xs
xsm
sm
md
lg

แพร่ต้นแบบระดับประเทศ!งัดภูมิปัญญาหมอพื้นบ้านสกัด NCDs งบ 1.8 ล้านช่วยคนเสี่ยงไม่ป่วย

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



แพร่ - องค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ร่วมกับเครือข่ายหมอพื้นบ้านจังหวัดแพร่และมูลนิธิสุขภาพไทย ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ประสบความสำเร็จครั้งสำคัญในการสกัดกั้นประชาชนกลุ่มเสี่ยงโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ไม่ให้ก้าวไปสู่การเป็นผู้ป่วยต้องพึ่งยา ด้วยการใช้ภูมิปัญญาท้องถิ่นจังหวัดแพร่อย่างเป็นระบบ


ต้นแบบเริ่มที่ ตำบลป่าแดง โดยคัดกรองกลุ่มเสี่ยงจากโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ป่าแดง ผ่านการทำงานของอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) และคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดย อบต.ป่าแดง คัดเลือกกลุ่มเป้าหมาย 60 คน เข้าสู่หลักสูตรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเข้มข้น 5 เดือน

เน้นการนำ "ธาตุอาหารตำรับพื้นบ้านและผักพื้นบ้านสมุนไพร" มาประกอบอาหารและเครื่องดื่มบำรุงกำลัง ดื่มน้ำสะอาดเฉลี่ยวันละไม่น้อยกว่า 2 ลิตร ลดหวาน มัน เค็ม ในการปรุงแบบพื้นเมือง ควบคู่กับการออกกำลังกายตามวิถีธรรมชาติ ทั้งการเดิน ขี่จักรยาน ทำงานบ้านให้กล้ามเนื้อมัดใหญ่ได้ทำงานจนมีเหงื่อ การรับแสงแดดอย่างเหมาะสมเพื่อเพิ่มวิตามินดี และการสร้างสมาธิด้วยกิจกรรมทางสังคม เช่น พูดคุยกับเพื่อนบ้านและไปทำบุญที่วัด เป็นการบำบัดด้วยธรรมชาติ

ความโดดเด่นคือการสื่อสารผ่านกลุ่มไลน์ มีวิทยากรผู้เชี่ยวชาญเป็นพี่เลี้ยง ทุกมื้ออาหารผู้เข้าอบรมต้องถ่ายรูปอาหารปลอดภัยที่มาจากวัฒนธรรมเดิมโชว์ในกลุ่ม มีการนัดเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ทุก 1 เดือน ในเรื่องอาหารพื้นเมืองปลอดภัยและยาสมุนไพรต้มดื่ม

ผลการวัดค่าก่อน-หลังอบรม ทั้งระดับน้ำตาลในเลือด ความดันโลหิต รอบเอว และน้ำหนัก พบการเปลี่ยนแปลงชัดเจน น้ำตาลลดลง ความดันดีขึ้น น้ำหนักและรอบเอวลดลง สามารถหยุดยั้งกลุ่มเสี่ยงไม่ให้กลายเป็นผู้ป่วยที่ต้องใช้ยาได้อย่างถาวร


จากความสำเร็จที่ป่าแดง ในเดือนเมษายน 2569 นายอนุวัธ วงศ์วรรณ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดแพร่ ได้นำโมเดลนี้ขยายผลไปยัง รพ.สต.ในสังกัด อบจ.แพร่ จำนวน 24 แห่ง ใน 8 อำเภอ ดำเนินการอบรม 5 เดือน ตั้งแต่เมษายน-สิงหาคม 2569 มีผู้เข้าร่วมถึง 1,460 คน พบว่ากลุ่มเสี่ยงจำนวนมากไม่ก้าวไปสู่ภาวะป่วยด้วยโรค NCDs อย่างมีนัยสำคัญ

นายอนุวัธ เปิดเผยว่า โครงการใน 24 รพ.สต. ใช้งบประมาณเพียง 1.8 ล้านบาท หรือเฉลี่ยคนละประมาณ 1,200 บาทเศษ ถือว่าประหยัดมากเมื่อเทียบกับงบประมาณการรักษาผู้ป่วยเบาหวาน ความดันโลหิตสูงในระยะยาว

"ใช้เงินไม่มาก แต่สามารถทำให้ประชากรไม่ก้าวไปสู่การป่วยได้จริง จึงตั้งใจจะพัฒนาต่อในปีงบประมาณ 2570 และทำต่อเนื่องให้ครบทุก รพ.สต.ในสังกัด อบจ.แพร่ นี่คือการป้องกันที่มีประสิทธิภาพและประหยัดงบประมาณการรักษาได้อย่างน่าพอใจ" นายก อบจ.แพร่กล่าว

นอกจากนี้ ในฐานะนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย นายอนุวัธ ได้นำแนวทางนี้ไปสื่อสารในระดับประเทศ ซึ่งมี อบจ.หลายจังหวัดให้ความสนใจ หากขยายผลได้ทั่วประเทศ จะเป็นการสกัดประชากรกลุ่มเสี่ยงไม่ให้เข้าสู่กลุ่มป่วยได้อย่างเป็นรูปธรรม

ล่าสุดเมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2569 อบจ.แพร่ ร่วมกับมูลนิธิสุขภาพไทย ได้จัดเวทีถอดบทเรียนปรากฏการณ์ดังกล่าว ที่ห้องประชุมศูนย์บริหารจัดการน้ำจังหวัดแพร่ เพื่อเตรียมแผนขยายผลไปยัง รพ.สต.อื่นที่สนใจตามงบประมาณที่จัดสรรได้