xs
xsm
sm
md
lg

ทิสโก้เสิร์ฟไชน่า A-Shares คาดต่างชาติเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์


นายสาห์รัช ชัฏสุวรรณ ผู้อำนวยการสายการตลาดและที่ปรึกษาการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน ทิสโก้ จำกัด เปิดเผยว่า สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับจีนยังคงเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองจากนักลงทุนทั่วโลก ซึ่ง บลจ.ทิสโก้ประเมินว่าในการประชุม G20 ระหว่างวันที่ 28-29 มิถุนายนนี้ ผู้นำทั้งสองฝ่ายจะหารือกันจนสามารถหาทางออกที่ดีที่สุด เพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับเศรษฐกิจของประเทศตัวเองได้ และยังคาดว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ จะพยายามเร่งหาข้อยุติ เพื่อเรียกคะแนนความนิยมกลับมาก่อนที่จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ในปี 2563

สำหรับมุมมองการลงทุนตลาดหุ้นจีนในช่วงนี้ บลจ.ทิสโก้ประเมินว่าเป็นช่วงที่เหมาะสมในการเข้าสะสมหุ้นจีน A-Shares เพราะคาดว่าจะมีเม็ดเงินลงทุนต่างชาติไหลเข้าอย่างต่อเนื่อง หลังจาก MSCI Emerging Markets Index (MSCI) ประกาศปรับเพิ่มน้ำหนักหุ้นจีน A-Shares จากระดับ 0.8% ในปัจจุบัน เพิ่มเป็น 17% ภายในสิ้นปี 2563 นอกจากนี้ ยังมีอานิสงส์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลจีนเพื่อลดผลกระทบจากสงครามการค้าที่จะส่งผลบวกโดยตรงต่อบริษัทจดทะเบียนในตลาดหุ้น เช่น การลดอัตราส่วนเงินกันสำรองขั้นต่ำของธนาคารพาณิชย์ (RRR) การสนับสนุนการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน เป็นต้น ขณะเดียวกันระดับราคายังน่าสนใจ โดยหุ้นจีน A-Shares จำนวน 300 บริษัทที่อยู่ในดัชนี CSI 300 Index ในปัจจุบันมีอัตราส่วนราคาต่อกำไร (พี/อี) อยู่ที่ระดับ 11.13 เท่า ถือว่าอยู่ในระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ยในช่วง 5 ปีย้อนหลังที่อยู่ในระดับ 12 เท่า

ดังนั้น เพื่อเพิ่มโอกาสในการลงทุน บลจ.ทิสโก้จึงเปิดเสนอขายกองทุนเปิด ทิสโก้ ไชน่า A-Shares อิควิตี้ (TISCOCHA) ความเสี่ยงระดับ 6 (เสี่ยงสูง) ลงทุนในหุ้นจีน A-Shares ที่อยู่ในดัชนี CSI 300 Index ผ่านกองทุนอีทีเอฟ China AMC CSI 300 Index ETF (กองทุนหลัก) ที่จดทะเบียนซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ลงทุนขั้นต่ำ 1,000 บาท มูลค่าโครงการ 2,000 ล้านบาท เปิดเสนอขายครั้งแรกวันที่ 24 มิถุนายน- 3 กรกฎาคม 2562

“บลจ.ทิสโก้มีมุมมองเชิงบวกอย่างมากต่อตลาดหุ้นจีน A-Shares เพราะในระยะยาวผลประกอบการบริษัทจดทะเบียนในจีนมีโอกาสเติบโตไปตามเศรษฐกิจจีนที่มีขนาดใหญ่เป็นอันดับที่ 2 ของโลก ซึ่งล่าสุดกองทุนการเงินระหว่างประเทศคาดว่าเศรษฐกิจจีนจะเติบโตอย่างต่อเนื่องจนมีขนาดใหญ่กว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ภายในปี 2573 นอกจากนี้ การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่กำหนดให้ประธานาธิบดีสามารถดำรงตำแหน่งได้อย่างไม่มีกำหนด จะทำให้รัฐบาลจีนมีเสถียรภาพในการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโตได้อย่างยั่งยืน และส่งผลให้ประธานาธิบดีสี จิ้นผิงสามารถสานต่อกลยุทธ์ทางเศรษฐกิจ ทั้งการปฏิรูปเศรษฐกิจ การเดินหน้าโครงการ Belt and Road รวมถึงโครงการพัฒนาเศรษฐกิจจีนปี 2568 ให้เดินหน้าได้อย่างต่อเนื่อง” นายสาห์รัชกล่าว
กำลังโหลดความคิดเห็น...