ระยอง – กนอ.เร่งจัดการปัญหาสารเคมีและน้ำเสียตกค้างในโรงงานเดิม นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด หลังผลตรวจเบื้องต้นพบน้ำในบ่อคอนกรีตมีสภาพเป็นกรดและโลหะหนักหลายชนิดเกินมาตรฐาน รวมถึงพบสังกะสีในดินสูงกว่าเกณฑ์ สั่งผู้เช่าพื้นที่เร่งจัดทำแผนสูบน้ำเสียไปเก็บในถังอย่างเหมาะสม พร้อมขีดเส้นเข้าชี้แจง 9 พ.ย.นี้ ขณะที่สั่งตรวจเชิงรุกโรงงานกลุ่มเสี่ยง โดยเฉพาะโรงงานเคมีและชุบเคลือบโลหะ ป้องกันปัญหาซ้ำรอย
วันนี้( 8 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีพบสารเคมีและน้ำเสียตกค้างภายในพื้นที่โรงงานเดิม ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อ.เมือง จ.ระยอง
ล่าสุด นายสุเมธ ตั้งประเสริฐ ผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เปิดเผยว่า ผลตรวจวิเคราะห์ตัวอย่างน้ำจากบ่อคอนกรีตเบื้องต้นโดยห้องปฏิบัติการ พบว่าน้ำมีสภาพเป็นกรด และมีโลหะหนักหลายชนิดสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้ง รวมถึงพบปริมาณสังกะสีในดินบริเวณบ่อสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน
อย่างไรก็ตาม กนอ.ยืนยันว่า น้ำดังกล่าวเป็นน้ำที่ตกค้างอยู่ภายในบ่อ ไม่ใช่น้ำที่ระบายออกสู่ภายนอก และขณะนี้ยังไม่มีผลตรวจยืนยันว่ามีน้ำเสียรั่วซึมจากบ่อลงสู่ดินหรือน้ำใต้ดิน
เพื่อควบคุมความเสี่ยงอย่างเร่งด่วน กนอ.ได้ทำหนังสือแจ้งผู้เช่าพื้นที่ปัจจุบันให้ดำเนินมาตรการป้องกัน พร้อมจัดทำแผนสูบน้ำเสียจากบ่อไปจัดเก็บในถังที่เหมาะสมภายในพื้นที่ โดยให้เริ่มดำเนินการจากบ่อที่ไม่มีวัสดุปกคลุมเป็นลำดับแรก พร้อมกำชับห้ามเคลื่อนย้ายน้ำเสียออกนอกพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาตตามกฎหมาย ทั้งนี้ กำหนดให้บริษัทจัดส่งแผนปฏิบัติการพร้อมกรอบระยะเวลาดำเนินการให้ กนอ. โดยบริษัทมีกำหนดเข้าชี้แจงรายละเอียดในวันจันทร์ที่ 9 พฤศจิกายน 2569
นายสุเมธกล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อความโปร่งใสและสร้างความเชื่อมั่นให้ทุกฝ่าย สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองได้เก็บตัวอย่างน้ำไปตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติมแล้ว ขณะที่ กนอ.จะจัดให้หน่วยตรวจสอบอิสระ (Third Party) เข้าเก็บตัวอย่างน้ำและดินบริเวณบ่อภายในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้ พร้อมประสานตรวจสอบคุณภาพน้ำใต้ดินเพิ่มเติม
นอกจากนี้ กนอ.ได้ทำหนังสือถึงผู้ประกอบกิจการเดิมและผู้เช่าพื้นที่ปัจจุบัน ให้ชี้แจงข้อเท็จจริงพร้อมหลักฐานประกอบ เพื่อนำมาพิจารณาหาสาเหตุ ผู้รับผิดชอบ และกำหนดแนวทางจัดการน้ำเสียให้ถูกต้องตามกฎหมาย
ขณะเดียวกัน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาลักษณะเดียวกันซ้ำอีก กนอ.ได้สั่งการด่วนให้สำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดคอมเพล็กซ์ เร่งสำรวจและตรวจสอบโรงงานกลุ่มเสี่ยงเชิงรุก โดยเน้นโรงงานที่มีกระบวนการชุบเคลือบโลหะ โรงงานที่ใช้สารเคมีล้างผิวโลหะ รวมถึงโรงงานที่มีปริมาณของเสียอันตรายสูง
โดยให้ตรวจสอบสภาพการจัดเก็บ ปริมาณของเสียอันตรายคงเหลือ ตลอดจนหลักฐานการนำของเสียออกไปบำบัดหรือกำจัดอย่างถูกต้องตามกฎหมายอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันการตกค้างของสารเคมีและน้ำเสียที่อาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและชุมชนโดยรอบในระยะยาว


