ แล้วอีก 1 บาทนี่ถึงสิ้นมีนาคมปีหน้า ก็หมายความว่าถ้าไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงนี่ สิ้นมีนาคมปี 2549 นี่ น้ำมันก็จะลอยตัวตามราคาตลาดโลก ซึ่งก็น่าคิดเหมือนกันว่าถ้าสถานการณ์วิกฤติทางด้านศรัทธามันเกิดขึ้นอย่างนี้ แล้วรัฐบาลปล่อยให้ราคาน้ำมันเป็นไปตามกำหนดการที่วางไว้ ซึ่งมันควรจะเป็นอย่างนั้น หรือควรจะเร็วกว่านั้นด้วยซ้ำไปนี่นะครับ ถึงที่สุดแล้วรัฐบาลจะปล่อยให้มันเป็นไปอย่างนี้หรือเปล่า หรือว่ายังจะต้องกัดฟันที่จะต้องพยุงได้ หรือประคองไว้อีกระยะหนึ่ง

สโรชา – ถามเรื่องเมกกะโปรเจคนิดนึง 1.7 ล้านล้านในระยะเวลา 5 ปีนี้ จะช่วยอย่างน้อยที่สุดในปลายปีนี้ เขาบอกว่ามันน่าฉุดเศรษฐกิจได้บ้าง

คำนูณ – เขาไม่ได้บอก นายกฯบอก แต่คนไม่ค่อยเชื่อนายกฯเท่าไหร่

สำราญ – ก็คงได้บ้างนะ ถ้าฟังสุ้มเสียงนักวิชาการ เราก็ไม่ใช่เจ้าทฤษฎีนะ แต่ว่าฟังสุ้มเสียงสำนักต่างๆนี่นะ แต่มันไม่ใช่เป็นยาวิเศษแล้วนะ คุณสโรชา 1.7 ล้านล้านบาทนี่เราต้องไปกู้เขามาประมาณ 6-7 แสนล้านนะ คือมันต้องเสียดอกเบี้ย อันนี้ก็ว่ากันไปนะ แต่มันจะเป็นส่วนช่วยไหมก็อาจจะเป็นส่วนช่วยส่วนหนึ่งนะ แต่ว่าการกู้นี่มันจะไปโยงเข้ากับปัญหาเศรษฐกิจด้านอื่นด้วย เรื่องของการส่งออกเราก็แย่อยู่ เป้าปีนี้ต่ำว่าที่ตั้งไว้แน่นอน ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด คาดกันว่าปีนี้ 2% ของ GDP คือมันโอเค ตัวเลขนี้ยังพอ เท่าที่เขาวิเคราะห์กัน หรือว่าเท่าที่ประสบการณ์ที่เรามองเห็นหรือทำข่าวมานี่ มันก็ถือว่ายังไม่อันตรายเท่าไหร่

เพราะว่าถ้าปี 2540 นี่ผมจำได้เลยนะ สัมภาษณ์ ดร.อำนวยอะไรไปนี่นะ ปี 2539 เราคาดดุลบัญชีเดินสะพัด 8% ของ GDP อย่างนี้นะ คือมันสูงมาก ตอนนี้เขาตั้งเป้าว่าถ้ามันขาดดุลเกิน 2% ของ GDP นี่มันก็ต้องเบรกเหมือนกันนะ คือมันทำไปภายใต้ความผกผันภาวะเศรษฐกิจตัวอื่นเหมือนกัน การส่งออกของเราเป็นอย่างไร การหาสตางค์ของเรานี่นะ ดุลบัญชีเดินสะพัดนี่นะ เงินตราต่างประเทศมันไหลเข้ามาหรือเปล่านี่ มันก็ต้องดูควบคู่ไปด้วย แต่ถามว่ามันกระตุ้น GDP ได้ซักกี่เปอร์เซ็นต์คงมีส่วนอยู่หรอก

สโรชา – ก็ต้องมีบ้าง เพียงแต่ว่าถ้ามองในภาพรวมก็อาจจะช่วยไม่ได้มากนัก

คำนูณ – คือมันไม่ใช่ของจริง อันที่จริงเรื่องนี้ก็ไปเปิดอ่านในเว็บไซด์ของผู้จัดการดีกว่า หรือว่าในหนังสือพิมพ์ผู้จัดการ

