xs
xsm
sm
md
lg

สนธิจับตา "พงศพัศ" ลงผู้ว่าฯ - จวกสหรัฐฯ ทำราคาน้ำมันพุ่ง

เผยแพร่:   โดย: MGR Online

สนธิ แนะจับตา “พงศพัศ” ลงสมัครผู้ว่ากทม. พร้อมจวกสหรัฐเป็นต้นเหตุราคาน้ำมันโลกพุ่ง เผยเป็นกฐินสามัคคีรุมอเมริกา ทั้งซาอุฯและรัสเซีย ระบุสงครามเย็นยุคใหม่กำลังเกิดขึ้น



สโรชา – สวัสดีค่ะ คุณผู้ชม ขอต้อนรับเข้าสู่รายการเมืองรายสัปดาห์อาหารก่อนเข้านอนในทุกคืนวันศุกร์ค่ะ กลับมาพบกันเป็นประจำกับคุณสนธิ ลิ้มทองกุล และคุณสโรชา พรอุดมศักดิ์ เชื่อว่าหลายๆ ท่านคงจะรอคอยการแข่งขันระหว่างเดนมาร์กและบัลแกเรียที่จะเกิดขึ้นในอีกไม่ถึง 1 ชั่วโมงข้างหน้า แต่ต้องมาติดตามทบทวนตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่เกิดขึ้นในรอบสัปดาห์นี้ก่อนค่ะ ค่อนข้างคึกคักพอสมควรสำหรับแวดวงการเมืองไม่ว่าจะเป็นประเด็นระดับชาติ เรื่องราวของพรรคที่สามพรรคทางเลือก หรือบางท่านที่เรียกว่า พรรคอะไหล่ ก็ค่อนข้างจะหนาหูในพักนี้ หรือแม้กระทั่งสนามของการชิงชัยเก้าอี้ผู้ว่ากทม. ก็ค่อนข้างคึกคักเช่นกัน เพราะว่ามีหลายต่อหลายท่านที่ประกาศตัว ท่านมหาจำลองเองก็ออกมาเป็นข่าวค่อนข้างจะคึกคักในช่วงเวลานี้ นอกจากนี้แล้วยังมีเรื่องที่น่าสลดใจ เมื่อเช้านี้เห็นตามหน้าหนังสือพิมพ์ นักศึกษาเอแบคถูกแทงเสียชีวิตโดยผู้กระทำความผิดเป็นเด็กอายุเพียง 15 ปี เท่านั้น มันสะท้อนอะไรบางอย่างเกี่ยวกับสังคมเราในปัจจุบัน คงต้องมาคุยกันค่ะซัก 3 เรื่องนี้ แล้วเราค่อยไปเรื่องของราคาน้ำมัน

สนธิ – น้ำมันเราไม่ได้พูดเรื่องราคา แต่ว่าจะเป็นครั้งแรกที่ผมอยากจะเล่าให้คุณสโรชาและท่านผู้ชมทางบ้านทราบถึงป่าทั้งป่า เกี่ยวกับระบบน้ำมัน ว่าน้ำมันจากนี้ไปจะเป็นยังไง แล้วทำไมมันถึงแพง เพราะว่าน้ำมันไม่ได้อยู่ที่ซัพพลาย ดีมานด์อย่างเดียวแล้วตอนนี้มันเป็นเรื่องที่ภาษาอังกฤษเรียกว่า จีโอโพลิติกส์ ภูมิรัฐศาสตร์ มีเรื่องการเมืองระหว่างประเทศเข้ามา แต่เรื่องนี้จะยาวหน่อย เก็บไว้เป็นช่วงที่ 2 ช่วงที่ 3 เรามาคุยกัน ตกลงคุณสโรชาอยากคุยเรื่องอะไร

สโรชา – เรื่องพรรคที่สาม พรรคทางเลือก หรือพรรคอะไหล่ แล้วแต่จะเรียกว่าอะไร

สนธิ – พรรคที่สาม ผมเข้าใจว่าอาจารย์สมบัติ ธำรงธัญญวงศ์ ท่านคงจะเป็นหัวหน้าพรรค ความจริงท่านอาจารย์สมบัตินั้นก็มีความสนิทสนมกับพล.ต.สนั่นมานานแล้ว ท่านสนิทสนมกับพล.อ.ฉลาด หิรัญศิริ ซึ่งพล.ต.สนั่นตอนนั้นเป็นนายเวร ทหารคนสนิท สนิทถึงขนาดที่ว่าเคยพานักศึกษาไปฝึกยิงปืน คือความสนิทสนมของอาจารย์สมบัติกับท่านพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์นั้นมีความสนิทสนมกันมาก พรรคที่สาม ก็เลยเป็นเรื่องที่ช่วยไม่ได้ ที่หลายๆ คนทางคอการเมืองก็มองว่าเป็นหมากที่พล.ต.สนั่น ท่านวางไว้ อาจจะไม่ได้วางในลักษณะที่ไม่ได้เข้าไปเกี่ยวข้องโดยตรง แต่ผมเชื่อว่าความสัมพันธ์นั้นคงต้องมีมา คือพูดง่ายๆว่า ในขณะนี้ทางการเมืองจะมีลักษณะแบบนี้ซึ่งเป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก คือมีอยู่มากที่เริ่มคิดบอกว่า ชักเริ่มไม่ชอบพรรคไทยรักไทย อันนี้เป็นเรื่องธรรมชาติ เพราะพรรคการเมืองใดก็ตามมีอำนาจมาซัก 3-4 ปี แล้วคนที่เคยชอบก็เริ่มไม่ชอบก็ต้องมี คนที่เคยชอบและจะชอบต่อก็ยังมี แต่ว่าที่น่าสนใจคือว่าถ้าเอา 100 คนที่บอกว่าไม่ชอบไม่อยากจะเลือกพรรคไทยรักไทย ผมเท่าที่คุยๆ ดู เป็นการสำรวจส่วนตัว 9 คนใน 10 คนที่บอกว่าไม่เลือกพรรคไทยรักไทย ก็ไม่อยากเลือกพรรคประชาธิปัตย์ และนั่นคือที่มาของพรรคทางเลือกที่สาม และผมคิดว่าเป็นอะไรที่น่าสนใจ คือตอนนี้ยังคงบอกอะไรไม่ได้จนกระทั่งได้แต่คาดเดาตามเหตุการณ์ที่เรามอง แต่ว่าถ้าหากเรามองซักพักหนึ่ง ถ้ามีการตั้งแล้วขอดูคนซึ่งเข้ามาร่วมแค่ดูคนที่เข้ามาร่วมก็น่าจะรู้แล้ว ว่าพรรคนี้เป็นพรรคอะไหล่หรือเปล่า หรือพรรคนี้จริงๆ แล้วเป็นส่วนหนึ่งของการที่จะแยกออกจากพรรคประชาธิปัตย์แล้วก็ทำตัวเป็นกว้างขวางคอพรรคประชาธิปัตย์อยู่ข้างนอกและในขณะเดียวกันท่านพล.ต.สนั่น ท่านก็ยังคงอยู่ในพรรคประชาธิปัตย์ก็เป็นกว้างขวางคอภายใน ก็จะสร้างก้างทั้งข้างนอก และข้างในเก็บเอาไว้

สโรชา – แล้วที่ไปบอกว่า คุยกับคุณสุริยะละคะ

สนธิ – คุณสุริยะก็ยอมรับว่าไปจริง พล.ต.สนั่น ก็ยอมรับว่าไปจริง แต่ว่าทั้งสองก็ปฏิเสธว่าไม่ได้คุยเรื่องการเมืองซึ่งผมคิดว่า จริงๆ ผมก็อยากจะแนะนำทั้งท่านพล.ต.สนั่นและคุณสุริยะ ว่าเวลาให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ ผมคิดว่าพูดไปไม่มีใครเชื่อหรอกว่าไปเจอกันที่ลอนดอนแล้วไม่คุยเรื่องการเมืองเลย จริงๆ ก็บอกไปไม่ได้เสียหาย ว่าได้คุยเรื่องการเมืองว่ามีทางไหนไหมที่จะหาทางมาช่วยเหลือกันที่จะพัฒนาประเทศชาติให้ไปหรือว่าในหาเสียงงวดหน้านั้น เราจะมีโอกาสที่จะมาร่วมกันหรือเปล่า ผมว่าไม่เสียหาย แต่ว่าพอบอกว่าอุตส่าห์บินไปถึงลอนดอน ไปกินเป็ดที่ร้านโฟร์ซีซันและไม่ได้คุยเรื่องการเมือง ผมคิดว่าเขาหัวเราะกันฟันหักเลยงานนี้

สโรชา – เอาละคุยเรื่องผู้ว่าฯ บ้าง ค่อนข้างคึกคัก ตอนนี้สีสันเยอะขึ้นเรื่อยๆ

สนธิ – คนสมัครมากขึ้น มากจนกระทั่งเดี๋ยวนี้ไม่มีใครพูดถึงคุณอภิรักษ์ ไม่มีใครพูดถึงคุณปวีณา เพราะว่าเมื่อเวลาผ่านไปทีละวัน ก็มีหน้าใหม่เข้ามา ผมยังเชื่อว่า ถึงวันที่รับสมัครผู้ว่าฯ วันนั้นที่เปิด หรือว่าอาทิตย์หนึ่งก่อนจะเปิดรับสมัครคงจะมีเซอร์ไพรส์

สโรชา – คุณสนธิกำลังพูดถึงเรื่องราวของท่านมหาจำลองที่กำลังดูเหมือนว่ากำลังหาแคนดิเดทที่เหมาะสมอยู่หรือเปล่า

สนธิ – ผมเดานะ ผมแทงม้าเอานะ ถูกผิดไม่ทราบนะครับ ผมฟันธงเลยว่า น่าจะเป็นพล.ต.ต.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ อันนี้ไม่มีใครมาบอกผม หลุดโผ เพราะผมเห็นคุณพงศพัศ ช่วงหลังนี้ คุณสโรชาก็ยอมรับว่าคุณพงศพัศ เดินสายบ่อยเหลือเกิน ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตามที่เกิดขึ้น แกจะต้องเข้าไปเกี่ยวข้อง ออกมาในภาพสาธารณะ อันนี้ผมเดาเอานะ ไม่มีใครมาบอกผม

สโรชา – ไม่มีใครมากระซิบหรือค่ะ

สนธิ – ไม่มีจริงๆ ผมเชื่อว่าน่าจะมีความเป็นไปได้ แต่ผมอาจจะผิด แต่ไม่เป็นไร เรายังมีเวลาที่จะพิสูจน์กันต่อไป

สโรชา -เดือนก.ค. เราจะรู้กัน

สนธิ – แต่เรื่องที่เลวร้ายที่สุดที่ผมอยากจะพูด คือเรื่องเมื่อเช้านี้ ที่เด็กอายุ 15 ไปแทงเด็กอายุ 17 เสียชีวิต ผมคิดว่ามี 2 นัย นัยแรกในเรื่องภาพรวม เมื่อเช้านี้คุณวีรศักดิ์ โค้วสุรัตน์ ซึ่งเป็นผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรม ท่านมาออกรายการริมฝั่งเจ้าพระยาของช่อง 11 นิวส์วัน ทางยูบีซี 19 ท่านพูดและผมเห็นข้อมูล ท่านบอกว่า ปีที่แล้ว มีนักเรียนชั้นมัธยมประมาณ 100,000 คน ที่ทำแท้ง แล้วเหตุการณ์ท่านบอกว่า เหตุการณ์นับวันยิ่งเลวร้ายลงไป ผมคิดว่าสังคมไทยในด้านศีลธรรม ถึงขั้นวิกฤติมานานแล้ว และเลวร้ายลงไปเรื่อยๆ ตรงนี้ผมเป็นห่วงเป็นใยมาก นั่นคือด้านภาพรวม ผมคิดว่า รัฐบาลพวกเราทั้งสื่อมวลชนจะต้องเรียกร้องรัฐบาลจะต้องทำอะไรลงไปอย่างใดอย่างหนึ่ง ไปในเชิงรุกมากกว่าตั้งรับ และหาทางป้องกันไม่ให้ความเสื่อมโทรมทางศีลธรรมนั้นเสื่อมมากลงไป เราต้องหันไปพิจารณา มองสังคมไทยบ้าง ว่าเราทำอะไรผิดไปบ้างหรือเปล่า มีอะไรบ้างหรือเปล่าที่เราทำไปและเราไม่ได้ให้ความสนใจด้านนี้ อีกนัยหนึ่ง ผมเริ่มชักไม่สบายใจกับลักษณะบ้านเมตตา เพราะว่าบ้านเมตตา เป็นที่กักกันเด็กซึ่งยังไม่บรรลุนิติภาวะ แต่กลับกลายเป็นว่าบ้านเมตตากลายเป็นโรงเรียนโจรไปแล้ว ก็คือเด็กที่เข้าไปอยู่ที่นั่นถูกสอนให้เป็นโจร และออกมาประพฤติผิด ถึงเวลาหรือยังที่เราน่าจะลดอายุของเด็กลงมาซักนิดนึง แทนที่จะบอกว่าถ้ายังไม่ถึง 18 แล้วจะต้องขึ้นศาลเด็กหรืออยู่บ้านเมตตา ผมคิดว่าเด็กสมัยนี้ที่ขาดศีลธรรม และมีความอำมหิตในตัว น่าที่จะต้องได้รับการลงโทษที่รุนแรงกว่านี้ ถ้าไม่อย่างนั้นแล้ว เด็กคิดจะทำอะไร ก็ทำได้ และก็บอกว่าเดี๋ยวก็ส่งไปบ้านเมตตา ผมฝากให้คิดตรงนี้นิดนึง

