สามนักวิเคราะห์ชื่อดัง สโรชา - สำราญ - คำนูณ ถกประเด็นเด็นรอบสัปดาห์ทั้งการเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. และประเด็นร้อน "น้องแนท" กับซีดีโป๊
สโรชา: – สวัสดีค่ะคุณผู้ชม ขอต้อนรับเข้าสู่รายการก่อนจะถึงวันจันทร์ กลับมาพบกันเช่นเคยกันเราทั้ง 3 คน คุณสำราญ รอดเพชร คุณคำนูณ สิทธิสมาน และดิฉันสโรชา พรอุดมศักดิ์
คำนูณ, สำราญ: – สวัสดีครับ
สโรชา: – ช่วงแรกเราไปคุยเรื่องผู้ว่ากทม.กันก่อนดีกว่า ก็เพิ่งปิดรับสมัครกันไป เรามาสรุปกันซักนิดนึงดีไหมคะ ตกลงมีผู้สมัครกี่คน ใครได้หมายเลขอะไร แล้วก็รวมไปถึงการจัดเวทีของ 11 news one ของเราด้วย
สำราญ: – ครับ ก็ปิดรับสมัครไปเรียบร้อยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็ 22 ท่านที่ลงสมัคร เบอร์ 1-22 ที่เซอร์ไพส์ก็คือในวันศุกร์ ไม่ถึงกับเซอร์ไพส์แต่ก็คือชัดเจน ดร.พิจิตร รัตตกุล อดีตผู้ว่ากทม.ปี 39-43 นี่ ก็มาสมัครด้วยได้หมายเลข 19 ไป แล้วก็นอกจากนี้ยังมีสื่อมวลชน คอลัมนิสต์ชื่อดังดร.นิติภูมิ นวรัตน์ ก็เขียนไทยรัฐหน้า 2 อยู่ ได้เบอร์ 21 ดร.โจ คุณพิจิตรได้เบอร์ปุ๊บก็พานักข่าวไปบางซื่อเลย ไปดูที่เพราะท่านถูกครหาเรื่องการจัดซื้อที่ดินสมัยเป็นผู้ว่ากทม. ก็พาไปแถลงว่าทำไมเป็นอย่างนี้เป็นอย่างนั้น ก็รับฟังได้ในระดับหนึ่ง เท่าที่ดูแบบรวมๆ แต่ตอนนี้สีสันก็ ถ้าขับรถไประวังจะเกิดอุบัติเหตุ เพราะว่าป้ายหาเสียง
สโรชา: – คือเขาถี่มากเลยนะ แล้วก็มีท่านนึงเป็นพิเศษ ถี่ยิบจริงๆ เรียกว่ามีทุกเสาไฟฟ้าเลย ป้ายเล็กสลับกับป้ายใหญ่
สำราญ: – เราเอ่ยชื่อได้ คุณชูวิทย์ใช่ไหม
คำนูณ : –คุณชูวิทย์นี่ป้ายเยอะ
สำราญ: – ป้ายเยอะมีอยู่ 3-4 เวอร์ชั่น “ผมจะไม่แก้ปัญหาแบบนักการเมือง”
สโรชา: – “กรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองแห่งความสุข”
สำราญ: – แล้วก็ที่เด็ดหน่อยก็คือ “ขอโอกาสให้ผมสักครั้ง ก่อนจะตัดสินผม” มีทั้งลูกเครียดลูกอ้อนนะ แล้วภาพที่ก็จะสอดคล้องกับคำพูด
สโรชา: – แต่รูปที่ออกมานี่ถือว่าเจตนาและตั้งใจแบบอย่างจริงจังจริงๆ เพื่อที่จะทำเป็นโปสเตอร์ ส่วนคุณเฉลิมนี่ ดิฉันว่าในรูปนี่ดูเด็กมากนะ ดูหนุ่มมากเลย
คำนูณ : –คุณเฉลิมกับคุณชูวิทย์ นี่ถือว่าป้ายเยอะ เยอะว่าคุณปวีณา คุณอภิรักษ์
สำราญ: – แต่คุณปวีณา คุณอภิรักษ์ก็ป้ายเยอะพอสมควร คุณอภิรักษ์ก็จะหนักไปทางด้านนโยบายเป็นหลัก ดร.พิจิตรมาวันแรกก็ยังดูหน่อมแน้มไปนิดนึง พูดตามภาษาชาวบ้าน ก็คือ “ผมรู้สึกว่ากทม.ยังมีปัญหา ผมขอร่วมแก้ด้วยคน” ยังเขินๆอยู่ แต่ที่น่าสงสารก็คือดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ เบอร์ 12
คำนูณ : –ป้ายคืบนึงเนอะ
สำราญ: – ประมาณขนาด A4 อย่างนี้ ป้ายเล็กมาก
สโรชา: – ก็ถือนโยบายเป็นเด่น ไม่ต้องหาเสียงอะไรมาก ใช้วิธีการหาเสียงตัวต่อตัว
สำราญ: – ก็ถือว่ามีสีสันนะ ที่บอกว่าระวังอุบัติเหตุคือป้ายมันเยอะ เราก็เพลิดเพลินในการขับรถไป แล้วก็ชมไปนะ
สโรชา: – คือต้องระวัง เวลาดูเพลินนี่ แต่ว่ามีคู่ๆนึงที่ถูกจับตามองตั้งแต่ก่อนที่จะสมัครแล้ว แล้วมีข่าวว่า 2 คนนี้ไม่เจอกันบนเวทีอะไรประมาณนี้ แต่ว่าท่านทั้งสองก็บอกว่า ไม่เกี่ยวนี่ ไม่ใช่ ไม่เห็นจะหนีอะไรกัน
สำราญ: – สีบานเย็นกับสีแดง จริงๆคุณชูวิทย์นี่ใช้สีแดงนะ คุณปวีณาก็สีบานเย็น เจอกันแล้ว
สโรชา: – แต่ว่าเวที 11 news one ของเราก็ไม่เจอกัน
สำราญ: – เมื่อวานก็มา 11 news one จำนวนหนึ่ง
สโรชา: – ก็มากันเกือบครบนะคะ ขาดแค่คุณปวีณากับคุณพิจิตร ยังติดภารกิจก็มาไม่ได้
สำราญ: – ก็ดูคะแนนแล้วตอนนี้ก็ถือว่าสูสีนะ
คำนูณ : –5 คนที่เขาว่า ทุกคนลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า อยู่ในกลุ่มนำที่ดูยากว่า คุณปวีณา คุณอภิรักษ์ คุณเฉลิม คุณชูวิทย์ แล้วก็คุณพิจิตร
สำราญ: – ไม่มีม้ามืด มีแต่ม้าสว่าง
สโรชา: – แต่ถือว่าดร.โจก็เป็น 1 กรณีที่ถือว่าคาดไม่ถึง หรือว่าจริงๆไม่ได้นึกถึงด้วยซ้ำ
คำนูณ : –ดร.โจจะเป็นตัวแปรพอสมควร เพราะว่าฐานเสียงเขา เมื่อก่อนก็อยู่พรรคประชาธิปัตย์
ฐานเสียงส่วนหนึ่งก็จะทับซ้อนกัน แต่ขณะเดียวกันกลุ่มมดงานของดร.โจ ส่วนหนึ่งก็คือพรรคไทยรักไทย
สำราญ: – ทับซ้อนทั้งประชาธิปัตย์และไทยรักไทย
คำนูณ : –เมื่อประกาศตัว สก. กับสข. จำนวนหนึ่งของพรรคไทยรักไทยก็ยืนข้างดร.โจ
สำราญ: – ตอนนี้ 5 คนมาชัดๆแล้ว
สโรชา: – 1 ใน 5 เนี่ยแหละ ใช่ไหม
สำราญ: – ไม่ 5 คนนี่หมายถึงสก. 5 คนเนี่ยก็กลับบ้าน กลับรังมดงาน มาช่วยดร.พิจิตร แต่ว่านโยบายผมกำลังจ้องมองอยู่ว่า จะขายอะไรเที่ยวนี้
สโรชา: – จริงๆแล้วไม่รู้ถ้าให้มอง มันก็ดูคล้ายๆกันไปหมดเลยนะคะ ทุกคนก็ต้องพูดถึงปัญหาจราจร ปัญหาเก็บขยะ ปัญหาโน่นปัญหานี่ก็เยอะแยะ ยังไม่ที่เด่นชัด
คำนูณ : –ผมยังเชื่อว่าถึงที่สุดแล้ว คนกรุงเทพเมื่อตัดสินใจเลือกตั้ง จะไม่ได้ดูนโยบายแล้ว เมื่อเที่ยวก่อนๆก็ไม่ได้ดู เขาจะมีความรู้สึกว่าไม่อยากจะเลือกใคร หรือว่า ก็ไม่ได้มองเข้าไปทำงานได้หรือไม่ได้นะ แต่รู้สึกว่าเขาอยากจะแสดงอารมณ์อะไรทางการเมือง ผมยังยืนยันจุดนั้น แล้วก็ปัญหาว่าเที่ยวนี้เขาจะแสดงอารมณ์ผ่านใคร
สำราญ: – แสดงอารมณ์ แสดงวิธีคิดทางการเมืองเป็นหลัก
สโรชา: – แต่ดิฉันว่าถ้าเกิดว่าจะพูดถึงม้ามืดกันจริงๆงานนี้ ต้องยกให้คุณชูวิทย์ เพราะว่าคือแรกเริ่มเดินที หลายๆท่านก็หมิ่นไว้ พอบอกว่าจะลงผู้ว่ากทม.ก็ไม่นึกว่าจะเอาจริงเอาจังขนาดนี้ แต่นี่คือเป็นงานเป็นการจริงๆ
สำราญ: – จากโปสเตอร์การหาเสียง แสดงว่าเจ้าตัวก็คงมั่นใจอยู่พอสมควร
คำนูณ : –คือที่น่าสนใจว่า ถ้าคนกรุงเทพถือว่าการลงคะแนนเสียงผู้ว่ากทม. เป็นการแสดงความรู้สึกทางการเมือง เขาบอกว่าคนที่อยู่ในข่าย น่าจะมีโอกาสสูงมีอยู่ 2 คน คือคุณชูวิทย์ กับคุณอภิรักษ์ คุณชูวิทย์นี่เป็นกระแสว่าสะใจ ไหนๆก็ไหนๆแล้วเบื่อหมด ขอลองใหม่ แล้วกระแสนี้จะเกิดขึ้นในคนหนุ่มสาวเยอะ ถ้าไปดูใน net ในขณะเดียวกันคุณอภิรักษ์เขาจะชูยุทธศาสตร์การหาเสียงบอกว่า ที่เหลือทั้งหมดนี่เป็นไทยรักไทยทั้งนั้น มีเขาคนเดียวที่ไม่ใช่ ก็เป็นจุดได้เปรียบอย่างหนึ่ง แต่ว่าเป็นผู้ว่าแล้วจะดีไม่ดีอย่างไร คนกรุงเทพคงไม่ได้คิด
สำราญ: – 29 สิงหาคม โค้งสุดท้ายแล้ว วันนี้วันที่ 1 ใช่ไหม เหลืออีก 28 วัน น้อยนะเวลาหาเสียงแต่ว่าก็พอดีๆ ถ้านานไปคนก็เบื่อ
สโรชา: – กระแสไม่แรง ก็ติดตามกันแล้วกัน สำหรับผู้ว่ากทม. มีอีกเรื่องนึงต้องคุยกัน เรื่องของอาจารย์ปุระชัย ดิฉันสงสัยว่าทำไมเรื่องของสสส. เรื่องของคุณหมอประกิตเนี่ยจะต้องเข้าครม. สัปดาห์นี้ ที่พอดีกับการสมัครผู้ว่ากทม.เลย
คำนูณ : –ภาษาระรานเขาบอกว่า เป็นความบังเอิญอย่างร้ายกาจ
