xs
xsm
sm
md
lg

MFC เสิร์ฟกองทุนหุ้นญี่ปุ่น “MJAPAN” สร้างโอกาสพอร์ตเติบโตระยะยาว

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



บลจ.เอ็มเอฟซี เปิดตัวกองทุน “MJAPAN” ลงทุนตลาดหุ้นญี่ปุ่นครอบคลุมหุ้นใหญ่ กลางและเล็ก          ผ่านกองทุนหลัก Arcus Japan Fund ชูกลยุทธ์การลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Investing) ผสมผสานระหว่างการ วิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative) และเชิงคุณภาพ (Qualitative) เพื่อสร้างพอร์ตโฟลิโอที่มีประสิทธิภาพสร้างโอกาสเติบโตสูงในระยะยาว เตรียมเปิดขาย IPO ระหว่าง 21-29 มกราคม 2569
 
นายธนโชติ รุ่งสิทธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนเอ็มเอฟซี จำกัด (มหาชน) หรือ MFC เปิดเผยว่า บลจ.เอ็มเอฟซี มองเห็นโอกาสในการลงทุนตลาดหุ้นญี่ปุ่น จึงนำเสนอ กองทุนเปิดเอ็มเอฟซี เจแปน อิควิตี้ (MFC JAPAN Equity Fund) หรือ MJAPAN  ซึ่งตลาดกลับมาคึกคักในรอบ 35 ปี กำลังพุ่งทำลายสถิติอย่างต่อเนื่องมองว่า      การทะยานของตลาดหุ้นญี่ปุ่นในวันนี้  สะท้อนแรงหนุนจากปัจจัยการเมืองเชิงนโยบาย จากการประกาศยุบสภาโดย      คาดรัฐบาลใหม่จะมีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ และมุมมองเชิงบวกต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจในระยะกลาง–ยาว       โดยญี่ปุ่นได้แรงหนุนจากการบริโภคภายในประเทศที่เพิ่มขึ้นจากค่าจ้างที่สูงขึ้นและการบริโภคภายในประเทศที่ฟื้นตัวGDP เศรษฐกิจญี่ปุ่นถูกปรับประมาณการเพิ่มขึ้น ส่งผลดีต่อกำไรบริษัทจดทะเบียนและการบริโภคภายในประเทศฟื้นตัวรอบใหม่ จากการปรับขึ้นค่าแรงเฉลี่ยสูงสุดนับตั้งแต่ปี 1991 ขณะที่ภาคการท่องเที่ยวเติบโตต่อเนื่องหนุนภาคธุรกิจในประเทศ ส่งผลให้ตลาดหุ้นญี่ปุ่นได้รับความสนใจจากนักลงทุน
 
ขณะที่หุ้นญี่ปุ่นมีคุณภาพดีขึ้นจากการปฏิรูปธรรมาภิบาลที่ภาครัฐและหน่วยงานกำกับร่วมผลักดัน ทำให้บริษัทใช้เงินทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ผ่านการเพิ่มผลตอบแทนผู้ถือหุ้น ซื้อหุ้นคืนและปรับโครงสร้างทุน ส่งผลดีต่อผลตอบแทนระยะยาว ด้าน Valuation ตลาดหุ้นญี่ปุ่น (TOPIX) ยังถูกกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ และปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติยังถือครอง   หุ้นญี่ปุ่นน้อยกว่าในอดีต
 
นอกจากนี้ผลตอบแทนรวมของดัชนีราคาหุ้นโตเกียว หรือ TOPIX ในระยะเวลา 1 ปี (สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ)     ยังอยู่ในระดับสูงเมื่อเทียบกับดัชนี S&P 500  สะท้อนถึงความเชื่อมั่นตลาดญี่ปุ่น ที่กำลังกลับมาได้รับความสนใจ ปัจจุบันนักลงทุนรายย่อยของญี่ปุ่น ยังมีอัตราการออมในสัดส่วนที่สูงประมาณ 54% ของครัวเรือนยังถือเงินสด เมื่อเทียบกับสหรัฐฯอยู่ที่ 13% นอกจากนี้การลงทุน 80% อยู่ในต่างประเทศ ดังนั้นเมื่อเงินเยนแข็งค่าขึ้นและตลาดหุ้นที่ปรับตัวดีขึ้นคาดว่าจะทำให้มีเงินไหลเข้าในประเทศจำนวนมาก อีกทั้งตลาดหุ้นญี่ปุ่นยังได้รับความสนใจจากนักลงทุนสถาบันเพิ่มขึ้นอย่าง           มีนัยสำคัญ ทั้งจากกองทุน ETF และกองทุนบำเหน็จบำนาญซึ่งกำลังมองหาการจัดสรรการลงทุนนอกสหรัฐฯ
 
