ประจวบคีรีขันธ์ - นักท่องเที่ยวแห่ชมความงดงาม “พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์” ภายในถ้ำพระยานคร อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด หลังแสงอาทิตย์ส่องผ่านปล่องถ้ำลงกระทบองค์พระที่นั่งจนเปล่งประกายสีทอง เผยเป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติที่เกิดขึ้นในช่วงเดือนพฤศจิกายนต่อเนื่องถึงธันวาคมของทุกปี
วันนี้ (5 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศการท่องเที่ยวในพื้นที่จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ช่วงนี้ มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติเดินทางมาพักผ่อนตามแหล่งท่องเที่ยวต่าง ๆ อย่างต่อเนื่อง โดยหนึ่งในจุดหมายที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือ “ถ้ำพระยานคร” ภายในเขตอุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ซึ่งเป็นที่ประดิษฐานพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ สถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่าทางประวัติศาสตร์
ไฮไลต์สำคัญในช่วงนี้คือปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ส่องผ่านปล่องถ้ำขนาดใหญ่จากด้านบนลงมากระทบพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ จนเกิดภาพงดงามตระการตา แสงสว่างสาดส่องทั่วบริเวณโถงถ้ำ ทำให้องค์พระที่นั่งดูเปล่งประกายสีเหลืองทอง สร้างความประทับใจให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นไปสัมผัสความงามด้วยตาตนเอง
สำหรับการเดินทางขึ้นไปยังถ้ำพระยานคร นักท่องเที่ยวต้องเดินเท้าผ่านเส้นทางที่มีความสูงรวมประมาณ 530 เมตร ใช้เวลาประมาณ 45 นาทีถึง 1 ชั่วโมง แม้จะต้องใช้กำลังกายพอสมควร แต่เมื่อเดินทางถึงภายในถ้ำจะพบกับโถงขนาดใหญ่ที่มีอากาศเย็นสบาย พร้อมชมความงดงามของพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์และปรากฏการณ์แสงธรรมชาติที่หาชมได้ยาก
นักท่องเที่ยวที่เดินทางขึ้นไปชมต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า แม้ระหว่างทางจะเหน็ดเหนื่อย แต่เมื่อได้เห็นแสงอาทิตย์ส่องลงมากระทบองค์พระที่นั่งอย่างงดงาม ถือว่าคุ้มค่ากับการเดินทางอย่างมาก โดยเฉพาะความสวยงามของแสงสีทองที่ทำให้บรรยากาศภายในถ้ำดูโดดเด่นและน่าประทับใจเป็นอย่างยิ่ง
ด้านเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติเขาสามร้อยยอด ให้ข้อมูลว่า พระที่นั่งคูหาคฤหาสน์เป็นพลับพลาจัตุรมุขเปิดโล่ง สร้างด้วยไม้สัก มีช่อฟ้าและใบระกา โดยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2433 เพื่อใช้เป็นที่ประทับในคราวเสด็จประพาสถ้ำพระยานคร
นอกจากนี้ บริเวณผนังถ้ำด้านขวามือยังปรากฏพระปรมาภิไธยย่อของพระมหากษัตริย์ 3 พระองค์ ได้แก่ รัชกาลที่ 5 รัชกาลที่ 7 และรัชกาลที่ 9 ซึ่งทรงลงพระปรมาภิไธยไว้เมื่อครั้งเสด็จประพาสถ้ำแห่งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของสถานที่แห่งนี้
สำหรับปรากฏการณ์แสงอาทิตย์ที่ส่องลงมาตรงองค์พระที่นั่ง จากการเก็บข้อมูลของเจ้าหน้าที่พบว่า จะเกิดขึ้นเป็นประจำในช่วงเดือนพฤศจิกายนต่อเนื่องถึงเดือนธันวาคมของทุกปี โดยปีนี้เริ่มเห็นแสงส่องผ่านโพรงถ้ำลงมากระทบองค์พระที่นั่งอย่างชัดเจนเป็นวันแรกในวันที่ 5 พฤศจิกายน
โดยในแต่ละวันแสงจะเริ่มส่องลงมาตั้งแต่เวลาประมาณ 10.30 น. ก่อนค่อย ๆ เคลื่อนตัวจนส่องคลุมองค์พระที่นั่งเต็มพื้นที่ในเวลาประมาณ 11.30 น. คาดว่านักท่องเที่ยวจะสามารถชมความงดงามดังกล่าวได้ต่อเนื่องไปจนถึงช่วงเดือนธันวาคมหรือช่วงปีใหม่ ก่อนที่ตำแหน่งของแสงจะเคลื่อนออกจากองค์พระที่นั่งตามการเปลี่ยนแปลงของธรรมชาติ
ขณะที่นายกิติพงษ์ สิริเพชรเกษม นายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน-ชะอำ กล่าวว่า ปรากฏการณ์ดังกล่าวถือเป็นความมหัศจรรย์ทางธรรมชาติที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกปี และมีความสวยงามเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาดังกล่าวที่มีนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติให้ความสนใจเดินทางมาชมจำนวนไม่น้อย
จึงขอเชิญชวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาพักผ่อนในพื้นที่หัวหินและจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ หาโอกาสขึ้นไปสัมผัสความงดงามของพระที่นั่งคูหาคฤหาสน์ นอกจากจะได้ชมปรากฏการณ์แสงอาทิตย์อันน่าตื่นตาตื่นใจแล้ว ยังจะได้เรียนรู้เรื่องราวทางประวัติศาสตร์ของถ้ำพระยานครจากเจ้าหน้าที่อุทยานฯ อีกด้วย


