xs
xsm
sm
md
lg

โลกยังผันผวน แต่เมกะเทรนด์ AI ยังเดินหน้าต่อ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



โดย ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์  ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด

 
แม้สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะเริ่มผ่อนคลายลงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า แต่ “ช่องแคบฮอร์มุซ” ยังคงเป็นหนึ่งในจุดเสี่ยงสำคัญที่ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันดิบและก๊าซธรรมชาติที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ความกังวลเกี่ยวกับการขนส่งพลังงานที่อาจหยุดชะงัก ส่งผลให้ราคาพลังงานยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับช่วงก่อนเกิดความขัดแย้ง และยังคงเป็นปัจจัยกดดันต่อเงินเฟ้อและต้นทุนทางเศรษฐกิจทั่วโลก
แม้ราคาน้ำมันจะเริ่มปรับตัวลดลงจากจุดสูงสุด หลังตลาดคลายความกังวลต่อสถานการณ์สงครามลงบางส่วน แต่ความไม่แน่นอนยังคงอยู่ และยังอาจส่งผลกระทบต่อทั้ง Supply Chain ต้นทุนพลังงาน และทิศทางเงินเฟ้อของเศรษฐกิจโลกในระยะถัดไป ซึ่งท้ายที่สุดอาจส่งผลต่อกำลังซื้อและการบริโภคในหลายประเทศทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ท่ามกลางความผันผวนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ หนึ่งในเมกะเทรนด์ที่ยังคงแข็งแกร่งและได้รับความสนใจจากนักลงทุนทั่วโลกอย่างต่อเนื่อง คือ “Artificial Intelligence (AI)” ซึ่งกำลังเปลี่ยนผ่านจากช่วงของ “ความคาดหวัง” ไปสู่ช่วงของ “การสร้างรายได้จริง” มากขึ้น ขณะที่การลงทุนด้าน AI Infrastructure ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั่วโลกยังคงเติบโตต่อเนื่อง โดยเฉพาะกลุ่ม Hyperscaler เช่น Microsoft, Amazon, Alphabet และ Meta ที่ยังเร่งลงทุนใน Data Center, Cloud Computing และ Semiconductor เพื่อรองรับความต้องการการใช้งาน AI ที่ขยายตัวอย่างรวดเร็ว

สิ่งที่น่าสนใจคือ เมกะเทรนด์ AI ในรอบนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงผู้พัฒนาโมเดล AI เท่านั้น แต่กำลังกระจายไปยังอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องตลอดทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่ Semiconductor, Server, Cloud Platform ไปจนถึง Data Center และระบบพลังงาน ส่งผลให้การลงทุนด้าน AI มีลักษณะคล้าย “การลงทุนโครงสร้างพื้นฐานรอบใหม่” ของเศรษฐกิจโลก มากกว่าการเป็นเพียงกระแสเทคโนโลยีระยะสั้น

ขณะเดียวกัน ตลาดก็เริ่มให้ความสำคัญกับ “AI Monetization” มากขึ้น หรือความสามารถในการเปลี่ยนการลงทุนด้าน AI ไปสู่การเติบโตของรายได้และกำไรจริง ทำให้ในระยะถัดไป การลงทุนอาจไม่ใช่เพียงการลงทุนตามกระแส AI แต่จะเป็นช่วงของการคัดเลือกบริษัทที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง มีฐานะทางการเงินแข็งแกร่ง และสามารถสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนด้าน AI ได้จริง โดยเฉพาะบริษัทในกลุ่ม Semiconductor, Cloud Infrastructure และ Software Platform ที่ยังมีแนวโน้มได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI ในระยะยาว

ภายใต้สภาพแวดล้อมที่ยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน นักลงทุนจึงควรให้ความสำคัญกับการ “เลือกลงทุน” มากกว่าการกระจายลงทุนในวงกว้าง โดยหุ้นที่น่าสนใจอาจเป็นกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับโครงสร้างพื้นฐาน AI โดยตรง เช่น Semiconductor, Data Center และ Cloud Platform ซึ่งยังมีแนวโน้มเติบโตตามการขยายตัวของ AI Infrastructure ของกลุ่ม Hyperscaler ทั่วโลก ขณะเดียวกัน นักลงทุนควรระมัดระวังหุ้นที่ปรับตัวขึ้นจากกระแสเพียงอย่างเดียว แต่ยังไม่สามารถสะท้อนการเติบโตของกำไรได้อย่างชัดเจน

สำหรับนักลงทุนที่ต้องการลงทุนตามเมกะเทรนด์ AI และเทคโนโลยีโลก Talis Asset Management มีกองทุน TLTECH ซึ่งเน้นลงทุนในบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของสหรัฐฯ ทั้งในกลุ่ม Hardware และ Software ที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI และเศรษฐกิจดิจิทัล ขณะเดียวกัน กองทุน TLSEMICON ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการลงทุนในกลุ่ม Semiconductor ซึ่งถือเป็นหัวใจสำคัญของอุตสาหกรรม AI และได้รับอานิสงส์โดยตรงจากการเร่งลงทุนด้าน Data Center และ AI Infrastructure ของบริษัทเทคโนโลยีขนาดใหญ่ทั่วโลก

ท้ายที่สุด แม้โลกยังต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนจากปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์และเศรษฐกิจ แต่ในทุกช่วงของความผันผวน มักเป็นช่วงเวลาที่เปิดโอกาสให้กับการลงทุนในธุรกิจที่มีศักยภาพเติบโตระยะยาว และ AI อาจเป็นหนึ่งในเมกะเทรนด์สำคัญที่กำลังกำหนดทิศทางเศรษฐกิจและตลาดการลงทุนโลกในทศวรรษข้างหน้า