กาญจนบุรี - “วิสุดา วิเชียรศิลป์” สส.กาญจนบุรี เขต 4 หารือกลางสภาฯ จี้กระทรวงอุตสาหกรรมตรวจสอบบ่อฝังกลบขยะ ต.วังไผ่ อ.ห้วยกระเจา รวมถึงโรงงานอุตสาหกรรมในพื้นที่ พร้อมขอกรมปศุสัตว์ตรวจเข้มฟาร์มหมู-ไก่ใน 4 อำเภอ หลังชาวบ้านร้องเรียนปัญหากลิ่นเหม็น น้ำเสีย และแมลงวัน ย้ำต้องยึดประชาชนเป็นหลัก
จากกรณีชาวบ้านหมู่ 9 ต.หนองไผ่ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี ร้องเรียนผ่านศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดกาญจนบุรี หลังได้รับความเดือดร้อนจากปัญหาน้ำเสียและกลิ่นเหม็นจากโรงงานรับกำจัดขยะของบริษัทเอกชนรายใหญ่ ซึ่งรับขนขยะมาจากศูนย์กำจัดมูลฝอยสายไหม เขตสายไหม กรุงเทพมหานคร
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2569 นางสาววริษฐา สงวนเสริมศรี ผู้ว่าราชการจังหวัดกาญจนบุรี มอบหมายให้นายวุฒิพงษ์ สุภัควนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัด พร้อมด้วยนายกรกรณ์ อึ๊งภากรณ์ ผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งฝ่ายปกครอง ตำรวจ อุตสาหกรรม สิ่งแวดล้อม สาธารณสุข และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ลงพื้นที่ตรวจสอบข้อเท็จจริง
ล่าสุด วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 นางสาววิสุดา วิเชียรศิลป์ หรือ “สส.ดรีม” สส.กาญจนบุรี เขต 4 พรรคภูมิใจไทย ได้หารือปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนต่อที่ประชุมรัฐสภา ผ่านประธานรัฐสภา โดยเสนอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง 2 ประเด็น
ประเด็นแรก ปัญหาบ่อฝังกลบขยะในพื้นที่ ต.วังไผ่ อ.ห้วยกระเจา ซึ่งประชาชนร้องเรียนเรื่องกลิ่นเหม็นและน้ำเสีย โดยระบุว่า แม้สถานประกอบการจะมีใบอนุญาตถูกต้อง แต่การดำเนินกิจการภายหลังได้รับอนุญาตจะต้องไม่สร้างความเดือดร้อนให้กับชุมชน พร้อมขอให้ตรวจสอบตามข้อเท็จจริง หากพบการกระทำผิดต้องดำเนินการตามกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา
สส.ดรีมยังแสดงความกังวลถึงผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนจากกลิ่นเหม็นและน้ำเสีย รวมถึงผลกระทบทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะมูลค่าที่ดินในบริเวณใกล้เคียงที่อาจลดลง ส่งผลต่อประชาชนที่ปลูกบ้านและตั้งถิ่นฐานอยู่อาศัยในพื้นที่มาเป็นเวลานาน จึงฝากไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมให้ตรวจสอบทั้งบ่อฝังกลบขยะและโรงงานอุตสาหกรรมอื่น ๆ ในพื้นที่ โดยคำนึงถึงความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นสำคัญ
ส่วนประเด็นที่สอง ปัญหากลิ่นเหม็น แมลงวัน และน้ำเสียจากฟาร์มสุกรและฟาร์มไก่ โดยตลอดระยะเวลา 9 เดือนของการทำหน้าที่ผู้แทนราษฎร ได้รับเรื่องร้องเรียนจากประชาชนที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงฟาร์มหลายแห่ง แม้บางฟาร์มจะปรับปรุงแก้ไขปัญหาได้แล้ว แต่ยังมีอีกหลายแห่งที่ถูกประชาชนร้องเรียนว่ายังสร้างผลกระทบต่อชุมชน
จึงขอฝากไปยังกรมปศุสัตว์ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบการดำเนินกิจการฟาร์มสุกรและฟาร์มไก่ในพื้นที่รับผิดชอบทั้ง 4 อำเภอ ให้เป็นไปตามระเบียบและมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง พร้อมกำชับไม่ให้สร้างความเดือดร้อนแก่ประชาชน
ทั้งนี้ สส.วิสุดา ยืนยันจุดยืนว่าจะอยู่เคียงข้างประชาชน พร้อมเรียกร้องให้ทุกหน่วยงานเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหามลพิษจากสถานประกอบการต่าง ๆ อย่างจริงจัง โดยย้ำว่าการประกอบกิจการต้องคำนึงถึงสิทธิและคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่เป็นลำดับแรก


