xs
xsm
sm
md
lg

เมืองไทยฯ ส่งประกันชีวิตควบคู่การลงทุน ตอบโจทย์ลูกค้าต้องการคุ้มครองพร้อมได้ลงทุน

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: MGR Online


เมืองไทยประกันชีวิตเพิ่มทางเลือกตอบโจทย์ทางการเงินพร้อมโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้นผ่านประกันชีวิตควบคู่การลงทุน ทั้ง “เมืองไทยยูนิตลิงค์ 1” และ “เมืองไทย ยูแอล 1 ในโครงการ Beyond Savings 1 และ 2” ตอบโจทย์ลูกค้ายุคใหม่ในสภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

นายสาระ ล่ำซำ กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความต้องการกรมธรรม์ประกันชีวิตควบคู่การลงทุนทั้งยูนิตลิงก์และยูนิเวอร์แซลไลฟ์ของผู้บริโภคมีแนวโน้มที่ดีมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จากภาวะที่อัตราดอกเบี้ยปัจจุบันทรงตัวในระดับต่ำ ทำให้ลูกค้าเริ่มมองหาเครื่องมือทางการเงินที่มีศักยภาพมากขึ้น ทั้งในการให้ความคุ้มครองชีวิตพร้อมสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนในระดับความเสี่ยงที่แต่ละคนสามารถยอมรับได้ ซึ่งผลิตภัณฑ์ทางการเงินที่สามารถสร้างผลตอบแทนที่มากขึ้นนั้นต้องตอบโจทย์ทางการเงินอื่นๆ ด้วย เช่น การวางแผนการศึกษาบุตร การวางแผนเกษียณ และการวางแผนสร้างหลักประกันให้ทายาท เป็นต้น

“ด้วยความทุ่มเทของเมืองไทยประกันชีวิตในการให้ความสำคัญต่อความต้องการของผู้บริโภค เราได้ขยายขอบเขตการบริการให้ครอบคลุมความต้องการลูกค้าในทุกจังหวะชีวิต มุ่งต่อยอดกลยุทธ์ด้านความเป็นผู้นำนวัตกรรมเพื่อการให้บริการลูกค้า ด้วยการผลักดันบริการด้านการประกันชีวิตใหม่ๆ ออกสู่ตลาด โดยเฉพาะการเพิ่มศักยภาพการให้บริการกรมธรรม์ประกันชีวิตควบคู่การลงทุนเพื่อรองรับพฤติกรรมของผู้บริโภคยุคใหม่ ทำให้เราสามารถให้บริการลูกค้าได้หลากหลายและครอบคลุมมากขึ้น ทั้งการคุ้มครองชีวิตพร้อมผลตอบแทนส่วนเพิ่มจากการลงทุน เพื่อให้ได้รับทั้งความคุ้มครองชีวิตพร้อมสร้างผลตอบแทนได้ในภาวะที่ตลาดมีความผันผวน ทั้งจากปัจจัยภายในประเทศ ตลอดจนความผันผวนที่มาจากปัจจัยต่างประเทศ” นายสาระกล่าว

ทั้งนี้ เมืองไทยประกันชีวิตมีกรมธรรม์ประกันชีวิตควบการลงทุนที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการด้านการลงทุน คือ “เมืองไทยยูนิตลิงค์ 1” ที่มีจุดเด่นในการรวมประกันชีวิตและการลงทุนในกองทุนรวมเข้าไว้ด้วยกัน โดยมีกองทุนรวมที่ถูกคัดสรรมาเพื่อนำเสนอเป็นทางเลือกครอบคลุมทั้งการลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารทุน และสินทรัพย์ทางเลือกต่างๆ อีกทั้งในระหว่างสัญญา ผู้เอาประกันสามารถปรับเปลี่ยนทุนประกันความคุ้มครองและรูปแบบการลงทุนเพื่อให้ตรงกับรูปแบบการใช้ชีวิตที่ต้องการได้ด้วย เมืองไทยยูนิตลิงค์ 1 จึงสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลายทั้งการวางแผนการศึกษาบุตร วางแผนเกษียณ และการวางแผนสร้างหลักประกันให้ทายาท เป็นต้น นอกจากนี้ ยังสามารถเพิ่มความคุ้มครองด้านสุขภาพด้วยการซื้อสัญญาเพิ่มเติมได้อีกด้วย