สำหรับกองทุน MJAPAN (ความเสี่ยงระดับ 6)  เน้นลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุน Arcus Japan Fund (กองทุนหลัก) ชนิดหน่วยลงทุน(Share Class) “A ACC USD Hedged” ในสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐฯโดยเฉลี่ยในรอบปีบัญชีไม่น้อยกว่า 80% ของ NAV ทั้งนี้กองทุนหลักบริหารจัดการโดย Arcus Investment Limited (Investment Manager) และมี FundRockManagement Company S.A. (Management Company) เป็นบริษัทจัดการโดยกองทุนหลัก  มีวัตถุประสงค์การลงทุนเพื่อให้มูลค่าเงินลงทุนเพิ่มขึ้นในระยะยาว และให้ผลการดำเนินงานสูงกว่าดัชนีชี้วัด TOPIX TR นอกจากนี้กองทุนอาจลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้า (Derivatives) เพื่อป้องกันความเสี่ยง (Hedging) จากอัตราแลกเปลี่ยนตามดุลยพินิจของผู้จัดการกองทุน
 
จุดเด่นของกองทุนหลักมีการผสมผสานการวิเคราะห์เชิงปริมาณ (Quantitative) และเชิงคุณภาพ (Qualitative) เพื่อสร้างพอร์ตโฟลิโอที่มีประสิทธิภาพ โดยลงทุนทั้งหุ้นขนาดใหญ่ กลาง และเล็ก ที่จดทะเบียนในประเทศญี่ปุ่น ร่วมกับการ         วิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐาน เพื่อควานหาหุ้นที่มีมูลค่าตํ่ากว่าที่ควร และบริหารจัดการโดย Arcus Investment Limited ผู้เชี่ยวชาญ   ด้านการลงทุนในญี่ปุ่น นําทีมโดย Mark Pearson และ Ben Williams ผู้จัดการกองทุนระดับ AA จาก Citywire            
 
สำหรับกระบวนการลงทุนของกองทุนหลัก ใช้ Quantitative model จัดอันดับหุ้นใน Universe (1,800หุ้น)   ทุกวันจากหลากหลายปัจจัย และคัดเลือกหุ้นที่มีศักยภาพในการลงทุน โดยจะมุ่งเน้นปัจจัยด้านคุณค่า รวมถึงคุณภาพ     การเติบโต และความเสี่ยง ซึ่งหุ้นทุกตัวจะต้องผ่านการวิเคราะห์เชิงคุณภาพ (qualitative research analysis) ก่อนการลงทุน โดยผู้จัดการกองทุนจะประเมินหุ้นที่ผ่านการคัดเลือก  เพื่อพิจารณาการจัดสรรเข้าพอร์ตการลงทุนทำให้กระบวนการนี้ช่วยให้ค้นหาโอกาสการลงทุนใหม่ๆ เพื่อทดแทนหลักทรัพย์เดิมและปรับปรุงประสิทธิภาพโดยรวมของพอร์ตการลงทุน  ส่งผลให้พอร์ตการลงทุนขั้นสุดท้ายสะท้อนลักษณะการลงทุนแบบ “เน้นคุณค่า” อย่างชัดเจน
 
ทั้งนี้ จากข้อมูลยังพบว่าในช่วง 4 ทศวรรษ การลงทุนแบบเน้นคุณค่า (Value Style) ให้ผลตอบแทนที่ดีกว่าและส่งผลให้มูลค่าของกองทุนหลักเติบโตแซงตลาด ในขณะที่ค่า P/E ของตลาดหุ้นญี่ปุ่นแทบจะไม่เพิ่มขึ้น นับตั้งแต่ช่วงสิ้นสุดตลาดขาลงของญี่ปุ่นในปี 2012 และยังพบว่าหุ้นขนาดกลางมีแนวโน้มการเติบโตของกำไรดีกว่าหุ้นขนาดใหญ่
 
กองทุน MJAPAN เปิดขายครั้งแรก (IPO) ระหว่างวันที่ 21-29 มกราคม 2569 เงินลงทุนขั้นต่ำเพียง 1,000 บาท
กำลังโหลดความคิดเห็น