เรื่องราวของ “ฮลุน โซโล่” ไม่ได้มีเพียงภาพของนักเดินทางที่พาผู้ชมไปเห็นโลกกว้างเท่านั้น แต่อีกด้านหนึ่ง เขายังเคยถ่ายทอดเรื่องราวการเก็บเงินอย่างมีวินัย เพื่อเปลี่ยนความฝันในการเดินทางให้เกิดขึ้นจริง
ฮลุนเคยเล่าว่า ชีวิตของเขาไม่ได้เริ่มต้นจากครอบครัวที่มีฐานะร่ำรวย ช่วงหนึ่งเคยทำงานโรงงาน ได้ค่าแรงประมาณวันละ 300 บาท ก่อนสอบชิงทุนเข้าเรียนที่จุฬา ซึ่งช่วยลดภาระค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่าย
ระหว่างเรียน เขายังรับงานเสริมหลายรูปแบบ ทั้งสอนพิเศษ แจกใบปลิว ขายของออนไลน์ และทำงานอื่น ๆ เท่าที่มีโอกาส เพื่อเพิ่มรายได้และสะสมเงินสำหรับเป้าหมายที่ตั้งไว้
ตามข้อมูลที่ฮลุนเคยเปิดเผย เขาพยายามเก็บเงินประมาณเดือนละ 8,000–9,000 บาทอย่างต่อเนื่องตลอดช่วงที่เรียน จนมีเงินสะสมมากกว่า 400,000 บาท และนำเงินก้อนนี้ไปใช้เป็นทุนเริ่มต้นในการเดินทางแบบแบ็กแพ็ก
แต่การมีเงินก้อนไม่ได้หมายความว่าจะใช้จ่ายโดยไม่มีแผน เขาวางงบประมาณเฉลี่ยประมาณวันละ 900 บาท เลือกกินอยู่อย่างเรียบง่าย ใช้ที่พักและการเดินทางราคาประหยัด รวมถึงเลือกใช้เวลาในประเทศที่มีค่าครองชีพไม่สูง เพื่อให้เงินที่สะสมมาสามารถพาเขาเดินทางได้นานถึง 1 ปีใน 17 ประเทศ
หลังจากเริ่มทำคอนเทนต์อย่างจริงจัง รายได้จาก YouTube, Facebook และ TikTok จึงเข้ามาช่วยต่อยอดค่าใช้จ่ายในการเดินทาง แต่จุดเริ่มต้นสำคัญยังคงมาจากการทำงาน การออม และการวางแผนด้วยตัวเอง
เรื่องราวของฮลุนจึงสะท้อนการเป็นตัวอย่างของออมเงินให้แก่ทุกคนได้เป็นอย่างดีว่า
การออมไม่จำเป็นต้องเริ่มจากรายได้สูง แต่เริ่มได้จากการมีเป้าหมายที่ชัดเจน รู้ว่ากำลังเก็บเงินไปเพื่ออะไร เพิ่มรายได้เมื่อมีโอกาส และควบคุมรายจ่ายให้สอดคล้องกับความฝัน
เงินจำนวนเล็กน้อยที่เก็บอย่างสม่ำเสมอ อาจดูไม่มากในแต่ละเดือน แต่เมื่อสะสมด้วยวินัย ก็สามารถกลายเป็นเงินก้อนที่พาคนคนหนึ่งออกเดินทางไปเห็นโลกตามที่ฝันได้


