xs
xsm
sm
md
lg

MTL รุกสินค้าสุขภาพ-คุ้มครอง ชี้โควิด-ดบ.ต่ำฉุดเบี้ยประกันติดลบ

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



“สาระ ล่ำซำ” ชี้ดอกเบี้ยต่ำ-โควิดฉุดเบี้ยประกันชีวิตติดลบ คาด Q2 ติดลบ -1% หลังเมษาฯ เดือนเดียวหดตัว -20% เหตุบอนด์ยิลด์ดิ่ง แบบประกันสะสมทรัพย์ทยอยครบอายุ ระบุเมืองไทยประกันชีวิตปรับทัพรุกสินค้าคุ้มครอง-สุขภาพ เน้นความยั่งยืนมากกว่าการเติบโตของเบี้ยประกัน

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ธุรกิจประกันชีวิตต่อจากนี้จะได้รับผลกระทบจากการที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ ซึ่งถือว่าต่ำกว่าในปี 2016 ที่เคยลงไปถึงระดับ 1.6% โดยปัจจุบันอยู่ที่ระดับ1.2% และเคยต่ำกว่าระดับ 1% ในช่วงเดือนเมษายนที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งถือว่าต่ำมากสำหรับพันธบัตรที่ต้องลงทุนในระยะยาว 10 ปี และจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อแบบประกันประเภทสะสมทรัพย์และแบบประกันที่อิงกับผลตอบแทนของอัตราดอกเบี้ย

ทั้งนี้ การเติบโตของอุตสาหกรรมประกันชีวิตน่าจะกลับมาติดลบในช่วงไตรมาสที่ 2 ของปีนี้ โดยเฉพาะในเดือนเมษายนที่พบว่าติดลบไปแล้วถึง 20% และจะส่งผลกระทบให้ในไตรมาส 2 ของปีนี้ติดลบประมาณ 1% โดยในช่วงที่เหลือของปีนี้เบี้ยประกันชีวิตแบบสะสมทรัพย์น่าจะติดลบเพิ่มอีกเนื่องจากแบบประกันสะสมทรัพย์มีความน่าสนใจลดลง ซึ่งปัจจุบันมูลค่าเบี้ยจากแบบประกันประเภทนี้สูงกว่าแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองและสุขภาพถึง 10 เท่า

"ดอกเบี้ยที่ต่ำมากกระทบต่อสินค้าที่อิงกับผลตอบแทนดอกเบี้ย ซึ่งตอนนี้ผลตอบแทนพันธบัตรระยะยาวมันตีกลับลดลงไปอีกแทนที่การลงทุนระยะยาวจะได้ผลตอบแทนมากขึ้น ซึ่งบวกกับผลกระทบโควิดด้วยแล้วก็ไม่รู้การฟื้นตัวของเศรษฐกิจจะเป็นแบบไหนก็คงต้องติดตามกัน แต่ที่บริษัทประกันต้องปรับตัวคือปรับเปลี่ยนรูปแบบของสินค้าและช่องทางการขายเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และเชื่อว่าหลายบริษัทกำลังทำอยู่"

สำหรับบริษัท ปัจจุบันมีสัดส่วนสินค้าคุ้มครองอยู่ที่ 80% และที่เหลืออีก 20% เป็นสินค้าแบบสะสมทรัพย์และยูนิตลิงก์ แต่ด้วยมูลค่าเบี้ยของแบบประกันสะสมทรัพย์ที่สูงกว่าจึงกระทบต่อการเติบโตของเบี้ยประกันด้วยเช่นกัน อย่างไรก็ตาม บริษัทให้ความสำคัญต่อสัดส่วนของการขายแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองมากกว่าการเติบโตของเบี้ยประกันเพียงอย่างเดียว เพราะแบบประกันที่ให้ความคุ้มครองจะมีความยั่งยืนและสอดคล้องกับธุรกิจประกันชีวิตมากกว่า

"ไม่ใช่ว่าเราไม่มีแบบประกันสะสมทรัพย์ เรายังมีแต่บางช่วงไม่น่าสนใจทำไม่ได้ก็ต้องดูเป็นช่วงไป แต่สินค้าความคุ้มครองเป็นอะไรที่ยั่งยืนและเหมาะกับธุรกิจประกันชีวิตมากกว่า"

ทั้งนี้ ล่าสุดบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “สัญญาเพิ่มเติมการประกันภัยสุขภาพแบบ D Health” เก็ทง่าย จ่ายเต็มแม็กซ์ ที่โดดเด่นด้วยความคุ้มครองสุขภาพที่เข้าใจง่ายและให้ความคุ้มครองค่ารักษาพยาบาลกรณีผู้ป่วยในแบบเหมาจ่ายตั้งแต่ 1 ล้านบาท สูงสุด 5 ล้านบาท ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้า ทั้งคนที่มีสวัสดิการและไม่มีสวัสดิการ หมดกังวลเรื่องค่าห้องที่อาจปรับเพิ่มขึ้นในอนาคต สบายใจเรื่องค่าห้องผู้ป่วยหนัก (ไอซียู) ที่ค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง หายห่วงเรื่องค่ารักษาพยาบาล นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังคงเดินหน้าในการเสนอผลิตภัณฑ์ที่ให้ความคุ้มครองด้านสุขภาพและโรคร้ายแรง ที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการที่เหมาะสำหรับลูกค้าในแต่ละกลุ่มอย่างต่อเนื่อง

ในส่วนของการพัฒนาด้านบริการสำหรับโลกยุค New Normal นั้น จะมุ่งเน้นสู่การเป็นดิจิทัลอย่างเต็มรูปแบบ พร้อมพัฒนาแอปพลิเคชัน “MTL Click” ให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านประกันชีวิตได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็น การดูข้อมูลกรมธรรม์ การชำระเบี้ยประกัน การเคลม การค้นหาโรงพยาบาล การปรึกษาปัญหาสุขภาพออนไลน์ผ่านบริการ Telemedicine กับโรงพยาบาลสมิติเวช หรือการรับสิทธิพิเศษสำหรับลูกค้าเมืองไทยสไมล์คลับ ที่ได้คัดสรรกิจกรรมสุดพิเศษ พร้อมปรับรูปแบบให้เข้ากับวิถีใหม่ไว้อย่างครบครัน


กำลังโหลดความคิดเห็น...