สโรชา – เพราะว่าจริงๆ แล้วอย่างที่เห็นกันหลายๆ ปีที่ผ่านมา เชิงรุกในด้านธุรกิจ เศรษฐกิจ ทำได้ เพียงแต่ว่าขาดตรงนี้อยู่หรือเปล่า คงจะเป็นคำถามที่ต้องตอบกันต่อไปนะคะ แต่ว่าเรื่องราวทั้งหมดนี้เราคุยกันช่วงแรก เพราะช่วงที่ 2 และ 3 เราจะมาคุยกันเจาะลึกถึงราคาน้ำมันหรือสถานการณ์การผลิตและการใช้น้ำมันของทั่วโลก ตอนนี้อย่างที่บอกค่ะเป็นการเมืองระหว่างประเทศไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนำมาสู่คำถามของเราในสัปดาห์นี้นะคะ เราเรียนถามคุณผู้ชมคะว่าต้องการให้รัฐบาลปล่อยราคาน้ำมันลอยตัวตามราคาตลาดหรือไม่ ถ้าหากว่าต้องการกด 91 ไม่ต้องการกด 92 ค่ะ ส่งมาที่ 84820 และในโทรศัพท์ระบบปกติ ที่ 02-201-6055-60 ค่ะ ขอบคุณฟรีอินเตอร์เน็ตที่เอื้อเฟื้อระบบเอสเอ็มเอสให้กับเราค่ะ พักซักครู่เดี๋ยวกลับมาค่ะ
สโรชา – กลับมาสู่เมืองรายสัปดาห์ค่ะ เรามาคุยกันถึงสถานการณ์ของน้ำมันทั่วโลกกันนะคะว่ามันกลับกลายเป็นประเด็นของการเมือง ไม่ใช่ระหว่างดีมานด์กับซัพพลายต่อไป

สนธิ – คือน้ำมันมันเป็นอย่างนี้ โลกเราใช้น้ำมันวันละ 80 ล้านบาร์เรล นะครับ แล้วปริมาณที่จะเพิ่มขึ้นต่อไปนี้ ปริมาณที่เพิ่มจะมีมากพอสมควร จังหวะโลกโชคร้ายอยู่ 2 ประการ ผมคิดว่าประการแรก ประเทศที่มีความต้องการทางพลังงานสูงเกิดอยู่ในช่วงที่ผมเรียกว่ากำลังอยู่ในขาขึ้น นั่นคือประเทศจีนและอินเดีย ประเทศจีนและอินเดีย จีน การใช้น้ำมันของเขาเมื่อปีที่แล้ว มากกว่าปีก่อนหน้านั้น 11 เปอร์เซ็นต์ คุณสโรชา การใช้พลังงานเพิ่มขึ้นปีละ 11 เปอร์เซ็นต์ไม่ใช่เรื่องเล็กแล้ว เรื่องใหญ่มากๆ ในขณะเดียวกัน วงล้อทางเศรษฐกิจจีนเริ่มหมุนแล้ว เมื่อเริ่มหมุนแล้ว ถึงเขาจะชะลอยังไงก็ตามมันก็ยังใช้น้ำมันมากอยู่ มันไม่สามารถหยุดได้ เพราะฉะนั้นแล้วความต้องการของจีน จีนอิมพอร์ตน้ำมันเข้าไปใช้ในประเทศจีนเป็นอันดับ 2 ของโลก รองมาจากสหรัฐอเมริกาและยังมีอินเดียจ่อท้ายอยู่ และในขณะเดียวกันประเทศทางแถบเอเชียทั้งหมด เศรษฐกิจเริ่มดี พอเศรษฐกิจเริ่มดีก็ต้องหมายความว่า วงจรการใช้น้ำมันต้องเร็วขึ้น มากขึ้น ประกอบกับอาจจะเป็นโชคร้ายก็ได้ว่า ปีนี้ก็เป็นปีที่เศรษฐกิจอเมริกา หลังจากที่ซบเซามาหลายปี ก็เริ่มดีขึ้นนะครับ
เอาละตรงนี้ เราจะเห็นแล้วว่าปริมาณการใช้น้ำมันมันเพิ่มขึ้นกว่าเก่ามาก ทีนี้มันก็มี 2 ปรัชญา ปรัชญาหนึ่งบอกว่าน้ำมันจะยังไงก็ตาม มันมีพอใช้อยู่ตลอดเวลา ปัญหามันอยู่ว่าในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มันไม่ได้มีการขุดค้นพบแหล่งน้ำมันใหม่ๆ ขึ้นมา ถึงแม้ว่าจะค้นพบในปีนี้ กว่าจะได้ใช้กันจริงๆ อีกหลายปีข้างหน้า นั่นข้อที่หนึ่ง ข้อที่สอง น้ำมันที่มีอยู่นั้น ถ้าตามอัตราการเจริญเติบโตและความต้องการในการใช้น้ำมันที่เพิ่มขึ้นนั้น โครงสร้างกระบวนการที่จะนำส่งน้ำมันนั้นมีไม่เพียงพอที่สามารถจะจัดส่งไปได้ตามปริมาณที่เพิ่มขึ้น นั่นคืออินฟราสตรัคเจอร์ในเรื่องของดิลิเวอรีซิสเต็มก็ไม่สามารถทำได้ เอาละ เราหันกลับมาดูทางด้านราคา
มีอีกทฤษฎีหนึ่งเขาก็บอกว่าไม่ต้องกังวลราคาน้ำมันตอนนี้ 40 กว่าเหรียญ ในอดีตเคยขึ้นถึง 50 เหรียญและก็ต้องตกลงมา เขาบอกว่าราคาน้ำมันช่วงนี้แพง แพงเพราะว่าต้องเสียค่าพรีเมียม พิเศษ พรีเมียมอันนั้นคือ เทอโรริสต์ พรีเมียม พรีเมียมของผู้ก่อการร้าย เหมือนอย่างที่ท่อส่งน้ำมันที่อิรัก ถูกระเบิดไป ทำให้คนแพนิก ก็เลยคิดว่าต้องขึ้นราคาน้ำมันไว้ก่อน คือคนขายส่งน้ำมันเขาก็บอกว่า เป็นไปได้ที่ซาอุดีอาระเบียก็อาจจะถูกวางระเบิดท่อน้ำมันเช่นกัน ทั้งหมดนี้ ทุกคนที่พูด พูดโดยไม่คิด ไม่ได้มองในเรื่องของภูมิรัฐศาสตร์ ส่วนหนึ่งของน้ำมันที่แพงขึ้นนั้น แพงขึ้นเพราะความขัดแย้ง นโยบายต่างประเทศอเมริกา เนื่องจากนโยบายต่างประเทศอเมริกานั้นมีความขัดแย้งทางกลุ่มประเทศอาหรับ มาตลอด เพราะฉะนั้นแล้วมันก็เลยเป็นชนวนที่ทำให้บรรดากลุ่มประเทศอาหรับและผู้ผลิตน้ำมันซึ่งเป็นพวกอาหรับซะส่วนใหญ่ มีความรู้สึกว่าเขาไม่มีทางใดที่จะสู้กับประเทศสหรัฐอเมริกาได้ นอกจากจะใช้น้ำมันเป็นตัวสู้ เป็นเครื่องมือเดียวเท่านั้นเอง เพราะถ้าราคาน้ำมันราคาแพง จนเศรษฐกิจหลังหัก นั่นก็คือการล่มสลายของสหรัฐเช่นกัน ในขณะเดียวกันเมื่อมามองเช่นนี้เราก็ต้องมามองย้อนต่อไปว่า ราคาน้ำมันจริงๆ แล้ว มันจะขึ้นถึง 50 เหรียญไหม มันจะขึ้นถึง 100เหรียญไหมในอนาคต คำตอบมีอยู่ว่า ในขณะนี้ ช่วงนี้เป็นช่วงของการบริหารราคาน้ำมัน คือมันจะมีช่วงเคลื่อนไหวราคา ถ้าผมเดาไม่ผิด ประมาณ 35 – 45 เหรียญ 10 เหรียญช่วงส่วนต่างตรงนี้ ก็คือว่าราคาน้ำมันที่จะตกลงไปต่ำกว่า 30 เหรียญ เป็น 28 เหรียญหรือ 31-32 มันไม่มีอีกแล้ว

