xs
xsm
sm
md
lg

กรุงศรีชี้การลงทุนกระจุกตัวธีมAI เปิดกองใหม่ชูกระจายลงทุนหุ้นคุณภาพทั่วโลก

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บลจ.กรุงศรีประเมินเศรษฐกิจโลกขยายตัวต่อเนื่อง IMF คาดปี 2026 โต 3.3% ขณะที่เงินเฟ้อมีแนวโน้มลดลง กำไรบริษัทจดทะเบียนทั่วโลกยังเติบโต พร้อมชี้ตลาดหุ้นช่วงที่ผ่านมา “กระจุกตัว” ในบางธีม โดยเฉพาะ AI แนะกระจายลงทุนหุ้นกลุ่มอื่นมากขึ้น ล่าสุด
เปิดกองทุน KF-GEI เน้นหุ้นที่สร้างกระแสเงินสดยั่งยืนและเติบโตของเงินปันผล กระจายลงทุนหลายภูมิภาค และให้น้ำหนักกลุ่มอุตสาหกรรม–การเงินมากกว่าเทคโนโลยี

นางสุภาพร ลีนะบรรจง กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กรุงศรี จำกัด เปิดเผยว่า “ภาพรวมเศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มขยายตัว โดย IMF คาดว่าเศรษฐกิจโลกปี 2026 จะเติบโต 3.3% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อโลกมีแนวโน้มปรับตัวลดลง และกำไรของบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้นโลกยังคงเติบโตได้ดี ทั้งนี้ การปรับขึ้นของตลาดหุ้นโลกในช่วงที่ผ่านมาเป็นลักษณะกระจุกตัวในหุ้นเพียงไม่กี่กลุ่ม ทำให้มีแนวโน้มการย้ายเงินลงทุนจากธีม AI ไปยังหุ้นกลุ่มอื่นมากขึ้น ซึ่งเอื้อต่อการลงทุนแบบคัดเลือกหุ้นเชิงรุก และการกระจายการลงทุนในหุ้นคุณภาพดีทั่วโลก“

บลจ.กรุงศรี มองว่าเป็นจังหวะดีในการลงทุนในหุ้นที่คัดสรรจากทั่วโลก จึงได้เปิดเสนอขายกองทุนเปิดกรุงศรี Global Equity Income (KF-GEI)
เสนอขายครั้งแรกระหว่างวันที่ 4–11 กุมภาพันธ์ 2569 ลงทุนขั้นต่ำ 500 บาท ซึ่งลงทุนในกองทุนหลักที่มีผลงานโดดเด่น เน้นโอกาสสร้างกระแสเงินสดอย่างต่อเนื่อง พร้อมโอกาสเติบโตของเงินต้น จากการคัดสรรหุ้นทั่วโลกอย่างเข้มข้น ครอบคลุมทั้งหุ้นเติบโตและหุ้นคุณค่าในหลากหลายอุตสาหกรรม

สำหรับกองทุนหลักบริหารโดย Invesco ผู้จัดการกองทุนระดับโลก โดยมีนโยบายลงทุนในกองทุนหลักชื่อ Invesco Global Equity Income Fund ที่ใช้แนวทางลงทุนเชิงรุกแบบแตกต่าง เน้นสร้างโอกาสรับผลตอบแทนรวม โดยให้เงินปันผลเป็นหนึ่งในตัวขับเคลื่อนผลตอบแทนควบคู่กับการเติบโตของเงินลงทุน ทั้งนี้ กองทุนเน้นคัดเลือกบริษัทที่มีศักยภาพสร้างกระแสเงินสดอย่างยั่งยืน และมีโอกาสเติบโตของเงินปันผลในระยะยาว จึงเหมาะสำหรับใช้เป็นสินทรัพย์หลักในพอร์ตหุ้นได้”

“สำหรับกลยุทธ์การลงทุน กองทุนหลักใช้การบริหารเชิงรุก เน้นคัดเลือกหุ้นรายตัวเชิงลึก โดยมีหุ้นในพอร์ต 40–50 บริษัท และมี Active Share ประมาณ 88% สะท้อนการบริหารที่แตกต่างจากดัชนีอย่างมีนัยสำคัญ พร้อมกระจายการลงทุนในหลายภูมิภาคทั่วโลก เช่น ยุโรป สหราชอาณาจักร และเอเชีย (โดยเฉพาะจีน ฮ่องกง สิงคโปร์) จึงไม่กระจุกตัวอยู่ในตลาดใดตลาดหนึ่ง นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับบริษัทที่มีปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง มีกระแสเงินสดดี และมีระดับราคาที่เหมาะสม เพื่อเพิ่มความยืดหยุ่นในการบริหารพอร์ตและค้นหาโอกาสลงทุนในช่วงที่ตลาดผันผวน”

“พอร์ตการลงทุนของกองทุนหลักสามารถปรับสัดส่วนให้สอดคล้องกับแนวโน้มตลาด โดยปัจจุบันให้น้ำหนักในกลุ่มอุตสาหกรรมและกลุ่มการเงินมากที่สุด เพื่อสะท้อนมุมมองต่อโอกาสการฟื้นตัวและการขยายตัวของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ ซึ่งแตกต่างจากภาพรวมตลาดที่ให้น้ำหนักหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีมากกว่า ขณะเดียวกันกองทุนหลักยังคงให้ความสำคัญกับหุ้นคุณภาพที่มีกระแสเงินสดดี เพื่อเพิ่มโอกาสสร้างผลตอบแทนที่ดีในระยะกลางถึงยาว”

“ตัวอย่างหุ้นในพอร์ตปัจจุบัน เช่น 3i Group ผู้เชี่ยวชาญด้านการลงทุนในหุ้นนอกตลาดและโครงสร้างพื้นฐาน, Canadian Pacific Kansas City ผู้ให้บริการระบบรางที่มีคุณภาพสูงและมีคู่แข่งน้อยราย, Rolls-Royce Holdings ผู้ผลิตเครื่องยนต์สำหรับเครื่องบินเชิงพาณิชย์และเครื่องบินรบ, Texas Instruments ผู้ออกแบบและผลิตชิปเซมิคอนดักเตอร์ที่ใช้ในหลากหลายอุตสาหกรรม, Microsoft ผู้ให้บริการด้านซอฟต์แวร์และระบบคลาวด์, Coca-Cola Europacific Partners ผู้บรรจุและจัดจำหน่าย Coca-Cola รายใหญ่ และ AIA Group บริษัทประกันชีวิตชั้นนำในเอเชีย เป็นต้น” (ที่มา: Invesco ณ 31 ธ.ค. 68)

“บลจ.กรุงศรี เชื่อมั่นว่า กองทุน KF-GEI เป็นทางเลือกการลงทุนที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนที่ต้องการเข้าถึงหุ้นคุณภาพทั่วโลก ผ่านการบริหารเชิงรุกที่ไม่ยึดติดดัชนี มีการกระจายการลงทุนที่ดี และช่วยลดการกระจุกตัวในหุ้นสหรัฐฯ และหุ้นเทคที่อาจมีสัดส่วนสูงในพอร์ต ตอบโจทย์ภาวะตลาดหุ้นโลกที่ยังมีแนวโน้มปรับตัวขึ้นต่อ เพิ่มโอกาสรับผลตอบแทนจากหุ้นหลายกลุ่มมากขึ้น ไม่ได้กระจุกอยู่เพียงหุ้นเทคกลุ่มเดียว” คุณสุภาพร กล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น