สำราญ – คุณสนธิพูดไปเมื่อวันศุกร์ เมืองไทยรายสัปดาห์

คำนูณ – ฉบับวันพรุ่งนี้เขาก็ถอดเทปลง คุณสนธิเขาพูดไว้ได้ชัดเจน ผมจะเอามาถ่ายทอดอีกก็สู้ไปอ่านเองดีกว่า เอาเป็นว่ามาตรการอย่างหนึ่งมันก็มีผลต่อมาตรการอีกอย่างหนึ่ง เป็นต้นว่าเมกกะโปรเจค 1.7 ล้านล้านบาทนี่ มันก็จะผลจะดึงเงินจากแบงค์ แทนที่แบงค์จะปล่อยให้ภาคการผลิตจริงได้ไปลงทุนก็ไม่ปล่อยแล้วล่ะ สู้ไปปล่อยให้พวกพันธบัตรต่างๆซึ่งมีดอกเบี้ยดีกว่าดีกว่า

สโรชา – ก็ลองไปอ่านดูนะคะ เว็บไซด์ www.manager.co.th นะคะ เดี๋ยวเราจะพักชมข่าวต้นชั่วโมง เดี๋ยวกลับมาเราจะมาคุยกันถึงเรื่องประเด็นข่าวต่างประเทศกันบ้างนะคะ เพราะว่าวันนี้เป็นวันเกิดครบรอบ 60 ปีของนางอองซานซูจีค่ะ ซึ่งก็มีการเฉลิมฉลองกันไปทั่วโลกทีเดียวนะคะ มีการประท้วงกันในพม่าเอง แล้วก็ในไทยก็ถือว่ามีความเคลื่อนไหวในระดับหนึ่งเหมือนกัน เดี๋ยวกลับมาติดตามรายละเอียดกันค่ะ ซักครู่เดียวค่ะ

*************************************************************
สโรชา – ไปดูคำถามจากคุณผู้ชมกันบ้างค่ะ ในช่วงสุดท้ายของรายการก่อนจะถึงวันจันทร์ในค่ำคืนนี้ คุณทวีสินจากแคลิฟอร์เนียค่ะ บอกว่าตอนนี้สามารถรับชมภาพชัดเจนนะคะ แล้วขอแสดงความคิดเห็นว่ารู้สึกผิดหวังกับรัฐบาลชุดนี้เป็นอย่างมาก คุณทศพรค่ะ บอกว่ารัฐบาลชุดนี้รีวิวเก่ง เช่น ชวนพับนก รณรงค์ปิดไฟ ทางที่ดีควรจะปากกับใจตรงกันดีกว่า ภาคใต้แก้ปัญหาไม่สำเร็จตรงที่ยังมีทหารอยู่ คุณพงศ์จากมุกดาหารค่ะ บอกว่าเรื่องของคุณเสนาะกับท่านนายกฯ ก็เป็นเรื่องของไก่เห็นตีนงู งูเห็นนมไก่

คุณประชาชนจากนครราชสีมา บอกว่าที่ป๋าเหนาะออกมาพูด เป็นการเล่นละครให้ประชาชนดู เป็นอย่างนี้ตั้งหลายครั้งแล้ว แล้วถือว่าเป็นละครฉากสำคัญ เพื่อขอความเห็นใจให้กับท่านนายกฯ เพื่อกลบเกลื่อนความชั่วร้ายที่ร่วมกันทำไว้ คุณสมัครจากตากค่ะ บอกว่าเกี่ยวกับรับน้องบอกว่าไม่เห็นด้วย เพราะว่าจะเป็นบ่อเกิดลัทธิอุปถัมภ์ แล้วบางครั้งก็เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชนด้วย มีนักศึกษาจากขอนแก่นบอกว่าเห็นด้วยกับการรับน้อง แต่ว่าไม่อยากให้รุ่นพี่ว้าก จากนิวยอร์กคุณเจนนะคะ บอกว่าอยากให้มีกฎหมายมารองรับ เพื่อที่จะคุ้มครองนิสิตนักศึกษานะคะ ไม่ให้การบังคับแต่เป็นการสมัครใจจะดีกว่า

