สามเหลี่ยมทองคำ - เปิดอาณาจักร “คิงส์โรมัน” เขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ สปป.ลาว ล่าสุดตึกร้างเพียบ..หลังร่วมมือจีน-ลาว ปราบหนัก จับสแกมฯ-พนันออนไลน์ หลากสัญชาติส่งกลับมาตลอด 1 ปี เร่งฟื้นฟูหวังลบภาพแหล่งอาชญากรรมออนไลน์ รับนักท่องเที่ยว-ท่องเที่ยว อีกครั้ง
เขตเศรษฐกิจสามเหลี่ยมทองคำ หรือรู้จักกันในชื่อดั้งเดิมว่า “คิงส์โรมัน” ติดแม่น้ำโขง สามเหลี่ยมทองคำ เมืองต้นผึ้ง แขวงบ่อแก้ว ชายแดน สปป.ลาว-ไทย-เมียนมา เคยตกเป็นกระแสว่ามีขบวนการหลอกลวงหรือแก๊งคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ เช่าอาคารตั้งเป็นฐานหลอกลวงผู้คนไปทั่วโลก
ล่าสุดแหล่งข่าวจากผู้บริหารเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำได้ออกมายืนยันว่าตลอดระยะเวลา 1 ปีที่ผ่านมา โครงการและเจ้าหน้าที่ สปป.ลาว ได้ปราบปรามกวาดล้างเครือข่ายแก๊งดังกล่าวรวมไปถึงเว็บไซต์พนันออนไลน์ผิดกฎหมายอย่างหนัก จนสถานการณ์เบาบางและโครงการพร้อมจะกลับมาพัฒนารองรับนักท่องเที่ยวให้คึกคักอีกครั้ง
จากการสำรวจอาคารต่างๆ ภายในพบมีอาคารบางส่วนที่สร้างเป็นโรงแรมหรืออาคารพาณิชย์ มีสภาพที่ร้างไร้ผู้คน ซึ่งเจ้าหน้าที่เขตฯ ระบุว่าเคยเป็นสถานที่ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ นำผู้คนเข้าไปทำงาน แต่ปัจจุบันถูกกวาดล้างจนหมดแล้ว หลังจากนี้โครงการจึงจะเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ เพื่อหวังจะเปลี่ยนภาพจำที่เคยถูกมองว่าเชื่อมโยงกับอาชญากรรมข้ามชาติ ให้กลายเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวแบบครบวงจรต่อไป
"แม้จะมีการดำเนินมาตรการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง แต่ยังคงมีรายงานเกี่ยวกับการเคลื่อนย้ายของเครือข่ายสแกมเมอร์ที่ได้หลบหนีจากการกวาดล้างในพื้นที่ต่างๆ ทั้งที่ จ.เมียวดี และ จ.ท่าขี้เหล็ก ประเทศเมียนมา เมืองสีหนุวิลล์ ประเทศกัมพูชา ฯลฯ ว่าเครือข่ายเหล่านี้อาจกำลังมองหาที่ตั้งหลักแห่งใหม่ โดยมีกระแสข่าวส่วนหนึ่งระบุว่าจะกลับเข้ามาในเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมทองคำ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามตรวจสอบอย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันไม่ให้ใช้เป็นฐานของอาชญากรรมข้ามชาติเหล่านี้แล้ว" หนึ่งในผู้บริหารเขตฯ กล่าว
การเปิดเผยสถานที่ต่างๆ ในครั้งนี้เพราะเราต้องการยืนยันว่ามีการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมอย่างจริงจัง กระนั้นการจะประเมินว่าปัญหาอาชญากรรมออนไลน์เหล่านี้จะหมดไปจริงยังจำเป็นต้องอาศัยข้อมูลการบังคับใช้กฎหมาย การตรวจสอบกิจการ และการติดตามเครือข่ายที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่องด้วยเช่นกัน
