xs
xsm
sm
md
lg

ไม่สนรายย่อย! ROH หวังล้มกระดาน? ทนายดังโผล่โยงผู้ถือหุ้นใหญ่ 9% เปิดศึกยื้อโรงแรม 5,300 ล้าน!

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ศึกชิงโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน มูลค่า 5,300 ล้านบาท ระหว่างบริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด จำกัด (มหาชน) หรือ ROH กับกองทรัสต์ GROREIT และ บลจ.วรรณ ยังไม่มีทีท่าว่าจะจบง่าย ๆ

ขณะที่ ROH กำลังแก้ปัญหาการกระจายหุ้นรายย่อย (Free Float) เพื่อให้พ้นความเสี่ยงถูกเพิกถอนจากตลาดหลักทรัพย์ฯ กลับมีชื่อบริษัท ดีเอ็นทูที จำกัด หรือ DN2T ปรากฏเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่อันดับ 2 จำนวน 110.42 ล้านหุ้น หรือ 9.06% ในช่วงปลายเดือนตุลาคม 2569

ที่น่าสนใจคือ เมื่อเปิดโครงสร้างผู้ถือหุ้น DN2T จากข้อมูล Creden Data ณ วันที่ 30 เมษายน 2569 พบชื่อ นายวีระวงค์ จิตต์มิตรภาพ นักกฎหมายธุรกิจชื่อดัง ถือหุ้นอยู่ 0.01% หรือเพียง 1 หุ้น ส่วนอีก 99.99% อยู่ในมือผู้ถือหุ้นอีกสองราย

แม้จะถือหุ้นเพียงน้อยนิด แต่ชื่อของนายวีระวงค์ก็เป็นที่คุ้นเคยกันดีในแวดวงตลาดทุน

เขาเคยนั่งเป็นกรรมการบริษัทใหญ่ทั้ง SCBX, AWC, BJC และ BDMS อีกทั้งเคยมีชื่อเกี่ยวข้องกับข้อพิพาทการโอนหุ้นบริษัท วินด์ เอนเนอร์ยี่ โฮลดิ้ง หรือ WEH ซึ่งศาลชั้นต้นอังกฤษมีคำพิพากษาในปี 2566 เกี่ยวกับค่าเสียหายกว่า 30,000 ล้านบาท

แน่นอนว่า WEH กับ ROH เป็นคนละคดี จะเหมารวมว่าเป็นเรื่องเดียวกันคงไม่ได้ แต่จังหวะที่ชื่อของนักกฎหมายรายนี้ปรากฏอยู่ในบริษัทที่ถือหุ้นใหญ่ ROH ท่ามกลางศึกฟ้องร้องเรื่องสิทธิโรงแรมหลายพันล้านบาท ก็ช่างประจวบเหมาะเสียเหลือเกิน

บังเอิญหรือตั้งใจ? เพราะ DN2T เข้ามาอยู่ในบัญชีผู้ถือหุ้นใหญ่ช่วงที่ ROH กำลังต่อสู้คดีกับ GROREIT และ บลจ.วรรณ พอดี คำถามจึงอยู่ที่หุ้น 110.42 ล้านหุ้นนี้ได้มาจากใคร เมื่อใด และมีเป้าหมายลงทุนระยะยาว หรือมองเห็นโอกาสบางอย่างจากข้อพิพาทครั้งนี้

หลบฉากหน้า ไปอยู่ฉากหลังหรือเปล่า? การถือหุ้นผ่าน DN2T เป็นเรื่องที่ทำได้ตามกฎหมาย แต่เมื่อมีชื่อนักกฎหมายดังอยู่ในโครงสร้างผู้ถือหุ้น คำถามที่ตามมาคือ ใครเป็นผู้ตัดสินใจลงทุน และมีข้อตกลงกับบุคคลอื่นนอกเหนือจากที่ปรากฏในทะเบียนผู้ถือหุ้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีหลักฐานว่าการถือหุ้นครั้งนี้เป็นการอำพรางตัวผู้ลงทุน

ที่สำคัญ ใครคุมเสียงตัวจริง? เพราะหุ้น 9.06% แม้ไม่มากพอจะชี้ขาดทิศทางบริษัทโดยลำพัง แต่ก็ไม่ใช่สัดส่วนที่มองข้ามได้ หากมีการประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อตัดสินใจเรื่องสำคัญ จึงน่าติดตามว่า DN2T จะใช้สิทธิออกเสียงอย่างไร และมีความเกี่ยวข้องกับผู้ถือหุ้นรายอื่นหรือฝ่ายบริหาร ROH หรือไม่

เรื่องนี้จึงเป็นโจทย์ด้านความโปร่งใสที่น่าติดตาม ทั้งการเปิดเผยผู้ได้รับประโยชน์ที่แท้จริงจากการถือหุ้น และความเป็นไปได้ของความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ซึ่งอาจเป็นประเด็นให้ตลาดหลักทรัพย์ฯ และ ก.ล.ต. พิจารณาว่าจำเป็นต้องตรวจสอบเพิ่มเติมหรือไม่

ส่วนการปรากฏชื่อของนายวีระวงค์จะเกี่ยวข้องกับแนวทางต่อสู้คดี GROREIT ด้วยหรือไม่นั้น ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเจ้าตัวหรือสำนักงานกฎหมายได้รับมอบหมายให้เป็นที่ปรึกษาหรือดำเนินคดีให้ฝ่ายใด

แต่เรื่องที่ชวนให้จับตาศึกนี้หนักขึ้น คือหนังสือชี้แจงตลาดหลักทรัพย์ฯ ของ ROH ลงวันที่ 4 พฤศจิกายน 2569 ซึ่งบริษัทยืนยันว่าตนยังมีสิทธิซื้อคืนโรงแรม และเห็นว่ายังไม่มีกำหนดเวลาต้องส่งมอบทรัพย์สิน เนื่องจากข้อพิพาทอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล พร้อมประกาศจะต่อสู้คดีจนถึงที่สุด

เรียกว่าอีกฝ่ายมีมติขายโรงแรมไปแล้ว 5,300 ล้านบาท แต่ ROH ยังยืนยันสิทธิของตัวเองอย่างเต็มที่ งานนี้จึงต้องจับตาว่า ดีลขายจะเดินหน้าต่อได้อย่างไร และผู้ซื้อรายใหม่จะรับมอบโรงแรมได้เมื่อใด

ที่สำคัญ ROH ยังระบุว่า อนาคตการประกอบธุรกิจโรงแรมขึ้นอยู่กับผลการพิจารณาของศาล ขณะที่ยังไม่สามารถกำหนดวันสิ้นสุดการรับรู้รายได้จากธุรกิจโรงแรมได้ ส่วนแผนลงทุนในธุรกิจใหม่ก็ยังอยู่ระหว่างศึกษา

ฟังแล้วรายย่อยคงมีเรื่องให้คิดไม่น้อย เพราะหากท้ายที่สุด ROH ไม่สามารถดำเนินธุรกิจโรงแรมต่อไปได้ บริษัทจะมีรายได้จากไหนมาทดแทน และต้องใช้เวลาอีกเท่าไรกว่าธุรกิจใหม่จะสร้างรายได้เป็นรูปธรรม

ROH กำลังรักษาสิทธิตามสัญญา หรือการเดินหน้าฟ้องร้องครั้งนี้จะกลายเป็นหมากสำคัญที่ทำให้ดีลขายโรงแรม 5,300 ล้านบาทสะดุด? เรื่องนี้ยังต้องรอคำตอบจากกระบวนการยุติธรรม