โดย ทีมจัดการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด
เป็นเวลากว่าสองเดือนแล้วนับตั้งแต่ปลายเดือนก.พ. จนถึงปัจจุบัน ที่เหตุการณ์ความไม่ลงรอยระหว่างอิหร่านและสหรัฐฯ-อิสราเอล ยังไม่สามารถหาข้อสรุปได้ ส่งผลให้เรือบรรทุกน้ำมันและเรือขนส่งสินค้ายังไม่สามารถผ่านช่องแคบ Hormuz ได้อย่างอิสระ และด้วยเงื่อนไขและข้อเสนอของแต่ละฝ่ายแล้ว ดูเหมือนว่ามีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อผ่านการเจรจาต่อรองกันหลายรอบ ซึ่งถือว่าผิดจากการคาดการณ์ของตลาดก่อนหน้านี้พอสมควรว่าจะสามาถจบสถานการณ์ในปัจจุบันได้ในไม่ช้า
ผลกระทบจากประเด็นข้างต้นผ่านราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในขณะนี้ มีโอกาสสูงที่สถานการณ์ดังกล่าวจะมีความยาวนาน โดยเฉพาะหากพิจารณาจากกำลังการผลิตน้ำมันดิบกว่า 10 ล้านบาร์เรลต่อวันที่หายไปจากระบบเศรษฐกิจ ในช่วงระยะเวลาสองเดือนหรืออาจมากกว่านี้ ถือเป็นการหายไปของปริมาณน้ำมันดิบที่มากที่สุดเท่าที่ตลาดเผชิญมา ยังไม่นับรวมกับการลดลงของตัวช่วยในระยะสั้นก่อนหน้านี้จากน้ำมันสำรองคงคลังในหลายประเทศ ที่ในไม่ช้านี้จำเป็นต้องเติมสต็อกกลับเข้าไปอีกครั้งหนึ่ง
อีกหนึ่งผลกระทบที่คาดว่าจะตามมาคือปัญหาห่วงโซ่อุปทานในด้านต่างๆ ที่พึ่งพาวัตถุดิบซึ่งมาจากประเทศอ่าวอาหรับ นำโดยการผลิตพลาสติกและเคมีภัณฑ์ โดยเริ่มเห็นการประกาศหยุดการผลิตหรือลดการผลิตลงของโรงงานปิโตรเคมีในภูมิภาคจากผลของการขาดแคลนวัตถุดิบ ผลกระทบดังกล่าวคาดว่าจะส่งต่อให้กับการผลิตและการขนส่งสินค้าเป็นวงกว้างในลำดับต่อไป โดยเฉพาะเมื่อสินค้าคงคลังที่ผู้ประกอบการมีอยู่เริ่มลดน้อยลงการผลักภาระต้นทุนผ่านการปรับราคาสินค้าและบริการความเสี่ยงภายใต้สถานการณ์ปัจจุบัน แน่นอนว่าจะนำมาสู่ความเสี่ยงเรื่องของเงินเฟ้อในอนาคตอันใกล้นี้ ส่งผลให้ตัวช่วยเศรษฐกิจจากนโยบายการเงินผ่านการลดดอกเบี้ยนั้น เชื่อว่าจะทำได้ยากมากขึ้น เนื่องจากธนาคารกลางสำคัญทั้งหลายโดยเฉพาะธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) มีบทเรียนสำคัญในช่วงปี ค.ศ. 1970-1980 ซึ่งเผชิญปัญหาเรื่องวิกฤติการขาดแคลนน้ำมันดิบ แต่ยังคงใช้การกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านนโยบายดอกเบี้ย ส่งผลให้สุดท้ายแล้วเงินเฟ้อสหรัฐฯ พุ่งสูงขึ้นมากกว่า 15% ในช่วงต้นทศวรรษปี 1980 จน Fed ต้องขึ้นดอกเบี้ยสูงถึงระดับ 20% เพื่อคุมเงินเฟ้อ แต่นั่นนำมาสู่การหดตัวอย่างรุนแรงของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในเวลานั้น
จากภาพรวมผลกระทบที่ได้กล่าวไปข้างต้น จะเห็นได้ว่าการลงทุนภายใต้สภาพแวดล้อมในปัจจุบันมีความท้าทายค่อนข้างมาก ทั้งในเชิงของการชะลอตัวลงของเศรษฐกิจ ภาวะเงินเฟ้อ รวมถึงสภาพคล่องที่ลดลง การเลือกตราสารลงทุนใด ๆ จึงควรเน้นสินทรัพย์ที่มีลักษณะของการกระจายความเสี่ยงที่ดี มีสภาพคล่องสูง ทั้งในเชิงของกระแสเงินสดรับหรือกระทั่งปริมาณการซื้อขายในตลาด ยกตัวอย่างเช่น หากลงทุนในตราสารหนี้หรือตราสารทุน ก็ควรเลือกบริษัทขนาดใหญ่ซึ่งมีห่วงโซ่อุปทานการทำธุรกิจที่แข็งแรง มีอำนาจการต่อรองกับคู่ค้า มีความสามารถในการเข้าถึงแหล่งเงินทุนและภาระหนี้สินต่ำ หรือสามารถจ่ายเงินปันผลได้ในระดับสูงมากพอที่จูงใจสำหรับการถือลงทุนเพื่อรอให้เหตุการณ์ความขัดแย้งคลี่คลาย
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังสามารถมองหาโอกาสจากอุตสาหกรรม/บริษัทที่ได้รับผลประโยชน์จากสถานการณ์หลังจากนี้ได้เช่นกัน อาทิ อุตสาหกรรมการจัดการด้านพลังงาน ธุรกิจพลังงานทางเลือก หรือธุรกิจที่ผลิตสินค้าทางเลือกเพื่อทดแทนสิ่งที่ขาดแคลนอยู่ในสถานการณ์ปัจจุบัน


