xs
xsm
sm
md
lg

ภาพรวมตลาดหุ้นไทยปี 2568 และทิศทางการลงทุนปี 2569

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ดย ​คุณณรงค์ศักดิ์ ปลอดมีชัย
​ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ไทยพาณิชย์ จำกัด


ปี 2568 ถือเป็นอีกหนึ่งปีที่ท้าทายสำหรับตลาดหุ้นไทย โดย SET Index ปิดปีที่ 1259.67 ให้ผลตอบแทนติดลบกว่า 10% ซึ่งนับเป็นปีที่ดัชนีปรับตัวลงต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 สะท้อนถึงความเชื่อมั่นที่เปราะบางของนักลงทุนทั้งในและต่างประเทศ ตลอดทั้งปีตลาดเคลื่อนไหวในทิศทางซึมลง โดยทำจุดต่ำสุดใหม่ในเดือนเมษายนจากความกังวลเรื่องนโยบายภาษีของสหรัฐฯ ที่ออกมาสูงกว่าคาด และยังคงปรับตัวผันผวนจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์และการขาดปัจจัยบวกใหม่ๆ เข้ามาหนุนตลาด ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันลดลงอย่างมีนัยสำคัญ บ่งชี้ว่านักลงทุนส่วนใหญ่เลือกชะลอการลงทุนเพื่อรอดูสถานการณ์

ปัจจัยกดดันภายในประเทศ ได้แก่ ความไม่แน่นอนทางการเมืองที่ยืดเยื้อมาตั้งแต่กลางปี ทั้งการเปลี่ยนนายกรัฐมนตรีตามคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญและการยุบสภา ส่งผลให้เกิดสุญญากาศทางนโยบาย โครงการลงทุนขนาดใหญ่ล่าช้า และงบประมาณเบิกจ่ายไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ทำให้นักลงทุนต่างชาติขายลดความเสี่ยง นอกจากนี้ เหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และเศรษฐกิจไทยที่ฟื้นตัวช้ากว่าคาดจากการส่งออกที่ถูกกดดันด้วยมาตรการภาษีของสหรัฐฯ รวมถึงกำลังซื้อในประเทศที่อ่อนแอและหนี้ครัวเรือนสูง ล้วนเป็นปัจจัยฉุดรั้งตลาดหุ้นและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน

ในส่วนปัจจัยภายนอกประเทศ แม้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (Fed) จะเริ่มลดดอกเบี้ย ซึ่งโดยปกติควรเป็นผลดีต่อตลาดเกิดใหม่ แต่ผลบวกถูกหักล้างด้วยความกังวลสงครามการค้ารอบใหม่จากนโยบายกำแพงภาษีของสหรัฐฯ และการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจีนที่ยังเชื่องช้า ทำให้หุ้นที่เกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจจีนยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่

สำหรับมุมมองต่อเศรษฐกิจในปี 2569 นั้น เศรษฐกิจโลกมีแนวโน้มผ่านจุดต่ำสุดในไตรมาส 4 ปี 2568 และทยอยฟื้นตัวในปี 2569 จากแรงหนุนของเงินเฟ้อที่ชะลอลง เปิดโอกาสให้ธนาคารกลางหลักปรับลดดอกเบี้ย โดยคาดว่า Fed จะลดดอกเบี้ยลงเหลือราว 3% ภายในสิ้นปี ขณะที่ภาคการผลิตโลกเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัว ซึ่งช่วยหนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์

อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงจากภูมิรัฐศาสตร์และสงครามการค้ายังต้องติดตามใกล้ชิด
สำหรับเศรษฐกิจไทย SCB EIC คาดว่าจะขยายตัวเพียง 1.5% ในปี 2569 (ลดลงจาก 2% ในปี 2568) โดยครึ่งปีแรกยังเผชิญแรงกดดันจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ ความไม่แน่นอนทางการเมือง และการเลือกตั้งที่อาจทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณล่าช้า รวมถึงปัญหาหนี้ครัวเรือนสูง คาดว่า กนง.จะปรับลดดอกเบี้ยนโยบายลงเหลือ 1%เพื่อพยุงเศรษฐกิจ อย่างไรก็ดี ภาคท่องเที่ยวและเม็ดเงินลงทุนจากต่างประเทศในกลุ่มดิจิทัลและอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ

บลจ.ไทยพาณิชย์คาดว่า ตลาดหุ้นไทยในปี 2569 จะทยอยฟื้นตัวตามภาวะเศรษฐกิจ โดยในมีแรงหนุนจากอัตราผลตอบแทนเงินปันผลสูงกว่า 4.3% และการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว รวมทั้งความชัดเจนทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้งที่น่าจะช่วยเพิ่มความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน รวมทั้งคาดว่าจะมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจออกมาจากรัฐบาลใหม่

กลยุทธ์การลงทุนในปี 2569 ประกอบด้วย 5 ธีมการลงทุนหลัก ได้แก่ 1. หุ้นปันผลสูงเพื่อรองรับความผันผวน 2. หุ้นที่กำไรยังเติบโตได้ดี 3. กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการลงทุนด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล 4. กลุ่มที่ได้แรงหนุนจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจและดอกเบี้ยขาลง และ 5. กลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว โดย เป้าหมาย SET Index สิ้นปี 2569 อยู่ที่ 1,370 จุด อ้างอิงจาก EPS ที่คาดโต 4–5% ต่อปี และค่า P/E เฉลี่ย 14.2 เท่า อย่างไรก็ตาม ต้องระวังความเสี่ยงจากฟองสบู่ในภาค AI ปัจจัยภูมิรัฐศาสตร์ และเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่ภายหลังการเลือกตั้ง

-------------
กำลังโหลดความคิดเห็น