ส่วนผู้ปกครองก็ควรจะทราบว่ากิจกรรมรับน้องว่ามีอะไรบ้าง บอกว่าชอบดูรายการนี้มาก ขอบพระคุณเป็นอย่างสูงค่ะ คุณกาญจน์ จากกทม.ค่ะ บอกว่าเป็นกิจกรรมที่ดีแต่ก็อยากให้นำเสนอความชัดเจนในเรื่องการฆ่าตัวตาย ว่าสาเหตุที่แท้จริงมาจากอะไรกันแน่ คุณสมชายจากตรังค่ะ บอกว่าน่าจะให้เจ้าหน้าที่ไปดูแลเรื่องของการรับน้องได้ หากการรับน้องเป็นการละเมิดสิทธิมนุษยชนมากจนเกินไป มีท่านผู้ชมถามว่าทำไมสถานีถึงโจมตีคุณทักษิณจัง สมัยประชาธิปัตย์เป็นรัฐบาล สถานการณ์เลวร้ายมาก ไม่เห็นโจมตีเลย

ท่านผู้ชมจากนครราชสีมาบอกว่า สมัยนี้มีการรับน้องที่พิเรนทร์ยิ่งกว่าเดิม โดยสถาบันการศึกษาแห่งหนึ่งในโคราช มีการให้รุ่นน้องผู้ชายแก้ผ้า แล้วรุ่นพี่จูงอวัยวะเพศให้เดิมตาม ถ้าไม่ทำตามก็จะโดนขังไว้ที่วิทยาลัย หรือบางครั้งก็ให้นักศึกษาชายเข้าแถวหนึ่ง นักศึกษาหญิงเข้าอีกแถวหนึ่ง แล้วก็ให้นักศึกษาชายนี่รูดซิปโชว์นักศึกษาหญิง สรุปว่าถ้ามีการรับน้องก็มีไป แต่พฤติกรรมเลวๆก็ให้ยกเลิกเสียทีนะคะ นั่นก็คือความคิดเห็นจากคุณผู้ชมที่โทรเข้ามาในรายการเรา

เดี๋ยวไปดูเรื่องราวของต่างประเทศบ้างค่ะ คุณผู้ชม เพราะว่าวันนี้เป็นวันที่สำคัญอย่างยิ่ง สำหรับเรื่องราวของประชาธิปไตยในพม่า เพราะว่าเป็นวันเกิดครบรอบ 60 ปีของนางอองซานซูจี ซึ่งเราก็ได้ทราบเรื่องราวของเธอมามากพอสมควรแล้วนะคะ วันนี้ความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นทั่วเอเชียแทบจะทุกประเทศเลยนะคะ ก็มีการชุมนุมประท้วงบ้าง หรือว่ามีการฉลองวันเกิดให้กับนางอองซานซูจีในสถานที่ต่างๆนะคะ

เริ่มที่ประเทศไทยก่อนดีกว่า เพราะว่าก็มีความเคลื่อนไหวเยอะทีเดียวนะคะ สำหรับประเทศไทย โดยที่คณะรัฐศาสตร์ ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับคณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตยในพม่า มีสภาเพื่อสิทธิมนุษยชนและการพัฒนาแห่งเอเชีย ศูนย์ข่าวสาละวิน แล้วก็อีกหลายหน่วยงานค่ะ ก็ได้ร่วมกันจัดงานภายในชื่อ “60 ปีอองซานซูจี การต่อสู้ของผู้หญิงแห่งลุ่มน้ำอิระวดี – สาละวิน” ค่ะ

ในโอกาสนี้ เพื่อที่จะได้ร่วมกันฉลองวันเกิดให้กับนางอองซานซูจีนะคะ ช่วงเช้าที่ผ่านมาก็ได้มีการมอบปริญญารัฐศาสตร์ดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ให้กับอองซานซูจี โดยมีผู้แทนซึ่งเป็นเลขาธิการสหภาพสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแห่งพม่าเป็นตัวแทนมารับ โดยที่นางดอว์ ซาน ซานก็ได้กล่าวขอบคุณแทนนางอองซานซูจี ก็ยืนยันว่าตอนนี้นี่นางซูจีก็ยังมีสุขภาพแข็งแรง กำลังใจที่เข้มแข็งอย่างเดิม แต่ในขณะเดียวกันก็ยังถูกกักบริเวณอยู่ในบ้านพรรคที่กรุงย่างกุ้งนี่จะเข้าสู้ปีที่ 3 แล้ว เธอก็ถูกกักบริเวณตั้งแต่พฤษภาคม ปี 2546 นี่เป็นครั้งล่าสุดนะคะ หลังจากที่ถูกกักบริเวณมากถึง 3 ครั้งแล้วนะคะ ตั้งแต่ปี 2532 รวมกันแล้วนี่ร่วมๆ 10 ปีแล้วค่ะ ที่เธอถูกกักบริเวณ

