xs
xsm
sm
md
lg

บลจ. เอ็กซ์สปริง พบทั่วโลกเกิดวงจรลงทุนรอบใหม่นาน 10 ปีชี้ 3 ปีแรกหุ้นโครงสร้างพื้นฐาน - เทคโนโลยี – สินค้าโภคภัณฑ์ มีบทบาทสำคัญ
ออกกองใหม่ X-AUSEQ ลุยตลาดออสเตรเลียรับอานิสงส์เศรษฐกิจโตต่อเนื่อง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



• บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด (XSpring AM) พบทั่วโลกเข้าสู่เทรนด์การลงทุนรอบใหญ่ (CAPEX Cycle) กินเวลา 10 ปี ล่าสุดอยู่ระยะ 3 ปีแรก มองกลุ่มโครงสร้างพื้นฐาน สินค้าโภคภัณฑ์ สินทรัพย์จับต้องได้ ขับเคลื่อนตลาด
• เผยปี 2569 วิเคราะห์เทรนด์ตลาดแม่นยำ สินค้าเทคโนโลยีเป็นหัวใจหลักของโครงสร้างพื้นฐานยุคใหม่ ส่งกองทุนใหม่ป้อนนักลงทุนแล้ว 3 กอง ทั้ง X-JPTOPTECH, X-SPACE และ X-VOLT การตอบรับดีจนเกิดเทรนด์การลงทุนใหม่ให้ตลาด พร้อมคาดเทรนด์นี้จะยังโตได้อีก 6 – 12 เดือน
• ล่าสุดเตรียมออกกองใหม่ กองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง หุ้นออสเตรเลีย ( X-AUSEQ ) มั่นใจออสเตรเลียเติบโตอย่างมีนัยสำคัญจากเทรนด์ลงทุนรอบใหญ่  เหตุเป็นทั้งแหล่งผลิตสินค้าโภคภัณฑ์ แร่ธาตุสำคัญ และพลังงานในตลาดโลก
 
นายยศกร ฟอลเล็ต ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็กซ์สปริง จำกัด (XSpring AM) เปิดเผยว่าทิศทาง (เทรนด์) การเปิดกองทุนของ บลจ. ทั่วโลก ในช่วงปี 2568 – 2569 มีการปรับกลยุทธ์ชัดเจนเพื่อแก้ปัญหาภาวะความเบื่อกองทุนธีมแฟชั่น หรือ Thematic Fatigue เช่นธีม กองทุนพลังงานสะอาด กองทุน EV และ AI เป็นต้น โดยหันมาเน้นเปิดกองทุนที่มีความผันผวนต่ำ ความยืดหยุ่นสูง และมีเสถียรภาพมากขึ้น โดยยังได้รับประโยชน์จากกระแสการลงทุนครั้งใหญ่ อย่างไรก็ดีมองว่าในระยะสั้นช่วง 6 - 12 เดือนข้างหน้านี้ เทรนด์การลงทุนจะยังคงเป็นเรื่องการลงทุนในแบบเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เนื่องจากเรากำลังอยู่ในช่วงการลงทุนรอบใหญ่ (CAPEX Cycle) ซึ่งค่าเฉลี่ยโดยปกติอยู่ที่ 10 ปีต่อรอบ ปัจจุบันเริ่มเข้าวงจรได้เพียง 3 ปี ดังนั้นจึงเชื่อว่าสิ่งที่เกี่ยวกับสินทรัพย์ที่จับต้องได้ (Real Assets) อย่างเช่น โครงสร้างพื้นฐาน สินค้าโภคภัณฑ์ หรือเทรนด์ HALO (Heavy Asset, Low Obsolesce : สินทรัพย์หนักแต่ตกรุ่นช้า) จะยังมีบทบาทไปอีกระยะหนึ่ง
 
โดยตลอดปี 2569 ที่ผ่านมา XSpring AM เปิดขายกองทุนไปแล้ว 3 กองทุน คือ X-JPTOPTECH, X-VOLTและ X-SPACE ทั้งหมดเป็นกองทุนที่จับธีมการลงทุนเฉพาะทางหลายกอง เช่น เทคโนโลยีญี่ปุ่น Data Center, Electrification และ Space ซึ่งกองทุนที่ประสบความสำเร็จและได้รับการตอบรับจากนักลงทุนสูงสุดคือ X-JPTOPTECH เนื่องจากเป็นกองทุนที่ออกมาได้ถูกจังหวะมากที่สุด จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจญี่ปุ่นจากภาวะเงินฝืดระยะยาว และโดยเฉพาะกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีญี่ปุ่นที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลก ซึ่งเป็นกองทุนแรกของไทยที่ให้นักลงทุนไทยเข้าถึงกลุ่มอุตสาหกรรมเทคโนโลยีของญี่ปุ่น จากความสำเร็จนี้ได้สร้างแรงกระเพื่อมไปสู่การกำหนดเทรนด์ให้กับตลาดกองทุนไทยได้เป็นอย่างดี
 
“ปีที่แล้วเราได้ออกกองทุนที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องธีมเทคโนโลยี ทั้งกองทุนทั่วไปอย่าง X-NUCTECH, X-DATACENEQ รวมถึงกองทุนที่ตอบโจทย์การลงทุนในอนาคตอย่าง X-QUANTUM และแม้กระทั่งกองทุนอย่าง X-PEGINFRA-UI ก็มีบทบาทในส่วนนี้ ส่วนปีนี้เรามีทั้งกองทุน X-JPTOPTECH, X-VOLT และ X-SPACE ซึ่งเราประเมินแล้วก็มองว่าตอนนี้ในส่วน Thematic เองน่าจะยังวิ่งอยู่ในเทรนด์นี้ไปอีก 6 – 12 เดือน” นายยศกร กล่าว
 
อย่างไรก็ตามหากมองไปในระยะยาวคาดว่าเงินเฟ้อและอัตราดอกเบี้ยจะทรงตัวในระดับสูง รวมถึงราคาสินค้าโภคภัณฑ์ที่น่าจะปรับตัวขึ้นและยืนสูงไปอีกระยะหนึ่ง ดังนั้นในภาพรวมทั่วโลกยังมีความเสี่ยงต่อความผันผวนของเศรษฐกิจไปพักใหญ่ มองว่าประเทศที่จะขยายเศรษฐกิจต่อไปได้ คือกลุ่มประเทศที่เชื่อมโยงกับ Real Assets เช่น แคนาดา บราซิล ออสเตรเลีย เป็นต้น
 
ดังนั้น XSpring AM จึงได้เตรียมออกกองทุนเปิดเอ็กซ์สปริง หุ้นออสเตรเลีย ( X-AUSEQ ) กองทุนประเภทฟีดเดอร์ (Feeder Fund) ที่ลงทุนตรงในกองทุนหลักชื่อว่า Candriam Equities L Australia Class I Cap มีนโยบายลงทุนในแต่ละรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของมูลค่าสินทรัพย์ของกองทุน โดยกองทุนหลักเป็นกองทุนที่มีนโยบายบริหารแบบมุ่งหวังสร้างผลตอบแทนให้สูงกว่าดัชนีชี้วัด (Active Management) เน้นลงทุนในหุ้นของบริษัทจดทะเบียนหรือดำเนินกิจกรรมทางเศรษฐกิจหลักในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งกองทุนนี้กำลังได้รับความสนใจจากแรงสนับสนุนด้านเศรษฐกิจของออสเตรเลียเติบโตอย่างต่อเนื่องจากความต้องการสินค้าโภคภัณฑ์ แร่ธาตุสำคัญ และพลังงานในตลาดโลก ประกอบกับระบบการเงิน และสถาบันการเงินภายในประเทศที่มีความแข็งแกร่ง ทำให้ตลาดหุ้นออสเตรเลียมีโอกาสเติบโตสูง และมีความผันผวนค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับตลาดหุ้นโลก

กองทุน X-AUSEQ ถือเป็นกองทุนแรกในประเทศไทยที่มีนโยบายลงทุนในบริษัทจดทะเบียนในประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเราเล็งเห็นโอกาสการเติบโตที่น่าสนใจจากเศรษฐกิจออสเตรเลียมีเสถียรภาพเชิงโครงสร้างสูงจาก Track Record การเติบโตยาวนานเกือบ 30 ปีโดยไม่เข้าสู่ภาวะเศรษฐกิจถดถอย (Recession-free record) มีเพียงช่วงวิกฤต COVID-19 ที่หดตัวชั่วคราว จากปัจจัยหลักนโยบายการเงินเชิงรุกที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วและเข้มงวดเพื่อคุมเงินเฟ้อ ควบคู่กับสถานะผู้ส่งออกพลังงานและทรัพยากรสุทธิ ที่ช่วยหนุนดุลการค้าและรองรับแรงกระแทกจากภายนอก ส่งผลให้ทิศทางระยะข้างหน้ายังคงขยายตัวสูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มประเทศเศรษฐกิจหลัก (Major Economies) ดังนั้นภาพระยะยาว ดัชนีหุ้นออสเตรเลียมีความสอดคล้องไปกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์โดยรวม แต่ผันผวนน้อยกว่าซึ่งเป็นประโยชน์กับกองหลักที่เราเข้าไปลงทุน