สำราญ: – ก็คือเป็นความตั้งใจนั่นแหละ ความหมายของมัน สื่อทุกสื่อก็เจาะข่าวมาเหมือนกัน คุณหมอประเวศ วะสีก็พูดเลย เขียนด้วย บอกว่านี่คือเรื่องของการเมือง ก็คือดร.ปุระชัยจงใจที่จะเสนอเรื่องนี้ ผ่านกรรมการกลั่นกรองชุดที่ 5 เข้าครม.เพื่อให้ปลดคุณหมอประกิต ออกจากรองประธานสสส. ในช่วงเวลา สัปดาห์ของการรับสมัครผู้ว่ากทม. ก็คือถ้าไม่ปลดคุณหมอประกิตก็ปลดดร.ปุระชัย ไม่งั้นท่านก็จะลาออกแล้วไปสมัครผู้ว่ากทม. ซึ่งมันจะส่งผลกระเทือนทางด้านลบอย่างใหญ่หลวงต่อการเมืองของพรรคไทยรักไทย
คำนูณ : –คือครม.ก็จำเป็นจะต้องเลือกคุณปุระชัยไว้ เป็นหลักประกันว่าอย่างน้อยท่านไม่ลาออก แล้วก็ท่านไม่สมัครผู้ว่ากทม.แน่ หรือว่าจริงๆท่านอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้ แต่ว่าโดยจังหวะมันเป็นอย่างนั้น
สำราญ: – แต่ว่าส่วนใหญ่ ผมว่าภาคประชาสังคมเขาก็ค่อนข้างเห็นใจคุณหมอประกิต ว่าอาจจะมีความผิดพลาดทางเทคนิคบ้าง สมมุตินะ เขาบอกให้เอาเงินเข้าบัญชีนี้ ก็เอาเข้าบัญชีนี้เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน หรือการจัดซื้ออุปกรณ์อะไรต่างๆ อาจจะรวดเร็วข้ามขั้นตอนไปบ้าง สมมุตินะ จริงๆข้อมูลก็ยังไม่ได้ชัดเจนอะไรมาก มันก็เป็นความผิดพลาดทางเทคนิค แล้วก็สิ่งที่สังคมพูดในตอนนี้ โดยเฉพาะในหมู่ปัญญาชน ในองค์กรพัฒนาเอกชนที่เขาช่วยรัฐบาลอยู่ในเรื่องแบบนี้ ก็คือในสมัยท่านนายก ในคดีซุกหุ้นมันก็มีคำว่า “บกพร่องโดยสุจริต” เที่ยวนี้มันก็อีหรอบเดียวกันแหละ แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรซักเท่าใดนัก แต่รัฐบาลกลับมายึดเอาเรื่องของบัญชี เรื่องของหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัดเป็นหลัก
สโรชา: – มันจะยาวไปขนาดไหนล่ะคะ
คำนูณ : –คงจะไปอีกเยอะนะครับ เพราะท่านนายกก็พูดออกมา ท่านก็ออกหน้าแทนอาจารย์ปุระชัย แล้วถ้าเราติดตามข่าวสารเก่าๆ อันที่จริงมันก็เริ่มต้นจากท่านนายกจริงๆนะ ท่านรำพึงขึ้นมาในครม.ว่า ซื้อของแพงไปหรือเปล่า ไปดูหน่อย เป็นจุดเริ่มต้นตรงนั้น อีกเรื่องนึงคือท่านก็ดำริออกมาว่า กองทุนสสส.นี้เงินเยอะ แล้วก็ใช้เป็นเปอร์เซ็นต์จากภาษีพวกสิ่งเสพย์ติด สิ่งไม่ดีทั้งหลายแหล่ ท่านบอกว่าอันนี้เป็นงบสร้างเสริมสุขภาพ สมควรจะเอาไปรวมกับรักษาสุขภาพไหม ก็คือพูดถึงว่า อาจจะต้องมีการปรับบทบาทของสสส. คือพูดง่ายๆว่าอาจจะเอาไปรวมกับงบรักษา ซึ่งก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่ ที่ทางภาคประชาสังคมเขาอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้
สำราญ: – คือพอเกิดเรื่องปุ๊บ สักพักนึงท่านอาจจะเปลี่ยนรองนายกก็ได้ อาจจะให้คุณจตุรงค์ ฉายแสง หรือว่าท่านบิ๊กจิ๋วมาดูแลสสส.แทนคุณปุระชัยก็ได้ แต่ดูท่าทีของท่านนายกจากรายการนายกพบประชาชน ยังค่อนข้างที่จะยึดมั่นอยู่ ต้องไปส่องกล้องดูกันหน่อยว่ากองทุนต่างๆนะ เป็นอย่างไร เพราะว่ากองทุนนี้มันก็มีงบเยอะ ตั้ง 1700 ล้าน/ปี ในการดำเนินการนำไปทำโน่นทำนี่ ก็บอกว่าให้ไปดูบัญชีอะไรกันด้วย พูดอย่างนี้สงสัยที่จะเปลี่ยนตัวคนดูแลรับผิดชอบ หวยนี้คงจะไม่ออกอย่างนั้น ก็คงจะต้องเดินหน้ากันต่อไป แต่แพทยสภาเขาก็หวั่นไหวเหมือนกันเที่ยวนี้ เขาก็จะประชุมกันวันที่ 11 สิงหาคม เพราะว่านายแพทย์ประกิตก็อยู่ในแพทยสภาด้วยหรือเปล่าไม่ทราบ ก็จะพิจารณาเรื่องนี้ด้วย ขณะที่ก็ต้องมองย่างก้าวของดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ จะไปออกรายการเจาะใจ แล้วเขาบอกจะพูดเรื่องนี้ด้วย แล้วคงไม่พูดหน้าจออย่างเดียว เที่ยวนี้คงจะต้องแถลงข่าวด้วย เขานิยามศึกกันไว้คือ ก็ดีทั้งคู่แหละ เรื่องของความขัดแย้ง ศึกของคนดี
สโรชา: – ก็คือคนดีๆหลายๆคนอาจจะทำงานไม่เหมือนกัน เข้ากันไม่ค่อยได้บ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่ามีคนเลวปะปนอยู่ในนั้น
สำราญ: – ดีอัตราน้อยอัตรามากเราก็ว่ากันไป แต่ว่ารัฐบาลก็เสียเหมือนกันแหละ
สโรชา: – คือคะแนนอาจจะกระทบไปพอสมควร
คำนูณ : –ท่านนายกท่านก็เลยบอกว่าอยากขึ้นเงินเดือนหมอ ก็มีเหตุผลนะ เพราะท่านบอกว่าผู้พิพากษา คนที่เรียนจบกฎหมายออกมา เดี๋ยวนี้เงินเดือนไปถึงไหนแล้ว แต่ว่าหมอสมัยที่เรียนใครก็รู้ว่าเป็นคนหัวดี กลับเงินเดือนต่ำกว่า
สำราญ: – อันนี้ก็ดีนะ แต่ว่ามันไม่ตรงประเด็นของปัญหาที่เกิดขึ้น คือถ้าเป็นข้อเรียกร้องของกลุ่มที่เห็นใจคุณหมอประกิตเที่ยวนี้ ผมเดาว่า เขาอยากให้ไปปรับระเบียบใหม่ในสสส.ก็ไม่ว่ากัน แต่ซักพักหนึ่งเขาก็อยากเห็นหมอประกิตกลับมาแบบมีศักดิ์ศรีอย่างนี้มากกว่า
สโรชา: – ขึ้นเงินเดือนหมอก็ดี แต่ว่าไม่เกี่ยวโยงกัน
คำนูณ : –ผิดที่กองทุนมันใหญ่เกินไป ใครก็อยากจะเข้ามามีเอี่ยว ไม่ใช่ว่ามาใช้ประโยชน์ แต่ว่าอยากจะมีข้อเสนอ โครงการนั้นโครงการนี้
สโรชา: – ค่ะ เราจะพักกันซักครู่นะคะ ชมข่าวต้นชั่วโมงแล้วเดี่ยวจะกลับมาต่อช่วงหน้าค่ะ
สโรชา: – กลับมาถึงก่อนจะถึงวันจันทร์ค่ะ เรามาคุยกันถึงเรื่องราวคดีของน้องแนทไปถึงไหนแล้ว
สำราญ: – คือคดีเดิมจากกองทะเบียนเขาดูแลอยู่ สุดท้ายก็โยนคดีไปให้ทางกองปราบ ล่าสุดก็บอกว่าจะถ่วงๆหน่วงๆรั้งๆเอาไว้ก่อน เพราะว่ามีความคิดที่จะโยนไปให้กับพื้นที่ สน.พลับพลาไชย 1 ที่เขาจับวีซีดีได้ แต่รวมความแล้วคือเนื่องจากว่ากระแสสังคมมันก็มีหลายความคิด หลายความเห็นตอนนี้นะ กลุ่มที่อาจจะเห็นใจคุณแนท ไม่ได้ว่าเธอไปทำอย่างนั้นแล้วถูกนะ เห็นใจว่าถูกกระทำย่ำยีหรือเปล่าก็มี กลุ่มที่สะใจก็มี ตำรวจก็เลยก้ำๆกึ่งๆ ตอนนี้ก็คือ ถ้าเลิกได้เขาก็อยากจะเลิกเต็มแก่แล้ว
สโรชา: – ไม่ไหว กระแสมันแรงมาก เริ่มที่จะเข้าตัวเข้าเนื้อหรือเปล่า
สำราญ: – อีกด้นหนึ่งก็คือคุณแนทก็ไปแจ้งความกล่าวหาคุณต้อย แอ็คเนอร์ บก.หนังสือพิมพ์เจ้าของของมายาแชลแนล ก็เป็นคอลัมนิสต์บันเทิงชื่อดังของประเทศไทย ก็คุณต้อยอาจจะใช้นามปากกาเขียนถึงเธอ ว่าเขียนจากวีซีดีเอ็กซ์อะไรอย่างนี้แหละ
คำนูณ : –คือไปเขียนแล้วก็ส่อให้น้องแนทตีความว่า อาจจะมีคนเข้าใจผิดว่าเธอไปขายตัว ก็คือใช้คำว่า ผมว่าคดีนี้น่าสนใจ คือ คุณต้อยก็บอกว่าไม่ได้พูดอย่างนั้นเลย คือบอกว่าไปโชว์ตัวแล้วก็หาลำไพ่พิเศษ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตีความว่าแปลว่าอะไร
สำราญ: – แต่สุดท้ายผมก็เดาได้ว่าคดีนี้ก็จบ ไม่มีอะไรหรอก ก็ต้องดูว่าตำรวจจะมีวิธีคิด วิธีจัดการอย่างไร คือผมไม่สนใจว่าคดีน้องแนทจะถูกจะผิดอย่างไร แต่อยากเห็นว่าตำรวจไทยสามารถจะถล่มทลาย ไปรู้ว่าขบวนการนี้มาจากไหน ผลิตปั๊มวีซีดีกันอย่างไร อยากเห็นตรงนี้มาก แต่สุดท้ายท่านรองวิสุทธิ์ วาณิชบุตร จริงๆท่านก็โชว์ฟอร์มคดีมาหลายเรื่อง เที่ยวนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมท่านโยนไปที่กองปราบ แล้วกองปราบก็มีท่าทีว่าจะโยนต่อไปที่ บชน. ให้ท้องที่ดำเนินคดีไป สุดท้ายคืออยากจะเลิกกันไปหรือเปล่า ส่วนตัวน้องแนทก็ว่ากันไป มีมุมมองที่หลากหลาย ทั้งเห็นด้วยไม่เห็นด้วย แต่ทุกคนก็คงไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทำของเธอ แต่ตอนแรกเราไป ไม่ถึงกับหลง คือไปหมกมุ่นในการตั้งประเด็นตรงโน้นไปนิดนึง ก็คือบังเอิญเธอพูดขึ้นมาเอง จริงๆก็ไม่น่าพูดนะประโยคนี้ ก็คือ ถูกหลอกไป ทีนี้คนไปดูวีซีดี เขาก็ไม่มีใครเชื่อว่าถูกหลอก นั่นก็คือจุดพลาดของเธอ
