xs
xsm
sm
md
lg

ทุนเดิมสะดุด ROH งัดแผนขาย–เช่ากลับ โรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ROH ชี้แจง ก.ล.ต. กรณีซื้อคืนทรัพย์สินโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ จากกองทรัสต์ GROREIT หลังแหล่งเงินกู้และเงินชำระคืนจากผู้ถือหุ้นใหญ่ยังไม่เป็นไปตามแผน เปิดแผนสำรองนำทรัพย์สินขายให้นักลงทุนรายใหม่ ก่อนเช่ากลับพร้อมสิทธิซื้อคืน ขณะที่สถานะสิทธิซื้อคืนยังเป็นประเด็นสำคัญ หลัง บลจ.วรรณยืนยันก่อนหน้านี้ว่าสิทธิตามสัญญาสิ้นสุดแล้ว

บริษัท โรงแรมรอยัล ออคิด (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ ROH ชี้แจงข้อมูลต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม 2569 เกี่ยวกับการซื้อคืนอสังหาริมทรัพย์และสังหาริมทรัพย์ที่ใช้ดำเนินธุรกิจโรงแรมรอยัล ออคิด เชอราตัน ริเวอร์ไซด์ กรุงเทพฯ จากทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ แกรนด์ รอยัล ออคิด โฮสพีทาลิตี้ ที่มีข้อตกลงในการซื้อคืน หรือ GROREIT

การชี้แจงดังกล่าวมีขึ้นตามที่สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. มีหนังสือขอให้ ROH เปิดเผยข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการซื้อคืนทรัพย์สินและแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ในธุรกรรม

ROH ระบุว่า ตามข้อมูลที่เคยเปิดเผยในหนังสือนัดประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 เมื่อวันที่ 7 กรกฎาคม 2569 บริษัทวางแผนจัดหาเงินเพื่อซื้อคืนทรัพย์สินจาก 2 แหล่ง ได้แก่ เงินกู้จากสถาบันการเงิน และเงินที่ได้รับชำระคืนจากบริษัท แกรนด์ แอสเสท โฮเทลส์ แอนด์ พรอพเพอร์ตี้ จำกัด (มหาชน) หรือ GRAND ซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ของบริษัท

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงกำหนดซื้อคืนทรัพย์สินจาก GROREIT ในวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 บริษัทระบุว่ายังอยู่ระหว่างประสานงานกับผู้ให้กู้ จึงเตรียมใช้แผนสำรองเพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการจัดหาเงินทุน

แผนสำรองดังกล่าวประกอบด้วยการจำหน่ายทรัพย์สินที่ใช้ดำเนินธุรกิจโรงแรมให้แก่นักลงทุนหรือแหล่งทุนรายใหม่ พร้อมทำสัญญาเช่าทรัพย์สินกลับมาใช้ดำเนินธุรกิจ และกำหนดสิทธิในการซื้อทรัพย์สินคืนในอนาคต หรือ Sale and Leaseback with Buy-Back Option โดยเดิมบริษัทตั้งเป้าดำเนินการภายในเดือนสิงหาคม 2569

ทั้งนี้มีข้อสังเกตว่า โครงสร้างดังกล่าวหมายความว่า ROH จะไม่ได้ถือกรรมสิทธิ์โรงแรมไว้โดยตรงในช่วงแรก แต่จะขายทรัพย์สินให้ผู้ลงทุนรายใหม่แล้วเช่ากลับ เพื่อให้โรงแรมยังสามารถเปิดดำเนินงานต่อไป พร้อมรักษาโอกาสซื้อทรัพย์สินกลับคืนในอนาคตตามเงื่อนไขที่จะตกลงกัน

นอกจากนี้ยังต้องติดตามสถานะสิทธิซื้อคืนทรัพย์สินตามสัญญาเดิม เนื่องจากก่อนหน้านี้ บลจ.วรรณ ในฐานะผู้จัดการกองทรัสต์ GROREIT ยืนยันว่า ROH ไม่ได้นำเงินจำนวน 4,873 ล้านบาทมาชำระและรับโอนทรัพย์สินภายในกำหนดวันที่ 14 กรกฎาคม 2569 จึงถือว่าสิทธิซื้อคืนตามสัญญาสิ้นสุดลงแล้ว


นอกจากนี้ ยังต้องติดตามตัวตนของผู้ลงทุนหรือแหล่งทุนรายใหม่ มูลค่าการขายทรัพย์สิน อัตราค่าเช่า ระยะเวลาของสัญญา ตลอดจนราคาและเงื่อนไขการซื้อคืน เนื่องจากรายละเอียดเหล่านี้จะเป็นตัวกำหนดภาระทางการเงินและผลกระทบต่อผลประกอบการของ ROH ในระยะต่อไป