สโรชา – เป็นไปไม่ได้แล้ว

สนธิ – มีแต่ 35-36 หรือกระโดดไปเป็น 41 42 43 เพราะว่า การบริหารราคาน้ำมันนั้น นัยที่แท้จริงคือหนึ่งบริหารราคาอย่างไร ไม่ให้แพงจนกระทั่งเศรษฐกิจโลกพัง เพราะถ้าเศรษฐกิจโลกพังนั้น น้ำมันจะตกลงไปเป็นศูนย์เหมือนเดิม พวกนี้จะแย่อีก เมื่อแย่ก็ไม่มีใครสั่งน้ำมัน เมื่อไม่มีใครสั่งน้ำมัน น้ำมันก็ตกลงไปเหลือบาร์เรลละ 12 เหรียญ ต้นทุนในการขุดน้ำมันของอเมริกา บาร์เรลละ 7-8 เหรียญ ของตะวันออกกลางบาร์เรลละประมาณ 10-11 เหรียญ คือไม่มีกำไร ในขณะเดียวกัน ไม่ใช่เพียงแต่แค่นั้นเขาก็ต้องคำนวณอีกเหมือนกันว่าไม่เพียงแต่ทำให้เศรษฐกิจโลกพัง ก็ยังต้องคุมราคาน้ำมันไม่ให้แพงจนกระทั่งการพัฒนาหรือการใช้น้ำมันพลังงานทดแทนเกิดขึ้น

สโรชา – ต้องกั๊กไว้ด้วย

สนธิ – ต้องกั๊กทั้ง 2 อย่างเลย เพราะฉะนั้นแล้วในช่วงนี้ ที่เรากำลังเผชิญ เรากำลังเผชิญภาวการณ์ที่ผมเรียกว่าการบริหารราคาน้ำมัน ของประเทศผู้ผลิตน้ำมันและคุณสโรชา ผมคิดว่าท่านผู้ชมทางบ้านไม่ทราบ และบริษัทน้ำมันทั้งหลาย บริษัทน้ำมันรับเละเลยตอนนี้ ไม่เชื่อลองดูปตท. ปตท. ซึ่งปีนี้จะกำไรเละ และน้ำมันยิ่งขึ้น ปตท.ยิ่งกำไรมาก เผอิญปตท. เป็นบริษัทในประเทศไทย ผมกำลังพูดถึงบริษัทข้ามชาติ อย่างเช่นเชลล์ เอสโซ่ คาลเท็กซ์ คนพวกนี้ไม่มีความจงรักภักดีกับประเทศอเมริกา ประเทศอังกฤษ ประเทศฝรั่งเศส คนพวกนี้จงรักภักดีต่อกำไร เพราะฉะนั้นแล้วราคาที่ยิ่งสูง ผู้ผลิตได้ บริษัทน้ำมันได้มากกว่า ตรงนี้ต่างหากที่ผมมอง

สโรชา –มันไม่ได้หมายความว่าต้นทุนเขาสูงไปด้วยหรือค่ะ

สนธิ – มันจะสูงได้ยังไง เพราะต้นทุนการผลิตมันตายตัว

สโรชา – ใช่ๆ

สนธิ – มันตายตัวอยู่แล้ว 28 เหรียญเขากำไรดีอยู่แล้ว วันนี้ 40 เหรียญ 12 เหรียญส่วนต่างที่เขาได้เพิ่มมา ส่วนหนึ่งเขาก็ต้องแบ่งให้กับทางประเทศผู้ผลิต อีกส่วนหนึ่ง เพราะฉะนั้นพวกนี้จะไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น อีกประการหนึ่งซึ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมากๆ นะครับ คือว่า การเมืองระหว่างประเทศเป็นตัวกำหนดราคาน้ำมันไปแล้วตอนนี้ ซึ่งผมคิดว่าเวลาที่คุยอาจจะมีไม่มากพอในช่วงนี้ รอไว้ในช่วงหน้า แต่ว่าเอาสั้นๆ ตอนนี้ ตอนนี้การเมืองระหว่างประเทศเปลี่ยนไปแล้ว เปลี่ยนไปตรงที่ว่าผมจะเสนอภาพคร่าว ๆ ให้ฟัง ที่เล่าเรื่องภาพรวมให้หมด เพราะถ้าเราเข้าใจภาพรวมแล้ว เราต้องรู้ว่าประเทศเรามันจิ๊บจ๊อยเหลือเกิน ประเทศเราเป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับผลพวงจากการเมืองระหว่างประเทศในภาพใหญ่ และก็บริษัทผู้จัดจำหน่ายน้ำมัน ผู้ผลิตน้ำมันที่เกิดขึ้นแล้วมากระทบเรา เราทำอะไรไม่ได้เลย เพราะฉะนั้นแล้วเราต้องเข้าใจว่าทำไมเราไม่สบาย ทำไมเราถึงเป็นไข้ ทำไมถึงมีเรื่องกับเราเรารับอยู่อย่างเดียว เพราะฉะนั้นแล้วความหวังดีหรือการมองโลกในแง่ดีของพวกเราในบางครั้ง เราก็บอกราคาน้ำมันมันจะขึ้นและลงแน่นอน มันแน่นอนที่สุด ทุกอย่างในโลกนี้มันขึ้นแล้วก็ลง ธรรมชาติ แต่งวดนี้มันจะขึ้นมากกว่าลงคือมันจะมีการสไลด์ลงมาบ้าง แต่จะขึ้นอีก ขึ้นมากกว่า เมื่อหักกลบลบไปแล้ว ราคาในที่สุดจะขึ้นมากกว่าลง แต่จะขึ้นมากแค่ไหนขึ้นกับการบริหารราคา ผมคิดว่าเดี๋ยวเราค่อยคุยกันช่วงหน้าในเรื่องของการเมืองระหว่างประเทศ ที่เป็นตัวกำหนด ให้ราคาน้ำมันมันเป็นเช่นนี้ ทำไมมันถึงเป็นอย่างนั้นได้

สโรชา – 35-45 ต่อบาร์เรล ที่กำลังบริหารในขณะนี้จะอีกยาวนานไหมค่ะ

สนธิ – ผมคิดว่า เป็นปี อย่างน้อยที่สุดสิ้นปีนี้

สโรชา – ทราบอย่างนี้แล้วเหตุผลเรากลับมาคุยกันเพราะว่า

สนธิ – แต่อีกนิดนึง จริงๆ แล้วคุณสโรชา ราคาน้ำมันมันกระทบเราจริง แต่สิ่งซึ่งในขณะนี้มันเกิดขึ้นกับเรา เนื่องจากว่า มันมากระทบเรากะทันหัน เราตั้งตัวไม่ได้ แต่ถ้าทุกอย่างมันเริ่มอยู่ตัวแล้ว มีการปรับต้นทุน นิ่ง พอต้นทุนนิ่งแล้ว ทุกคนจะเริ่มเคยชินกับมัน สถานภาพก็ต้องปรับกันตามต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนน้ำมันเพิ่มขึ้น การใช้จ่ายก็ลดน้อยลง นั่นคือการใช้จ่ายในแง่ของความฟุ่มเฟือยจะต้องถูกตัดลงและในที่สุดแล้วก็จะอยู่ในสภาพที่ตกผลึกและมันจะเดินไปได้ต่อไปของมัน