สโรชา: – จริงๆที่คุยกันมาทั้งสัปดาห์ก็คือประโยคนี้แหละ ว่าถูกหลอกไป ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว
สำราญ: – ผมก็เศร้าใจว่าสังคมไปหมกมุ่นกับประโยคนี้มากไป เท่านั้นเอง
คำนูณ : –คือครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นนางเอกหนังเอ็กซ์ แล้วพอเธอมาเล่นหนังแผ่นอย่างถูกต้อง ก็ถูกอดีตเล่นงาน ก็คือมีข่าวว่า หนังแผ่น หนังอาร์ 2-3 เรื่องที่เธอเล่นเนี่ย มันถูกตำรวจเซ็นเซอร์ แล้วก็ขายไม่ได้ ทีนี้ผู้ผลิตเขาก็เลยแก้เกมส์โดยเอาหนังเอ็กซ์ในอดีตที่เธอเคยเล่นมาจำหน่าย แล้วก็จะจำหน่ายควบไปกับหนังอาร์ แล้วก็ถ้าใครสังเกตเห็นว่าหนังเอ็กซ์ในแผ่นที่เป็นปัญหาอยู่เนี่ย ตรงหัวก็จะมีโฆษณา หนังอาร์หนังแผ่น
สำราญ: – โฆษณา”โมรา” “เธอชื่อแอน”
สโรชา: – ก็จริงๆแล้วอาจจะเป็นผู้จัดจำหน่าย ประมาณนั้น
คำนูณ : –ก็คงเป็นกลุ่นทุนที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันอยู่บ้าง
สำราญ: – คือผมว่าจริงๆตำรวจนี้รู้หมด ใครทำ
คำนูณ : –แต่ว่าหนังเอ็กซ์เจ้านี้เขาตราเลยนะ ตราม้าคู่ ก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นกลุ่มทุนไหน
สำราญ: – ก็รู้กันหมดแล้วว่าจะทำหรือไม่ทำ ทำแค่ไหน หรือว่าเสียเวลาน่า เอาเวลาไปจับผู้ร้าย
ดีกว่า หรือว่าเจอตอหรือเปล่า เจอผลประโยชน์เข้าไปหรือเปล่า
คำนูณ : –คือทุกฝ่ายก็ Happy กันถ้วนหน้า ม้าคู่นี่ก็ขายดีไป หนังอาร์ที่น้องแนทแสดงก็ขายดีไป น้องแนทเองนี่ค่าตัวก็ยกระดับขึ้นมา แล้วก็ในโอกาสต่อไปนอกจากหนังแผ่นหนังอาร์ แล้วก็อาจจะได้แสดงหนังใหญ่ บางคนเขาบอกว่าอาจจะทำให้น้องตั๊กหมดอนาคตได้ มาแรงกว่า
สโรชา: – แต่ว่าพูดถึงเรื่องนี้แล้วก็ต้องพูดถึงกระแสสังคม ช่วงแรกๆอาจจะมองน้องแนทในทางไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่นัก ในฐานะที่ไปแสดงหนังประเภทนี้ แต่ในช่วงหลังๆดูเหมือนจะกลับตาลปัตร กลายเป็นว่า เห็นใจน้องแนทก็เยอะนะ
คำนูณ : –คือเห็นใจอาจจะเห็นใจว่า คือเกลียดตำรวจอยู่แล้ว เห็นตำรวจมาทำท่าจะเอาเรื่อง ตั้งคำขาด ต้องเข้าคุกวันนั้นวันนี้ ไม่งั้นจะดำเนินคดี คนก็เลยเห็นใจ แต่ว่า หวังว่าคงไม่ใช่เป็นการเห็นใจที่เลยเถิดไปว่า เธอเป็นเหยื่อนะ หรือว่ายอมรับในสิ่งที่เธอทำว่าเป็นสิ่งที่ถูก ถ้าอย่างนั้นคงจะเป็นเรื่องใหญ่
สำราญ: – คืออย่างไรเสียในมุมของผมนะ คือน้องแนทก็ยังเป็นเหยื่อนั่นแหละ แต่ว่าเหยื่อรายนี้อาจจะไม่น่าสงสารเท่าไรนัก คือเธอไปทำอย่างนั้น ทุกคนไม่เห็นด้วย มันขัดต่อศีลธรรมอันดี ถึงแม้ว่าทุกคนจะชอบดูเรื่องแบบนี้ก็ตาม แต่ว่ามันไม่ควรเป็นอาชีพ ธุรกิจที่ควรส่งเสริมหรือสนับสนุนเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีกับเยาวชน แก่สังคม แต่คิดว่าน่าเห็นใจอยู่บ้างก็คือ พอสุดท้ายแล้วทุกคนก็รุม เธอก็เป็นเหยื่อในอีกทีหนึ่ง ตำรวจก็แบบถึงแม้ว่าจะไม่หยิบยกเธอเป็นข่าวก็ตาม แต่โดยพฤติกรรมมันต้องแสดงเจตนารมณ์ที่มากกว่านี้ มุ่งมั่นกว่านี้ คือไม่ถึงกับเอาน้องแนทเป็นเครื่องมือ คือต้องเอาต้นตอมาให้ได้ คือท่านรองท่านมีจุดยืนที่ดีในเชิงของศีลธรรมความดีงาม ท่านก็ไม่เห็นด้วย เราก็ไม่เห็นด้วย ถ้าเราพูดถึงระบบใหญ่ เธอก็เป็นผลิตผลของสังคมชิ้นหนึ่งเท่านั้นเอง
สโรชา: – คือมันเป็นเส้นทางการเข้าวงการที่ฟังแล้ว น้องๆจะเข้าใจผิดหรือเปล่า ว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่ทำได้
สำราญ: – คือสื่อก็ต้องเห็นด้วยว่า เส้นทางอย่างนี้ไม่ควรกระทำ แล้วจะไม่เจริญหรอก กรณีของน้องแนทต้องเป็นบทเรียนด้วย บทเรียนสำหรับตัวเอง คือหวังว่าจะเป็นข่าวแล้วจะจุดพลุให้ตัวเองนั้นไม่มีทาง ต้องเปลี่ยนความคิดของตนเองด้วย คือสังคมไทยอย่างไรเสียมันก็มีลิมิตของมันนะ แต่ก็ขอเห็นใจเธอ ว่าอย่าซ้ำเติมตัวเองอีก อย่าไปตกเป็นเหยื่อเกนของใคร เพราะมันอันตรายมาก ต้องไปกลับเนื้อกลับตัว กลับใจเสีย แล้วก็สังคมก็ยังให้โอกาส
คำนูณ : –ผมว่ายาก เพราะว่าเธอเข้าไปในวงจรที่ไม่มีโอกาสคิดอย่างที่คุณสำราญคิด ชีวิตเธอตอนนี้คือเธอเป็นเครื่องมือของทุกคน แล้วเธอก็จะหลงใหลได้ปลื้มกับสิ่งที่เธอดังขึ้นมาชั่วข้ามคืน คือสิ่งที่เราอยากให้เป็นกับความเป็นจริง มันโหดร้ายกว่ากันเยอะ
สำราญ: – เอาน่า ถึงอย่างไรก็ให้กำลังใจเธอหน่อย
สโรชา: – มาอีกเรื่องนึงดีกว่า เรื่องของขาประจำมาแล้ว อาจารย์ธีรยุทธ บุญชี แต่ดิฉันตั้งข้อสังเกตว่า ท่านนายกตอบโต้ได้น่ารักมาก ไม่ได้ยิงกลับสวนกลับทันทีแบบที่เราเคยเห็น ค่อนข้างจะนิ่ง สงบ
สำราญ: – ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ก็คือขาเชียร์นี้ Happy นะ คืออยากเห็นท่านนายกเป็นแบบนี้แหละ
สโรชา: – ไปชม VTR กันค่ะ ประโยคเด็ด
<<<< VTR >>>
นายกทักษิณ – เด็กสนใจเรียนจะนั่งแถวหน้า พวกนี้ครูอธิบายเสร็จปุ๊บยังไม่ทันเสร็จดีเข้าใจเลย แถวกลางนี่อธิบายจบแล้วถึงจะเริ่มเข้าใจ บางทีหรือแถวหน้าช่วยอธิบายหรือติวให้อีกนิดนึงเข้าใจ แต่แถวท้ายนี่นะ คือนักเรียนที่ประเภทไม่อยากฟัง แล้วเอาการ์ตูนมาอ่านระหว่างเรียนด้วย ยังไงก็ไม่เข้าใจ พอจบแล้วถึงจะรู้ว่า รู้งี้น่าจะเรียนมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นวันนี้นี่รัฐบาลก็พยายามทำอะไรหลายๆอย่าง ที่คนที่คิดว่า ไม่เคยเห็นแนวทางอย่างนี้ในอดีต ก็น่าเอาหูฟังหูไว้หู และเรียนรู้ไปอีก 10 ปีก็คงจะเข้าใจนะ ถ้ามัวอ่านการ์ตูนไปด้วยนี่นะ
สำราญ: – เห็นภาพรวมของการแถลงของท่านนายกคือ ไม่ตอบโต้
คำนูณ : –ดีนะที่บอกว่าหลังห้องอ่านการ์ตูน ดีที่ไม่บอกว่าทำอย่างอื่น
สำราญ: – ก็โดยรวมก็คือนายกท่านก็ไม่ตอบโต้ หลายๆคนก็บอกว่าดี อย่างที่พยายามเปรียบเทียบเมื่อกี๊ คือท้องฟ้าครึ้ม พายุคะนองกำลังมา
สโรชา: – คือทุกคนรอไงคะ พอภาพหนังสือพิมพ์วันรุ่งขึ้น ทุกฉบับเลย จะต้องดุเด็ดเผ็ดมัน ทุกคนรอว่าท่านจะว่ายังไง แล้วตกลงก็จบไปนะ สำหรับอาจารย์ธีรยุทธ ก็ไม่มีอะไร
สำราญ: – คือเนื้อหาก็แล้วแต่จะพิจารณากันนะ ก็มีใหม่บ้าง เดิมๆบ้าง ก็คละเคล้ากันไป ศัพท์แสงก็ค่อนข้างจะรกนิดนึง แต่ในเชิงเนื้อหาในมุมของผมนะ ผมถือว่าเที่ยวนี้หนักหน่วงและรุนแรงที่สุด ในการวิพากษ์วิจารณ์ 4 ปีของระบอบทักษิณ
สโรชา: – คงเพราะว่าจะครบ 4 ปีแล้ว เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราจะพักกันอีกซักครู่นึง เดี๋ยวจะกลับมาคุยกันถึงประเด็นของข่าวต่างประเทศกันค่ะ
สโรชา: – กลับมาช่วงสุดท้ายของก่อนจะถึงวันจันทร์ค่ะ ก่อนที่จะไปคุยถึงเรื่องราวของข่าวต่างประเทศ มีการเมืองแทรกซักเล็กน้อย มีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้างคะ อาทิตย์นี้
