บล.ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น เดินหน้าปั๊ม AUM ปีนี้สู่เป้า 3 หมื่นล้านบาท หลังปีที่ผ่านมาแตะ 1.6 หมื่นล้านบาทดันกำไรสุทธิเพิ่ม 44%เปิดกลยุทธ์เจาะลูกค้า High Net Worth ผ่านแนวคิด “Life Style Privilege” หวังขยายฐานลูกค้าสินทรัพย์เกิน 100 ล้านบาททะลุ 200 ราย แนะปรับพอร์ตกระจายความเสี่ยง เพิ่มน้ำหนักสินค้าโภคภัณฑ์และทองคำที่มีลุ้นแตะ 5,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ ส่วนหุ้นไทยอัปไซด์จำกัด คงเป้าดัชนีสิ้นปี 1,400-1,450 จุด
นายพงศกร พูนพิเชฐธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทกำลังเข้าสู่ปีที่ 5และที่ผ่านมาสามารถกำไรทุกปีตั้งแต่ปีแรกที่เริ่มก่อตั้ง แสดงถึงความมั่นคงของบริษัท และเติบโตต่อเนื่องจนถึงปีล่าสุด โดยปีที่ผ่านมาบริษัทมีกำไรสุทธิเติบโตขึ้น 44% อยู่ที่ 27.84 ล้านบาท และมีสินทรัพย์รวมภายใต้การบริหาร(AUM)อยู่ที่ 1.6 หมื่นล้านบาท เพิ่มจากเดิมทั้งสิ้น 8 พันล้านบาทตลอดช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา ส่วนในปีนี้บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของAUMอยู่ 3 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ บริษัทมีการแบ่งกลุ่มลูกค้าออกเป็น 4 segmentเริ่มต้นจากลูกค้าทั่วไป Pinecone
ถัดมาเป็นกลุ่ม high คือกลุ่มลูกค้ากลางทั่วไป Sapling Pines ที่เริ่มลงทุนสูงขึ้นมากกว่า10-50ล้านบาท กลุ่มที่3 คือ กลุ่ม Canopy Pines สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 50 ล้านบาทขึ้นไป และ กลุ่ม The Pinnacle Pines ที่มีสินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 100 ล้านบาทขึ้นไป
สำหรับปี 2569 นี้ บริษัทได้เปิดตัวแนวคิด ‘Life Style Privilege’ เพื่อมอบประสบการณ์การใช้ชีวิตที่คัดสรรมาเป็นพิเศษสำหรับกลุ่มลูกค้าคนสำคัญเพื่อขยายฐานลูกค้ากลุ่ม High Net Worth โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าขยายฐานลูกค้าในกลุ่มที่มีสินทรัพย์ลงทุนเกิน100ล้านบาทให้เติบโตกว่า 200 รายภายในปีนี้
ลูกค้ากลุ่ม The Pinnacle Pines ที่สินทรัพย์ภายใต้การบริหาร 100 ล้านบาทขึ้นไป จะมาพร้อมกับสิทธิ์การถือครองบัตรเครดิต American Express® Platinum Card โดยทาง Pine Wealth จะสนับสนุนค่าธรรมเนียมบัตรรายปีคืนกลับให้ลูกค้าในรูปแบบหน่วยลงทุน ซึ่งถือเป็นการเพิ่มพูนความมั่งคั่งควบคู่ไปกับการใช้ชีวิต ส่วนรองลงมา บริษัทฯ ได้ร่วมมือกับพันธมิตรชั้นนำอย่าง Target Car Center ผู้นำเข้ารถซูเปอร์คาร์ระดับพรีเมียม มอบส่วนลดพิเศษและสิทธิประโยชน์ด้านการเช่า รวมถึงการบำรุงรักษาแบบครบวงจรสูงสุดถึง 15% พร้อมกิจกรรม Exclusive Workshop ให้ความรู้เจาะลึกเรื่องยนตรกรรมระดับโลก เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และแพชชั่นของลูกค้าอย่างแท้จริง
หุ้นไทยอัปไซด์จำกัด-จับตาทองอาจแตะ5.700*
