เพชรบูรณ์ – มีทั้งบอกป่วยซึมเศร้า อกหัก-ถูกกีดกันรัก เครียดสะสม..พบหนุ่มอุบลฯ ก่อเหตุปีนขึ้นที่สูง แสดงอาการเครียด-โวยวาย จนกู้ชีพกู้ภัย-จนท.ส่วนที่เกี่ยวข้อง ต้องเกลี้ยกล่อมกันวุ่น ก่อนจบด้วยระดมเงินช่วยค่ารถ-ค่าอาหาร/ที่พักให้ 8 วัน 4 ครั้ง ไล่ตั้งแต่เวียงยอง ลำพูน-หล่มสัก ชนแดน วังโป่ง เพชรบูรณ์ หลังสุดก่อเหตุเช้ารอบบ่ายรอบ
ศูนย์วิทยุสื่อสาร สภ.วังโป่ง เพชรบูรณ์ ประสานหน่วยกู้ชีพกู้ภัยวังโป่งรวมใจ จัดกำลังเจ้าหน้าที่พร้อมอุปกรณ์กู้ภัยและเครื่องมือปฐมพยาบาล เข้าช่วยเหลือชายหนุ่มรายหนึ่งช่วงบ่าย 6 พ.ย. ที่ปีนขึ้นไปบนแทงก์น้ำประปาโรงพยาบาลวังโป่ง หมู่ 13 ต.วังโป่ง อ.วังโป่ง ทีท่าพยายามจะกระโดดลงมา
เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงพบ นายปีใหม่ อายุ 35 ปี ชาวหมู่ 7 บ้านอ้อ ต.ไร่ใต้ อ.พิบูลมังสาหาร จ.อุบลราชธานี ปีนไปนั่งบนคานใต้แทงก์น้ำประปา ซึ่งมีความสูงจากพื้นดินประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่ตำรวจ กู้ชีพกู้ภัย ฝ่ายปกครองอำเภอวังโป่ง และเจ้าหน้าที่โรงพยาบาล ได้ช่วยเกลี้ยกล่อมอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางสภาพอากาศร้อน
ณ ขณะนั้น พบนายปีใหม่มีอาการเหม่อลอยและเครียด เจ้าหน้าที่พยายามพูดให้กำลังใจและชี้ให้เห็นว่าทุกปัญหามีทางออก พร้อมนำเบาะมาจัดเตรียมรองรับกรณีเกิดเหตุฉุกเฉิน กระทั่งเวลาประมาณ 16.00 น. นายปีใหม่เริ่มตอบสนองต่อคำพูดของเจ้าหน้าที่ ก่อนยอมปีนลงจากแทงก์น้ำลงมาอย่างปลอดภัย สร้างความโล่งใจให้กับทุกฝ่าย จากนั้นเจ้าหน้าที่นำตัวส่งตรวจสุขภาพ พร้อมประสานช่วยเหลือเรื่องค่าโดยสารและนำส่งขึ้นรถทัวร์เพื่อเดินทางกลับจังหวัดอุบลราชธานี
สอบถาม นายปีใหม่เล่าว่า คบหากับแฟนสาวที่อยู่จังหวัดขอนแก่นได้ประมาณ 4 วัน ก่อนมาชนแดน เพชรบูรณ์ พร้อมกัน เพื่อร่วมงานศพญาติของฝ่ายหญิง แต่เมื่อเดินทางไปถึงกลับถูกญาติของแฟนสาวปฏิเสธไม่ให้เข้าบ้าน พร้อมบอกให้เลิกกันและเดินทางกลับภูมิลำเนา จนเครียดและเสียใจ
ต่อมาได้เดินทางไปโรงพยาบาลวังโป่งเพื่อพบแพทย์และรักษาอาการโรคลมชัก และพยายามโทรศัพท์ติดต่อแฟนสาวกลับไม่มีผู้รับสาย จึงเกิดความเครียดสะสม ตัดสินใจปีนขึ้นแทงก์น้ำหวังฆ่าตัวตายประชดแฟนสาว
อย่างไรก็ตาม เมื่อตรวจสอบประวัติพบว่า นายปีใหม่เคยก่อเหตุในลักษณะเดียวกันมาแล้วหลายครั้ง เฉพาะรอบไม่ถึง 10 วันที่ผ่านมา คือ 30 ตุลาคม 2569 เคยปีนขึ้นไปนั่งบนป้ายปั๊มน้ำมัน สาขาเวียงยอง จ.ลำพูน ซึ่งกู้ภัยทางหลวงลำพูนร่วมกับกู้ชีพเวียงยองและตำรวจ เจรจาจนยอมลงมา ก่อนรวบรวมเงินซื้อตั๋วรถโดยสารกลับจังหวัดอุบลราชธานี พร้อมมอบเงินสด 600 บาทเป็นค่าอาหาร
คืนได้เดินทางมาถึงอำเภอหล่มสัก จ.เพชรบูรณ์ ยังได้ขึ้นไปนั่งบนสะพานลอยบริเวณหน้าโรงพยาบาลหล่มสักอีกครั้ง เจ้าหน้าที่ใช้เวลาเกลี้ยกล่อมเกือบ 20 นาที จึงช่วยลงมาได้อย่างปลอดภัย ก่อนตำรวจ สภ.หล่มสักให้พักรอเดินทางและรวบรวมเงินเป็นค่าตั๋วรถโดยสารพร้อมค่าอาหาร
กระทั่งวันที่ 6 พฤศจิกายน กลับมาก่อเหตุอีก 2 ครั้ง ในช่วงเช้าที่ อ.บนแดน และช่วงบ่ายที่โรงพยาบาลวังโป่ง
เป็นที่น่าสังเกตว่า จุดร่วมการก่อเหตุ คือการพยายามทำร้ายตนเองและการเดินทางกลับภูมิลำเนา ทุกครั้งที่ก่อเหตุผู้ก่อเหตุมักจะโวยวายหรือ โทรแจ้ง 1669 กับ 191 ด้วยตัวเอง เพื่อให้มีคนมาช่วยและมักลงเอยด้วยค่ารถ ค่าอาหาร/ที่พักกลับบ้าน


