xs
xsm
sm
md
lg

ผู้ว่าฯ ระยองสั่งศูนย์ดำรงธรรมผนึกหน่วยงานเกี่ยวข้อง ตรวจสอบบ่อน้ำเสียปนเปื้อนสารเคมีในนิคมมาบตาพุด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ระยอง – ผู้ว่าราชการจังหวัดระยองสั่งการศูนย์ดำรงธรรมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งตรวจสอบบ่อน้ำเสียและกากตะกอนปนเปื้อนสารเคมี ภายในพื้นที่โรงงานเดิม นิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด หลังพบค่าความเป็นกรดรุนแรง pH ต่ำกว่า 1.0–4.8 และโลหะหนักหลายชนิดเกินเกณฑ์มาตรฐาน เบื้องต้นเร่งเก็บตัวอย่างตรวจสอบเพิ่มเติม คาดทราบผลภายใน 1 เดือน


วันนี้( 6 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าการตรวจสอบกรณีพบสารเคมีและน้ำเสียตกค้างภายในพื้นที่โรงงานเดิม ในนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด อำเภอเมืองระยอง โดยมีหน่วยเคลื่อนที่เร็วศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดระยอง กรมโรงงานอุตสาหกรรม สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยอง สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดระยอง และการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย โดยสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุด ร่วมลงพื้นที่ตรวจสอบ

กรณีดังกล่าวสืบเนื่องจากโรงงานเดิมประกอบกิจการผลิตและชุบเคลือบโลหะ ได้หยุดเดินเครื่องจักรมาประมาณ 5 ปี ก่อนจำหน่ายทรัพย์สินโรงงานให้บริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งบริษัทดังกล่าวได้ทำสัญญาที่ดินกับการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) เมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2569 และเริ่มดำเนินการรื้อถอนสิ่งปลูกสร้างพร้อมปรับปรุงพื้นที่

ระหว่างดำเนินการรื้อถอน พบว่ามีน้ำและสารปนเปื้อนตกค้างอยู่ภายในบ่อคอนกรีตเดิม ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการล้างผิวโลหะด้วยสารเคมีก่อนเข้าสู่กระบวนการชุบเคลือบโลหะ โดยผู้รับเหมาพบน้ำผุดเข้ามาภายในบ่อ จึงเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจวิเคราะห์ทางห้องปฏิบัติการ

ผลตรวจพบว่าน้ำมีความเป็นกรดสูง โดยมีค่า pH ต่ำกว่า 1.0 ถึง 4.8 อีกทั้งยังพบโลหะหนักหลายชนิดสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐานน้ำทิ้ง โดยเฉพาะสังกะสี แคดเมียม นิกเกิล และแมงกานีส ขณะที่ผลตรวจตัวอย่างดินบริเวณบ่อยังพบสังกะสีสูงกว่าเกณฑ์อ้างอิงด้วย

อย่างไรก็ตาม หน่วยงานที่เกี่ยวข้องชี้แจงว่า ผลตรวจดังกล่าวเป็นการตรวจตัวอย่างน้ำที่ตกค้างอยู่ภายในบ่อเท่านั้น ไม่ใช่ตัวอย่างน้ำที่ระบายออกสู่ภายนอกพื้นที่ และขณะนี้ยังไม่มีผลตรวจยืนยันว่ามีน้ำเสียรั่วซึมจากบ่อคอนกรีตลงสู่ชั้นดินหรือน้ำใต้ดิน จึงต้องดำเนินการตรวจสอบเพิ่มเติมเพื่อให้ได้ข้อเท็จจริงที่ชัดเจน

ทั้งนี้ สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดระยองได้จัดทำบันทึกผลการตรวจสอบโรงงาน (แบบตรวจ 04) ลงวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 เพื่อบันทึกข้อเท็จจริงเกี่ยวกับสภาพพื้นที่ ปริมาณน้ำที่พบในบ่อคอนกรีตและบริเวณโดยรอบ พร้อมเก็บตัวอย่างน้ำส่งตรวจวิเคราะห์เพิ่มเติม

โดยผลตรวจครั้งใหม่นี้จะนำมาประกอบการพิจารณาคุณสมบัติและประเภทของสารปนเปื้อน รวมถึงตรวจสอบว่าเข้าข่ายเป็นวัตถุอันตรายตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไป คาดว่าจะได้รับผลการตรวจวิเคราะห์ภายในประมาณ 1 เดือน