กบข.โชว์ผลตอบแทนแผนลงทุน แผนทั่วไป 8.08% ขณะที่แผนหุ้นไทยพุ่ง 34.69% หุ้นต่างประเทศ 24.19% และแผนชะรีอะฮ์ 20.41% ยืนยันพร้อมแลกเปลี่ยนข้อมูลและเปิดให้ประกันสังคมเข้าศึกษากระบวนการทำงานมาโดยตลอด แนะลงทุนต่อ ยก AI ยังมีปัจจัยพื้นฐานรองรับ ทั้งกำไรและคำสั่งซื้อชิปที่เติบโตจริง แต่ต้องจับตาราคาสินทรัพย์ที่อาจสูงเกินพื้นฐาน รวมถึงสงคราม เงินเฟ้อ และความผันผวนของตลาดโลก “ดร.ศรพล”ลั่นขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด“สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ” และมุ่งยกระดับการลงทุน ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และสนับสนุนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
ดร.ศรพล ตุลยะเสถียร เลขาธิการกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เปิดเผยว่า ผลตอบแทนการลงทุนของกบข. ณ วันที่ 16 สิงหาคม 69 ในส่วนแผนการลงทุนทั่วไปอยู่ที่ 8.08% ปรับตัวขึ้นเล็กน้อยหรือเพิ่มขึ้นประมาณ 1% จากช่วง 2 เดือนก่อน ขณะเดียวกันแผนสมดุลตามอายุสัดส่วนใหม่สำหรับสมาชิกอายุต่ำกว่า 50 ปี ให้ผลตอบแทน 17.23% ส่วนแผนกองทุนรวมวายุภักษ์ (VAYU) ให้ผลตอบแทน 12.26% และแผนการลงทุนตามหลักศาสนาอิสลามให้ผลตอบแทน 20.41%
สำหรับแผนที่ลงทุนในสินทรัพย์เฉพาะประเภท พบว่าแผนหุ้นไทย (TEQ) ทำผลงานโดดเด่นที่สุด โดยให้ผลตอบแทน 34.69% รองลงมาคือแผนหุ้นต่างประเทศ (GEQ) ให้ผลตอบแทน 24.19% แผนกองทุนอสังหาริมทรัพย์ไทย (REIT) 15.79% และแผนทองคำ (GOLD) 5.58%
แผนสมดุลตามอายุที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ หากสมาชิกอายุยังน้อย สามารถลงทุนในหุ้นได้ในสัดส่วนที่สูงกว่า ส่วนสมาชิกที่มีอายุมากขึ้น ซึ่งในที่นี้กำหนดเกณฑ์ไว้ที่ 50 ปี จะลงทุนในหุ้นในสัดส่วนที่ลดลง
อีกตัวเลขหนึ่งที่น่าสนใจคือข้อมูลเดือนกรกฎาคม สมาชิกสามารถลงทุนในแผนปกติหรือเลือกแผนการลงทุนด้วยตนเองก็ได้ เราพบว่า หากนับจากจำนวนสมาชิกที่ Switch (สับเปลี่ยน) แผน เกือบ 40% สับเปลี่ยนเข้าสู่แผนหุ้นไทย สะท้อนมุมมองเชิงบวกต่อแนวโน้มและปัจจัยสนับสนุนการลงทุนในประเทศไทย
อย่างไรก็ตาม ตัวเลขเหล่านี้เปลี่ยนแปลงได้ในแต่ละเดือนตามสถานการณ์ ขณะเดียวกัน มีสมาชิกสับเปลี่ยนเข้าสู่แผนหุ้นต่างประเทศ 24% แผนอสังหาริมทรัพย์ 15% และแผนทองคำ ซึ่งปีนี้ให้ผลตอบแทนอยู่ในเกณฑ์ดี แต่ยังน้อยกว่าปีก่อนมาก
“สิ่งหนึ่งที่อยากให้พิจารณาคือ การลงทุนในแต่ละสินทรัพย์มีความผันผวนแตกต่างกัน เราจึงจัดทำข้อมูลย้อนหลังหลายปี โดยคำนวณผลตอบแทนเป็นรายเดือน เพื่อดูว่าในแต่ละช่วงเวลาแผนใดทำผลงานได้ดีหรือไม่ดี ผมอยากส่งข้อมูลให้สมาชิกได้รับทราบว่า ไม่มีสินทรัพย์หรือแผนการลงทุนใดเป็นผู้ชนะตลอดกาล ผลตอบแทนเปลี่ยนแปลงตามการเคลื่อนไหวของตลาด ฉะนั้น สมาชิกต้องติดตามข้อมูลข่าวสาร ขณะเดียวกัน ภายในองค์กรก็ต้องปรับปรุงกระบวนการลงทุนให้เหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลา“
