โดย ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด
ในขณะที่นักลงทุนทั่วโลกกำลังจับตาสถานการณ์ของฝั่งสหรัฐฯ ทั้งทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ (FED) ตลาดแรงงาน เงินเฟ้อ รวมถึงการเลือกตั้งกลางเทอมที่จะเกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนนี้ ซึ่งอาจส่งผลต่อทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มเทคโนโลยีและ AI ที่ยังคงมีคำถามว่าด้วยมูลค่าปัจจุบันอยู่ในระดับที่แพงเกินไปหรือกำลังเข้าสู่ภาวะฟองสบู่ (Bubble) หรือไม่
อย่างไรก็ตาม ในอีกด้านหนึ่ง ยังคงมีตลาดหุ้นที่มีการเติบโตของกำไรในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีในระดับสูง ขณะที่ Valuation ยังถือว่าต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในอดีตอย่างมีนัยสำคัญ ได้แก่ ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกง
หากพิจารณาตัวเลขเศรษฐกิจของจีนโดยรวม จะพบว่ายังคงขยายตัวได้ในระดับสูง โดยตัวเลข GDP ล่าสุดเติบโตได้ถึง 4.3% และเมื่อพิจารณาในรายละเอียดจะพบว่าการเติบโตดังกล่าวได้รับแรงสนับสนุนหลักจากภาคการผลิตและการส่งออก ซึ่งขยายตัวได้ดีกว่าที่คาดอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยี
ขณะที่ภาคการบริโภคในประเทศ ยอดค้าปลีก และภาคอสังหาริมทรัพย์ยังเติบโตได้ในระดับต่ำหรือบางส่วนอยู่ในภาวะหดตัว แสดงให้เห็นถึงการขยายตัวของเศรษฐกิจในลักษณะ K-shape ที่แต่ละภาคส่วนฟื้นตัวในระดับที่แตกต่างกัน ดังนั้น หุ้นกลุ่มที่มีแนวโน้มจะเติบโตได้ในระดับสูงจึงเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี ซึ่งจะเห็นได้ว่าจีนกำลังเร่งพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ ภายในประเทศเพื่อลดการพึ่งพาเทคโนโลยีจากต่างประเทศ หลังเผชิญข้อจำกัดด้านการนำเข้าจากสหรัฐฯ โดยมีอุตสาหกรรมที่น่าสนใจและมีแนวโน้มเติบโตสูง ได้แก่ EV, Battery, Robotics รวมไปถึง AI ที่มีประสิทธิภาพดีไม่แพ้ทางฝั่งสหรัฐฯ ในราคาที่ต่ำกว่า
แนวโน้มดังกล่าวเริ่มสะท้อนผ่านผลประกอบการของบริษัทในอุตสาหกรรมเหล่านี้ เช่น SMIC ผู้ผลิตชิปรายใหญ่ที่สุดของจีน สามารถทำกำไรในไตรมาส 2 เติบโตมากกว่า 260% เมื่อเทียบกับปีก่อน หรือ UBTech ผู้ผลิตหุ่นยนต์เสมือนมนุษย์ (Humanoid) ที่เริ่มเห็นทิศทางการขาดทุนลดลง ขณะที่รายได้เติบโตมากกว่า 100% เมื่อเทียบกับปีก่อน แสดงให้เห็นถึงศักยภาพการเติบโตในระดับสูง รวมทั้งได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีน
ขณะเดียวกัน หากพิจารณาถึงมูลค่าปัจจุบัน (Valuation) ยังถือว่าอยู่ในระดับที่ไม่สูงเมื่อเทียบกับค่าเฉลี่ยในอดีต ดังนั้น หุ้นเทคโนโลยีของจีนจึงมีความน่าสนใจในฐานะทางเลือกสำหรับการกระจายการลงทุน นอกเหนือจากหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ
จากศักยภาพการเติบโตที่สูง และการปรับตัวลงของราคาหุ้นที่ทำให้มูลค่าปัจจุบันอยู่ในระดับที่น่าสนใจ บลจ.ทาลิส ขอแนะนำกองทุน MEGA10CHINATECH ที่มีนโยบายลงทุนในหุ้นจีนขนาดใหญ่ 10 บริษัทที่ดำเนินธุรกิจเกี่ยวกับเทคโนโลยี เช่น EV, Semiconductor, E-Commerce และ Cloud อย่างไรก็ตาม ตลาดหุ้นจีนและฮ่องกงมีความผันผวนสูง และยังคงเผชิญความเสี่ยงจากทิศทางการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของธนาคารกลางสหรัฐฯ ซึ่งอาจดึงดูดเม็ดเงินลงทุนกลับไปยังตลาดพันธบัตรของสหรัฐฯ ได้ รวมถึงความไม่แน่นอนของนโยบายรัฐบาลจีนและการกีดกันทางการค้า ซึ่งอาจกดดันการขยายตลาดของบริษัทเทคโนโลยีของจีนไปยังทั่วโลกได้ ผู้ลงทุนจึงควรระมัดระวังในการลงทุน โดยพิจารณาสัดส่วนการลงทุนไม่เกิน 10% ของการลงทุนโดยรวม และเน้นการลงทุนในระยะยาว


