โดย ประภาส ตันพิบูลย์ศักดิ์ ประธานเจ้าหน้าที่การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทาลิส จำกัด
ปี 2026 เริ่มต้นขึ้นท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว ทั้งความเสี่ยงทางการเมือง ความตึงเครียดด้านภูมิรัฐศาสตร์ และแรงกดดันเชิงโครงสร้างจากอุตสาหกรรมเทคโนโลยี โดยเฉพาะการเร่งลงทุนเพื่อรองรับยุคปัญญาประดิษฐ์ (AI) ส่งผลให้บรรยากาศการลงทุนช่วงต้นปีมีความผันผวนสูง และสะท้อนว่าตลาดเริ่มให้ความสำคัญกับ ‘ความคุ้มค่า’ ของการเติบโต มากกว่าการเติบโตเชิงตัวเลขเพียงอย่างเดียว
ในฝั่งตลาดหุ้นสหรัฐฯ กลุ่ม MAG 7 แม้ผลประกอบการยังขยายตัวต่อเนื่องจากความเป็นผู้นำด้านเทคโนโลยี แต่ตลาดเริ่มตั้งคำถามต่อระดับเงินลงทุน (CAPEX) ที่เร่งตัวขึ้นอย่างมีนัยสำคัญเพื่อรองรับการพัฒนา AI และโครงสร้างพื้นฐานด้าน Data Center โดย Amazon มีแผนลงทุนสูงถึงประมาณ 200,000 ล้านดอลลาร์ในปี 2026 สูงกว่าที่ตลาดคาดไว้เดิมอย่างชัดเจน ขณะที่ Alphabet (Google) คาด CAPEX อยู่ในช่วง 75,000–185,000 ล้านดอลลาร์ และ Meta Platforms ที่ประมาณ 115,000–135,000 ล้านดอลลาร์ เติบโตกว่า 70% จากปีก่อน การเร่งลงทุนดังกล่าว แม้จำเป็นต่อการแข่งขันในระยะยาว แต่ในระยะสั้นมีโอกาสกดดันอัตรากำไร ทำให้ตลาดตั้งคำถามว่า รายได้และผลตอบแทนจากการลงทุนจะเติบโตได้ทันกับเงินลงทุนที่เพิ่มขึ้นหรือไม่ ประกอบกับ Valuation ของกลุ่ม MAG 7 ที่อยู่ในระดับตึง จึงนำไปสู่แรงปรับฐานของราคาหุ้นในช่วงที่ผ่านมา
นอกจากนี้ ปัจจัย Political Risk ยังกลับมาเป็นตัวแปรสำคัญของตลาดโลก ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน รวมถึงสถานการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้นักลงทุนเพิ่มความระมัดระวัง ลดน้ำหนักในสินทรัพย์ที่มี Valuation สูง และหันมาให้ความสำคัญกับการกระจายการลงทุน โดยเฉพาะในกลุ่มอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง การป้องกันประเทศ และโครงสร้างพื้นฐานเชิงยุทธศาสตร์
ในฝั่งเอเชีย ตลาดหุ้นจีนและดัชนี Hang Seng ปรับตัวลงจากความกังวลด้านนโยบาย โดยเฉพาะกระแสข่าวเกี่ยวกับ VAT อย่างไรก็ดี ตลาดยังมองว่าความเสี่ยงเชิงนโยบายรุนแรงมีจำกัด ขณะที่ภาคอสังหาริมทรัพย์เริ่มมีสัญญาณประคับประคองจากภาครัฐ ทำให้ตลาดหุ้นจีนยังมี Valuation ต่ำ และมีลักษณะของผลตอบแทนแบบ Asymmetric Return คือ Downside จำกัด แต่ Upside เปิด จึงเหมาะแก่การลงทุนในระยะกลางถึงยาว และมีโอกาสฟื้นตัวได้หากความเชื่อมั่นกลับมา
สำหรับประเทศไทย ผลการเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2569 ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ช่วยลดความไม่แน่นอนในเชิงการเมือง โดยพรรคภูมิใจไทยได้รับคะแนนเสียงสูงสุดและทิ้งห่างพรรคอันดับสองอย่างชัดเจน แม้ผลลัพธ์จะต่างจากผลสำรวจความคิดเห็นก่อนเลือกตั้งพอสมควร แต่การมีพรรคที่ได้คะแนนนำเด่นชัดช่วยเพิ่มเสถียรภาพทางการเมือง ลดความไม่แน่นอนด้านนโยบาย และเป็นปัจจัยบวกต่อความเชื่อมั่นของนักลงทุนและกระแสเงินทุนไหลเข้าในระยะถัดไป
โดยภาพรวม ปี 2026 เป็นปีที่โลกการลงทุนเผชิญแรงกดดันจาก Valuation หุ้นสหรัฐฯ ที่ตึงตัว ความกังวลด้าน CAPEX และค่าเงินดอลลาร์ที่อ่อนลง ซึ่งอาจเร่งให้เงินลงทุนไหลสู่ตลาดเกิดใหม่อย่าง จีนและไทยซึ่งยังมี Valuation ที่น่าสนใจกว่า ขณะเดียวกัน ความเสี่ยงด้านภูมิรัฐศาสตร์ยังทำให้หุ้นในกลุ่ม Defense กลับมาได้รับความสนใจในฐานะทางเลือกเชิงกลยุทธ์
เพื่อสอดรับกับสภาพแวดล้อมการลงทุนที่เปลี่ยนไปในปี 2026 บลจ.ทาลิสได้ออกแบบทางเลือกการลงทุนที่ตอบโจทย์ทั้งมิติของการเติบโตและการบริหารความเสี่ยง โดยกองทุน TLDEFENSE (TALIS DEFENSE TECH FUND) มุ่งลงทุนในหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีด้านการป้องกันประเทศและความมั่นคง ซึ่งได้รับอานิสงส์จากการเพิ่มงบประมาณด้านกลาโหมและความเสี่ยงทางภูมิรัฐศาสตร์ ขณะเดียวกัน บลจ.ทาลิสยังมีกลุ่มกองทุนหุ้นไทยที่เน้นหุ้นปันผล ได้แก่ TLDIVEQ-D, TLDIVFOCUS และ TLDIVRMF เหมาะสำหรับการลงทุนระยะยาวและรับประโยชน์จากเสถียรภาพทางการเมืองของไทย นอกจากนี้ โอกาสในตลาดเอเชียยังคงน่าสนใจ โดยเฉพาะ หุ้นจีนที่มี Valuation อยู่ในระดับต่ำ ซึ่งสามารถเข้าถึงได้ผ่านกองทุนในกลุ่ม MEGA10 Series ที่เน้นคัดเลือกหุ้นคุณภาพและธีมการเติบโตในระยะยาว