นอกจากนี้สิ่งสำคัญคือ เรากำลังลงทุนระยะยาว จึงควรกระจายการลงทุนให้มีความหลากหลาย เลือกสัดส่วนให้เหมาะสม และติดตามสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง และจากข้อมูลการศึกษาของ กบข. ในอดีตยังพบว่า ผู้ที่เปลี่ยนแผนบ่อยอาจไม่ได้รับผลตอบแทนดีกว่าผู้ที่เปลี่ยนแผนน้อยเสมอไป
สุดท้ายคือความเสี่ยงในปี 2569 ได้แก่ สงคราม เงินเฟ้อ และการลงทุนในAI ทั้งหมดนี้เป็นประเด็นหลักที่ต้องติดตาม ส่วนตัวเลขผลตอบแทนในช่วงเวลาที่เหลือต่อจากนี้ยังระบุอย่างชัดเจนไม่ได้
อย่างไรก็ตามหากติดตามดูปัจจัยพื้นฐาน ยกตัวอย่างเช่น AI จะพบว่า ยังมีผลประกอบการเติบโตขึ้นอย่างต่อเนื่องรวมถึงคำสั่งซื้อรอบใหม่ของบริษัทต่างๆเช่น ชิปก็เข้ามาต่อเนื่องด้วยเช่นกัน นั่นหมายความว่ายังมี Real Demand หรือ อุปสงค์หรือความต้องการซื้อที่เกิดขึ้นจริง แต่สิ่งที่ต้องติดตามต่อคือ ราคาสินทรัพย์ปรับตัวสูงเกินไปแล้วหรือยัง
“สถานการณ์ขณะนี้เปรียบเหมือนเครื่องบินที่ยังบินต่อไปได้ แต่อาจต้องเผชิญกับความสั่นสะเทือนระหว่างทาง เหมือนเวลานั่งเครื่องบินแล้วเครื่องสั่นจนรู้สึกตกใจดังนั้น ถามว่ายังต้องลงทุน หรือไม่ ก็ต้องพิจารณาลงทุน เพราะยังมีปัจจัยพื้นฐานสนับสนุนอยู่ แต่ขณะเดียวกันก็ต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดด้วย”
ส่วนประเด็นการให้คำปรึกษาด้านการลงทุนกับประกันสังคม ปัจจุบันกบข.กับสำนักงานประกันสังคมมีการแลกเปลี่ยน ข้อมูลกันมาโดยตลอด รวมถึงมีผู้แทนจากสำนักงานประกันสังคมและหน่วยงานอื่นเข้ามาศึกษากระบวนการทำงานของกบข. และถือเป็นการแบ่งปันและเรียนรู้ร่วมกัน
ดร.ศรพล เปิดวิสัยทัศน์ กบข. มุ่งลงทุนมั่นคง–เกษียณมั่นใจ
ดร.ศรพล กล่าวอีกว่า ภายหลังเข้ารับตำแหน่งเลขาธิการ กบข. คนที่ 8 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 ได้กำหนดวิสัยทัศน์การขับเคลื่อนองค์กรภายใต้แนวคิด“สร้างอนาคตที่มั่นคงให้กับข้าราชการไทยและประเทศชาติ” และมุ่งยกระดับการลงทุน ดูแลสมาชิกอย่างเข้าใจ และสนับสนุนเศรษฐกิจไทยอย่างยั่งยืน
ทั้งนี้ปัจจุบันสมาชิกที่เกษียณได้รับเงินก้อนเฉลี่ยประมาณ 1–1.5 ล้านบาท กบข. จึงเตรียมพัฒนาระบบเชื่อมโยงข้อมูลทางการเงินกับหน่วยงานพันธมิตร เพื่อออกแบบบริการให้เหมาะกับสมาชิกแต่ละกลุ่ม พร้อมผลักดันสิทธิ “ออมต่อ” ให้ข้าราชการบำนาญและอดีตสมาชิกสามารถส่งเงินเข้ากองทุนได้
ด้านการลงทุน กบข. เริ่มประยุกต์ใช้ Hybrid TPA หรือแนวทางบริหารพอร์ตลงทุนแบบผสมผสาน เพื่อรับมือความผันผวนของเศรษฐกิจและภูมิรัฐศาสตร์ พร้อมเดินหน้าการลงทุนตามหลัก ESG หรือสิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล รวมถึงนำ AI หรือปัญญาประดิษฐ์มาเพิ่มประสิทธิภาพงานลงทุนและบริการสมาชิก


