ข่าวของ”ปุ๊กกี้”อดีตนักร้องสาวผู้น่ารัก กลับมาเป็นข่าวอีกครั้ง หลังจากเขาและแม่ ได้แถลงข่าวประกาศฟ้องทวงสิทธิการเป็นผู้ปกครองบุตร 2 คน ที่อยู่กับ อดีตสามี โดยเมื่อวันที่ 16 ก.ค.นางปริศนา หรือ ปุ๊กกี้ พร้อมด้วย นางจารุพรรณ พรายแสง มารดา เดินทางเข้าพบ นายกุลพล พลวัน อธิบดีอัยการฝ่ายช่วยเหลือกฎมาย ที่สำนักงานคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมายแก่ประชาชน (สคช.) เพื่อขอคำปรึกษา ข้อกฎหมาย และแนวทางการต่อสู้คดี เพื่อขอทวงสิทธิ ในอำนาจปกครองบุตรทั้ง2 คน คืนจาก นายสุรพันธ์ หรือต๋อง จำลองกุล อดีตสามี เพราะถูกกีดกันไม่ให้พบบุตรทั้งสองคน
นายพลกุล กล่าวว่า สำนักงานคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมาย (สคช.) ได้รับเรื่องที่ น.ส.ปริศนา มาร้องเรียน ซึ่งตนได้มอบหมายให้ นายวิชัย ปุตระเศรณี อัยการพิเศษ ฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 1 เป็นผู้ดูแล ซึ่งขั้นตอนต่อไป ทางอัยการจะมีหนังสือให้เชิญ นายสุระพันธ์ มาตกลงประนีประนอม ในเรื่องการขอมีอำนาจปกครองบุตร ระหว่างกันก่อน
เพราะดูแล้ว เป็นเรื่องที่น่าจะตกลงกันได้ การนำคดีเข้าสู่กระบวนการของศาล เป็นเรื่องยุ่งยาก และเสียค่าใช้จ่าย จำนวนมาก การตกลงกันได้ น่าเป็นทางออกที่ดีด้วยกันทั้งสองฝ่ายมากกว่า ซึ่งอาจให้มีการทำสัญญากันใหม่ จากที่ได้เคยให้กันไว้ในทะเบียนหย่า ขอเปลี่ยนแปลงอำนาจ ผู้ปกครองบุตร
ด้าน นางสาวปริศนา กล่าวว่า จากที่ได้ปรึกษากับทางอัยการแล้วมีความมั่นใจว่า จะได้อำนาจปกครองบุตร คืนจากอดีตสามี ส่วนจะมีประเด็นใดบ้าง ที่จะขอให้มีอำนาจปกครองบุตร คืนจากสามี ตนยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากทางอัยการเกรงว่า ตจะเสียรูปคดี แต่ในชั้นที่จะมีการประนีประนอมยอมความ ตามคำแนะนำ ของอัยการ คงต้องขอให้มีการแก้ไข เปลี่ยนปลงอำนาจปกครองบุตร ในท้ายทะเบียนหย่าก่อน หากไม่สามารถตกลงกันได้ ก็จำเป็นจะต้องมีการฟ้องร้องต่อไป
“ที่ออกมาเรียกร้อง ไม่ได้ต้องการสร้างกระแส เพื่อโปรโมต เทปที่กำลังวางแผง แต่ทำไปในฐานะของแม่คนหนึ่งเท่านั้น ที่อยากได้ลูกมาดูแลเอง และหากได้กลับคืนมาจะไม่ยอมให้ลูกไปไหนอีกแล้ว สำหรับเรื่องเพื่อนชายคนใหม่ ที่สื่อลงข่าวไปว่า ไม่อยากให้ตนฟ้องร้องนั้น ไม่จริง เป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งขอให้ถือเป็นมรสุม ลูกสุดท้ายในชีวิต หลังจากมรสุมใหญ่ คือ 7 ปีที่อยู่กับพี่ต้องได้จบลงไปแล้ว” นางสาวปริศนา กล่าว
ด้านนางจารุพรรณ มารดาของปุ๊กกี้ กล่าวว่า คงไม่สามารถอยู่รอจนกระทั่ง บุตรสาวได้สิทธิในการขอปอำนาจ ปกครองบุตรคืน เพราะต้องเดินทางกลับไปประเทศออสเตเลีย ในวันที่ 22 ก.ค.นี้ ซึ่งในฐานะของยาย เพียงแค่อยากได้คุยกับหลานบ้าง หรือส่งของให้หลานได้เหมือนเดิมเท่านั้น.