ล่าสุดกรมธรรม์เมืองไทยยูนิตลิงค์ 1 ได้เพิ่มกองทุนรวมใหม่ 3 กองทุน เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการ จากเดิมที่มีอยู่ 19 กองทุนรวม เพิ่มเป็น 22 กองทุนรวม ครอบคลุมสินทรัพย์ทางการเงินมากขึ้น เปิดโอกาสให้ลูกค้าสามารถเลือกจัดพอร์ตกองทุนรวมได้หลากหลาย ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าในหลากหลายระดับความเสี่ยง ประกอบด้วย 1. กองทุนเปิด เค บริหารเงิน (K Cash Management Fund : K-CASH) มีนโยบายลงทุนในตราสารการเงินระยะสั้น 2. กองทุนเปิดกรุงศรีตราสารเจริญทรัพย์ (Krungsri Star Multiple Fund : KFSMUL) มีนโยบายเน้นลงทุนในหุ้นกู้เอกชนที่มีคุณภาพดี และ 3. กองทุนเปิดซีไอเอ็มบี-พรินซิเพิล พร็อพเพอร์ตี อินคัมชนิดจ่ายปันผล (CIMB-Principal Property Income Fund : CIMB-PRINCIPAL iPROP-D) เน้นลงทุนในหลักทรัพย์หรือตราสารในหมวดอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ (Property Sector Fund) ทั้งในประเทศไทยและต่างประเทศ โดยกองทุน CIMB-PRINCIPAL iPROP-D มีอัตราการจ่ายปันผลที่สม่ำเสมอ

นอกจากนี้ เมืองไทยประกันชีวิตยังมีกรมธรรม์ประกันชีวิตควบคู่การลงทุนแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ “เมืองไทย ยูแอล 1 ในโครงการ Beyond Savings 1 และ 2” ซึ่งเป็นประกันชีวิตแบบชำระเบี้ยครั้งเดียว (Single Premium) มอบ 3 ความคุ้มค่า โดยคุ้มที่ 1 คุ้มนำไปใช้สิทธิลดหย่อนภาษีได้ คุ้มที่ 2 คุ้มครองเงินต้น เพราะมีการรับรองเงินครบสัญญาขั้นต่ำ และคุ้มที่ 3 คุ้มครองชีวิตสูงถึง 130% ของเบี้ยประกันภัยตลอด 10 ปีของสัญญากรมธรรม์

เมื่อครบสัญญากรมธรรม์ในสิ้นปีที่ 10 ผู้เอาประกันจะได้รับผลประโยชน์เมื่อครบสัญญาเป็นมูลค่าที่มากกว่าระหว่างมูลค่าการลงทุน ณ เวลานั้น หรือ 115% ของเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระครั้งเดียวของ “เมืองไทย ยูแอล 1 สินเพิ่มทรัพย์ ในโครงการ Beyond Savings 1” และ 105% ของเบี้ยประกันชีวิตที่ชำระครั้งเดียวสำหรับ “เมืองไทย ยูแอล 1 สินทวีคูณ ในโครงการ Beyond Savings 2” ผู้เอาประกันจึงอุ่นใจได้มากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังมองหาเครื่องมือทางการเงินเพื่อเก็บออมระยะยาว พร้อมกับเปิดโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น แต่รับความเสี่ยงจากการลงทุนได้น้อย รวมถึงได้รับความคุ้มครองชีวิตตลอดระยะเวลาที่ลงทุน ขณะเดียวกันก็ยังได้รับสิทธิประโยชน์ในการลดหย่อนภาษีควบคู่กันไปด้วย จึงนับเป็นทางเลือกการบริหารเงินที่คุ้มค่า ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้หลากหลาย
กำลังโหลดความคิดเห็น