สำราญ: – ที่ผ่านมาก็ไม่มีอะไรมากมาย มีการย้ายพรรคธรรมดา พรรคชาติไทยก็เลือดไหลออกเล็กๆ หลังจากก้อนใหญ่ๆออกไป 2 ก้อนแล้วนะ บุรีรัมย์โดยคุณเนวิน กับชลบุรีของคุณสนธยา คุณปลื้ม ก็ย้ายพรรคกันในส่วนนี้ ที่ต้องจับตาคือ พรรคชาติพัฒนาตกลงจะยุบรวมกับพรรคไทยรักไทย หรือจะคงชื่อพรรคเอาไว้ แล้วมีใครไปดูแลซักคนหนึ่ง ก็ยังก้ำกึ่ง ณ นาทีนี้ เห็นว่าล่าสุดนั้นก็มีคนอาสาก็คือคุณประทีป สส.โคราช บอกว่าไปเลยไปทั้งพรรค แต่ว่าตัวเขาเพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน จะขอดูแลพรรคไว้ซักคน คือไม่ต้องยุบ แต่ว่าเหลือพรรคเอาไว้ เขาก็เลยจับจ้องวันที่ 3 ประชุมพรรค คุณสุวัจน์จะว่าอย่างไร แต่เผลอๆอาจจะประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน ท่านนายกก็จะไปโคราชด้วย ไปร่วมพิธีเปิดอนุสาวรีย์ของพล.อ.ชาติชาในวันที่ 7 สิงหาคม ต้องติดตาม คือนายกท่านจะไปตะลอนอีสาน ไปราชการ มีภารกิจ
สโรชา: – อยู่ที่ว่าจะยุบรวมไปเลย หรือว่าจะคงพรรคไว้ชื่อพรรคยังอยู่
สำราญ: – คือคุณสุวัจน์ท่านเคยประกาศไว้ว่า ผมจะไม่เป็นหัวหน้าพรรคคนสุดท้าย
คำนูณ : –ก็เหมือนกับพรรคกิจสังคม แต่คราวนี้ไทยรักไทยเวลาเลือกตั้งก็จะจัดคนหลบให้
สำราญ: – ก็เป็นสมรภูมิใหญ่ 17 ที่นั่งก็จะเหลือ 16 ที่นั่งที่โคราชนี่ มันต้องยึดพื้นที่ตรงนี้ให้ได้ เพราะไทยรักไทยรู้ว่าตัวเองต้องสูญเสียกทม.ไปซักจำนวนหนึ่ง
สโรชา: – ก้อนใหญ่ขนาดไหน ก้อนในกทม.ที่จะต้องเสียไปนี่ เหมือนเขาประมาณไว้ค่อนข้างเยอะมาก
คำนูณ : –ตอบไม่ได้ แต่หลังจากผลผู้ว่ากทม.ออกมาแล้ว จะเห็นชัด สมมุติว่าเป็นคุณชูวิทย์นี่ก็ยังตอบไม่ได้ แต่ถ้าเป็นคุณอภิรักษ์ชนะแบบเหนือความคาดหมายอันนี้จะตอบได้
สำราญ: – คือตอนนี้พรรคไทยรักไทยมีอยู่ 28 ประชาธิปัตย์มีอยู่ 9 แค่ได้มาอีก 10 หรือ 6 ที่นั่งนี่ หรือครึ่งต่อครึ่งนะ เขาก็ถือว่า Happy สุดๆแล้ว แต่ถ้าเป็นคุณปวีณานะ ไทยรักไทยก็อาจจะโล่ง
สำราญ: – นั่นคือเรื่องการเมือง
คำนูณ : –มีเรื่องเศรษฐกิจอีกเรื่องนึง น่าจะพูดไว้หน่อย เรื่องของแบงค์กรุงไทย ทางผู้ว่าแบงค์ชาติท่านออกมาพูด แล้วก็พูดกับนักข่าว พูดกับสื่อมวลชน ในทำนองว่า มีหนี้ที่ไม่มีคุณภาพจำนวนหนึ่ง แล้วก็ผูกประโยคในทำนองที่ว่า เกรงจะเหมือน BBC ต้องรีบจัดการเสียก่อน ซึ่งเป็นคำพูดที่ทำให้แบงค์กรุงไทยเขากระทบกระเทือน แล้วก็เป็นคำพูดที่ไม่น่าจะออกจากท่านผู้ว่าแบงค์ชาติ ก็ได้มีการออกมาแก้ข่าวการชี้แจงอะไรต่ออะไรกันมากมายทีเดียว ก็เผอิญแบงค์กรุงไทยตอนนี้ เป็นช่วงที่ปลอดจากประธานกรรมการ เหมือนกับว่าเป็นช่วงจังหวะว่าง ไม่มีคนจะมาชี้แจงแทนแบงค์
สำราญ: – ผมคิดว่าไม่น่าจะถึงระดับของผู้ว่าลงมาพูดเอง คือเห็นด้วยว่าแบงค์ชาติต้องดำเนินการอย่างเข้ม แต่ในการแสดงต่อสาธารณชนต้องระมัดระวังพอสมควร
คำนูณ : –โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการไปยก BBC ขึ้นมา คนมันยังสยองไม่หาย
สโรชา: – มันรุนแรงมาก พอไปเปรียบก็ตกใจกัน
สำราญ: – คือโครงการไหนจะเน่า หรือปล่อยกู้กันแบบหละหลวมนะ ผมว่าจำเป็นที่แบงค์ชาติต้องเข้าไปสอดส่อง แต่ว่าในการส่งสัญญาณแบบ BBC ภาคสอง สมมุตินะ ถ้าจะพูดในเชิงความหมายนี้ อันตราย
สโรชา: – มาที่ข่าวต่างประเทศบ้าง ขออนุญาตไปเริ่มที่อเมริกาแล้วกัน เพราะว่าในหลายวันที่ผ่านมา มีการประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครตที่เมืองบอสตัน ก็ตามคาดนะคะ คือมีการแต่งตั้งคุณจอห์น แคร์รี่ แล้วก็คุณจอห์น เอ็ดเวิร์ดเนี่ย เพื่อที่จะมาเป็นผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ก็ถือว่าจัดงานได้ค่อนข้างจะยิ่งใหญ่อลังการพอสมควร คนร่วมงานนับหมื่นคนเลยทีเดียว มีผู้ใหญ่ในพรรคมาแสดงวิสัยทัศน์ มาพูดมาเชียร์ จิมมี่ คาร์เตอร์ , บิล คลินตัน แต่ว่าที่มีกลเม็ดอย่างนึง คือก่อนที่จะไปเปิดตัวนายจอห์น แคร์รี่เนี่ย เขาก็มีการฉายวีดีโอ ว่านายจอห์น แคร์รี่เป็นใคร มาจากไหน เชื่อไหมคะว่าคนที่ลงเสียงวีดีโอตัวนี้ คือ คุณมอร์แกน ฟีร์แมน คนนี้เป็นคนที่ลงเสียง แล้วที่ปรึกษาคือ สตีเวน สปีลเบิร์ก ไม่ใช่ย่อยๆนะ คือแค่เป็นวีดีโอไม่กี่นาที แนะนำตัวผู้สมัครของเขาเนี่ย เขายังต้องใช้ระดับบิ๊กของวงการฮอลิวูดเพื่อที่จะมาเป็นที่ปรึกษาให้ ก็ข่างฮือฮากันพอสมควร คือทุกเม็ดที่ก้าวย่าง ที่คำพูดที่ออกที่จากปากแต่ละท่าน ล้วนแล้วแต่เป็นแผนที่วางมาอย่างแยบยลแล้วทั้งสิ้น อะไรที่ดูดีที่สุด อะไรที่เหมาะสมและดูเข้าตาและลงตัวมากที่สุด เขาจะนำมาใช้ในตัวนี้ เพราะถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ เปิดตัวผู้สมัครของเขา ซึ่งก็เป็นไปตามคาด ซึ่งดูแล้วอาจจะเป็นผู้ใหญ่ แก่ไปซักนิด ก็ดึงคุณจอห์น เอ็ดเวิร์ดซึ่งดูเป็นหนุ่มมาดแมน เป็นคนไฟแรงก็มาเป็นผู้สมัครร่วม รองประธานาธิบดี การหาเสียงจากนี้ไปก็ถือว่าจะต้องดุเด็ดเผ็ดมันมากยิ่งขึ้น ทางด้านรีพับรีกันเขาก็จะต้องมีการประชุมใหญ่เพื่อจะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ คะแนนตอนนี้สูสีเหลือเกิน คือไม่แพ้ผู้ว่าเราเลยล่ะ ถือว่าแทบจะไม่ทิ้งช่วงกันเลย แล้วก็เป็นครั้งแรกที่จอห์น แคร์รี่ออกมาประกาศจุดยืนซึ่งค่อนข้างจะแข็งกร้าวประเด็นของความมั่นคงแห่งชาติ เพราะว่ามีคนวิพากษ์วิจารณ์เขาเยอะว่าที่ผ่านมา เขาวิพากษ์บุชว่าใช้กำลังมากจนเกินไป ก็เลยเกิดปัญหาว่า ถ้าเขามาดำรงตำแหน่งผู้นำจะอ่อนปวกเปียกเกินไปหรือเปล่า อเมริกาจะถูกรังแกไหม เพราะฉะนั้นเขาก็ออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่า ถ้าหากว่าถูกรังแกเขาพร้อมที่จะตอบโต้ด้วยกำลัง แต่นั่นหมายความว่าจะต้องถูกกระทำก่อน เขาจะไม่ไปทำอย่างที่บุชทำ เอ่อ ประเด็นอิรัก สั้นๆแล้วกันนะคะ ตอนนี้ก็เริ่มที่จะเป็นการกดดันรัฐบาลของแต่ละประเทศ เริ่มที่จะมาของภาคเอกชนบ้างแล้ว ที่ถูกสังหารไป ชาวปากีสถานเมื่อเร็วๆนี้ก็คือ เป็นคนขับรถของบริษัทเอกชนที่เข้าไปทำงานในอิรัก ข้อเรียกร้องก็คือให้ถอนธุรกิจ ถอนกำลังออกจากอิรักให้หมด ก็ถูกสังหารไปอีก 1 ราย ตอนนี้ที่จับตัวอยู่มีชาวจอร์แดน 4 คน แล้วล่าสุดมีชาวตุรกีอีก 2 คนก็คือลักษณะเดียวกันคือเรียบร้องให้บริษัทเหล่านี้ถอนคน ถอนธุรกิจออกจากอิรักให้หมด
คำนูณ : –ตอนนี้สถานการณ์น่ากลัวนะ เพราะว่าตอนนี้เป้าหมายการฆ่ามันกว้าง แม้กระทั่งมุสลิมด้วยกัน แล้วก็ประชาชนอิรักด้วยกัน ก็เป็นเป้าหมาย