นายปิยะทัศน์ พาโสมนัสสกุล ผู้ช่วยผู้อำนวยการ และหัวหน้าฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ ไพน์ เวลท์ โซลูชั่น จำกัด กล่าวว่า แนวโน้มสงครามนี้น่าจะดำเนินต่อไปอีกพักหนึ่ง แม้ว่าจะมีข่าวเรื่องการเจรจา มีตัวกลางเข้ามา แต่อย่างแรกต้องยอมรับข้อเท็จจริงตรงหน้าก่อนว่า วันนี้หลายประเทศกำลังเจอสภาวะที่ราคาพลังงานจะสูงไปอีกนาน ซึ่งแปลว่าภาพของเศรษฐกิจโลกคงไม่ได้เติบโตในลักษณะเหมือนเดิมแน่นอน ซึ่งคาดการณ์ราคาน้ำมันดิบอาจไปสูงถึง 120-130 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
โดยกลยุทธ์การลงทุนในปีนี้บริษัทภาพนี้มีอยู่5 แนวทางหลัก คือ1.Core Portfolio
ปรับพอร์ตหลักในกองทุนกลุ่ม Global Equity โดยลดสัดส่วนกองทุนที่ลงทุนแบบกระจุกตัว
2.Stay Cautionระมัดระวังการลงทุนในสินทรัพย์ผันผวนสูง ติดตามข่าวสารใกล้ชิด แต่ไม่ควรตื่นตระหนก 3.Inflation Hedging
เพิ่มสัดส่วนลงทุนใน สินค้าโภคภัณฑ์ ที่ได้แรงหนุนจากราคาพลังงานและเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง 4.Find Opportunityมองหาตลาดหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น กลุ่มลาตินอเมริกา ที่เศรษฐกิจมีแนวโน้มเติบโตดี และได้รับผลกระทบจากราคาพลังงานจำกัด
5.Bottom Fishingเลือกซื้อหุ้นหรือตลาดที่ราคาปรับลงแรง แต่พื้นฐานยังแข็งแกร่ง เช่น ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ และหุ้นเทคโนโลยีสหรัฐฯ
“พอร์ตการลงทุนปีนี้ ควรให้น้ำหนัก “กระจายความเสี่ยง” เป็นหลัก และเลือกกองทุนที่มีการกระจายตัวเหมาะสมกับเป้าหมายและระยะเวลา โดยในระยะสั้นผู้ลงทุนควรหลีกเลี่ยงกองทุนที่มีนโยบายการลงทุนแบบกระจุกตัวสูง ควบคู่ไปกับการมองหาตลาดการลงทุนที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว และมี Valuation ที่ถูกกว่าเมื่อเปรียบเทียบกับตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยกตัวอย่างเช่น หุ้นในกลุ่มประเทศแถบลาตินอเมริกา เป็นต้น”
นอกจากนี้ สินทรัพย์ทางเลือก (Alternative Assets) ยังเป็นเครื่องมือช่วยลดความผันผวนของพอร์ต ยกตัวอย่างเช่น สินทรัพย์ในกลุ่ม Commodity อย่างทองคำยังเป็นทางเลือกที่มีความเหมาะสม โดยประเมินกรอบเป้าหมายของราคาทองคำในปี 2026 ไว้ที่ 5,500 – 5,700 ดอลลาร์ต่อออนซ์ เทียบกับราคาทองคำ ณ สิ้นเดือนมีนาคม คิดเป็น Upside ราว +17.8% ถึง +22.1% ตามลำดับ ขณะที่สินทรัพย์การลงทุนกลุ่ม Private Assets ยังคงมุมมองเชิงบวกพิเศษต่อกลุ่ม Private Infrastructure โดยเฉพาะกลุ่ม Utility ซึ่งมีความต้องการใช้งานสูงจากการลงทุน Data Center และ Theme ความมั่นคงด้านพลังงาน
ส่วนหุ้นไทยยังก่อนนี้ปรับตัวขึ้นไปค่อนข้างมากแล้ว และบริษัทมีการปรับพอร์ตล็อกกำไรหุ้นไทยในช่วงไตรมาส 4/68-1/69 ที่ผ่านมา หลังดัชนีหุ้นไทยปรับตัวขึ้นถึงระดับเป้าหมายแถว 1,400 จุด ซึ่งตลาดหุ้นไทยยังเผชิญกับแรงกดดันจากราคาน้ำมัน และหากสงครามยืดเยื้อเกินกว่า 2 เดือนจะกระทบต่อการเติบโตของเศรษฐกิจไทยต่ำกว่าที่ระดับ2%โดยให้แนวรับดัชนี SET ที่ 1,300 จุด และคงเป้าหมายสิ้นปีนี้ที่ 1,400-1,450 จุด


