กรุงเทพประกันภัยเดินเกมรุกปี 2569 ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวม 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% รับแรงหนุนจากเศรษฐกิจและการลงทุนภาครัฐ พร้อมชูประกันกลุ่มไลฟ์สไตล์ สุขภาพ ท่องเที่ยว และทรัพย์สิน เป็นหัวหอกขยายฐานลูกค้า ท่ามกลางความต้องการคุ้มครองความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นจากภัยพิบัติและค่ารักษาพยาบาลที่สูงขึ้นมั่นใจธุรกิจประกันวินาศภัยปีนี้ขยายตัวต่อ แม้เผชิญแรงกดดันจากสงครามตะวันออกกลาง ราคาพลังงานสูง และกำลังซื้อผู้บริโภคที่เปราะบาง โชว์ปี68 BKIH มีกำไรสุทธิ 3,135.1 ล้านบาท พร้อมจ่ายปันผลรวม 17.50 บาทต่อหุ้น คิดเป็นอัตราผลตอบแทน 5.8%
ดร.อภิสิทธิ์ อนันตนาถรัตน กรรมการและประธานคณะผู้บริหาร บริษัท บีเคไอ โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BKIH และบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI เปิดเผยว่า ทิศทางการดำเนินงานในปี 2569 กรุงเทพประกันภัยได้ตั้งเป้าเบี้ยประกันภัยรับรวมที่ 32,600 ล้านบาท เติบโต 4% โดยบริษัท มีความพร้อมต่อยอดการดำเนินธุรกิจเพื่อขยายโอกาสสู่กลุ่มเป้าหมายใหม่ ควบคู่กับการพัฒนาศักยภาพการให้บริการแก่ลูกค้าเดิม ภายใต้แนวคิด Fast and Flexible Mindset ที่มุ่งปรับรูปแบบการทำงานให้คล่องตัว รวดเร็ว และยืดหยุ่นมากขึ้น เพื่อก้าวข้ามข้อจำกัดจากแนวทางการดำเนินงานแบบเดิม และยกระดับการตอบสนองความต้องการของลูกค้าและคู่ค้า
สำหรับแนวโน้มภาพรวมธุรกิจประกันวินาศภัยปีนี้ที่สมาคมประกันวินาศภัยไทยคาดการณ์
น่าจะขยายตัว 2.5-3.%5 เติบโตเพิ่มขึ้นจากอัตราการเติบโต 2.3% ในปีก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่คาดว่าจะเติบโตได้ถึงประมาณ 2% จากช่วงก่อนหน้าที่คาดการณ์ว่าจะเติบโตประมาณ 1.7%
เชื่อรัฐบาลมีเสถียรภาพ หนุนความเชื่อมั่นลงทุน
“เศรษฐกิจมีการเติบโตเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยจากรัฐบาลชุดเดิมสามารถปฏิบัติหน้าที่ต่อไปได้หลังการเลือกตั้งทั่วไป และคาดว่าจะเป็นรัฐบาลที่มีเสถียรภาพสูง ทำให้นโยบายเศรษฐกิจและโครงการเมกะโปรเจ็กต์ของภาครัฐ สามารถดำเนินการไปได้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งส่งผลต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการและนักลงทุน รวมถึงส่งผลบวกต่อเบี้ยประกันภัยรับที่จะเกิดจากโครงการภาครัฐด้วย”ดร.อภิสิทธิ์ กล่าว
แผ่นดินไหว-น้ำท่วมหนุนคนไทยตื่นตัวทำประกันทรัพย์สินมากขึ้น
นอกจากนี้ การเกิดภัยพิบัติครั้งใหญ่ในปีที่ผ่านมา เช่น แผ่นดินไหวที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ประเทศเมียนมาร์ และน้ำท่วมใหญ่ในพื้นที่ภาคใต้ ยังเป็นแรงผลักดันให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการทำประกันภัยทรัพย์สินมากขึ้น ขณะที่อัตราเบี้ยประกันภัยต่อของประกันภัยทรัพย์สิน แม้โดยรวมทั่วโลกจะมีแนวโน้มลดลง แต่ด้วยความเสี่ยงจากภัยธรรมชาติที่เพิ่มขึ้นในประเทศไทย ทำให้อัตราเบี้ยประกันภัยต่อในประเทศไทยยังไม่ได้ลดลงไปในทิศทางเดียวกับตลาดโลกโดยรวม
ขณะที่ประกันภัยสุขภาพยังมีแนวโน้มเติบโตได้ดีอย่างต่อเนื่อง จากการตระหนักถึงความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นในปัจจุบัน และค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้นจากภาวะเงินเฟ้อทางการแพทย์ เช่นเดียวกับประกันภัยการเดินทางต่างประเทศที่มีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่องจากความนิยมในการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศของคนไทย และมีแนวโน้มที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอลกับอิหร่านค่อนข้างน้อย