สโรชา: – เรื่องเบาๆแล้วกันนะคะ ทิ้งท้าย เอาที่เกาหลี รับประทานสุนัขกันเป็นว่าเล่น ก็ถือว่าเป็นประเพณี ความนิยมที่จะรับประทานเนื้อสุนัข เขาก็มีเป็นการประท้วงกันว่า อย่าเลย ก็มีคนเข้าไปอยู่ในกรงว่าสุนัขมันต้องทุกข์ทรมานขนาดไหน ก่อนที่จะไปถูกฆ่า แต่ในขณะที่ประท้วงก็มีเทศกาลรับประทานเนื้อสุนัขในเกาหลีเช่นกัน ก็คือ Dog Day เรียกว่าวันสุนัขเลย มีการนำเนื้อสุนัขมาทำอาหารชนิดไหนบ้าง แล้วคนก็ไปชิมกันเอร็ดอร่อยกับการนำมาสุนัขมารับประทาน อันที่จริงการต่อต้าน เขาก็เจตนาให้มันตรงกันเทศกาลนี้พอดี เขาบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันทุกข์ทรมานมากแล้ว สุนัขนี่ถือเป็นสัตว์ที่รู้ใจมนุษย์มากที่สุด และสามารถที่จะเป็นเพื่อนยามเหงาได้ ฟังความทุกข์ได้ เรียกว่าเป็นสัตว์ที่มีความคุ้นเคยและใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุด เพราะฉะนั้นไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง ที่จะนำมารับประทาน ที่ชาวเกาหลีนี่นิยมมากที่จะรับประทาน แล้วก็ทิ้งท้ายไว้เท่านี้แล้วกัน ติดตามรายการได้ใหม่ในวันอาทิตย์หน้า สำหรับวันนี้เราทั้ง 3 คนขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ
สโรชา: – สวัสดีค่ะคุณผู้ชม ขอต้อนรับเข้าสู่รายการก่อนจะถึงวันจันทร์ กลับมาพบกันเช่นเคยกันเราทั้ง 3 คน คุณสำราญ รอดเพชร คุณคำนูณ สิทธิสมาน และดิฉันสโรชา พรอุดมศักดิ์
คำนูณ, สำราญ: – สวัสดีครับ
สโรชา: – ช่วงแรกเราไปคุยเรื่องผู้ว่ากทม.กันก่อนดีกว่า ก็เพิ่งปิดรับสมัครกันไป เรามาสรุปกันซักนิดนึงดีไหมคะ ตกลงมีผู้สมัครกี่คน ใครได้หมายเลขอะไร แล้วก็รวมไปถึงการจัดเวทีของ 11 news one ของเราด้วย
สำราญ: – ครับ ก็ปิดรับสมัครไปเรียบร้อยเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา ก็ 22 ท่านที่ลงสมัคร เบอร์ 1-22 ที่เซอร์ไพส์ก็คือในวันศุกร์ ไม่ถึงกับเซอร์ไพส์แต่ก็คือชัดเจน ดร.พิจิตร รัตตกุล อดีตผู้ว่ากทม.ปี 39-43 นี่ ก็มาสมัครด้วยได้หมายเลข 19 ไป แล้วก็นอกจากนี้ยังมีสื่อมวลชน คอลัมนิสต์ชื่อดังดร.นิติภูมิ นวรัตน์ ก็เขียนไทยรัฐหน้า 2 อยู่ ได้เบอร์ 21 ดร.โจ คุณพิจิตรได้เบอร์ปุ๊บก็พานักข่าวไปบางซื่อเลย ไปดูที่เพราะท่านถูกครหาเรื่องการจัดซื้อที่ดินสมัยเป็นผู้ว่ากทม. ก็พาไปแถลงว่าทำไมเป็นอย่างนี้เป็นอย่างนั้น ก็รับฟังได้ในระดับหนึ่ง เท่าที่ดูแบบรวมๆ แต่ตอนนี้สีสันก็ ถ้าขับรถไประวังจะเกิดอุบัติเหตุ เพราะว่าป้ายหาเสียง
สโรชา: – คือเขาถี่มากเลยนะ แล้วก็มีท่านนึงเป็นพิเศษ ถี่ยิบจริงๆ เรียกว่ามีทุกเสาไฟฟ้าเลย ป้ายเล็กสลับกับป้ายใหญ่
สำราญ: – เราเอ่ยชื่อได้ คุณชูวิทย์ใช่ไหม
คำนูณ : –คุณชูวิทย์นี่ป้ายเยอะ
สำราญ: – ป้ายเยอะมีอยู่ 3-4 เวอร์ชั่น “ผมจะไม่แก้ปัญหาแบบนักการเมือง”
สโรชา: – “กรุงเทพมหานครจะเป็นเมืองแห่งความสุข”
สำราญ: – แล้วก็ที่เด็ดหน่อยก็คือ “ขอโอกาสให้ผมสักครั้ง ก่อนจะตัดสินผม” มีทั้งลูกเครียดลูกอ้อนนะ แล้วภาพที่ก็จะสอดคล้องกับคำพูด
สโรชา: – แต่รูปที่ออกมานี่ถือว่าเจตนาและตั้งใจแบบอย่างจริงจังจริงๆ เพื่อที่จะทำเป็นโปสเตอร์ ส่วนคุณเฉลิมนี่ ดิฉันว่าในรูปนี่ดูเด็กมากนะ ดูหนุ่มมากเลย
คำนูณ : –คุณเฉลิมกับคุณชูวิทย์ นี่ถือว่าป้ายเยอะ เยอะว่าคุณปวีณา คุณอภิรักษ์
สำราญ: – แต่คุณปวีณา คุณอภิรักษ์ก็ป้ายเยอะพอสมควร คุณอภิรักษ์ก็จะหนักไปทางด้านนโยบายเป็นหลัก ดร.พิจิตรมาวันแรกก็ยังดูหน่อมแน้มไปนิดนึง พูดตามภาษาชาวบ้าน ก็คือ “ผมรู้สึกว่ากทม.ยังมีปัญหา ผมขอร่วมแก้ด้วยคน” ยังเขินๆอยู่ แต่ที่น่าสงสารก็คือดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ เบอร์ 12
คำนูณ : –ป้ายคืบนึงเนอะ
สำราญ: – ประมาณขนาด A4 อย่างนี้ ป้ายเล็กมาก
สโรชา: – ก็ถือนโยบายเป็นเด่น ไม่ต้องหาเสียงอะไรมาก ใช้วิธีการหาเสียงตัวต่อตัว
สำราญ: – ก็ถือว่ามีสีสันนะ ที่บอกว่าระวังอุบัติเหตุคือป้ายมันเยอะ เราก็เพลิดเพลินในการขับรถไป แล้วก็ชมไปนะ
สโรชา: – คือต้องระวัง เวลาดูเพลินนี่ แต่ว่ามีคู่ๆนึงที่ถูกจับตามองตั้งแต่ก่อนที่จะสมัครแล้ว แล้วมีข่าวว่า 2 คนนี้ไม่เจอกันบนเวทีอะไรประมาณนี้ แต่ว่าท่านทั้งสองก็บอกว่า ไม่เกี่ยวนี่ ไม่ใช่ ไม่เห็นจะหนีอะไรกัน
สำราญ: – สีบานเย็นกับสีแดง จริงๆคุณชูวิทย์นี่ใช้สีแดงนะ คุณปวีณาก็สีบานเย็น เจอกันแล้ว
สโรชา: – แต่ว่าเวที 11 news one ของเราก็ไม่เจอกัน
สำราญ: – เมื่อวานก็มา 11 news one จำนวนหนึ่ง
สโรชา: – ก็มากันเกือบครบนะคะ ขาดแค่คุณปวีณากับคุณพิจิตร ยังติดภารกิจก็มาไม่ได้
สำราญ: – ก็ดูคะแนนแล้วตอนนี้ก็ถือว่าสูสีนะ
คำนูณ : –5 คนที่เขาว่า ทุกคนลงมติเป็นเอกฉันท์ว่า อยู่ในกลุ่มนำที่ดูยากว่า คุณปวีณา คุณอภิรักษ์ คุณเฉลิม คุณชูวิทย์ แล้วก็คุณพิจิตร
สำราญ: – ไม่มีม้ามืด มีแต่ม้าสว่าง
สโรชา: – แต่ถือว่าดร.โจก็เป็น 1 กรณีที่ถือว่าคาดไม่ถึง หรือว่าจริงๆไม่ได้นึกถึงด้วยซ้ำ
คำนูณ : –ดร.โจจะเป็นตัวแปรพอสมควร เพราะว่าฐานเสียงเขา เมื่อก่อนก็อยู่พรรคประชาธิปัตย์
ฐานเสียงส่วนหนึ่งก็จะทับซ้อนกัน แต่ขณะเดียวกันกลุ่มมดงานของดร.โจ ส่วนหนึ่งก็คือพรรคไทยรักไทย
สำราญ: – ทับซ้อนทั้งประชาธิปัตย์และไทยรักไทย
คำนูณ : –เมื่อประกาศตัว สก. กับสข. จำนวนหนึ่งของพรรคไทยรักไทยก็ยืนข้างดร.โจ
สำราญ: – ตอนนี้ 5 คนมาชัดๆแล้ว
สโรชา: – 1 ใน 5 เนี่ยแหละ ใช่ไหม
สำราญ: – ไม่ 5 คนนี่หมายถึงสก. 5 คนเนี่ยก็กลับบ้าน กลับรังมดงาน มาช่วยดร.พิจิตร แต่ว่านโยบายผมกำลังจ้องมองอยู่ว่า จะขายอะไรเที่ยวนี้
สโรชา: – จริงๆแล้วไม่รู้ถ้าให้มอง มันก็ดูคล้ายๆกันไปหมดเลยนะคะ ทุกคนก็ต้องพูดถึงปัญหาจราจร ปัญหาเก็บขยะ ปัญหาโน่นปัญหานี่ก็เยอะแยะ ยังไม่ที่เด่นชัด
คำนูณ : –ผมยังเชื่อว่าถึงที่สุดแล้ว คนกรุงเทพเมื่อตัดสินใจเลือกตั้ง จะไม่ได้ดูนโยบายแล้ว เมื่อเที่ยวก่อนๆก็ไม่ได้ดู เขาจะมีความรู้สึกว่าไม่อยากจะเลือกใคร หรือว่า ก็ไม่ได้มองเข้าไปทำงานได้หรือไม่ได้นะ แต่รู้สึกว่าเขาอยากจะแสดงอารมณ์อะไรทางการเมือง ผมยังยืนยันจุดนั้น แล้วก็ปัญหาว่าเที่ยวนี้เขาจะแสดงอารมณ์ผ่านใคร
สำราญ: – แสดงอารมณ์ แสดงวิธีคิดทางการเมืองเป็นหลัก
สโรชา: – แต่ดิฉันว่าถ้าเกิดว่าจะพูดถึงม้ามืดกันจริงๆงานนี้ ต้องยกให้คุณชูวิทย์ เพราะว่าคือแรกเริ่มเดินที หลายๆท่านก็หมิ่นไว้ พอบอกว่าจะลงผู้ว่ากทม.ก็ไม่นึกว่าจะเอาจริงเอาจังขนาดนี้ แต่นี่คือเป็นงานเป็นการจริงๆ
สำราญ: – จากโปสเตอร์การหาเสียง แสดงว่าเจ้าตัวก็คงมั่นใจอยู่พอสมควร
คำนูณ : –คือที่น่าสนใจว่า ถ้าคนกรุงเทพถือว่าการลงคะแนนเสียงผู้ว่ากทม. เป็นการแสดงความรู้สึกทางการเมือง เขาบอกว่าคนที่อยู่ในข่าย น่าจะมีโอกาสสูงมีอยู่ 2 คน คือคุณชูวิทย์ กับคุณอภิรักษ์ คุณชูวิทย์นี่เป็นกระแสว่าสะใจ ไหนๆก็ไหนๆแล้วเบื่อหมด ขอลองใหม่ แล้วกระแสนี้จะเกิดขึ้นในคนหนุ่มสาวเยอะ ถ้าไปดูใน net ในขณะเดียวกันคุณอภิรักษ์เขาจะชูยุทธศาสตร์การหาเสียงบอกว่า ที่เหลือทั้งหมดนี่เป็นไทยรักไทยทั้งนั้น มีเขาคนเดียวที่ไม่ใช่ ก็เป็นจุดได้เปรียบอย่างหนึ่ง แต่ว่าเป็นผู้ว่าแล้วจะดีไม่ดีอย่างไร คนกรุงเทพคงไม่ได้คิด
สำราญ: – 29 สิงหาคม โค้งสุดท้ายแล้ว วันนี้วันที่ 1 ใช่ไหม เหลืออีก 28 วัน น้อยนะเวลาหาเสียงแต่ว่าก็พอดีๆ ถ้านานไปคนก็เบื่อ
สโรชา: – กระแสไม่แรง ก็ติดตามกันแล้วกัน สำหรับผู้ว่ากทม. มีอีกเรื่องนึงต้องคุยกัน เรื่องของอาจารย์ปุระชัย ดิฉันสงสัยว่าทำไมเรื่องของสสส. เรื่องของคุณหมอประกิตเนี่ยจะต้องเข้าครม. สัปดาห์นี้ ที่พอดีกับการสมัครผู้ว่ากทม.เลย
