xs
xsm
sm
md
lg

“อุทยานธรณีขอนแก่น” จ่อขึ้นอุทยานธรณีโลก แห่งที่ 3 ของไทย ยกระดับท่องเที่ยว-สินค้าชุมชน เม.ย.2570

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ขอนแก่น-สภาอุทยานธรณีโลก UNESCO ไฟเขียว “อุทยานธรณีขอนแก่น” ขยับเข้าใกล้ตำแหน่งอุทยานธรณีโลก ลำดับที่ 3 ของไทย หลังผ่านบททดสอบข้อแนะนำ 10 ข้อ ลุ้นประกาศรับรองเป็นทางการ เม.ย. 2570 มั่นใจยกระดับเศรษฐกิจชุมชนและมาตรฐานการท่องเที่ยวสู่ระดับสากล

นายสุธรรม วงษ์จันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น
นายสุธรรม วงษ์จันทร์ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูเวียง จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า ในการประชุมสภาอุทยานธรณีโลกของยูเนสโก (UNESCO Global Geoparks Council) สมัยที่ 11 ณ สำนักงานใหญ่องค์การยูเนสโก กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส (2–4 พ.ย. 2569) ที่ประชุมมีมติเห็นชอบให้อุทยานธรณีขอนแก่น ผ่านการประเมินขึ้นทะเบียนเป็นอุทยานธรณีโลก

คาดว่าจะได้รับการประกาศรับรองเป็น "อุทยานธรณีโลกของยูเนสโก" (UNESCO Global Geopark) อย่างเป็นทางการในเดือนเมษายน พ.ศ. 2570 ซึ่งจะกลายเป็นอุทยานธรณีโลกแห่งที่ 3 ของประเทศไทย ต่อจากอุทยานธรณีสตูลและอุทยานธรณีโคราช

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2566 ในการประชุมสภาฯ ครั้งที่ 10 ที่เมืองมาร์ราเกช ประเทศโมร็อกโก ที่ประชุมได้เลื่อนการพิจารณาออกไปพร้อมให้ข้อแนะนำ 10 ข้อ เพื่อให้อุทยานฯ นำไปปรับปรุงพัฒนาภายในระยะเวลา 2 ปี ทางอุทยานฯ จึงได้เร่งดำเนินการจนครบถ้วนและยื่นข้อมูลรอบใหม่เมื่อเดือนมกราคม-มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา

"ครั้งนี้เราลุ้นมาก เพราะถ้าไม่ผ่านจะต้องกลับไปเริ่มนับหนึ่งใหม่โดยส่งเรื่องให้ ครม. ประเมินอีกรอบ แต่ผลปรากฏว่ากรรมการทุกท่านลงมติให้ผ่านได้ง่ายมาก ในฐานะคนทำงานมาเกือบ 7 ปี รู้สึกเหมือนได้ยกภูเขาออกจากอก" นายสุธรรม กล่าว




ชูจุดเด่น "หุบเขาไดโนเสาร์" สู่เวทีระดับโลก

อุทยานแห่งชาติภูเวียงถือเป็นพื้นที่สำคัญทางธรณีวิทยา มีการค้นพบฟอสซิลไดโนเสาร์มาตั้งแต่ปี 2519 และเป็นแหล่งค้นพบไดโนเสาร์สายพันธุ์ใหม่ของโลกมากที่สุดในประเทศไทยถึง 5 สายพันธุ์ การผ่านการเห็นชอบครั้งนี้ถือเป็นการยกระดับคุณค่าทางธรรมชาติของขอนแก่นสู่สายตาชาวโลกอย่างเต็มภาคภูมิ

นายสุธรรม กล่าวต่อว่าประโยชน์หลักหลังได้รับการรับรองจาก UNESCO จะเกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจชุมชนเติบโต วิสาหกิจชุมชนสามารถยกระดับสินค้าและติดตรายูเนสโกการันตีคุณภาพ ช่วยสร้างรายได้จากฐานรากสู่ระดับโลก สร้างความเชื่อมั่นการท่องเที่ยว ดึงดูดนักท่องเที่ยวและนักวิจัยต่างชาติที่ต้องการศึกษาฟอสซิลไดโนเสาร์ระดับสากล




ขณะเดียวกันการพัฒนาวิจัยต่อเนื่อง เนื่องจาก UNESCO มีระบบประเมินซ้ำทุก 4 ปี (หากไม่ผ่านเกณฑ์จะได้รับใบเหลืองและมีเวลาปรับปรุง 2 ปี) ทำให้พื้นที่ต้องตื่นตัวด้านงานวิจัย การค้นพบสายพันธุ์ใหม่ และการพัฒนาเส้นทางท่องเที่ยวร่วมกับชุมชนอย่างยั่งยืน

ปัจจุบัน อุทยานแห่งชาติภูเวียงได้ปรับปรุงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในศูนย์บริการนักท่องเที่ยว โดยจัดทำป้ายแนะนำเส้นทาง 2 ภาษา (ไทย-อังกฤษ) และก่อสร้างเส้นทางเดินเท้าใหม่ไปยัง "หลุมขุดค้นที่ 3" จากเดิมที่เป็นทางหินภูเขาธรรมชาติ ให้เป็นเส้นทางที่เดินทางเข้าชมฟอสซิลไดโนเสาร์ได้สะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น พร้อมรองรับนักท่องเที่ยวจากทั่วทุกมุมโลก