xs
xsm
sm
md
lg

ยักษ์ใหญ่เทคเร่งลงทุนAI ดัน Memory Chip ขาขึ้น MFC ส่ง M-MEM รับโอกาสโตระยะยาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



highlights


• AI ดันอุตสาหกรรม Memory Chip เข้ารอบขาขึ้น ส่งผลให้อุตสาหกรรมชิปเข้าสู่ช่วง Super Cycle และมีแนวโน้มเติบโตแรง


• ดีมานด์โตตามการลงทุนของยักษ์ใหญ่เทค Google, Microsoft, Amazon และ Meta ยังเพิ่มงบลงทุนด้าน AI และจะใช้เงินลงทุนมากขึ้น สำหรับสิ่งที่เกี่ยวกับการขยายธุรกิจหรือโครงสร้างพื้นฐาน ประมาณ12%

• ผู้ผลิตมีอำนาจตั้งราคา อุตสาหกรรมถูกครองโดยผู้เล่นรายใหญ่ไม่กี่ราย เช่น Samsung, SK hynix และ Micron


• หน่วยความจำความเร็วสูง HBM คือดาวเด่นของรอบนี้ และคาดว่าจะมีมูลค่าราว 54.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 58% จากปีก่อน

• MFC ชู M-MEM เป็นทางเลือกลงทุนธีม AI เปิดทางนักลงทุนเข้าถึงธีมเติบโตระยะยาว ผ่านหุ้นกลุ่ม Memory Chip ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกดิจิทัลและกำลังเข้าสู่รอบขาขึ้นใหม่

เมื่อกระแส AI กำลังเร่งตัวทั่วโลก "ชิปหน่วยความจำ” หรือ  "Memory Chip" กำลังกลายเป็นส่วนสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมที่ถูกจับตามอง จากดีมานด์ในการจัดเก็บและประมวลผลข้อมูลมหาศาล  เป็นส่วนสำคัญ หนุนอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำเข้าสู่รอบขาขึ้น (Super cycle)  ส่งผลให้แนวโน้มมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด

Memory Chip เป็นหัวใจของโลกดิจิทัล ใช้จัดเก็บข้อมูล (Storage) ในอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เช่น มือถือ,คอมพิวเตอร์, Data Center, AI ซึ่งมีบทบาทสำคัญต่อการทำงานของอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ยุคปัจจุบัน และในอนาคต ทำให้ความต้องการ  ในตลาดเพิ่มสูงอย่างรวดเร็ว

ในขณะที่ผู้เล่นรายใหญ่ในกลุ่ม Cloud Hyperscalersอย่าง Google, Microsoft, Amazon หรือ Meta ยังคงเพิ่ม  เม็ดเงินการลงทุน (Capital Expenditure) อย่างต่อเนื่อง เพื่อแย่งชิงความเป็นเจ้าตลาดด้าน AI โดยนักวิเคราะห์คาดการณ์ งบลงทุนในปี 2026 จะเติบโตอีก 12% โดยที่ยังไม่มีสัญญาณการชะลอตัว หนุนความต้องการ  Memory Chip เติบโตต่อเนื่อง

บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน เอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการกองทุนคุณภาพทั้งในและต่างประเทศ  มองโอกาสในการลงทุนตามเทรนด์ AI ระยะยาว ด้วยขุมพลัง ‘Memory Chip’ ในหุ้นกลุ่มอุตสาหกรรมชิปหน่วยความจำ ผ่าน กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เมมโมรี่ ชิป อิควิตี้ ห้ามขายผู้ลงทุนรายย่อย  (MFC Memory Chip Equity Fund Not for Retail Investors) หรือ "M-MEM"

เปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้าถึงธีมการเติบโตของ AI Infrastructure ผ่านหุ้นกลุ่ม Memory Chip ชั้นนำระดับโลก  มีนโยบายการลงทุนในตราสารทุนและ/หรือหลักทรัพย์ที่เกี่ยวข้องกับตราสารทุนของบริษัทที่จดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ต่างประเทศทั่วโลก ที่ดําเนินธุรกิจหรือมีรายได้จากการดําเนินธุรกิจจากเซมิคอนดักเตอร์และหน่วยความจํา (Semiconductor &Memory Technology) และ/หรืออื่นๆ ที่ครอบคลุมทั้งห่วงโซ่อุปทานเป็นอีกหนึ่งทางเลือกสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการ “เกาะเทรนด์ AI” ผ่านโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกดิจิทัลในอนาคต 
จุดเด่นกองทุน
• เกาะเทรนด์ AI ระยะยาว ผ่าน Memory Chip ที่กําลังเข้าสู่ Super Cycle ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงชิปสำหรับเก็บข้อมูลอีกต่อไป แต่กำลังก้าวขึ้นมาเป็นโครงสร้างพื้นฐานสำคัญของโลกดิจิทัลยุคใหม่
 

