xs
xsm
sm
md
lg

น้ำสายปนเปื้อน-ขุ่นเกิน 10,000 ntu คนใช้น้ำประปา 23,455 ครัวเรือน-นาข้าว 6 หมื่นกว่าไร่ เสี่ยง

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



เชียงราย – นักวิชาการชี้..น้ำสายปนเปื้อน-ขุ่นเกิน 10,000 ntu ทำผู้ใช้น้ำประปา 23,455 ครัวเรือน -นาข้าวกว่า 60,500 ไร่ เสี่ยง เตือนใช้น้ำโขงแทนเหมือนหนีเสือปะจระเข้ แนะทางออกหาแหล่งน้ำใหม่ด่วน ยันงดนำเข้าแร่พม่าส่งผ่านไปจีน


แม่น้ำสาย ชายแดนไทย-เมียนมา อ.แม่สาย จ.เชียงราย ที่ทั้งปนเปื้อนสารพิษ-โลหะหนัก จากเหมืองแร่ที่ผุดเป็นดอกเหตุในเขตรัฐฉาน เมียนมา รวมทั้งขุ่นข้น จนการประปาส่วนภูมิภาค สาขาแม่สาย ต้องหยุดผลิตน้ำประปามาแล้วหลายครั้ง

ดร.สืบสกุล กิจนุกร นักวิชาการสาขาวิชาการพัฒนาระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เผยแพร่ข้อมูลว่าปัจจุบันมีผู้ใช้น้ำประปาจากแหล่งน้ำดิบแม่น้ำสายและแม่น้ำรวกที่ไหลต่อเนื่องกันจากการประปาส่วนภูมิภาค สาขาแม่่สาย จำนวน 23,455 ครัวเรือน 6 ตำบลคือ ต.แม่สาย ต.เวียงพางคำ ต.แม่สายมิตรภาพ ต.เกาะช้าง ต.โป่งผา และ ต.ห้วยไคร้ อ.แม่สาย นอกจากนี้ยังมีชาวนาใช้น้ำปลูกข้าวนาปีและนาปรัง หรือปีละ 2 ครั้ง เนื้อที่กว่า 60,500 ไร่ ครอบคลุม 39 หมู๋บ่าน 5 ตำบลคือ ต.แม่สาย ต.ศรีเมืองชุม ต.โป่งผา ต.เวียงพางคำ และ ต.เกาะช้าง

ที่ผ่านมา การประปาฯต้องลดกำลังการผลิตและยุติการผลิตน้ำประปาอยู่บ่อยครั้ง อย่าง 5 มิ.ย.2569 ก็ยุติการการผลิตชั่วคราวเพราะแม่น้ำสายขุ่นถึง 14,000 NTU เกินมาตรฐาน 6,000 NTU และล่าสุด 5-6 พ.ย.ก็ต้องหยุดการผลิต ส่วนการวางท่อนำน้ำโขง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย ไปผลิตน้ำประปาแทน ก็เกิดคำถามว่าเป็นการหนีเสือปะจระเข้หรือไม่ เนื่องจากแม่น้ำโขงก็พบสารหนูปนเปื้อนทั้งในน้ำและตะกอนดินเช่นกัน รวมทั้งแม่น้ำสาย-แม่น้ำรวกก็เป็นน้ำสาขาที่ไหลลงสู่แม่น้ำโขง ดังนั้นตราบใดที่แม่น้ำทั้ง 2 สายยังปนเปื้อนแม่น้ำโขงย่อมอุดมไปด้วยสารพิษอย่างไม่มีทางเลี่ยง ขณะที่การก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่คำเพื่อเป็นแหล่งน้ำดิบแห่งใหม่ก็ยังไม่แน่นอนและยังต้องใช้เวลาอีกนาน เนื่องจากโครงการนี้ยังไม่ผ่านการศึกษาผลกระทบทางด้านสิ่งแวดล้อม (EIA)


น้ำสาย นอกจากมีปัญหาเรื่องขุ่นเกินมาตรฐานแล้ว กรมควบคุมมลพิษ ซึ่งเริ่มเข้าตรวจคุณภาพน้ำตั้งแต่เดือน เม.ย.2568 เป็นต้นมา ยังพบปนเปื้อนสารหนูเกินค่ามาตรฐานทุกครั้งและทุกจุดตรวจ และพบสารตะกั่วเกินค่ามาตรฐานอีกหลายครั้ง ส่วนแม่น้ำรวกมีการตรวจจำนวน 2 จุด พบสารหนูเกินค่ามาตรฐานทั้งหมด 9 ครั้ง จากการตรวจทั้งหมดจำนวน 19 ครั้ง