ส่วนปัญหาวุ่นๆของชีวิตรักอันน่ารันทด ของหญิงสาวที่ชื่อ ปุ๊กกี้ จะจบลงอย่างไร สุดท้าย บุตรทั้ง 2 จะกลับมาอยู่ในความปกครองของผู้เป็นแม่ หรือ จะยังอยู่ในความปกครองของ พ่อ คงต้องติดตาม
นายพลกุล กล่าวว่า สำนักงานคุ้มครองสิทธิ และช่วยเหลือทางกฎหมาย (สคช.) ได้รับเรื่องที่ น.ส.ปริศนา มาร้องเรียน ซึ่งตนได้มอบหมายให้ นายวิชัย ปุตระเศรณี อัยการพิเศษ ฝ่ายช่วยเหลือทางกฎหมาย 1 เป็นผู้ดูแล ซึ่งขั้นตอนต่อไป ทางอัยการจะมีหนังสือให้เชิญ นายสุระพันธ์ มาตกลงประนีประนอม ในเรื่องการขอมีอำนาจปกครองบุตร ระหว่างกันก่อน
เพราะดูแล้ว เป็นเรื่องที่น่าจะตกลงกันได้ การนำคดีเข้าสู่กระบวนการของศาล เป็นเรื่องยุ่งยาก และเสียค่าใช้จ่าย จำนวนมาก การตกลงกันได้ น่าเป็นทางออกที่ดีด้วยกันทั้งสองฝ่ายมากกว่า ซึ่งอาจให้มีการทำสัญญากันใหม่ จากที่ได้เคยให้กันไว้ในทะเบียนหย่า ขอเปลี่ยนแปลงอำนาจ ผู้ปกครองบุตร
ด้าน นางสาวปริศนา กล่าวว่า จากที่ได้ปรึกษากับทางอัยการแล้วมีความมั่นใจว่า จะได้อำนาจปกครองบุตร คืนจากอดีตสามี ส่วนจะมีประเด็นใดบ้าง ที่จะขอให้มีอำนาจปกครองบุตร คืนจากสามี ตนยังไม่สามารถบอกได้ เนื่องจากทางอัยการเกรงว่า ตจะเสียรูปคดี แต่ในชั้นที่จะมีการประนีประนอมยอมความ ตามคำแนะนำ ของอัยการ คงต้องขอให้มีการแก้ไข เปลี่ยนปลงอำนาจปกครองบุตร ในท้ายทะเบียนหย่าก่อน หากไม่สามารถตกลงกันได้ ก็จำเป็นจะต้องมีการฟ้องร้องต่อไป
“ที่ออกมาเรียกร้อง ไม่ได้ต้องการสร้างกระแส เพื่อโปรโมต เทปที่กำลังวางแผง แต่ทำไปในฐานะของแม่คนหนึ่งเท่านั้น ที่อยากได้ลูกมาดูแลเอง และหากได้กลับคืนมาจะไม่ยอมให้ลูกไปไหนอีกแล้ว สำหรับเรื่องเพื่อนชายคนใหม่ ที่สื่อลงข่าวไปว่า ไม่อยากให้ตนฟ้องร้องนั้น ไม่จริง เป็นคนละเรื่องกัน ซึ่งขอให้ถือเป็นมรสุม ลูกสุดท้ายในชีวิต หลังจากมรสุมใหญ่ คือ 7 ปีที่อยู่กับพี่ต้องได้จบลงไปแล้ว” นางสาวปริศนา กล่าว
ด้านนางจารุพรรณ มารดาของปุ๊กกี้ กล่าวว่า คงไม่สามารถอยู่รอจนกระทั่ง บุตรสาวได้สิทธิในการขอปอำนาจ ปกครองบุตรคืน เพราะต้องเดินทางกลับไปประเทศออสเตเลีย ในวันที่ 22 ก.ค.นี้ ซึ่งในฐานะของยาย เพียงแค่อยากได้คุยกับหลานบ้าง หรือส่งของให้หลานได้เหมือนเดิมเท่านั้น.
ส่วนปัญหาวุ่นๆของชีวิตรักอันน่ารันทด ของหญิงสาวที่ชื่อ ปุ๊กกี้ จะจบลงอย่างไร สุดท้าย บุตรทั้ง 2 จะกลับมาอยู่ในความปกครองของผู้เป็นแม่ หรือ จะยังอยู่ในความปกครองของ พ่อ คงต้องติดตาม