สโรชา – ค่ะ เพราะฉะนั้นจะกลับมาคุยกันต่อนะคะในประเด็นนี้ เรื่องใกล้ตัวเหลือเกินค่ะ เรามาตรวจสอบกันว่าเหตุผลที่แท้จริงมันคืออะไร จะได้เตรียมตัวและเตรียมใจไว้ด้วยค่ะ พักซักครู่เดี๋ยวกลับมาค่ะ
สโรชา – กลับมาสู่เมืองรายสัปดาห์นะคะ เรากำลังคุยกันถึงสถานการณ์ของราคาน้ำมัน คุณสนธิเมื่อซักครู่นี้กำลังจะพูดถึงปรากฏการณ์ เหตุการณ์การเมืองโลกที่ส่งผลกระทบ

สนธิ – คืออยากให้ทบทวนตั้งแต่หลังสงครามเย็นมานิดนึง หลังจากหลังสงครามเย็นมาแล้ว ประเทศสหรัฐอเมริกากลายเป็นประเทศมหาอำนาจเดี่ยว เมื่อเป็นมหาอำนาจเดี่ยวแล้ว ความน่ากลัวของการเป็นมหาอำนาจเดี่ยว เป็นที่รู้สึกกัน จีนก็รู้สึก รัสเซียก็รู้สึก จีนพูดตลอดเวลาเลยว่าโลกควรจะมีหลายๆ ขั้ว มีเพียงขั้วเดียวไม่ดี รัสเซียก็พูดเหมือนกันแต่รัสเซียพูดตอนนั้น รัสเซียพูดอย่างอ่อนแอและไม่กล้าพูดตอนนั้นเยลซึ่งไม่กล้าพูด รัสเซียเริ่มมาเปลี่ยนแปลงตอนที่วลาดิมีร์ ปูติน ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี วลาดิมีร์ ปูติน อดีตเป็นผู้บริหารระดับสูงของหน่วยสืบราชการลับเคจีบี วลาดิมีร์ ปูตินก็เลยมองในหลักยุทธศาสตร์ เหตุการณ์อันหนึ่งที่เกิดขึ้นถ้าคุณสโรชาจำได้ คือเหตุการณ์ที่วลาดิมีร์ ปูติน จับนายมิคาอิล โคดอฟสกี ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทน้ำมันยูกอส เข้าคุก เหตุผลเพราะว่านายมิคาอิล โคดอฟสกี นั้นกำลังจะขายหุ้นของเขา ให้กับโมบิล ออยล์ที่อเมริกา ซึ่งจะทำให้อเมริกามาเป็นเจ้าของบริษัทน้ำมันในรัสเซีย

สโรชา – ยอมไม่ได้

สนธิ – ตอนนี้ก็เลยโดนจับขังคุก โดนข้อหาเรื่องโกงภาษี โดนหมดทุกอย่างและในที่สุดบริษัทยูกอส ออยล์ ก็ต้องล้มละลาย รัสเซียก็ยึดคืนไปได้ ในทางน้ำมัน มีคนรู้น้อยมาก ว่านอกจากซาอุดีอาระเบียซึ่งเป็นผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ที่สุดในโลก อันดับที่ 2 คือรัสเซียและถ้าเอารัสเซียเป็นตัวตั้ง และเอาประเทศที่เคยเป็นประเทศบริวารของรัสเซียที่อยู่รอบ ๆ แถวๆ ทะเลแคสเปียน ไม่ว่าจะเป็นพวกสถานทั้งหลาย คาซัคสถาน อุซเบกิสถาน คีร์กิซสถาน ตรงนั้นเป็นขุมน้ำมัน ซึ่งถ้ารวมเข้าไปแล้ว ขุมน้ำมันของเขากับรัสเซียจะใหญ่กว่าซาอุดีอาระเบีย ใหญ่กว่าอีกครับ เพราะฉะนั้นแล้วรัสเซียจับมือกับซาอุดีอาระเบีย เท่ากับสามารถกุมสถานภาพน้ำมันในโลกนี้ได้เกือบ 40 เปอร์เซ็นต์ แล้วรัสเซียไม่ได้ทำเพียงแค่นี้ รัสเซียขยายตัวเองมาร่วมลงทุนกับซาอุดีอาระเบียในการพัฒนาแหล่งน้ำมันใหม่ ตลอดจนอิรัก อิรักนั้นสภาประชาชนอิรักซึ่งกำลังเลือกตั้งมาใหม่นั้นมีความประสงค์ที่จะให้บริษัทรัสเซียเข้ามาพัฒนาแหล่งน้ำมัน รัสเซียเชื่อมโยงท่อน้ำมัน จากรัสเซียโดยตรงเข้าไปสู่ญี่ปุ่น ทำให้ญี่ปุ่นต้องพึ่งพารัสเซีย จีนก็ต้องการน้ำมันรัสเซีย เพราะฉะนั้นแล้วรัสเซียกับซาอุดีอาระเบียกำลังปิดล้อมเรื่องน้ำมันกับอเมริกา

สโรชา – สร้างเครื่องต่อรอง

สนธิ – และวันนี้พิสูจน์ได้ชัด อย่างไม่ต้องเถียงกันเลยนะครับว่าเหตุการณ์ที่สหรัฐอเมริกาบุกอิรักนั้นเหตุผลก็เรื่องน้ำมันเท่านั้น เพราะว่ามีรายงานของสภาคองเกรสชี้ให้เห็นถึงคำพูดนายดิ๊ก เชนีย์ ก่อนที่จะเกิด 11 ก.ย.มาตลอด ว่านายดิ๊ก เชนีย์เอานโยบายพลังงานขึ้นต้น และพูดตลอดเวลาเลยว่า ถ้าหากอิรักตกอยู่ในมืออเมริกาแล้ว น้ำมันอิรักมีอยู่ 10 เปอร์เซ็นต์ของโลก แล้วยังมีอีกประมาณ เกือบ 10 เปอร์เซ็นต์ที่ยังไม่ได้พัฒนา ถ้าบวกคูเวตไปอีก 10 เปอร์เซ็นต์ ก็มีน้ำมันอยู่เกือบ 30 เปอร์เซ็นต์และแผนการของการที่ยึดบ่อน้ำมันอิรักก็ได้ถูกกล่าวขวัญมาตลอด ในหลักฐานไม่ว่าเป็นการพูดที่ไหนก็ตาม จนกระทั่งเกิด 11 ก.ย. พอเกิด 11 ก.ย. เวิลด์เทรดพังก็เลยเป็นเหตุที่ทำให้อ้างทันทีเลยว่า ซัดดัม ฮุสเซน กับอัลกออิดะห์ เป็นตัวการที่มาทำร้าย ร่วมกัน แต่คุณสโรชาก็ทราบวันนี้ ว่าคณะกรรมการอิสระของสภาคองเกรสได้สรุปออกมาแล้ว ว่าไง