สงครามดันพลังงานพุ่ง กดดันค่าครองชีพและกำลังซื้อ
อย่างไรก็ตาม จากสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลางทำให้ราคาพลังงานมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้น และส่งผลกระทบต่อต้นทุนค่าครองชีพของผู้บริโภค เพิ่มแรงกดดันต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคที่อยู่ในระดับจำกัดจากภาระหนี้ครัวเรือนที่ยังอยู่ในระดับสูงมาก่อนหน้านี้ ผนวกกับความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื่อของสถาบันการเงินที่ยังส่งผลต่อเนื่องมายังยอดจำหน่ายสินทรัพย์ เช่น บ้านอยู่อาศัยและรถยนต์
โชว์ปี 68 กำไรสุทธิเพิ่ม ปันผลตอบแทน 5.8%
สำหรับผลการดำเนินงานของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อน เพิ่มขึ้น 0.03% และมีกำไรสุทธิ 3,135.1 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 2.2% คิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐาน 29.45 บาท สำหรับการจัดสรรเงินปันผลในปี 2568 บริษัทจัดสรรเงินปันผลระหว่างกาลไปแล้ว อัตราหุ้นละ 11.25 บาท และในงวดสุดท้ายของปี 2568 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้จ่ายเงินปันผล หุ้นละ 6.25 บาท รวมจ่ายเงินปันผลทั้งปี 2568 ในอัตราหุ้นละ 17.50 บาท โดยมีอัตราเงินปันผลตอบแทนที่ 5.8% และคิดเป็น 59.4% ของกำไรสุทธิต่อหุ้น
ในส่วนของบริษัท กรุงเทพประกันภัย จำกัด (มหาชน) หรือ BKI ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่สร้างรายได้หลักของ BKIH ในปี 2568 (ม.ค.-ธ.ค.) มีรายได้จากการประกันภัย 31,350.7 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิ 3,121.3 ล้านบาท เพิ่มขึ้นร้อยละ 1.3 และถือเป็นการทำกำไรสุทธิที่ทำลายสถิติเดิม โดยคิดเป็นกำไรต่อหุ้นขั้นพื้นฐานที่ 29.32 บาท และได้รับการยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินที่แข็งแกร่ง Credit Rating ระดับ A- (Stable) อย่างต่อเนื่อง จากสถาบันการจัดอันดับทางการเงินชั้นนำของโลก Standard & Poor’s (S&P)
ชู Lifestyle Insurance ตอบโจทย์ผู้บริโภคยุคใหม่
ด้านนางสาวลสา โสภณพนิช ผู้อำนวยการใหญ่ กล่าวว่า บริษัทมุ่งพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใต้แนวคิด “Lifestyle Insurance” เพื่อตอบโจทย์พฤติกรรมผู้บริโภคยุคใหม่ โดยเน้นความยืดหยุ่นและครอบคลุมการใช้ชีวิตในหลายมิติ หนึ่งในผลิตภัณฑ์สำคัญคือ ประกันภัยรถยนต์ “3+ Super Special” ที่ออกแบบให้เหมาะกับผู้บริโภคที่ต้องการความคุ้มครองในราคาประหยัด ครอบคลุมทั้งการชน น้ำท่วม และการโจรกรรม
ขณะที่ประกันภัยการเดินทางต่างประเทศยังเติบโตโดดเด่น โดยในปี 2568 ขยายตัวถึง 42% และในปี 2569 บริษัทได้เพิ่มความคุ้มครองสำหรับผู้เดินทางพร้อมสัตว์เลี้ยง สอดรับเทรนด์ Pet Humanization นอกจากนี้ ยังเพิ่มความคุ้มครองใหม่ เช่น ค่าใช้จ่ายจากภัยธรรมชาติ การชดเชยกรณีพลาดกิจกรรมสำคัญ และความเสียหายของทรัพย์สินส่วนบุคคล เพื่อเพิ่มความอุ่นใจให้ผู้เอาประกันภัย
ในส่วนของประกันภัยโรคร้ายแรง ยังมีแนวโน้มเติบโตต่อเนื่อง จากความเสี่ยงด้านสุขภาพที่เพิ่มขึ้น และค่ารักษาพยาบาลที่สูง ทำให้ผู้บริโภคให้ความสำคัญกับการวางแผนรับมือความเสี่ยงมากขึ้น โดยภาพรวม ธุรกิจประกันวินาศภัยในปี 2569 ยังคงเติบโตภายใต้ความท้าทายรอบด้าน ผู้ประกอบการจำเป็นต้องปรับตัวทั้งด้านผลิตภัณฑ์ การบริหารต้นทุน และการยกระดับบริการ เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันในระยะยาว


