ยูโอบี กรุ๊ป (UOB Group) บรรลุข้อตกลงให้ Allianz Global Investors (AGI) เข้าซื้อกิจการ UOB Asset Management (UOBAM) ครอบคลุมธุรกิจใน 8 ตลาดเอเชีย ได้แก่ สิงคโปร์ บรูไน อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย ไต้หวัน ไทย และเวียดนาม พร้อมจัดตั้งความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ด้านการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์การลงทุนระยะยาว เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้ UOB ในฐานะผู้ให้บริการบริหารความมั่งคั่งแบบ Open Architecture
ภายใต้ความร่วมมือดังกล่าว UOB และ AGI จะร่วมกันคัดสรรผลิตภัณฑ์และโซลูชันการลงทุนที่หลากหลายมากขึ้นให้แก่ฐานลูกค้าของธนาคารในภูมิภาค ซึ่งมีมากกว่า 8 ล้านราย โดยเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ Open Architecture ของ UOB ที่เปิดโอกาสให้ธนาคารเลือกใช้ความสามารถด้านการลงทุนจากแหล่งต่าง ๆ ในวงกว้าง ขณะที่ยังคงให้ความสำคัญกับการให้คำแนะนำ ความเหมาะสมของผลิตภัณฑ์ และผลลัพธ์ระยะยาวของลูกค้า
ความร่วมมือนี้ยังสนับสนุนเป้าหมายการเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งของ UOB ด้วยการเพิ่มทางเลือกและนำเสนอโซลูชันการลงทุนที่มีความหลากหลาย สอดคล้องกับรูปแบบการลงทุน ช่วงชีวิต และเป้าหมายทางการเงินของลูกค้า
สำหรับธุรกรรมดังกล่าวมีมูลค่า 555 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และคาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จในปี 2570 (2027) ภายใต้เงื่อนไขการได้รับอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้องในแต่ละตลาด
UOBAM และ AGI ระบุว่าจะให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องและการเปลี่ยนผ่านอย่างราบรื่นสำหรับลูกค้าและพนักงาน โดยพนักงาน UOBAM ทั้งหมด 500 คนทั่วภูมิภาค จะย้ายไปอยู่กับ AGI ซึ่งให้คำมั่นว่าจะรักษาการจ้างงานของพนักงานเหล่านี้ต่อไป พร้อมเปิดโอกาสให้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของแพลตฟอร์มการลงทุนระดับโลกที่มีขนาดใหญ่ขึ้น
ในระหว่างช่วงเปลี่ยนผ่าน ธุรกิจของ UOBAM จะยังดำเนินงานตามปกติ ลูกค้าสามารถเข้าถึง ลงทุน และขายคืนกองทุนของ UOBAM ได้ตามปกติ โดยไม่มีการหยุดชะงักของการให้บริการ
UOB ระบุว่า หากไม่รวมต้นทุนจากการทำธุรกรรมที่เกิดขึ้นครั้งเดียว การขายกิจการครั้งนี้คาดว่าจะสร้าง กำไรก่อนภาษีประมาณ 330 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์ และเพิ่มอัตราส่วนเงินกองทุนชั้นที่ 1 ที่เป็นส่วนของเจ้าของ หรือ CET1 Ratio ของกลุ่มประมาณ 14 เบสิสพอยต์
ธุรกรรมดังกล่าวเป็นส่วนหนึ่งของการดำเนินงานตามลำดับความสำคัญเชิงกลยุทธ์ของกลุ่ม โดยการสร้างมูลค่าจากธุรกิจบริหารสินทรัพย์ ขณะเดียวกันยังคงรักษาความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ผ่านความเป็นพันธมิตรระยะยาว จะช่วยให้กลุ่มมีความพร้อมมากขึ้นในการเสริมความแข็งแกร่งของธุรกิจบริหารความมั่งคั่ง สร้างการเติบโตของกำไรอย่างยั่งยืน และเพิ่มมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น
UOBAM เป็นส่วนหนึ่งของ UOB Group มานาน 40 ปี และเติบโตขึ้นเป็นธุรกิจบริหารสินทรัพย์ระดับภูมิภาคที่มีการดำเนินงานทั่วเอเชีย โดย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 (2025) มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร (AUM) ประมาณ 42,000 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์
ขณะที่ข้อมูลจากงบดุลรวมเสมือนที่ยังไม่ได้ตรวจสอบของ UOBAM และบริษัทย่อย ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ระบุว่า มูลค่าสินทรัพย์สุทธิที่เป็นของสัดส่วนหุ้นซึ่งถูกขายในธุรกรรมครั้งนี้อยู่ที่ 223 ล้านดอลลาร์สิงคโปร์
วี อี เชียง (Wee Ee Cheong) รองประธานและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร UOB กล่าวว่า UOB ให้บริการลูกค้ามากกว่า 8 ล้านรายทั่วอาเซียน ซึ่งความต้องการด้านความมั่งคั่งและการลงทุนมีความหลากหลายและซับซ้อนมากขึ้น ความร่วมมือครั้งนี้จะทำให้ UOB มุ่งเน้นธุรกิจด้านการให้คำปรึกษาและการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์บริหารความมั่งคั่งได้ชัดเจนขึ้น
การนำความเชี่ยวชาญด้านการให้คำปรึกษาและความสัมพันธ์กับลูกค้าของ UOB มาผสานกับความสามารถด้านการลงทุนของ Allianz Global Investors จะช่วยรองรับความต้องการที่เปลี่ยนแปลงไปของลูกค้าและสนับสนุนเป้าหมายด้านความมั่งคั่งในระยะยาว รวมถึงช่วยเร่งการเติบโตของธุรกิจบริหารความมั่งคั่งและเพิ่มมูลค่าระยะยาวให้แก่ผู้ถือหุ้น
ขณะเดียวกัน UOB จะให้ความสำคัญกับความต่อเนื่องของการให้บริการลูกค้าและการดูแลพนักงานในช่วงเปลี่ยนผ่าน พร้อมขอบคุณทีมผู้บริหารและพนักงาน UOBAM สำหรับการทำงานและการมีส่วนร่วมตลอดช่วง 4 ทศวรรษที่ผ่านมาในการสร้างธุรกิจบริหารสินทรัพย์ระดับภูมิภาคที่ได้รับความไว้วางใจ
ด้าน โทเบียส พรอสส์ (Tobias Pross) ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร Allianz Global Investors กล่าวว่า ธุรกรรมครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญของการเติบโตของ Allianz Global Investors ในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก โดยการผสานความเชี่ยวชาญด้านการลงทุนในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ UOB Asset Management เข้ากับแพลตฟอร์มการลงทุนเชิงรุกระดับโลกของ Allianz Global Investors จะสร้างธุรกิจที่แข็งแกร่งขึ้น และเพิ่มความสามารถในการให้บริการลูกค้าทั่วภูมิภาค
พร้อมกันนี้ ลูกค้าจะสามารถเข้าถึงโซลูชันด้านการบริหารความมั่งคั่งและการเกษียณอายุที่หลากหลายมากขึ้น ขณะที่ข้อตกลงครั้งนี้ยังนำไปสู่ความร่วมมือด้านการจัดจำหน่ายระยะยาวระหว่าง Allianz Global Investors และ UOB เพื่อขยายการเข้าถึงลูกค้าในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ต่อไป