ขณะที่กรมชลประทานได้ตรวจพบสารหนูและตะกั่วในดินแปลงนาและเมล็ดข้าวของผลผลิตข้าวนาปรังเดือน พ.ค.2569 โดยพบสารหนูเกินมาตรฐานในดินแปลงนา 11 จุดจาก 20 จุดตรวจ และพบสารหนูเกินค่ามาตรฐานการบริโภค 16 จุด จาก 20 จุด สารตะกั่วเกินค่ามาตรฐานการบริโภค 1 จุดจาก 20 จุด ดังนั้นผู้บริโภคข้าวที่มีสารหนูและสารตะกั่วปนเปื้อน ย่อมเสี่ยงไปด้วย

"ถึงวันนี้เราปฏิเสธไม่ได้อีกต่อไปแล้วว่า เหมืองแร่เขตต้นน้ำในเมียนมา ซึ่งมีเหมืองแร่ทองคำ แมงกานีส และตะกั่วอย่างน้อย 20 บริษัท อาจเป็นสาเหตุสำคัญของแม่น้ำสาย รวก โขง ขุ่นข้นและปนเปื้อนสารโลหะหนักตลอดทั้งปี”

และประเทศไทยมีการนำเข้าแร่ต่างๆ ผ่านด่านศุลกากรแม่สาย-ด่านศุลกากรเชียงแสน คำถามคือใครนำเข้า ซื้อแร่มาจากเหมืองแร่ของบริษัทใด แต่ที่แน่ๆ คือประเทศไทยส่งแร่ผ่านแดนไปจีนผ่านท่าเรือเชียงแสน ทั้ง วุลแฟรม เหล็ก พลวง ดีบุก และตะกั่ว คำถามคือใครส่งออก


ดร.สืบสกุล ได้เสนอวิธีแก้ไขปัญหากรณีพื้นที่ทางการเกษตร 60,500 ไร่ว่าควรจัดหาแหล่งน้ำสำรองทดแทน เช่น น้ำบาดาล ฯลฯ ทำแผนที่ความเสี่ยงภาคเกษตรในเขตลุ่มแม่น้ำสายและแม่น้ำรวก,ตรวจสอบการปนเปื้อนสารโลหะหนักในน้ำ ดิน และผลผลิตการเกษตรอย่างต่อเนื่อง และให้เกษตรกรมีส่วนร่วม,ส่งเสริมการเกษตรเพื่อปรับปรุงและฟื้นฟูดินในแปลงเกษตรที่เป็นพื้นที่เสี่ยง,เยียวยา ชดเชยให้กับเกษตรกรผู้ได้รับกระทบ ส่วนน้ำประปา ต้องจัดหารถผลิตน้ำดื่มปลอดภัยเคลื่อนที่บริการใน 6 ตำบล,เร่งรัดก่อสร้างอ่างเก็บน้ำแม่คำ

กรณีเหมืองแร่ควรยุติการนำเข้าแร่จากเมียนมา และยุติการส่งออกแร่ไปจีนเป็นการชั่วคราว จนกว่าเมียนมา-จีน จะทำการพิสูจน์ได้ว่ามีความจริงใจและจริงจังในการแก้ไขปัญหาร่วมกัน,สร้างระบบตรวจสอบย้อนกลับห่วงโซ่อุปทานแร่ เน้นไปที่การนำเข้าและส่งออกแร่ โดยกำหนดให้บริษัทผู้นำเข้าและส่งออกแร่ต้องแสดงเอกสารแหล่งกำเนิดแร่ เพื่อนำไปสู่การตรวจสอบว่ามีการนำเข้า-ส่งออกแร่จากเหมืองที่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมหรือไม่

เร่งรัดการประชุมคณะทำงานร่วมตรวจสอบคุณภาพน้ำไทย-เมียนมา ตาม TOR ที่มีการลงนามไปเมื่อต้นเดือน ส.ค.2569 โดยจัดประชุมที่ อ.แม่สาย ซึ่งมีแม่น้ำสายเป็นประจักษ์พยานปัญหาที่ชัดเจน,รัฐบาลไทยต้องเชิญผู้แทนรัฐบาลเมียนมลงพื้นที่,แต่งตั้งคณะกรรมการระดับชาติโดยการมีส่วนร่วมจากทั้งภาครัฐ วิชาการ ประชาสังคม และเกษตรกร เพื่อเป็นกลไกร่วมกันกำหนดนโยบาย แนวทาง และมาตรการแก้ไขปัญหาแม่น้ำกกสายรวกโขงสาละวินและกระบุรีปนเปื้อน.