นั่นคือความเคลื่อนไหวในเมืองไทย แต่ที่พม่าเอง ในกรุงย่างกุ้งเองก็มีความเคลื่อนไหวเช่นเดียวกันนะคะ โดยสมาชิกพรรค NLD นับร้อยคนค่ะ รวมกับนักการทูตบางประเทศด้วย ก็ไปรวมตัวกันที่ทำการพรรค NLD ในกรุงย่างกุ้ง ในพิธีการนี่ก็มีการปล่อยนกพิราบขาว 10 ตัวนะคะ แล้วก็มีการปล่อยลูกโป่งถึง 61 ลูกทีเดียว เพื่อที่จะเป็นการต่ออายุให้กับนางอองซานซูจีนะคะ ที่เจดีย์ชเวดากองก็มีการปล่อยนกพิราบขาว 61 ตัว แล้วก็สมาชิกพรรคตรงนั้นมีแค่หยิบมือซัก 10 กว่าคนได้ ก็ใส่เสื้อยืดที่มีรูปนางซูจีอยู่ข้างหน้า แล้วก็มีคำพูดประมาณว่าปล่อยให้เธอเป็นอิสระเถอะ โดยที่ 12 คนที่ว่านี้ก็ถูกจับกุมไปชั่วคราว แล้วก็ได้รับการปล่อยตัวหลังจากที่ยอมที่จะถอดเสื้อที่มีข้อความอย่างนี้เสีย

ในทั่วทุกประเทศในเอเชียเอง ก็มีการประท้วงกันนะคะ ที่สถานทูตพม่าหลายๆแห่งในเอเชีย ไม่ว่าจะเป็นอินโดนีเซีย มาเลเซียก็มีนะคะ แล้วก็ที่สหรัฐอเมริกา ตอนนี้รัฐมนตรีต่างประเทศเธออยู่ที่เยรูซาเล็ม เดินทางไปที่นั่น แต่ก็ส่งสาส์นไปถึงนางอองซานซูจีว่า สุขสันต์วันเกิด Happy Birthday นะคะ แล้วก็บอกว่าชาวอเมริกัน รวมถึงตัวของเธอเองต่างก็ชื่นชมในความพยายาม และความมั่นคง แน่วแน่ของนางอองซานซูจี ที่ถึงแม้ว่าจะถูกกักขังอยู่เป็นระยะเวลาเกือบ 10 ตลอดระยะเวลาตั้งแต่ 2532 มาก็ยังไม่ท้อถอยที่จะต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยในพม่า

สิ่งที่นางไรซ์ได้พูดถึงก็คือความเสียสละของนางอองซานซูจี ซึ่งจริงๆแล้วเธอก็สามารถจะไปใช้ชีวิตอยู่ในอังกฤษได้อย่างสบายๆ ทางรัฐบาลทหารพม่าเองก็เคยบอกให้เธอสามารถเดินทางออกนอกประเทศไทยได้ แต่เธอก็ไม่ยอมไป ด้วยความเชื่อที่ว่าออกไปแล้วคงจะไม่ได้กลับมาแน่ๆ เพราะฉะนั้นก็ไม่ยอมไป สามีเธอก็แต่งงานกันมีลูกชาย 2 คน ก็เสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งไปหลายปีแล้วค่ะ ตั้งแต่ 2542 ลูกชายของเธอทั้ง 2 คนก็ยังดำรงชีวิตอยู่ในอังกฤษเหมือนเดิม ซึ่งเธอก็บอกว่าสบายใจที่ลูกชายอยู่ที่อังกฤษ ก็ไม่ต้องห่วงซักเท่าไหร่นัก แต่ก็เสียดายที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างลูกชาย หรือแม้กระทั่งสามีในช่วงที่ป่วย ไม่สบายด้วยโรคมะเร็ง

