ตราด – ททท.สำนักงานตราด เดินหน้ากระตุ้นการท่องเที่ยวช่วงไฮซีซั่น ชูจุดขายเมืองเก่า แหล่งท่องเที่ยวสายมู อาหารท้องถิ่น และสุขภาพ หวังดึงนักท่องเที่ยวสัมผัสเสน่ห์แผ่นดินใหญ่ ไม่กระจุกตัวเฉพาะเกาะดัง พร้อมผลักดันท่องเที่ยวสีเขียว ลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม กระจายรายได้สู่ชุมชนอย่างยั่งยืน
นางสาวเสาวนีย์ คนกล้า ผู้อำนวยการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานตราด เปิดเผยภายหลังเข้ารับตำแหน่งว่า พร้อมเดินหน้าส่งเสริมการท่องเที่ยวจังหวัดตราดให้มีความหลากหลายมากขึ้น โดยไม่จำกัดเฉพาะแหล่งท่องเที่ยวทางทะเลและเกาะชื่อดังอย่างเกาะช้าง เกาะกูด และเกาะหมาก แต่จะมุ่งประชาสัมพันธ์แหล่งท่องเที่ยวบนแผ่นดินใหญ่ ทั้งด้านประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม อาหารท้องถิ่น และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ เพื่อเพิ่มทางเลือกและดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เข้ามาสัมผัสเสน่ห์ของจังหวัดตราดมากขึ้น
ทั้งนี้ การผลักดันกิจกรรมท่องเที่ยวให้เป็นที่รู้จักในระดับภูมิภาคและระดับประเทศ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะจังหวัด หน่วยงานภาครัฐ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนกิจกรรมให้เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรม ขณะที่ ททท.จะทำหน้าที่สนับสนุนด้านการตลาดและประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างการรับรู้และขยายฐานนักท่องเที่ยวให้กว้างขวางยิ่งขึ้น
สำหรับช่วงเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวทางทะเล จังหวัดตราดเตรียมจัดกิจกรรมสำคัญ ทั้งพิธีเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว การดำน้ำชมปะการัง และกิจกรรมเปลี่ยนธงช้าง ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นฤดูกาลท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการ
นอกจากนี้ ยังเตรียมเจาะตลาดนักท่องเที่ยวสายมู ด้วยการนำเสนอแหล่งท่องเที่ยวเชิงศาสนาและวัฒนธรรมที่มีความสำคัญของจังหวัด อาทิ พระจมน้ำ วัดบุปผาราม ศาลหลักเมือง และรอยพระพุทธบาทจำลอง เพื่อสร้างประสบการณ์การเดินทางที่แตกต่างและเพิ่มทางเลือกให้กับนักท่องเที่ยวที่ต้องการสัมผัสวิถีชีวิตและความเชื่อท้องถิ่น
ผู้อำนวยการ ททท.สำนักงานตราด กล่าวอีกว่า ขณะนี้สถานการณ์การจองเดินทางของนักท่องเที่ยวต่างชาติมีแนวโน้มที่ดี โดยมีการจองล่วงหน้าไปจนถึงเดือนมีนาคม สะท้อนถึงความสนใจเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในจังหวัดตราด อย่างไรก็ตาม ททท.ยังคงมุ่งเน้นการกระจายนักท่องเที่ยวเข้าสู่พื้นที่ตัวเมืองและแหล่งท่องเที่ยวบนฝั่ง ก่อนเดินทางต่อไปยังเกาะต่าง ๆ เพื่อเพิ่มระยะเวลาพำนักและกระจายรายได้ให้ผู้ประกอบการและชุมชน
ส่วนแผนส่งเสริมการท่องเที่ยวในปีหน้า จะมุ่งเน้นการท่องเที่ยวบนแผ่นดินใหญ่ (Mainland) ให้มากขึ้น โดยเฉพาะการพัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวในอำเภอคลองใหญ่ ควบคู่กับการส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงอาหาร (Gastronomy Tourism) ด้วยการนำอัตลักษณ์และวัตถุดิบท้องถิ่นมาเป็นจุดขาย รวมถึงการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ (Health and Wellness) ซึ่งเป็นตลาดที่มีโอกาสเติบโตและสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับการท่องเที่ยวจังหวัดตราด
ขณะเดียวกัน ยังให้ความสำคัญกับการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน โดยมุ่งลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก สนับสนุนการจัดการขยะในชุมชน และผลักดันผู้ประกอบการเข้าสู่มาตรฐานด้านความยั่งยืน อาทิ STAR (Sustainable Tourism Acceleration Rating) มาตรฐาน TTA โครงการ CF-Hotels และรางวัลกินรี เพื่อยกระดับคุณภาพการบริการและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว
นอกจากนี้ ยังส่งเสริมการใช้รถยนต์ไฟฟ้า (EV) ในเส้นทางท่องเที่ยว เพื่อลดการใช้พลังงานและมลพิษ สอดรับกับแนวทางการท่องเที่ยวคาร์บอนต่ำ
นางสาวเสาวนีย์กล่าวทิ้งท้ายว่า ทิศทางการท่องเที่ยวจังหวัดตราดในระยะต่อไป จะต้องเดินหน้าไปพร้อมกันทั้งการสร้างรายได้ การกระจายโอกาสสู่ชุมชน และการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อยกระดับตราดสู่จุดหมายปลายทางท่องเที่ยวคุณภาพ รองรับนักท่องเที่ยวได้ตลอดทั้งปี และเติบโตอย่างยั่งยืนในระยะยาว