คำนูณ : –ภาษาระรานเขาบอกว่า เป็นความบังเอิญอย่างร้ายกาจ
สำราญ: – ก็คือเป็นความตั้งใจนั่นแหละ ความหมายของมัน สื่อทุกสื่อก็เจาะข่าวมาเหมือนกัน คุณหมอประเวศ วะสีก็พูดเลย เขียนด้วย บอกว่านี่คือเรื่องของการเมือง ก็คือดร.ปุระชัยจงใจที่จะเสนอเรื่องนี้ ผ่านกรรมการกลั่นกรองชุดที่ 5 เข้าครม.เพื่อให้ปลดคุณหมอประกิต ออกจากรองประธานสสส. ในช่วงเวลา สัปดาห์ของการรับสมัครผู้ว่ากทม. ก็คือถ้าไม่ปลดคุณหมอประกิตก็ปลดดร.ปุระชัย ไม่งั้นท่านก็จะลาออกแล้วไปสมัครผู้ว่ากทม. ซึ่งมันจะส่งผลกระเทือนทางด้านลบอย่างใหญ่หลวงต่อการเมืองของพรรคไทยรักไทย
คำนูณ : –คือครม.ก็จำเป็นจะต้องเลือกคุณปุระชัยไว้ เป็นหลักประกันว่าอย่างน้อยท่านไม่ลาออก แล้วก็ท่านไม่สมัครผู้ว่ากทม.แน่ หรือว่าจริงๆท่านอาจจะไม่ได้คิดอะไรเลยก็ได้ แต่ว่าโดยจังหวะมันเป็นอย่างนั้น
สำราญ: – แต่ว่าส่วนใหญ่ ผมว่าภาคประชาสังคมเขาก็ค่อนข้างเห็นใจคุณหมอประกิต ว่าอาจจะมีความผิดพลาดทางเทคนิคบ้าง สมมุตินะ เขาบอกให้เอาเงินเข้าบัญชีนี้ ก็เอาเข้าบัญชีนี้เพื่อความคล่องตัวในการทำงาน หรือการจัดซื้ออุปกรณ์อะไรต่างๆ อาจจะรวดเร็วข้ามขั้นตอนไปบ้าง สมมุตินะ จริงๆข้อมูลก็ยังไม่ได้ชัดเจนอะไรมาก มันก็เป็นความผิดพลาดทางเทคนิค แล้วก็สิ่งที่สังคมพูดในตอนนี้ โดยเฉพาะในหมู่ปัญญาชน ในองค์กรพัฒนาเอกชนที่เขาช่วยรัฐบาลอยู่ในเรื่องแบบนี้ ก็คือในสมัยท่านนายก ในคดีซุกหุ้นมันก็มีคำว่า “บกพร่องโดยสุจริต” เที่ยวนี้มันก็อีหรอบเดียวกันแหละ แล้วเรื่องนี้ก็ไม่ได้ใหญ่โตอะไรซักเท่าใดนัก แต่รัฐบาลกลับมายึดเอาเรื่องของบัญชี เรื่องของหลักเกณฑ์ที่ถูกต้องอย่างเคร่งครัดเป็นหลัก
สโรชา: – มันจะยาวไปขนาดไหนล่ะคะ
คำนูณ : –คงจะไปอีกเยอะนะครับ เพราะท่านนายกก็พูดออกมา ท่านก็ออกหน้าแทนอาจารย์ปุระชัย แล้วถ้าเราติดตามข่าวสารเก่าๆ อันที่จริงมันก็เริ่มต้นจากท่านนายกจริงๆนะ ท่านรำพึงขึ้นมาในครม.ว่า ซื้อของแพงไปหรือเปล่า ไปดูหน่อย เป็นจุดเริ่มต้นตรงนั้น อีกเรื่องนึงคือท่านก็ดำริออกมาว่า กองทุนสสส.นี้เงินเยอะ แล้วก็ใช้เป็นเปอร์เซ็นต์จากภาษีพวกสิ่งเสพย์ติด สิ่งไม่ดีทั้งหลายแหล่ ท่านบอกว่าอันนี้เป็นงบสร้างเสริมสุขภาพ สมควรจะเอาไปรวมกับรักษาสุขภาพไหม ก็คือพูดถึงว่า อาจจะต้องมีการปรับบทบาทของสสส. คือพูดง่ายๆว่าอาจจะเอาไปรวมกับงบรักษา ซึ่งก็คงจะเป็นเรื่องใหญ่ ที่ทางภาคประชาสังคมเขาอาจจะไม่เห็นด้วยก็ได้
สำราญ: – คือพอเกิดเรื่องปุ๊บ สักพักนึงท่านอาจจะเปลี่ยนรองนายกก็ได้ อาจจะให้คุณจตุรงค์ ฉายแสง หรือว่าท่านบิ๊กจิ๋วมาดูแลสสส.แทนคุณปุระชัยก็ได้ แต่ดูท่าทีของท่านนายกจากรายการนายกพบประชาชน ยังค่อนข้างที่จะยึดมั่นอยู่ ต้องไปส่องกล้องดูกันหน่อยว่ากองทุนต่างๆนะ เป็นอย่างไร เพราะว่ากองทุนนี้มันก็มีงบเยอะ ตั้ง 1700 ล้าน/ปี ในการดำเนินการนำไปทำโน่นทำนี่ ก็บอกว่าให้ไปดูบัญชีอะไรกันด้วย พูดอย่างนี้สงสัยที่จะเปลี่ยนตัวคนดูแลรับผิดชอบ หวยนี้คงจะไม่ออกอย่างนั้น ก็คงจะต้องเดินหน้ากันต่อไป แต่แพทยสภาเขาก็หวั่นไหวเหมือนกันเที่ยวนี้ เขาก็จะประชุมกันวันที่ 11 สิงหาคม เพราะว่านายแพทย์ประกิตก็อยู่ในแพทยสภาด้วยหรือเปล่าไม่ทราบ ก็จะพิจารณาเรื่องนี้ด้วย ขณะที่ก็ต้องมองย่างก้าวของดร.ปุระชัย เปี่ยมสมบูรณ์ จะไปออกรายการเจาะใจ แล้วเขาบอกจะพูดเรื่องนี้ด้วย แล้วคงไม่พูดหน้าจออย่างเดียว เที่ยวนี้คงจะต้องแถลงข่าวด้วย เขานิยามศึกกันไว้คือ ก็ดีทั้งคู่แหละ เรื่องของความขัดแย้ง ศึกของคนดี
สโรชา: – ก็คือคนดีๆหลายๆคนอาจจะทำงานไม่เหมือนกัน เข้ากันไม่ค่อยได้บ้าง แต่ไม่ได้หมายความว่ามีคนเลวปะปนอยู่ในนั้น
สำราญ: – ดีอัตราน้อยอัตรามากเราก็ว่ากันไป แต่ว่ารัฐบาลก็เสียเหมือนกันแหละ
สโรชา: – คือคะแนนอาจจะกระทบไปพอสมควร
คำนูณ : –ท่านนายกท่านก็เลยบอกว่าอยากขึ้นเงินเดือนหมอ ก็มีเหตุผลนะ เพราะท่านบอกว่าผู้พิพากษา คนที่เรียนจบกฎหมายออกมา เดี๋ยวนี้เงินเดือนไปถึงไหนแล้ว แต่ว่าหมอสมัยที่เรียนใครก็รู้ว่าเป็นคนหัวดี กลับเงินเดือนต่ำกว่า
สำราญ: – อันนี้ก็ดีนะ แต่ว่ามันไม่ตรงประเด็นของปัญหาที่เกิดขึ้น คือถ้าเป็นข้อเรียกร้องของกลุ่มที่เห็นใจคุณหมอประกิตเที่ยวนี้ ผมเดาว่า เขาอยากให้ไปปรับระเบียบใหม่ในสสส.ก็ไม่ว่ากัน แต่ซักพักหนึ่งเขาก็อยากเห็นหมอประกิตกลับมาแบบมีศักดิ์ศรีอย่างนี้มากกว่า
สโรชา: – ขึ้นเงินเดือนหมอก็ดี แต่ว่าไม่เกี่ยวโยงกัน
คำนูณ : –ผิดที่กองทุนมันใหญ่เกินไป ใครก็อยากจะเข้ามามีเอี่ยว ไม่ใช่ว่ามาใช้ประโยชน์ แต่ว่าอยากจะมีข้อเสนอ โครงการนั้นโครงการนี้
สโรชา: – ค่ะ เราจะพักกันซักครู่นะคะ ชมข่าวต้นชั่วโมงแล้วเดี่ยวจะกลับมาต่อช่วงหน้าค่ะ
สโรชา: – กลับมาถึงก่อนจะถึงวันจันทร์ค่ะ เรามาคุยกันถึงเรื่องราวคดีของน้องแนทไปถึงไหนแล้ว
สำราญ: – คือคดีเดิมจากกองทะเบียนเขาดูแลอยู่ สุดท้ายก็โยนคดีไปให้ทางกองปราบ ล่าสุดก็บอกว่าจะถ่วงๆหน่วงๆรั้งๆเอาไว้ก่อน เพราะว่ามีความคิดที่จะโยนไปให้กับพื้นที่ สน.พลับพลาไชย 1 ที่เขาจับวีซีดีได้ แต่รวมความแล้วคือเนื่องจากว่ากระแสสังคมมันก็มีหลายความคิด หลายความเห็นตอนนี้นะ กลุ่มที่อาจจะเห็นใจคุณแนท ไม่ได้ว่าเธอไปทำอย่างนั้นแล้วถูกนะ เห็นใจว่าถูกกระทำย่ำยีหรือเปล่าก็มี กลุ่มที่สะใจก็มี ตำรวจก็เลยก้ำๆกึ่งๆ ตอนนี้ก็คือ ถ้าเลิกได้เขาก็อยากจะเลิกเต็มแก่แล้ว
สโรชา: – ไม่ไหว กระแสมันแรงมาก เริ่มที่จะเข้าตัวเข้าเนื้อหรือเปล่า
สำราญ: – อีกด้นหนึ่งก็คือคุณแนทก็ไปแจ้งความกล่าวหาคุณต้อย แอ็คเนอร์ บก.หนังสือพิมพ์เจ้าของของมายาแชลแนล ก็เป็นคอลัมนิสต์บันเทิงชื่อดังของประเทศไทย ก็คุณต้อยอาจจะใช้นามปากกาเขียนถึงเธอ ว่าเขียนจากวีซีดีเอ็กซ์อะไรอย่างนี้แหละ
คำนูณ : –คือไปเขียนแล้วก็ส่อให้น้องแนทตีความว่า อาจจะมีคนเข้าใจผิดว่าเธอไปขายตัว ก็คือใช้คำว่า ผมว่าคดีนี้น่าสนใจ คือ คุณต้อยก็บอกว่าไม่ได้พูดอย่างนั้นเลย คือบอกว่าไปโชว์ตัวแล้วก็หาลำไพ่พิเศษ อันนี้ก็ขึ้นอยู่กับการตีความว่าแปลว่าอะไร
สำราญ: – แต่สุดท้ายผมก็เดาได้ว่าคดีนี้ก็จบ ไม่มีอะไรหรอก ก็ต้องดูว่าตำรวจจะมีวิธีคิด วิธีจัดการอย่างไร คือผมไม่สนใจว่าคดีน้องแนทจะถูกจะผิดอย่างไร แต่อยากเห็นว่าตำรวจไทยสามารถจะถล่มทลาย ไปรู้ว่าขบวนการนี้มาจากไหน ผลิตปั๊มวีซีดีกันอย่างไร อยากเห็นตรงนี้มาก แต่สุดท้ายท่านรองวิสุทธิ์ วาณิชบุตร จริงๆท่านก็โชว์ฟอร์มคดีมาหลายเรื่อง เที่ยวนี้ผมก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมท่านโยนไปที่กองปราบ แล้วกองปราบก็มีท่าทีว่าจะโยนต่อไปที่ บชน. ให้ท้องที่ดำเนินคดีไป สุดท้ายคืออยากจะเลิกกันไปหรือเปล่า ส่วนตัวน้องแนทก็ว่ากันไป มีมุมมองที่หลากหลาย ทั้งเห็นด้วยไม่เห็นด้วย แต่ทุกคนก็คงไม่ได้เห็นด้วยกับการกระทำของเธอ แต่ตอนแรกเราไป ไม่ถึงกับหลง คือไปหมกมุ่นในการตั้งประเด็นตรงโน้นไปนิดนึง ก็คือบังเอิญเธอพูดขึ้นมาเอง จริงๆก็ไม่น่าพูดนะประโยคนี้ ก็คือ ถูกหลอกไป ทีนี้คนไปดูวีซีดี เขาก็ไม่มีใครเชื่อว่าถูกหลอก นั่นก็คือจุดพลาดของเธอ