แต่ว่าตรงนี้แหละค่ะ ที่ถือว่าเป็นความเสียสละครั้งยิ่งใหญ่ของเธอ แล้วก็ถูกหยิบยกขึ้นมาพูดในหลายๆเวทีนะคะ โดยที่นางคอนโดลิซ่า ไรซ์ก็หยิบยกประเด็นนี้แหละค่ะ ความเสียสละอันใหญ่หลวงเพื่อที่จะอยู่ต่อให้พม่า ถึงแม้ว่าจะถูกกักบริเวณก็ตาม แต่ก็ยอมเสียสละชีวิตครอบครัว ชีวิตส่วนตัว เพื่อที่จะต่อสู้ให้กับชาวพม่าต่อไป นอกจากนี้แล้วก็ยังมีเสียงเรียกร้องจากทั่วประเทศ หรือทั่วโลกแหละค่ะ อยากจะให้รัฐบาลทหารพม่าปล่อยตัวนางอองซานซูจีเสียที แต่ก็ยังไม่มีปฏิกิริยาจากรัฐบาลพม่าในเรื่องนี้ ความคุมเข้ม รักษาความปลอดภัยรอบบริเวณบ้านที่พักของเธอ ในกรุงย่างกุ้งก็ยังเป็นไปอย่างเดิมนะคะ ถึงแม้ว่าจะมีการกักบริเวณอย่างเดิม ครั้งนี้ครั้งล่าสุดนี่เข้าสู่ปีที่ 3 แล้ว

แล้วก็นอกจากนี้ที่ธรรมศาสตร์ เมื่อเช้านี้ดิฉันก็ลืมเล่าบอกว่า มีการนั่งสมาธิด้วยนะคะ ที่หอประชุมเล็กของธรรมศาสตร์เอง ก็เพื่อที่จะแสดงพลังเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวนางอองซานซูจี ก็มีเจ้าเก่าแหละค่ะ คุณวรัญชัย โชคชนะก็ไปร่วมงานด้วย แล้วก็มีการประท้วงกันหน้าสถานทูตพม่าใน กทม.นี่แหละค่ะ โดยที่มีคุณวรัญชัยนี่เก๋กว่าใคร ไปยืนร้องเพลง Happy Birthday อยู่หน้าสถานทูตพม่า ไม่ทราบว่ามีเสียงหรือเปล่านะคะ แต่ว่ามีการเปิดเผยจากองค์กรนิรโทษกรรมสากลนะคะ บอกว่าในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ถึงเดือนมีนาคมที่จะผ่านมานี่ มีสมาชิกพรรคฝ่ายค้านพม่าถูกจับกุมไปอีก 15 คน ในช่วงระยะเวลา 2 เดือน รวมแล้วตอนนี้มีนักโทษการเมืองประมาณ 1350 คน

ในมาเลเซียก็มีความเคลื่อนไหว เพราะว่ามาเลเซียได้จับกุมสมาชิกพรรค NLD ที่ประท้วงหน้าสถานทูตนี่หลายคน แล้วก็ยังไม่มีการปล่อยตัวนะคะ เพราะฉะนั้นก็ถือว่าทั่วโลกได้ร่วมกันฉลองวันเกิดของนางอองซานซูจี แล้วก็เรียกร้องให้รัฐบาลทหารพม่าปล่อยตัวเธอ หลังจากที่ถูกกักบริเวณมาร่วม 10 ปี ในระยะเวลาตั้งแต่ 2532 จริงๆนี่ก็มีเสียงเรียกร้องมา อย่างประเทศไทยด้วย รวมถึงสมาชิกอาเซียนทุกประเทศ เพื่อที่จะกดดันรัฐบาลทหารให้มากกว่านี้

เพราะว่าบอกว่าวิธีการทูตที่ผ่านมานี่ มันไม่ค่อยจะได้ผลซักเท่าไหร่นัก เพราะฉะนั้นนี่ช่วยกดดันกันมากกว่านี้ได้ไหม เรื่องของเลขาธิการของอาเซียนที่พม่าจะมีสิทธิในการขึ้นไปนั่งในตำแหน่งนี้ ก็ช่วยกันยับยั้งหน่อย คือกดดันซักนิดนึง จะได้ผลหรือเปล่า คราวนี้ก็คงจะต้องมองในทางการทูตแล้วล่ะ ว่าประเทศไทยหรือว่าสมาชิกอื่นๆในอาเซียนจะดำเนินการต่อไปอย่างไร จริงๆแล้วทางฝ่ายของไทยเองก็ยืนยันใช่ไหมคะ ว่ามันเป็นเรื่องภายในของเขา ก็ไม่อยากจะยุ่งมากซักเท่าไหร่ ตอนนี้หมดเวลาแล้วค่ะ สำหรับก่อนจะถึงวันจันทร์ในวันนี้นะคะ กลับมาพบกันในคืนวันอาทิตย์หน้าค่ะ เราทั้ง 3 คนลาคุณผู้ชมไปเพียงเท่านี้ค่ะ สวัสดีค่ะ

*************************************************************
กำลังโหลดความคิดเห็น...