จี้คปภ.-สรรพากร เร่งสอบต่างชาติตั้งบริษัท “กลุ่มแปซิฟิค ไพร์ม”ขายประกันต่างชาติในไทยให้คนต่างชาติ หลังร้องเรียนไปแล้ว2เดือนแต่เรื่องไม่คืบ หวั่นกระทบผู้เอาประกันภัยและความเป็นธรรมต่อผู้ประกอบธุรกิจที่ปฏิบัติตามกฎหมาย แถมประเทศอาจเสียประโยชน์จากการ ถูกเลี่ยงภาษี
ประเทศไทย กลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะข้อร้องเรียนเกี่ยวกับการใช้บุคคลต่างชาติเข้ามาเสนอขายกรมธรรม์ให้กับลูกค้าในประเทศไทย ทั้งที่การประกอบอาชีพตัวแทนหรือนายหน้าประกันภัยอยู่ภายใต้กฎหมายและระบบใบอนุญาต
ขณะเดียวกัน ยังมีคำถามเกี่ยวกับรูปแบบกรมธรรม์ที่เป็นประกันภัยต่างประเทศ รวมถึงภาระด้านภาษีที่เกี่ยวข้องด้วย
หนึ่งในกรณีที่มีการขอให้หน่วยงานรัฐเร่งตรวจสอบ คือ บริษัท แปซิฟิค ไพร์ม คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท แปซิฟิค ไพร์ม เทคโนโลยี จำกัด ซึ่งมีการร้องเรียนต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่เดือนมิถุนายนที่ผ่านมา
อย่างไรก็ตาม ผู้ร้องระบุว่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีความคืบหน้า จึงได้ยื่นหนังสือติดตามเรื่องดังกล่าวอีกครั้ง
โดยเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2569 สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย หรือ คปภ. และกรมสรรพากร ได้รับหนังสือจากนางกฤตยา จินดารัตน์ เพื่อติดตามการตรวจสอบกรณี บริษัท แปซิฟิค ไพร์ม คอนซัลแตนท์ จำกัด และบริษัท แปซิฟิค ไพร์ม เทคโนโลยี จำกัด
หนังสือร้องเรียนระบุถึงกรณีที่มีบุคคลต่างด้าวเข้ามาเป็นตัวแทนเสนอขายกรมธรรม์ประกันภัย โดยไม่มีใบอนุญาตตัวแทนประกันภัยตามกฎหมายไทย
สาระสำคัญของหนังสือร้องเรียน ระบุว่า หลังจากยื่นเรื่องต่อ คปภ. และกรมสรรพากรไปแล้วประมาณ 2 เดือน ผู้ร้องต้องการติดตามความคืบหน้าการตรวจสอบ “กลุ่มบริษัท แปซิฟิค ไพร์ม” ซึ่งหมายถึงบริษัททั้งสองแห่งดังกล่าว
ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า กลุ่มบริษัทดังกล่าวมีพฤติการณ์ใช้บุคคลต่างชาติขายกรมธรรม์ประกันภัยต่างประเทศให้กับลูกค้าชาวต่างชาติในประเทศไทย ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับการฝ่าฝืนกฎหมายด้านการประกันภัย
นอกจากนี้ ผู้ร้องยังตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับกรมธรรม์ประกันภัยต่างประเทศว่า อาจมีประเด็นเกี่ยวกับการไม่ชำระภาษีมูลค่าเพิ่มและอากรแสตมป์ รวมถึงรายได้จากการขายกรมธรรม์ที่อาจไม่ได้ถูกบันทึกเป็นรายได้ของบริษัทในประเทศไทย ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าอาจเป็นช่องทางในการหลีกเลี่ยงภาระตามกฎหมายภาษีอากร
ผู้ร้องจึงขอให้กรมสรรพากรและสำนักงาน คปภ. เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและแจ้งผลการดำเนินการ เพื่อปกป้องผู้เอาประกันภัยจากความเสี่ยงหรือความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในขั้นตอนการเรียกร้องค่าสินไหมทดแทน
พร้อมกันนี้ ยังขอให้ตรวจสอบประเด็นดังกล่าวเพื่อสร้างความเป็นธรรมแก่บริษัทนายหน้าประกันภัยที่ประกอบธุรกิจโดยสุจริตและปฏิบัติตามกฎหมายในประเทศไทย


