กาญจนบุรี - จังหวัดกาญจนบุรีชี้แจงกรณีเพิกถอนหนังสือรับรองการเกิด ท.ร.20/1 ของ “วีระ แสงทอง” นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา หลังตรวจพบข้อสงสัยเกี่ยวกับข้อมูลสถานที่เกิดและคำให้การพยาน พร้อมแจ้งความต่อ สภ.ไทรโยค ในข้อหาแจ้งความเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ ขณะที่อำเภอเมืองกาญจนบุรีอยู่ระหว่างตรวจสอบและพิจารณาเพิกถอนทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน
จากกรณีสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าวเกี่ยวกับการเพิกถอ ทร20/1 ของ นายวีระ แสงทอง นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิแรงงานข้ามชาติชาวเมียนมา และเป็นแกนนำกลุ่ม "ไบรท์ ฟิวเจอร์" (Bright Future) ผู้ซึ่งมีบทบาทในการเรียกร้องสิทธิและแก้ไขปัญหาของแรงงานเมียนมาในประเทศไทย โดยนายทรงชัย เนียมหอม ประธานกลุ่มประชาภักดิ์พิทักษ์สถาบัน เข้าร้องเรียนต่อกระทรวงมหาดไทยและกรมการปกครอง เพื่อขอให้ตรวจสอบและเพิกถอนบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ราย นายวีระ แสงทอง นั้น
ล่าสุดวันนี้( 6 พ.ย.) จังหวัดกาญจนบุรีเปิดเผยผลการตรวจสอบว่า นายวีระ แสงทอง ซึ่งมีชื่อเดิมว่านายสุรัช กีรี สัญชาติเมียนมา เดินทางเข้าประเทศไทยผ่านด่านอำเภอสังขละบุรี เมื่อปี 2541 ต่อมาได้รับการสำรวจและจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน ณ สำนักทะเบียนอำเภอเมืองกาญจนบุรี เมื่อวันที่ 15 พฤศจิกายน 2551 และได้รับบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนครั้งแรกเมื่อวันที่ 26 มีนาคม 2552
ต่อมา นายวีระได้ยื่นคำร้องขอหนังสือรับรองการเกิด ณ สำนักทะเบียนอำเภอไทรโยค และได้รับหนังสือรับรองการเกิด (ท.ร.20/1) เมื่อวันที่ 20 ธันวาคม 2553 อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบพบว่า ขณะยื่นคำร้องดังกล่าว นายวีระ มีภูมิลำเนาอยู่ในพื้นที่ตำบลเกาะสำโรง อำเภอเมืองกาญจนบุรี ซึ่งจังหวัดระบุว่าเป็นข้อมูลที่มีข้อขัดแย้งกับรายละเอียดเกี่ยวกับสถานที่เกิดและการเดินทางเข้าประเทศไทย
นอกจากนี้ เมื่อตรวจสอบบันทึกสอบปากคำพยานบุคคลที่ให้การรับรองสถานที่เกิด (ป.ค.14) พบว่า พยาน 3 รายระบุว่ารู้จักนายวีระมาประมาณ 12 ปี และอีก 2 รายรู้จักประมาณ 10 ปี แต่ไม่มีพยานรายใดให้ข้อมูลว่ารู้จักผู้ทำคลอด หรือรู้เห็นเหตุการณ์ตั้งแต่แรกเกิด จังหวัดจึงเห็นว่าอาจเป็นการสอบสวนพยานที่ไม่ได้รู้เห็นการเกิด ซึ่งอาจไม่เป็นไปตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไขการขอหนังสือรับรองการเกิดตามประกาศสำนักทะเบียนกลาง
จังหวัดระบุว่า สำนักทะเบียนอำเภอไทรโยคได้แจ้งให้นายวีระมีโอกาสชี้แจงหรือโต้แย้งคำสั่ง โดยให้ยื่นหนังสือพร้อมข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องภายใน 30 วัน แต่เมื่อครบกำหนดไม่ปรากฏว่านายวีระเข้าชี้แจง จึงดำเนินการเพิกถอนหนังสือรับรองการเกิด ท.ร.20/1 ตามคำร้องที่ 4764/2569 เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน 2569
ขณะเดียวกัน สำนักทะเบียนอำเภอเมืองกาญจนบุรีได้มีหนังสือลงวันที่ 15 มกราคม 2569 เรียกนายวีระเข้าให้ถ้อยคำเกี่ยวกับการจัดทำทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนเมื่อปี 2551 แต่เจ้าตัวไม่ได้เข้าพบตามหนังสือแจ้ง
จากการตรวจสอบฐานข้อมูลยังพบว่า นายวีระ ได้ย้ายรายการทะเบียนจากอำเภอเมืองกาญจนบุรีไปยังสำนักทะเบียนอำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี โดยได้รับอนุญาตให้ออกนอกเขตพื้นที่ควบคุมเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2568 ต่อมาเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569 มีผู้ยื่นคำร้องขอย้ายรายการของนายวีระจากทะเบียนบ้านเดิมไปยังทะเบียนบ้านสมมุติในพื้นที่ตำบลบึงบา อำเภอหนองเสือ จังหวัดปทุมธานี
นอกจากนี้ สำนักทะเบียนอำเภอไทรโยคได้จัดเก็บเอกสารการเพิกถอนรายการหนังสือรับรองการเกิดไว้ในระบบแล้ว และได้แจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.ไทรโยค ในข้อหาแจ้งความเท็จต่อพนักงานเจ้าหน้าที่
ส่วนสำนักทะเบียนอำเภอเมืองกาญจนบุรีอยู่ระหว่างดำเนินการตรวจสอบและพิจารณาเพิกถอนรายการทะเบียนประวัติบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียนของนายวีระ เนื่องจากเห็นว่ามีเหตุอันควรสงสัยว่าการจัดทำทะเบียนดังกล่าวอาจไม่ชอบด้วยกฎหมาย
ทั้งนี้ การเพิกถอนหนังสือรับรองการเกิดอาจส่งผลต่อรายการทะเบียนอื่นที่เชื่อมโยงกับเอกสารดังกล่าว รวมถึงการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนบ้านและการขอลงรายการสัญชาติไทย โดยต้องเป็นไปตามขั้นตอนและการพิจารณาของหน่วยงานทะเบียนที่เกี่ยวข้อง


