ตราด – หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง แจงโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว หลัง ครม. มีมติเพิกถอนพื้นที่บางส่วนจากเขตอุทยานฯ ยืนยันพื้นที่ก่อสร้างประมาณ 79 ไร่ เป็นบริเวณที่น้ำท่วมถึง ผ่านการศึกษาและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว มั่นใจไม่กระทบสัตว์ป่าและระบบนิเวศ ชี้ช่วยแก้ปัญหาขาดแคลนน้ำช่วงฤดูแล้งอย่างยั่งยืน ขณะที่ ส.อบจ.ตราด เขตเกาะช้าง ขอบคุณรัฐบาลและกรมชลประทาน พร้อมเรียกร้องเร่งเดินหน้าโครงการ หวั่นกระทบธุรกิจท่องเที่ยว โรงแรม และเกษตรกรสวนทุเรียน หากยังไม่มีแหล่งกักเก็บน้ำเพียงพอ
จากกรณีคณะรัฐมนตรีมีมติเพิกถอนพื้นที่บางส่วนในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง จังหวัดตราด เพื่อเปิดทางให้ดำเนินโครงการที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาแหล่งน้ำ จนเกิดกระแสความกังวลและข้อถกเถียงในพื้นที่ ล่าสุด นายอภิสิทธิ สมบัติมาศ หัวหน้าอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะช้าง ออกมาชี้แจงถึงที่มาและรายละเอียดของโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว เพื่อสร้างความเข้าใจแก่ประชาชนและนักท่องเที่ยว
นายอภิสิทธิเปิดเผยว่า ปัญหาการขาดแคลนน้ำบนเกาะช้างเกิดขึ้นเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูแล้ง ส่งผลกระทบต่อประชาชน ผู้ประกอบการ และธุรกิจโรงแรม จนต้องแก้ปัญหาด้วยการซื้อน้ำ การต่อท่อดึงน้ำจากลำธารธรรมชาติ หรือการขุดเจาะน้ำบาดาล ซึ่งล้วนมีข้อจำกัดและอาจส่งผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในระยะยาว กรมชลประทานจึงมีแนวคิดก่อสร้างอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว เพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงที่เกิดภาวะขาดแคลน
สำหรับพื้นที่ก่อสร้างที่มีส่วนหนึ่งประมาณ 79 ไร่ อยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติ เป็นบริเวณที่น้ำท่วมถึง โดยหัวหน้าอุทยานฯ ยืนยันว่า โครงการดังกล่าวผ่านการสำรวจและประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อมแล้ว และไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน สัตว์ป่า หรือระบบนิเวศ พร้อมชี้แจงว่าโครงการมีจุดเริ่มต้นมาตั้งแต่ปี 2564 ไม่ใช่เพิ่งเกิดขึ้นจากการประชุมคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมา
หัวหน้าอุทยานฯ ยังระบุว่า หากไม่มีอ่างเก็บน้ำคลองพร้าว ประชาชนและผู้ประกอบการจะต้องเผชิญปัญหาภัยแล้งอย่างต่อเนื่อง ขณะที่การขุดเจาะน้ำบาดาลจำนวนมากอาจสร้างผลกระทบต่อธรรมชาติของเกาะมากกว่า การมีอ่างเก็บน้ำจึงเป็นแนวทางช่วยแก้ปัญหาอย่างยั่งยืน และสร้างประโยชน์ร่วมกันทั้งประชาชน ผู้ประกอบการ และหน่วยงานอุทยานฯ นอกจากนี้ ยังสามารถพัฒนาเป็นแหล่งท่องเที่ยวและสนับสนุนการจัดตั้งหน่วยพิทักษ์อุทยานฯ เพิ่มเติมในอนาคต
ด้านนายโสภณ จันเดิม สมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (ส.อบจ.) ตราด เขตอำเภอเกาะช้าง กล่าวว่า ในนามประชาชนชาวเกาะช้าง ขอขอบคุณกรมชลประทานที่เล็งเห็นความสำคัญและความจำเป็นด้านแหล่งน้ำในอนาคต รวมถึงรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้ทบทวนและเพิกถอนแนวเขตอุทยานฯ ในบางพื้นที่ เพื่อเปิดทางให้การพัฒนาโครงการสามารถเดินหน้าต่อไปได้ แม้ประชาชนในพื้นที่ยังเห็นว่าควรพิจารณาแก้ไขปัญหาแนวเขตพื้นที่ทับซ้อนให้ครอบคลุมที่ดินทำกินของชาวบ้านมากขึ้นด้วย
นายโสภณกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาเกาะช้างประสบปัญหาการจัดหาน้ำมาโดยตลอด ทั้งประชาชนและผู้ประกอบการต้องแก้ปัญหาด้วยการต่อท่อดึงน้ำจากลำธารธรรมชาติ ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการแย่งชิงน้ำในช่วงฤดูแล้ง รวมถึงการเจาะน้ำบาดาลที่มีต้นทุนสูงและอาจส่งผลต่อโครงสร้างดินและระดับน้ำใต้ดินในระยะยาว
พร้อมย้ำว่า อ่างเก็บน้ำและระบบกักเก็บน้ำที่มีประสิทธิภาพเป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วนของชาวเกาะช้าง หากโครงการไม่สามารถเกิดขึ้นได้ จะส่งผลกระทบเป็นวงกว้าง ไม่เฉพาะธุรกิจท่องเที่ยวและโรงแรม แต่ยังรวมถึงภาคการเกษตร โดยเฉพาะเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียนและพืชผลชนิดต่าง ๆ ที่ต้องใช้น้ำในการเพาะปลูก
ทั้งนี้ จึงขอให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งสร้างความชัดเจน พร้อมผลักดันโครงการอ่างเก็บน้ำคลองพร้าวและระบบประปาให้เกิดขึ้นโดยเร็ว เพื่อแก้ปัญหาการขาดแคลนน้ำบนเกาะช้างอย่างเป็นรูปธรรม รองรับทั้งการดำรงชีวิตของประชาชน ภาคการเกษตร และอุตสาหกรรมท่องเที่ยวในระยะยาว