สโรชา – สรุปว่า อัลกออิดะห์ กับซัดดัม ฮุสเซนไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย

สนธิ – และเวิลด์เทรดที่ระเบิดก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับซัดดัม ฮุสเซน เพราะฉะนั้นหลังจากเกิดเหตุการณ์มา 1 ปีกว่า วันนี้คนอเมริกันเพิ่งจะให้สัตยาบัน สัจวาจา ของประเทศของเขาว่าเรื่องที่เกิดขึ้นในประเทศเขา การระเบิดเวิลด์เทรดไม่ได้เกี่ยวกับซัดดัม ฮุสเซนและบุชไปบุกซัดดัม ฮุสเซนทำไม ถ้าไม่ใช่เพราะน้ำมัน อันนี้เห็นได้ชัด ทีนี้ความอหังกาของอเมริกาที่คิดว่าตัวเองเป็นมหาอำนาจเดี่ยว ทะเลาะกับเขาไปทั่ว ต้องการจะจัดระเบียบใหม่ในตะวันออกกลาง และอเมริกาก็ไม่ค่อยพอใจรัสเซีย ใน 2-3 ปีที่ผ่านมา สมัยที่วลาดิมีร์ ปูติน ขึ้นมาเพราะวลาดิมีร์ ปูตินนั้น เข้าไปสนับสนุนนอิรัก ไม่เห็นด้วยกับนโยบายบุกอิรักในสหประชาชาติจำได้ไหม รัสเซียค้านอเมริกา

สโรชา – เสียงดังนะ

สนธิ – เสียงดังมาก อเมริกาไม่พอใจ นอกจากนั้นแล้วอเมริกาก็ยังไปทะเลาะกับประเทศลาตินอเมริกา ในกลุ่มประเทศลาตินอเมริกามีเม็กซิโก เวเนซุเอลา โคลัมเบีย เอกวาดอร์ 4 ประเทศนี้ ส่งน้ำมันเข้าอเมริกามากกว่าอเมริกาสั่งน้ำมันมาจากตะวันออกกลางด้วย และคนที่ส่งน้ำมันเข้าอเมริกามากที่สุดคือเวเนซุเอลา ทั้งๆ ที่รู้ว่าเวเนซุเอลา ส่งน้ำมันเข้าประเทศอเมริกามากที่สุด พอในฮูโก ชาเวซ ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี อเมริกาก็ดันทะลึ่งไปหนุนหลังฝ่ายตรงกันข้าม เพื่อที่จะล้มนายฮูโก ชาเวซ นายชาเวซ ก็หนวดกระดิกซิ เพราะฉะนั้นแล้วนายชาเวซเอย วลาดิมีร์ ปูตินเอย ตะวันออกกลางเอย หลายๆ ฝ่าย งานนี้เลยเป็นงานเรียกว่ากฐินสามัคคีและเป็นงานซึ่งเขารู้สึกว่าเขาทำได้ดีพอสมควร เพราะว่าเขาตัดสินใจใช้ราคาน้ำมันเป็นตัวสู้

สโรชา - เขาตัดสินใจถูกด้วยนะ

สนธิ – ตัดสินใจถูก เขาไม่ได้แคร์ว่า พวกเราต้องรู้ว่าเราใช้น้ำมันแพง เพราะอเมริกา ไม่ต้องไปโทษใครทั้งสิ้น

สโรชา – คุณสนธิบอกว่า ถ้าอเมริกาไม่ไปบุกอิรัก จริงๆ แล้วสถานการณ์ราคาน้ำมันตอนนี้ไม่เป็นอย่างนี้แน่

สนธิ – ไม่เป็น จะเป็นไปได้ยังไง ในเมื่อซัดดัม ฮุสเซนต้องการเงินเข้าประเทศมัน มันก็ต้องเพิ่มการผลิตตลอดเวลา เมื่อเพิ่มการผลิตแล้ว น้ำมันจะขึ้นเกิน 30 ได้ยังไง มันก็ยังคงอยู่ 25-26

สโรชา – แต่เหตุผลของการบุกอิรัก เรื่องของน้ำมันจริงๆ แล้วมันก็เกี่ยวโยง ผลมาจากรัสเซียกับซาอุดีอาระเบียด้วย

สนธิ – ยังไม่เกิด คืออเมริกาต้องการจัดระเบียบในตะวันออกกลางใหม่ สอง อเมริกาต้องการยึดที่มั่นของแหล่งผลิตน้ำมันเอาไว้ เพื่อตัวเองจะได้มีความมั่นใจ

สโรชา – 2 ประเทศนี้ก็เลยลุกขึ้นมาพยายามที่จะหาข้อต่อรองให้ตัวเอง

สนธิ – ถูกต้อง ทั้งหมดถ้าดูราคาน้ำมันผมไม่อยากให้ท่านผู้ชมที่บ้านหรือคุณสโรชาไปดูเฉพาะว่าราคาทำไมมันแพง ที่มันแพง เพราะการผลิตมันลดลง อันนั้นมันเป็นหลักเศรษฐศาสตร์ง่ายๆ

สโรชา – ที่เขาบอกว่ามันไม่พอสำหรับการใช้

สนธิ –ถูกต้อง แต่มันต้องดูตรงนี้ เมื่อดูภาพรวมของโลกทั้งโลกแล้ว เราจะเข้าใจว่าที่น้ำมันแพงขึ้นมาเพราะการเมืองระหว่างประเทศ มันเป็นตัวกำหนดจริงๆ เพราะว่าคุณสโรชาอย่าลืมว่า ถ้าซัดดัม ฮุสเซนยังอยู่ ทุกวันนี้อิรักยังปั๊มน้ำมันออกมาขายในโลกนี้ได้และสามารถปั๊มได้เพิ่ม ความขัดแย้งในโลกอาหรับ ก็ยังไม่มี แล้วถ้าอเมริกาไม่ไปสนับสนุนอิสราเอล ให้ไปรังแกปาเลสไตน์ถึงขนาดนี้ กลุ่มอาหรับก็ยังอยู่ได้เหมือนเดิม ราคาน้ำมันก็จะไม่เกิน 28 เหรียญ เผลอๆ ไม่เกิน 25 เหรียญด้วยซ้ำ เพราะฉะนั้นพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทย

สโรชา – คุณสนธิ ประชาชนชาวไทยที่กำลังดูอยู่นี่ ตอนนี้คะแนนบุชฮวบเลยนะ

สนธิ – ต้องรู้นะ พ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทย ที่ฟังและดูรายการนี้อยู่ ต้องรู้ที่ท่านใช้น้ำมันแพงนะ ฝีมืออเมริกาทั้งนั้น อเมริกานี่อันธพาลโลกจริง ๆ นะครับ ผมพูดไม่ผิดหรอกครับ ไม่ว่าสงครามในอิรัก ที่เราพูดกันตั้งแต่ปีที่แล้ว ก็ไม่เคยผิด ถูกมาตลอด งานนี้จับตาดูให้ดีๆ งานนี้อย่ากระพริบตา เพราะเรื่องนี้สนุกมาก สนุกตรงไหนรู้ไหม สนุกตรงที่ว่าอเมริกาในขณะนี้ เมื่อผลของการพิจารณาว่ากรณี 11 ก.ย. เป็นความผิดของใครแล้ว คณะกรรมการอิสระเขาบอกว่า ซัดดัม ฮุสเซนไม่ผิด พ่อแม่พี่น้องของคนอเมริกันที่ลูกหลานไปตายในอิรักเขาก็ต้องถามมาว่าทำไมถึงต้องโกหก และส่งลูกเขาไปตายที่นั่น คุณสโรชาเพิ่งบอกผมเมื่อกี้ก่อนเข้ารายการเองว่า คะแนนนิยมนายบุช แพ้แคร์รี