สโรชา: – จริงๆที่คุยกันมาทั้งสัปดาห์ก็คือประโยคนี้แหละ ว่าถูกหลอกไป ไม่รู้จะทำยังไงแล้ว
สำราญ: – ผมก็เศร้าใจว่าสังคมไปหมกมุ่นกับประโยคนี้มากไป เท่านั้นเอง
คำนูณ : –คือครั้งหนึ่งเธอเคยเป็นนางเอกหนังเอ็กซ์ แล้วพอเธอมาเล่นหนังแผ่นอย่างถูกต้อง ก็ถูกอดีตเล่นงาน ก็คือมีข่าวว่า หนังแผ่น หนังอาร์ 2-3 เรื่องที่เธอเล่นเนี่ย มันถูกตำรวจเซ็นเซอร์ แล้วก็ขายไม่ได้ ทีนี้ผู้ผลิตเขาก็เลยแก้เกมส์โดยเอาหนังเอ็กซ์ในอดีตที่เธอเคยเล่นมาจำหน่าย แล้วก็จะจำหน่ายควบไปกับหนังอาร์ แล้วก็ถ้าใครสังเกตเห็นว่าหนังเอ็กซ์ในแผ่นที่เป็นปัญหาอยู่เนี่ย ตรงหัวก็จะมีโฆษณา หนังอาร์หนังแผ่น
สำราญ: – โฆษณา”โมรา” “เธอชื่อแอน”
สโรชา: – ก็จริงๆแล้วอาจจะเป็นผู้จัดจำหน่าย ประมาณนั้น
คำนูณ : –ก็คงเป็นกลุ่นทุนที่น่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องกันอยู่บ้าง
สำราญ: – คือผมว่าจริงๆตำรวจนี้รู้หมด ใครทำ
คำนูณ : –แต่ว่าหนังเอ็กซ์เจ้านี้เขาตราเลยนะ ตราม้าคู่ ก็เป็นที่รู้กันว่าเป็นกลุ่มทุนไหน
สำราญ: – ก็รู้กันหมดแล้วว่าจะทำหรือไม่ทำ ทำแค่ไหน หรือว่าเสียเวลาน่า เอาเวลาไปจับผู้ร้าย
ดีกว่า หรือว่าเจอตอหรือเปล่า เจอผลประโยชน์เข้าไปหรือเปล่า
คำนูณ : –คือทุกฝ่ายก็ Happy กันถ้วนหน้า ม้าคู่นี่ก็ขายดีไป หนังอาร์ที่น้องแนทแสดงก็ขายดีไป น้องแนทเองนี่ค่าตัวก็ยกระดับขึ้นมา แล้วก็ในโอกาสต่อไปนอกจากหนังแผ่นหนังอาร์ แล้วก็อาจจะได้แสดงหนังใหญ่ บางคนเขาบอกว่าอาจจะทำให้น้องตั๊กหมดอนาคตได้ มาแรงกว่า
สโรชา: – แต่ว่าพูดถึงเรื่องนี้แล้วก็ต้องพูดถึงกระแสสังคม ช่วงแรกๆอาจจะมองน้องแนทในทางไม่ค่อยดีซักเท่าไหร่นัก ในฐานะที่ไปแสดงหนังประเภทนี้ แต่ในช่วงหลังๆดูเหมือนจะกลับตาลปัตร กลายเป็นว่า เห็นใจน้องแนทก็เยอะนะ
คำนูณ : –คือเห็นใจอาจจะเห็นใจว่า คือเกลียดตำรวจอยู่แล้ว เห็นตำรวจมาทำท่าจะเอาเรื่อง ตั้งคำขาด ต้องเข้าคุกวันนั้นวันนี้ ไม่งั้นจะดำเนินคดี คนก็เลยเห็นใจ แต่ว่า หวังว่าคงไม่ใช่เป็นการเห็นใจที่เลยเถิดไปว่า เธอเป็นเหยื่อนะ หรือว่ายอมรับในสิ่งที่เธอทำว่าเป็นสิ่งที่ถูก ถ้าอย่างนั้นคงจะเป็นเรื่องใหญ่
สำราญ: – คืออย่างไรเสียในมุมของผมนะ คือน้องแนทก็ยังเป็นเหยื่อนั่นแหละ แต่ว่าเหยื่อรายนี้อาจจะไม่น่าสงสารเท่าไรนัก คือเธอไปทำอย่างนั้น ทุกคนไม่เห็นด้วย มันขัดต่อศีลธรรมอันดี ถึงแม้ว่าทุกคนจะชอบดูเรื่องแบบนี้ก็ตาม แต่ว่ามันไม่ควรเป็นอาชีพ ธุรกิจที่ควรส่งเสริมหรือสนับสนุนเป็นเยี่ยงอย่างที่ดีกับเยาวชน แก่สังคม แต่คิดว่าน่าเห็นใจอยู่บ้างก็คือ พอสุดท้ายแล้วทุกคนก็รุม เธอก็เป็นเหยื่อในอีกทีหนึ่ง ตำรวจก็แบบถึงแม้ว่าจะไม่หยิบยกเธอเป็นข่าวก็ตาม แต่โดยพฤติกรรมมันต้องแสดงเจตนารมณ์ที่มากกว่านี้ มุ่งมั่นกว่านี้ คือไม่ถึงกับเอาน้องแนทเป็นเครื่องมือ คือต้องเอาต้นตอมาให้ได้ คือท่านรองท่านมีจุดยืนที่ดีในเชิงของศีลธรรมความดีงาม ท่านก็ไม่เห็นด้วย เราก็ไม่เห็นด้วย ถ้าเราพูดถึงระบบใหญ่ เธอก็เป็นผลิตผลของสังคมชิ้นหนึ่งเท่านั้นเอง
สโรชา: – คือมันเป็นเส้นทางการเข้าวงการที่ฟังแล้ว น้องๆจะเข้าใจผิดหรือเปล่า ว่าเป็นวิธีการหนึ่งที่ทำได้
สำราญ: – คือสื่อก็ต้องเห็นด้วยว่า เส้นทางอย่างนี้ไม่ควรกระทำ แล้วจะไม่เจริญหรอก กรณีของน้องแนทต้องเป็นบทเรียนด้วย บทเรียนสำหรับตัวเอง คือหวังว่าจะเป็นข่าวแล้วจะจุดพลุให้ตัวเองนั้นไม่มีทาง ต้องเปลี่ยนความคิดของตนเองด้วย คือสังคมไทยอย่างไรเสียมันก็มีลิมิตของมันนะ แต่ก็ขอเห็นใจเธอ ว่าอย่าซ้ำเติมตัวเองอีก อย่าไปตกเป็นเหยื่อเกนของใคร เพราะมันอันตรายมาก ต้องไปกลับเนื้อกลับตัว กลับใจเสีย แล้วก็สังคมก็ยังให้โอกาส
คำนูณ : –ผมว่ายาก เพราะว่าเธอเข้าไปในวงจรที่ไม่มีโอกาสคิดอย่างที่คุณสำราญคิด ชีวิตเธอตอนนี้คือเธอเป็นเครื่องมือของทุกคน แล้วเธอก็จะหลงใหลได้ปลื้มกับสิ่งที่เธอดังขึ้นมาชั่วข้ามคืน คือสิ่งที่เราอยากให้เป็นกับความเป็นจริง มันโหดร้ายกว่ากันเยอะ
สำราญ: – เอาน่า ถึงอย่างไรก็ให้กำลังใจเธอหน่อย
สโรชา: – มาอีกเรื่องนึงดีกว่า เรื่องของขาประจำมาแล้ว อาจารย์ธีรยุทธ บุญชี แต่ดิฉันตั้งข้อสังเกตว่า ท่านนายกตอบโต้ได้น่ารักมาก ไม่ได้ยิงกลับสวนกลับทันทีแบบที่เราเคยเห็น ค่อนข้างจะนิ่ง สงบ
สำราญ: – ความสงบสยบความเคลื่อนไหว ก็คือขาเชียร์นี้ Happy นะ คืออยากเห็นท่านนายกเป็นแบบนี้แหละ
สโรชา: – ไปชม VTR กันค่ะ ประโยคเด็ด
<<<< VTR >>>
นายกทักษิณ – เด็กสนใจเรียนจะนั่งแถวหน้า พวกนี้ครูอธิบายเสร็จปุ๊บยังไม่ทันเสร็จดีเข้าใจเลย แถวกลางนี่อธิบายจบแล้วถึงจะเริ่มเข้าใจ บางทีหรือแถวหน้าช่วยอธิบายหรือติวให้อีกนิดนึงเข้าใจ แต่แถวท้ายนี่นะ คือนักเรียนที่ประเภทไม่อยากฟัง แล้วเอาการ์ตูนมาอ่านระหว่างเรียนด้วย ยังไงก็ไม่เข้าใจ พอจบแล้วถึงจะรู้ว่า รู้งี้น่าจะเรียนมากกว่านี้ เพราะฉะนั้นวันนี้นี่รัฐบาลก็พยายามทำอะไรหลายๆอย่าง ที่คนที่คิดว่า ไม่เคยเห็นแนวทางอย่างนี้ในอดีต ก็น่าเอาหูฟังหูไว้หู และเรียนรู้ไปอีก 10 ปีก็คงจะเข้าใจนะ ถ้ามัวอ่านการ์ตูนไปด้วยนี่นะ
สำราญ: – เห็นภาพรวมของการแถลงของท่านนายกคือ ไม่ตอบโต้
คำนูณ : –ดีนะที่บอกว่าหลังห้องอ่านการ์ตูน ดีที่ไม่บอกว่าทำอย่างอื่น
สำราญ: – ก็โดยรวมก็คือนายกท่านก็ไม่ตอบโต้ หลายๆคนก็บอกว่าดี อย่างที่พยายามเปรียบเทียบเมื่อกี๊ คือท้องฟ้าครึ้ม พายุคะนองกำลังมา
สโรชา: – คือทุกคนรอไงคะ พอภาพหนังสือพิมพ์วันรุ่งขึ้น ทุกฉบับเลย จะต้องดุเด็ดเผ็ดมัน ทุกคนรอว่าท่านจะว่ายังไง แล้วตกลงก็จบไปนะ สำหรับอาจารย์ธีรยุทธ ก็ไม่มีอะไร
สำราญ: – คือเนื้อหาก็แล้วแต่จะพิจารณากันนะ ก็มีใหม่บ้าง เดิมๆบ้าง ก็คละเคล้ากันไป ศัพท์แสงก็ค่อนข้างจะรกนิดนึง แต่ในเชิงเนื้อหาในมุมของผมนะ ผมถือว่าเที่ยวนี้หนักหน่วงและรุนแรงที่สุด ในการวิพากษ์วิจารณ์ 4 ปีของระบอบทักษิณ
สโรชา: – คงเพราะว่าจะครบ 4 ปีแล้ว เอาล่ะค่ะ เดี๋ยวเราจะพักกันอีกซักครู่นึง เดี๋ยวจะกลับมาคุยกันถึงประเด็นของข่าวต่างประเทศกันค่ะ
สโรชา: – กลับมาช่วงสุดท้ายของก่อนจะถึงวันจันทร์ค่ะ ก่อนที่จะไปคุยถึงเรื่องราวของข่าวต่างประเทศ มีการเมืองแทรกซักเล็กน้อย มีความเคลื่อนไหวอย่างไรบ้างคะ อาทิตย์นี้
สำราญ: – ที่ผ่านมาก็ไม่มีอะไรมากมาย มีการย้ายพรรคธรรมดา พรรคชาติไทยก็เลือดไหลออกเล็กๆ หลังจากก้อนใหญ่ๆออกไป 2 ก้อนแล้วนะ บุรีรัมย์โดยคุณเนวิน กับชลบุรีของคุณสนธยา คุณปลื้ม ก็ย้ายพรรคกันในส่วนนี้ ที่ต้องจับตาคือ พรรคชาติพัฒนาตกลงจะยุบรวมกับพรรคไทยรักไทย หรือจะคงชื่อพรรคเอาไว้ แล้วมีใครไปดูแลซักคนหนึ่ง ก็ยังก้ำกึ่ง ณ นาทีนี้ เห็นว่าล่าสุดนั้นก็มีคนอาสาก็คือคุณประทีป สส.โคราช บอกว่าไปเลยไปทั้งพรรค แต่ว่าตัวเขาเพื่อสืบสานเจตนารมณ์ของพล.อ.ชาติชาย ชุณหะวัน จะขอดูแลพรรคไว้ซักคน คือไม่ต้องยุบ แต่ว่าเหลือพรรคเอาไว้ เขาก็เลยจับจ้องวันที่ 3 ประชุมพรรค คุณสุวัจน์จะว่าอย่างไร แต่เผลอๆอาจจะประกาศเจตนารมณ์ร่วมกัน ท่านนายกก็จะไปโคราชด้วย ไปร่วมพิธีเปิดอนุสาวรีย์ของพล.อ.ชาติชาในวันที่ 7 สิงหาคม ต้องติดตาม คือนายกท่านจะไปตะลอนอีสาน ไปราชการ มีภารกิจ
