xs
xsm
sm
md
lg

ซิกน่าเชื่อประกันสุขภาพมาแรง ตั้งเป้าลูกค้าแตะ 1.2 ล้านกรมธรรม์

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ซิกน่าชี้ประกันสุขภาพมาแรง คนไทยถือเป็นเรื่องจำเป็น โชว์ผลงานครึ่งปีโตสวนเศรษฐกิจ 17.2% ตั้งเป้าทั้งปียอดลูกค้าถือกรมธรรม์แตะ 1.2 ล้านราย ระบุประกันเดินทางฟุบ คาดรอท่องเที่ยวฟื้นอีก 6-18 เดือน

นายธีรวุฒิ สุธนะเสรีพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ซิกน่าประกันภัย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ประกันสุขภาพในช่วงที่ผ่านมามีอัตราการเติบโตสวนทางกับเศรษฐกิจ ซึ่งการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยิ่งทำให้คนไทยใส่ใจความคุ้มครองสุขภาพมากขึ้น ขณะที่ประกันภัยการเดินทางได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของไวรัส และน่าจะใช้เวลาอีก 6-18 เดือนการท่องเที่ยวจะกลับมาฟื้นตัวอยู่ในระดับเดิมได้

ภาพรวมเบี้ยประกันสุขภาพที่เป็น Non life ครึ่งปีแรกอยู่ที่ 2.1 หมื่นล้านบาท เติบโตขึ้น 16% ซึ่งเป็นการเติบโตในช่วง 2-5 เดือนที่มีการระบาดทำให้แบบประกันโควิดได้รับความนิยมและมีเบี้ยประกันภัยรับในส่วนนี้สูงถึงกว่า 3 พันล้านบาท หรือเป็นจำนวนกว่า 6.5 ล้านกรมธรรม์

ส่วนผลการดำเนินงานบริษัทในครึ่งปีแรกมีเบี้ยประกันภัยรับอยู่ที่ 2.4 พันล้านบาท เติบโต 17.2% แบ่งเป็นประกันสุขภาพ 1.2 พันล้านบาท และประกันอุบัติเหตุ 1.2 พันล้านบาท โดยมีผู้ถือกรมธรรม์ต่อเนื่อง 1.09 ล้านกรมธรรม์ และมีอัตราการคงอยู่ของกรมธรรม์เฉลี่ยที่ 18 เดือน โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้บริษัทน่าจะรักษาอัตราการเติบโตในระดับนี้ไว้ได้ ซึ่งจะส่งผลให้ในช่วงสิ้นปีนี้มีอัตราผู้ถือกรมธรรม์ต่อเนื่องถึง 1.2 ล้านกรมธรรม์

นายธีรวุฒิกล่าวอีกว่า แนวโน้มการเติบโตของประกันสุขภาพยังเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากคนไทยให้ความสำคัญและถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นในชีวิต เนื่องจากแนวโน้มค่ารักษาพยาบาลเพิ่มขึ้นอย่างมากโดยเฉพาะกลุ่มโรคร้ายแรง เช่น โรคมะเร็ง และโรคหัวใจ อย่างไรก็ตาม หากมีการระบาดของเชื้อไวรัสเป็นครั้งที่ 2 ธุรกิจประกันอาจได้รับผลกระทบไปด้วย เพราะผู้บริโภคอาจต้องตัดค่าใช้จ่ายในส่วนนี้และคำนึงถึงเรื่องปากท้องมาเป็นอันดับแรก

สำหรับกลยุทธ์ในปีนี้และปีหน้า มุ่งเน้นพัฒนาผลิตภัณฑ์ประกันสุขภาพให้ครบวงจร ตอบโจทย์ลูกค้าทุกเซกเมนต์ ด้วยความคุ้มครองหลากหลายและมีค่าเบี้ยสอดคล้องกับกำลังซื้อของลูกค้าแต่ละกลุ่ม ทำให้ค่าเบี้ยลดลงไม่ถึง 10,000 บาทต่อปี หรือค่าเบี้ยลดลงเหลือแค่ 1 ใน 3 หรือ 1 ใน 4 ของเบี้ยปกติ เช่น กรมธรรม์คุ้มครองสุขภาพเฉพาะกลุ่ม ได้แก่ “ดิจิทัลซินโดรมและออฟฟิศซินโดรม” คุ้มครองการเกิดอาการนิ้วล็อกและกรดไหลย้อน และในช่วงไตรมาสสุดท้ายปีนี้เตรียมสร้างแบรนด์ในรูปแบบใหม่ให้สอดคล้องกับพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปหลังโควิด-19

พร้อมกับอยู่ระหว่างศึกษาการให้ความคุ้มครองโรคเรื้อรังหรือโรคที่เป็นมาก่อนหน้า เช่น เบาหวาน ด้วยการนำดิจิทัลมาช่วยบริหารความเสี่ยงและกำหนดค่าเบี้ย และยังคงมุ่งขยายช่องทางจำหน่ายร่วมกับพันธมิตรรายใหม่เพิ่มเติม จากปัจจุบันร่วมกับเทสโก้โบรคเกอร์ ธนาคารกรุงศรีฯ ธนาคารทหารไทย อิออน เป็นต้น จากปัจจุบันช่องทางจำหน่ายสัดส่วนกว่า 70% เป็นเทเลมาร์เกตติ้ง ที่เหลือเป็นช่องทางผ่านคู่ค้าและออนไลน์

ส่วนทางด้านอัตราความเสียหายประกันสุขภาพของบริษัทยังอยู่ในระดับที่ควบคุมได้และต่ำกว่าตลาด ทำให้บริษัทยังสามารถมีกำไรจากการรับประกันภัยเป็นหลัก

นอกจากนี้ ในส่วนของประกันภัยเดินทาง บริษัทเตรียมเปิดตัวประกันภัยใหม่สำหรับการเดินทางภายในประเทศในช่วง 2-3 เดือนข้างหน้านี้ จะสอดรับกับสถานการณ์หลังโควิด-19 ทำให้การเดินทางของคนไทยไปต่างประเทศหายไป และสนับสนุนในโครงการเที่ยวด้วยกันของภาครัฐ มองว่าตลาดประกันภัยเดินทางจะฟื้นตัวกลับมาตามการเปิดประเทศของภาครัฐ ยังต้องติดตามอย่างใกล้ชิด
กำลังโหลดความคิดเห็น