สโรชา – อยู่ประมาณ 51 ต่อ 44

สนธิ – 7 จุดถือว่าสูงมากแล้วนะ ถ้าถึงสิ้นปีนี้อาจจะถึง 10 จุด

สโรชา – ถ้าหากว่ากระแสไม่เปลี่ยนแปลงและคาดว่าไม่น่าจะเปลี่ยนแปลง มันเปลี่ยนยากมาก

สนธิ – ไม่น่าจะเปลี่ยนแปลงเลย เพราะฉะนั้นแล้ว น้ำมัน ยังไงก็ตามตราบใดที่ยังมีความขัดแย้งเช่นนี้อยู่ น้ำมันก็ยังคงจะแพงอยู่ ถ้าน้ำมันจะลดลงก็ต่อเมื่อ อเมริกาหันกลับมาอ่านหนังสือหน้าที่พลเมือง และปฏิบัติตนเป็นพลเมืองที่ดีของโลก ราคาน้ำมันอาจจะลดลง

สโรชา – การเปลี่ยนหันหลังกลับ 360 องศา เกี่ยวกับเรื่องนโยบายต่างประเทศซึ่งคิดว่าค่อนข้างจะยาก ถ้าหากว่าไม่มีการเปลี่ยนผู้นำ

สนธิ – ตอนหน้าผมจะพูดเรื่อง ตอนนี้สงครามเย็นยุคใหม่กำลังจะเริ่มอีกแล้ว

สโรชา – ค่ะ และเราจะมาตอบคำถามด้วยค่ะว่า คิดว่าคุณผู้ชมกำลังรอคำตอบอยู่ว่าสรุปแล้วเมื่อคืนนี้ นอนหลับไปตื่นเช้าขึ้นมา 60 สตางค์ค่อนข้างตกใจกันพอสมควร และท่ามกลางข่าวว่า อีกไม่กี่วันจะขึ้นอีก 40 สตางค์ หรือ 60 สตางค์ หรือแม้กระทั่งลอยตัวเลย จะลอยไม่ลอยเดี๋ยวกลับมาตอบกันค่ะ
สโรชา – กลับมาสู่เมืองไทยรายสัปดาห์ช่วงสุดท้ายนะคะ ไปดูผลโพลกันซักนิดค่ะ เราเรียนถามคุณผู้ชมว่าคุณผู้ชมต้องการให้รัฐบาลลอยตัวราคาน้ำมัน ตามราคาของตลาดโลกหรือไม่ คุณผู้ชมตอบกลับมา ว่าต้องการ 68 เปอร์เซ็นต์ ไม่ต้องการประมาณ 32 เปอร์เซ็นต์ ค่ะ ถือว่าแฟร์ๆ นะ

สนธิ – ผมถือว่าประหลาดใจมากนะ เพราะคนที่บอกว่า ต้องการแสดงว่าเป็นคนซึ่งมองโลกในแง่ความเป็นจริง

สโรชา – คือมียังไงก็ว่ากันอย่างนั้นและใครแบกรับได้ก็รับ

สนธิ – ผมคิดว่าเป็นนิมิตหมายที่ดี ผมคิดว่า เรื่องน้ำมันถ้าเราอธิบายให้ประชาชนทราบและผมชอบนะ เพราะว่าในที่สุดแล้ว ราคาน้ำมันจะทำให้อะไรต่ออะไรหลายอย่างลงตัวและอยู่กับที่กับทางได้ คนบางคนอาจจะต้องเสียค่าน้ำมันเพิ่มอีกเดือนละ 1,000 กว่าบาท เงินอาจจะไม่พอใช้หรือพอดี เขาก็ต้องตัดลดในส่วนที่ฟุ่มเฟือยและไม่จำเป็นออกไปซะ ตรงนี้ เมื่อกี้ผมพูดค้างว่า สงครามเย็นยุคใหม่กำลังเกิดขึ้น มันเกิดขึ้นคนละแบบกับยุคเก่า ยุคเก่ามันเกิดขึ้นเพราะอุดมการณ์ ผมจะชี้ให้คุณสโรชาเห็น ถ้าเราเอาจำนวน บาร์เรล ที่รัสเซียส่งออก และเราคูณด้วยส่วนต่าง ที่รัสเซียได้เพิ่มขึ้นจากราคา 25 เหรียญ ขึ้นมาเป็น 40 เหรียญ 15 เหรียญต่อ 1 บาร์เรล คุณคูณเข้าไป มูลค่าที่เข้าสู่กองคลังของรัสเซียเป็นบิลเลียนดอลลาร์ สถานการณ์แบบนี้ปล่อยไปเรื่อยๆ ทำให้ความมั่งคงของรัสเซียกำลังจะเจริญเติบโตขึ้นมาอย่างมากมายมหาศาล แน่นอนที่สุด ในยุคนี้สมัยนี้คนมีเงินพูดจาเสียงดังที่สุด คนไม่มาเงินนั่งเงียบๆ สงบเจียมตัว ฉันใดฉันนั้นในลักษณะของการเมืองระหว่างประเทศก็เช่นกัน แต่งวดนี้จะไม่ได้เป็นการปะทะกันระหว่างลัทธิคอมมิวนิสต์กับโลกเสรี แต่จะเป็นการปะทะในเชิงที่เรียกว่าต่างคนต่างอยู่ รัสเซียก็อยู่ของเขาและเขาจะอยู่กับกลุ่มของเขา เขาก็บอกว่าอย่ามายุ่งเรื่องเชชเนีย จีนก็อยู่ของเขา แล้วเขาก็บอกว่าอย่ามายุ่งเรื่องทิเบต เรื่องไต้หวัน นึกออกไหมครับ ผมว่าตรงนี้มันจะมีลักษณะโลกหลายขั้วขึ้นมาอีกประการหนึ่งที่น่าสนใจมาก
ผมคิดว่าคุณสโรชายังไม่ทราบและท่านผู้ชมทางบ้านยังไม่ทราบ ผมเข้าไปในเว็บไซต์เรื่องอาวุธ ปรากฏว่าผู้เชี่ยวชาญทางอาวุธในโลกนี้พากันบอกว่า ในช่วงหลังนี้รัสเซียพัฒนาอาวุธขึ้นมาทันสมัยกว่าอเมริกามาก อเมริกาตอนนี้เรื่องอาวุธล้าหลังแพ้รัสเซียไปแล้ว และรัสเซียส่งออกอาวุธไปตามประเทศต่างๆ และประเทศที่ซื้ออาวุธรัสเซียมากที่สุดคือจีน เพราะฉะนั้นแล้วสงครามในลักษณะที่อเมริกาเคยเป็นเจ้าสงคราม ในเชิงเจ้าเวหา พวกนี้ ใน 5-10 ปีข้างหน้า อเมริกาจะไม่ได้เปรียบเหมือนทุกวันนี้ที่ได้เปรียบ