โดยทางเขตเศรษฐกิจฯ ได้ร่วมมือกับทางการ สปป.ลาว และทางการจีนในการดำเนินมาตรการปราบปรามอาชญากรรมภายในพื้นที่ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการฟื้นฟูความเชื่อมั่น สร้างภาพลักษณ์ใหม่ และผลักดันให้พื้นที่แห่งนี้พัฒนาไปสู่การเป็นะศูนย์กลางกิจกรรมทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างเต็มรูปแบบ
ในปี 2568 ที่ผ่านมาเขตฯ ได้เริ่มพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อรองรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยว โดยมีท่าอากาศยานนานาชาติบ่อแก้วรองรับ ทั้งยังมีสนามกอล์ฟมาตรฐานและแหล่งท่องเที่ยวอื่นๆ ครบวงจร
ภายในเขตเศรษฐกิจยังมีการพัฒนาภาคเกษตรกรรม เพื่อลดการพึ่งพาสินค้าและวัตถุดิบจากภายนอก โดยเฉพาะมีการปลูกพืชผัก การปศุสัตว์ ฯลฯ ในอนาคตยังมีแผนพัฒนาโครงการที่จะเพิ่มศักยภาพในการรองรับนักท่องเที่ยว ทั้งด้านการเดินทาง ที่พัก กิจกรรมนันทนาการ และบริการต่างๆ ที่จะสามารถขับเคลื่อนเศรษฐกิจในระยะยาว
อย่างไรก็ตามความท้าทายสำคัญไม่ได้อยู่เพียงแค่การโครงสร้างพื้นฐานหรือการเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ๆ แต่ยังมีเรื่องการฟื้นฟูความเชื่อมั่นของประชาชน นักลงทุน และนักท่องเที่ยว ท่ามกลางภาพจำด้านอาชญากรรมออนไลน์ที่สั่งสมมาเป็นเวลานานอีกด้วย
รายงานข่าวแจ้งว่าเขตเศรษฐกิจพิเศษสามเหลี่ยมคำเป็นเขตเศรษฐกิจที่ทาง สปป.ลาว ให้สัมปทานในการพัฒนาพื้นที่กับเอกชนเป็นระยะเวลา 99 ปี ตั้งแต่ปี 2550 มีเนื้อที่ประมาณ 62,500 ไร่ แต่พื้นที่ตอนในส่วนใหญ่เป็นป่าเขา ทำให้ตลอดระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมามีการพัฒนาด้านที่ติดแม่น้ำโขงบริเวณสามเหลี่ยมทองคำ ตรงข้ามบ้านสบรวกและบ้านห้วยเกี๋ยง ต.เวียง อ.เชียงแสน จ.เชียงราย สามารถมองเห็นจากฝั่งไทยได้อย่างชัดเจน
ตึกสูงที่ว่า เป็นทั้งบ่อนคาสิโนขนาดใหญ่ อาคารพาณิชย์ โรงแรมซึ่งบางแห่งสูงถึง 17 ชั้น รีสอร์ต ร้านอาหาร ตลาด ฯลฯ บริหารงานในรูปแบบคณะกรรมการบริหารเขตฯ ที่มีชาวจีนเป็นประธานฯ ที่ผ่านมาลูกค้าส่วนใหญ่เป็นชาวจีนที่เคยเดินทางไปปีละหลายแสนคน นอกจากนี้ยังมีชาติอื่นๆ เช่น คนไทย ฯลฯ เดินทางข้ามไปอย่างคึกคัก
อย่างไรก็ตามตั้งแต่ต้นปี 2563 เป็นต้นมาประสบปัญหาการระบาดของไวรัสโควิด-19 จนทำให้มีการปิดชายแดนและปิดเขตเศรษฐกิจฯ เมื่อเปิดพื้นที่อีกรอบ ก็ประสบปัญหาเรื่องแก๊งคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ ทำให้มีการปราบปรามและส่งตัวคนในชาติต่างๆ ที่เข้าไปทำงานโดยเฉพาะชาวจีน เมียนมา และไทย กลับไปดำเนินคดีที่ประเทศตัวเองหลายครั้งจนถึงปัจจุบัน.


