xs
xsm
sm
md
lg

การกระจายการลงทุนในทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REITs)

เผยแพร่:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


โดยทีมจัดการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด

เมื่อเอ่ยถึงทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ หรือ REITs ผู้ลงทุนหลายคนอาจมีความคุ้นเคยหรือเคยลงทุนในสินทรัพย์ประเภทนี้อยู่แล้ว โดยในช่วงหลายปีที่ผ่านมาการลงทุนใน REITs ทั้งในประเทศและต่างประเทศนั้นได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากนักลงทุนมีความต้องการที่จะหาการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนที่สูงขึ้น (Search for Yield)

สำหรับภาวะตลาดในปัจจุบันที่อัตราดอกเบี้ยอยู่ในระดับต่ำ และธนาคารกลางส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายทางการเงินที่ผ่อนคลายมากขึ้น ทำให้การลงทุนใน REITs นั้นมีความน่าสนใจมากขึ้น ทั้งในแง่ของอัตราเงินปันผลที่สูงกว่าอัตราดอกเบี้ยตราสารหนี้พอสมควร โดยอัตราเงินปันผลในตลาดหลัก เช่น สหรัฐฯ ญี่ปุ่น สิงคโปร์ ออสเตรเลีย และยุโรป อยู่ที่ระดับ 3.5 - 5.0% เมื่อเทียบกับอัตราดอกเบี้ยพันธบัตร 10 ปี ที่ -0.3 - 2.1% และระดับราคาที่ยังถือว่าไม่แพง เมื่อพิจารณาจากผลต่างระหว่างอัตราเงินปันผลและอัตราดอกเบี้ยพันธบัตรรัฐบาลอายุ 10 ปี (Yield Gap) โดยปัจจุบัน Yield Gap ในตลาดหลักอยู่ที่ระดับ 2.0 - 3.8% (ค่าเฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปีอยู่ที่ 1.8 - 3.7%)

นอกจากอัตราเงินปันผลที่อยู่ในระดับน่าสนใจแล้ว การลงทุนใน REITs ยังมีข้อดีอีกหลายอย่าง เช่น ทำให้การกระจายการลงทุนมีประสิทธิภาพมากขึ้น ในขณะที่ผลตอบแทนรวม (การเปลี่ยนแปลงด้านราคาและเงินปันผล) อยู่ในระดับใกล้เคียงกับการลงทุนในหุ้นและมีความผันผวนน้อยกว่า ทำให้อัตราผลตอบแทนต่อความเสี่ยงอยู่ในระดับสูง อีกทั้งยังเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ที่มีตัวตน และมีการบริหารทรัพย์สินโดยมืออาชีพ

สำหรับมุมมองการลงทุนใน REITs แล้ว เรามองว่าการลงทุนใน REITs ต่างประเทศ ก็เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจมากเช่นกัน โดยเฉพาะกองทุนประเภท Active Fund ที่มีนโยบายลงทุนใน Asian REITs หรือ Global REITs และมีธีมการลงทุนเกาะกระแส Megatrend โดยเฉพาะเทรนด์เรื่อง Urbanization และ Disruption
ปัจจุบันประชากรที่อาศัยเมืองใหญ่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีจำนวนประชากรเฉลี่ยย้อนหลัง 10 ปีเพิ่มขึ้น 2.06% เทียบกับอัตราการเพิ่มขึ้นของประชากรโลกที่ 1.17% ทำให้ความต้องการด้านอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลบวกต่ออัตราค่าเช่าของสินทรัพย์ใน REITs โดยกลุ่มสินทรัพย์ที่โดดเด่น ได้แก่ กลุ่มที่อยู่อาศัย ออฟฟิศ และบริการเช่าห้องเก็บของ (Self-storage)

ถ้ามีการพูดถึงเรื่องการพัฒนาการทางเทคโนโลยี และ Disruption แล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ ข้อมูล (Data) ซึ่งในแต่ละวันนั้นมีข้อมูลเกิดขึ้นมากกว่า 2 พันล้านล้านไบท์ (2 Quintillion Bytes) โดยการเพิ่มขึ้นของข้อมูลที่เกิดขึ้นนี้ ส่งผลให้เกิดความต้องการที่สูงขึ้นในกลุ่ม Specialized REITs เช่น ศูนย์ข้อมูล (Data Center) และเสาโทรคมนาคม (Cell Tower)

ทั้งนี้กองทุนที่ลงทุนใน REITs นั้นจัดเป็นกองทุนรวมหมวดอุตสาหกรรมที่มุ่งลงทุนเฉพาะเจาะจงในหมวดอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพียงหมวดเดียว ซึ่งถูกจัดเป็นกองทุนรวมที่มีความเสี่ยงสูงมาก ดังนั้น ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจลักษณะสินค้า เงื่อนไขผลตอบแทนและความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน
กำลังโหลดความคิดเห็น...