สโรชา – เสียงเบาลง

สนธิ – เพราะฉะนั้นแล้ว เขาบอกว่านอกจากคนมีเงินจะพูดเสียงดังแล้ว คนมีปืนหรือคนมีกำลังมากกว่าก็จะพูดเสียงดังเช่นกัน และถ้ามีทั้งเงิน มีทั้งปืน เพราะฉะนั้นผมจะเริ่มเห็นการเมืองซึ่งจะเริ่มมีความขัดแย้งและจะไม่ไปในทิศทางที่อเมริกาเคยชิน อันนี้เป็นเรื่องที่น่าสนใจ เป็นอย่างมาก เรื่องนี้ เพราะฉะนั้นแล้วเรื่องน้ำมัน คุณสโรชาดูอีกประการหนึ่ง บรรดาประเทศต่างๆ สถานต่างๆ อุซเบกิสถาน คาซัคสถาน คีร์กิซสถาน ทาจิกิสถานพวกนี้ เราบอกว่าประเทศพวกนี้รัสเซียเป็นห่วงและหวงมาก รัสเซียหงุดหงิดกับอเมริกามาก เพราะอเมริกาไปตั้งฐานทัพอากาศไว้ตรงนั้น เนื่องจากกว่าเขาบอกว่า ต้องใช้ฐานทัพตรงนั้น บินสนับสนุนปราบปรามผู้ก่อการร้ายของนายอุซามะห์ บินลาดินที่ประเทศอัฟกานิสถานแต่ตรงนี้ก็เท่ากับไปตั้งฐานทัพจ่อคอหอยรัสเซีย เพราะฉะนั้นแล้วความขัดแย้งในเชิงลักษณะแบบนี้ถ้าไม่สังเกตจะไม่รู้

สโรชา – มันจะเป็นเหมือนเรื่องเล็กๆ แต่รวมกันแล้วเป็นเรื่องใหญ่

สนธิ – รวมกันแล้วเป็นเรื่องใหญ่ตลอดเวลา เพราะฉะนั้นแล้วตรงนี้เป็นเรื่องที่ผมคิดว่าน่าจะจับตามอง

สโรชา – ตกลงจะลอยไม่ลอยบ้านเรา สั้นๆ เลย

สนธิ – ผมคิดว่าทางการเมืองคงไม่อยากลอย แต่ผมคิดว่า ในข้อเท็จจริงแล้ว คือคนที่บอกว่าไม่ให้ลอย และรัฐบาลสนับสนุนอยู่ เขาก็มีความคิดเขา เขาก็บอกว่าน้ำมันมันมีขึ้นและลง เพราะฉะนั้นแล้วถ้าสนับสนุนไม่ลอย เวลามันลงมา ถ้าลงต่ำกว่าราคาที่ดันเอาไว้ รัฐบาลก็ได้กำไร แต่คำถามที่เราตอบบอกว่าเรากำลังพูดถึงอนาคตที่ไม่แน่นอน เพราะเราไม่รู้จะลงไม่ลง แต่ถ้าลอยแล้วรัฐบาลไม่เจ็บตัว คำถามคือเราจะลอยเบนซิน หรือเราจะลอยดีเซล หรือเราจะลอยทั้งคู่ตรงนั้นมากกว่า

สโรชา – ค่ะ มีข้อความเอสเอ็มเอสจากท่านผู้ชม ค่อนข้างน่าสนใจซักนิดนึง เราคุยกันถึงเรื่องผู้ว่าฯ ตอนต้นรายการและบอกว่า มีหลายๆคนที่กำลังสรรหาอยู่ มีท่านผู้ชมถามว่า จะเป็นยังไง ถ้าคุณสรยุทธของเราจะลงผู้ว่าฯบ้าง

สนธิ – ผมอยากให้คุณสรยุทธลง เพราะแกโฉ่งฉ่างดี ผมชอบผู้ว่าฯ ที่โฉ่งฉ่าง ไม่รู้แกนั่งอยู่โต๊ะนั้นหรือเปล่านะครับ ตรงกันข้ามเรา แต่ถ้าเจอหน้าแก ผมต้องบอกว่ามีคนชวนให้คุณสรยุทธลง แต่ว่าเรื่องของน้ำมันก็เป็นเรื่องน่าห่วง เพราะว่าถึงแม้น้ำมันจะลงมาที่ 35 เหรียญ หรือว่าต่ำกว่า 35 เหรียญ เขาบอกว่าราคาดีที่สุดคือ 30-35 เหรียญ ถึงจะยังไงก็ตาม มันก็ยังแพงกว่าสมัยเมื่อปีที่แล้ว เพราะฉะนั้นแล้ว ผมคิดว่าเวลาเรามีไม่มาก แต่ถ้ามีโอกาสอาจจะอาทิตย์หน้า หรือว่าอีก 2 อาทิตย์ต่อไป เราน่าจะหาโอกาสมาพูดถึงมาตรการการประหยัดน้ำมัน ที่เป็นระบบ คือเป็นแพคเก็จ คือไม่ใช่แค่ขอให้ปิดปั๊มตอนเที่ยงคืน ทำโน่นทำนี่ ปิดป้ายโฆษณา ไม่ใช่ มันต้องมีมากกว่านั้น ผมยังอยากเห็นการปรับปรุงภาษี ซึ่งผมเรียกมันว่าภาษีถนน ผมอยากเห็นตรงนี้ เอาเงินจากภาษีถนนมาสรร้างระบบขนส่งมวลชนที่มีประสิทธิภาพและราคาถูก คนจะได้ใช้รถน้อยลง ผมไม่สนใจ ผมอยากให้บริษัทรถยนต์เจ๊งด้วยซ้ำ เพราะว่าบริษัทรถยนต์ที่ขายรถในเมืองไทย เป็นบริษัทที่เอาเปรียบประชาชนมากที่สุด เพราะเราต้องใช้เงินภาษีอากรของเราไปสร้างถนน เพื่อให้บริษัทรถยนต์ขายได้ดีขึ้น กำไรที่เขาได้ก็เอากลับไปให้เขา ไม่ได้เผื่อแผ่ แต่ภาษีอากรของเราซึ่งมาจากภาษีเงินได้ เอามาสร้างถนน เพื่อให้โตโยต้า นิสสัน ขายรถได้มากขึ้น กำไรมากขึ้น

สโรชา – ค่ะ ติดตามกันค่ะสถานการณ์ราคาน้ำมันทั่วโลกและในบ้านเราจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด เป็นเรื่องใกล้ตัวพอสมควร อีกซักครู่อย่าลืมเอสเอ็มเอสมาถามคุณสรยุทธนะคะว่ามีคนชักชวนไปลงผู้ว่าฯ แล้ว จะลงหรือไม่ลง หมดเวลาแล้วค่ะสำหรับเมืองไทยรายสัปดาห์ในค่ำคืนนี้นะคะ ติดตามกันได้ในสัปดาห์หน้าค่ะ คุณสนธิ ลิ้มทองกุลและดิฉัน สโรชา พรอุดมศักดิ์ สวัสดีค่ะ