• กองทุนคัดเลือกหุ้นผู้นำอุตสาหกรรม Memory Chip ระดับโลก ซึ่งเป็นโครงสร้างพื้นฐานสาคัญของ AI Ecosystem รวมถึง Supply Chain ที่เกี่ยวข้องรับประโยชน์จากการเติบโตของ AI, Data Center, Cloud และ Big Data
 

• อุปทานถูกควบคุมโดยผู้เล่นไม่กี่ราย ส่งผลให้บริษัทมีอำนาจในการกำหนดราคาสูง (Pricing Power)

ปัจจุบันอุตสาหกรรม Memory Chip ถูกครอบครองโดยผู้เล่นรายใหญ่เพียงไม่กี่ราย เช่น Samsung, SK Hynix และ Micron ทำให้เกิดโครงสร้างตลาดแบบกระจุกตัว

ผู้ผลิตเลือก “คุมกำลังการผลิต” มากกว่าการแข่งขันด้านราคา ส่งผลให้เกิดภาวะ Supply ตึงตัว และทำให้ผู้ผลิตมีอำนาจในการกำหนดราคา (Pricing Power) สูงขึ้น สัญญาณดังกล่าวสะท้อนผ่านการปรับขึ้นราคาของ NAND ที่เพิ่มขึ้นกว่า 30% ในบางช่วง และมีแนวโน้มต่อเนื่องไปถึงปี 2027 
หน่วยความจำที่ถูกพูดถึงมากที่สุดในรอบนี้ คือ HBM (High Bandwidth Memory) ซึ่งเป็นหน่วยความจำความเร็วสูงที่ออกแบบมาเพื่อรองรับงานประมวลผล AI  โดยจุดเด่นของ HBM คือสามารถรับส่งข้อมูลได้รวดเร็วมาก ทำงานร่วมกับชิปประมวลผลขั้นสูงได้ดี และช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของระบบ AI อย่างมีนัยสำคัญ นี่จึงทำให้ HBM กลายเป็นหนึ่งในสินค้าที่มีความสำคัญเชิงกลยุทธ์ต่ออุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดย Bank of America คาดการณ์ว่าตลาด HBM ในปี 2026 จะมีมูลค่าราว 54.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 58% จากปีก่อนหน้า


กระบวนการลงทุนของกองทุน


• ผู้จัดการกองทุนจะคัดเลือกหุ้นที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรม Memory Chip รวมถึงบริษัทในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ที่เกี่ยวข้องซึ่งได้รับประโยชน์จากการเติบโตของ AI , Data Center, Cloud และ Big Data โดยเน้นบริษัทขนาดใหญ่ มาร์เก็ตแคปสูงกว่า 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ และมีสภาพคล่องดี

• เน้นบริษัทที่ได้รับอานิสงส์จากการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของเทคโนโลยี AI และ High Bandwidth Memory (HBM) Supercycle โดยจัดพอร์ตการลงทุนเพื่อให้ได้ผลตอบแทนต่อความเสี่ยง (Risk-adjusted Return) ที่เหมาะสม และกำหนดสัดส่วนลงทุนในหุ้นรายตัวไม่เกิน 15%

• ผู้จัดการกองทุนจะปรับพอร์ตการลงทุน (Rebalance) อย่างน้อยปีละ 2 ครั้งและติดตามผลประกอบการของบริษัทอย่างต่อเนื่อง

• ลงุทนหุ้นเป้าหมาย จำนวนอย่างน้อย 7 บริษัทอาทิ Intel, Kioxia Holdings, Micron Technology, Samsung Electronics, SanDisk, SK hynix และ Western Digital เป็นต้น นอกจากนี้กองทุนจะป้องกันความเสี่ยงค่าเงินเต็มจำนวน


สำหรับนักลงทุนที่มองหาโอกาสในการลงทุนต้องรับความผันผวนที่สูง และเหมาะกับผู้ที่รับความเสี่ยงได้ในระดับสูงเท่านั้น เนื่องจากกองทุนลงทุนกระจุกตัวในหมวดอุตสาหกรรมเทคโนโลยี (Technology) จึงมีความเสี่ยงที่ผู้ลงทุนอาจสูญเสียเงินลงทุนจำนวนมาก (ระดับความเสี่ยงกองทุน 7) เสนอขายเฉพาะผู้มีเงินลงทุนสูง ด้วยเงินลงทุนขั้นต่ำครั้งแรก 500,000 บาทและครั้งถัดไป 1,000 บาท สามารถซื้อขายได้ทุกวันทำการ


อย่างไรก็ตาม แม้อุตสาหกรรม Memory Chip จะอยู่ในช่วงขาขึ้น แต่ยังมีปัจจัยที่ต้องติดตาม เช่น ความผันผวนของราคาชิป, ความไม่สมดุล Demand-Supplyและการชะลอตัวของการลงทุนด้าน AI ที่อาจจะส่งผลต่อความเสี่ยง และผลตอบแทนจากการลงทุน