สโรชา: – อยู่ที่ว่าจะยุบรวมไปเลย หรือว่าจะคงพรรคไว้ชื่อพรรคยังอยู่
สำราญ: – คือคุณสุวัจน์ท่านเคยประกาศไว้ว่า ผมจะไม่เป็นหัวหน้าพรรคคนสุดท้าย
คำนูณ : –ก็เหมือนกับพรรคกิจสังคม แต่คราวนี้ไทยรักไทยเวลาเลือกตั้งก็จะจัดคนหลบให้
สำราญ: – ก็เป็นสมรภูมิใหญ่ 17 ที่นั่งก็จะเหลือ 16 ที่นั่งที่โคราชนี่ มันต้องยึดพื้นที่ตรงนี้ให้ได้ เพราะไทยรักไทยรู้ว่าตัวเองต้องสูญเสียกทม.ไปซักจำนวนหนึ่ง
สโรชา: – ก้อนใหญ่ขนาดไหน ก้อนในกทม.ที่จะต้องเสียไปนี่ เหมือนเขาประมาณไว้ค่อนข้างเยอะมาก
คำนูณ : –ตอบไม่ได้ แต่หลังจากผลผู้ว่ากทม.ออกมาแล้ว จะเห็นชัด สมมุติว่าเป็นคุณชูวิทย์นี่ก็ยังตอบไม่ได้ แต่ถ้าเป็นคุณอภิรักษ์ชนะแบบเหนือความคาดหมายอันนี้จะตอบได้
สำราญ: – คือตอนนี้พรรคไทยรักไทยมีอยู่ 28 ประชาธิปัตย์มีอยู่ 9 แค่ได้มาอีก 10 หรือ 6 ที่นั่งนี่ หรือครึ่งต่อครึ่งนะ เขาก็ถือว่า Happy สุดๆแล้ว แต่ถ้าเป็นคุณปวีณานะ ไทยรักไทยก็อาจจะโล่ง
สำราญ: – นั่นคือเรื่องการเมือง
คำนูณ : –มีเรื่องเศรษฐกิจอีกเรื่องนึง น่าจะพูดไว้หน่อย เรื่องของแบงค์กรุงไทย ทางผู้ว่าแบงค์ชาติท่านออกมาพูด แล้วก็พูดกับนักข่าว พูดกับสื่อมวลชน ในทำนองว่า มีหนี้ที่ไม่มีคุณภาพจำนวนหนึ่ง แล้วก็ผูกประโยคในทำนองที่ว่า เกรงจะเหมือน BBC ต้องรีบจัดการเสียก่อน ซึ่งเป็นคำพูดที่ทำให้แบงค์กรุงไทยเขากระทบกระเทือน แล้วก็เป็นคำพูดที่ไม่น่าจะออกจากท่านผู้ว่าแบงค์ชาติ ก็ได้มีการออกมาแก้ข่าวการชี้แจงอะไรต่ออะไรกันมากมายทีเดียว ก็เผอิญแบงค์กรุงไทยตอนนี้ เป็นช่วงที่ปลอดจากประธานกรรมการ เหมือนกับว่าเป็นช่วงจังหวะว่าง ไม่มีคนจะมาชี้แจงแทนแบงค์
สำราญ: – ผมคิดว่าไม่น่าจะถึงระดับของผู้ว่าลงมาพูดเอง คือเห็นด้วยว่าแบงค์ชาติต้องดำเนินการอย่างเข้ม แต่ในการแสดงต่อสาธารณชนต้องระมัดระวังพอสมควร
คำนูณ : –โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการไปยก BBC ขึ้นมา คนมันยังสยองไม่หาย
สโรชา: – มันรุนแรงมาก พอไปเปรียบก็ตกใจกัน
สำราญ: – คือโครงการไหนจะเน่า หรือปล่อยกู้กันแบบหละหลวมนะ ผมว่าจำเป็นที่แบงค์ชาติต้องเข้าไปสอดส่อง แต่ว่าในการส่งสัญญาณแบบ BBC ภาคสอง สมมุตินะ ถ้าจะพูดในเชิงความหมายนี้ อันตราย
สโรชา: – มาที่ข่าวต่างประเทศบ้าง ขออนุญาตไปเริ่มที่อเมริกาแล้วกัน เพราะว่าในหลายวันที่ผ่านมา มีการประชุมใหญ่ของพรรคเดโมแครตที่เมืองบอสตัน ก็ตามคาดนะคะ คือมีการแต่งตั้งคุณจอห์น แคร์รี่ แล้วก็คุณจอห์น เอ็ดเวิร์ดเนี่ย เพื่อที่จะมาเป็นผู้ชิงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐ ในเดือนพฤศจิกายนที่จะถึงนี้ ก็ถือว่าจัดงานได้ค่อนข้างจะยิ่งใหญ่อลังการพอสมควร คนร่วมงานนับหมื่นคนเลยทีเดียว มีผู้ใหญ่ในพรรคมาแสดงวิสัยทัศน์ มาพูดมาเชียร์ จิมมี่ คาร์เตอร์ , บิล คลินตัน แต่ว่าที่มีกลเม็ดอย่างนึง คือก่อนที่จะไปเปิดตัวนายจอห์น แคร์รี่เนี่ย เขาก็มีการฉายวีดีโอ ว่านายจอห์น แคร์รี่เป็นใคร มาจากไหน เชื่อไหมคะว่าคนที่ลงเสียงวีดีโอตัวนี้ คือ คุณมอร์แกน ฟีร์แมน คนนี้เป็นคนที่ลงเสียง แล้วที่ปรึกษาคือ สตีเวน สปีลเบิร์ก ไม่ใช่ย่อยๆนะ คือแค่เป็นวีดีโอไม่กี่นาที แนะนำตัวผู้สมัครของเขาเนี่ย เขายังต้องใช้ระดับบิ๊กของวงการฮอลิวูดเพื่อที่จะมาเป็นที่ปรึกษาให้ ก็ข่างฮือฮากันพอสมควร คือทุกเม็ดที่ก้าวย่าง ที่คำพูดที่ออกที่จากปากแต่ละท่าน ล้วนแล้วแต่เป็นแผนที่วางมาอย่างแยบยลแล้วทั้งสิ้น อะไรที่ดูดีที่สุด อะไรที่เหมาะสมและดูเข้าตาและลงตัวมากที่สุด เขาจะนำมาใช้ในตัวนี้ เพราะถือว่าเป็นงานที่ยิ่งใหญ่ เปิดตัวผู้สมัครของเขา ซึ่งก็เป็นไปตามคาด ซึ่งดูแล้วอาจจะเป็นผู้ใหญ่ แก่ไปซักนิด ก็ดึงคุณจอห์น เอ็ดเวิร์ดซึ่งดูเป็นหนุ่มมาดแมน เป็นคนไฟแรงก็มาเป็นผู้สมัครร่วม รองประธานาธิบดี การหาเสียงจากนี้ไปก็ถือว่าจะต้องดุเด็ดเผ็ดมันมากยิ่งขึ้น ทางด้านรีพับรีกันเขาก็จะต้องมีการประชุมใหญ่เพื่อจะมีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ คะแนนตอนนี้สูสีเหลือเกิน คือไม่แพ้ผู้ว่าเราเลยล่ะ ถือว่าแทบจะไม่ทิ้งช่วงกันเลย แล้วก็เป็นครั้งแรกที่จอห์น แคร์รี่ออกมาประกาศจุดยืนซึ่งค่อนข้างจะแข็งกร้าวประเด็นของความมั่นคงแห่งชาติ เพราะว่ามีคนวิพากษ์วิจารณ์เขาเยอะว่าที่ผ่านมา เขาวิพากษ์บุชว่าใช้กำลังมากจนเกินไป ก็เลยเกิดปัญหาว่า ถ้าเขามาดำรงตำแหน่งผู้นำจะอ่อนปวกเปียกเกินไปหรือเปล่า อเมริกาจะถูกรังแกไหม เพราะฉะนั้นเขาก็ออกมาประกาศอย่างชัดเจนว่า ถ้าหากว่าถูกรังแกเขาพร้อมที่จะตอบโต้ด้วยกำลัง แต่นั่นหมายความว่าจะต้องถูกกระทำก่อน เขาจะไม่ไปทำอย่างที่บุชทำ เอ่อ ประเด็นอิรัก สั้นๆแล้วกันนะคะ ตอนนี้ก็เริ่มที่จะเป็นการกดดันรัฐบาลของแต่ละประเทศ เริ่มที่จะมาของภาคเอกชนบ้างแล้ว ที่ถูกสังหารไป ชาวปากีสถานเมื่อเร็วๆนี้ก็คือ เป็นคนขับรถของบริษัทเอกชนที่เข้าไปทำงานในอิรัก ข้อเรียกร้องก็คือให้ถอนธุรกิจ ถอนกำลังออกจากอิรักให้หมด ก็ถูกสังหารไปอีก 1 ราย ตอนนี้ที่จับตัวอยู่มีชาวจอร์แดน 4 คน แล้วล่าสุดมีชาวตุรกีอีก 2 คนก็คือลักษณะเดียวกันคือเรียบร้องให้บริษัทเหล่านี้ถอนคน ถอนธุรกิจออกจากอิรักให้หมด
คำนูณ : –ตอนนี้สถานการณ์น่ากลัวนะ เพราะว่าตอนนี้เป้าหมายการฆ่ามันกว้าง แม้กระทั่งมุสลิมด้วยกัน แล้วก็ประชาชนอิรักด้วยกัน ก็เป็นเป้าหมาย
สโรชา: – เรื่องเบาๆแล้วกันนะคะ ทิ้งท้าย เอาที่เกาหลี รับประทานสุนัขกันเป็นว่าเล่น ก็ถือว่าเป็นประเพณี ความนิยมที่จะรับประทานเนื้อสุนัข เขาก็มีเป็นการประท้วงกันว่า อย่าเลย ก็มีคนเข้าไปอยู่ในกรงว่าสุนัขมันต้องทุกข์ทรมานขนาดไหน ก่อนที่จะไปถูกฆ่า แต่ในขณะที่ประท้วงก็มีเทศกาลรับประทานเนื้อสุนัขในเกาหลีเช่นกัน ก็คือ Dog Day เรียกว่าวันสุนัขเลย มีการนำเนื้อสุนัขมาทำอาหารชนิดไหนบ้าง แล้วคนก็ไปชิมกันเอร็ดอร่อยกับการนำมาสุนัขมารับประทาน อันที่จริงการต่อต้าน เขาก็เจตนาให้มันตรงกันเทศกาลนี้พอดี เขาบอกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นมันทุกข์ทรมานมากแล้ว สุนัขนี่ถือเป็นสัตว์ที่รู้ใจมนุษย์มากที่สุด และสามารถที่จะเป็นเพื่อนยามเหงาได้ ฟังความทุกข์ได้ เรียกว่าเป็นสัตว์ที่มีความคุ้นเคยและใกล้ชิดกับมนุษย์มากที่สุด เพราะฉะนั้นไม่ควรเป็นอย่างยิ่ง ที่จะนำมารับประทาน ที่ชาวเกาหลีนี่นิยมมากที่จะรับประทาน แล้วก็ทิ้งท้ายไว้เท่านี้แล้วกัน ติดตามรายการได้ใหม่ในวันอาทิตย์หน้า สำหรับวันนี้เราทั้ง 3 คนขอลาไปก่อน สวัสดีค่ะ


