อุบลราชธานี-แม่น้องยูฟ่า หนูน้อย 1 ขวบเคราะห์ร้ายถูกกรรไกรตัดนิ้วขาด เปิดใจทั้งน้ำตา เกือบ 2 เดือน แผลยังไม่หาย โพสต์ถามคนทำนิ้วน้องขาดจะรู้สึกผิดกี่โมง แฉคู่กรณีไม่เคยเอ่ยปากขอโทษ แถมโรงพยาบาลยังอุ้มกลับมาทำงานตามปกติ ซ้ำสสจ.ยโสธร จ่ายชดเชยช้า อ้างเปลี่ยนปีงบประมาณ วอน รมว.สาธารณสุข ให้ความเป็นยุติธรรม
จากข่าวสะเทือนใจที่เกิดขึ้นเมื่อเดือนกันยายน 2569 กรณีเด็กชายวัย 1 ขวบ (น้องยูฟ่า) เข้ารับการรักษาอาการไข้หวัดที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดยโสธร โดยมเจาะสายน้ำเกลือที่มือขวาและพันผ้าก๊อซล็อกไว้ แต่วันที่จะออกจากโรงพยาบาล ขณะจะถอดผ้าก๊อซออก ผู้ช่วยพยาบาลใช้กรรไกรตัดผ้าก๊อซกลับเกิดการผิดพลาด กรรไกรไปตัดถูกปลายนิ้วชี้ขวาของเด็กจนขาดตั้งแต่ปลายนิ้วถึงโคนเล็บ
ทางโรงพยาบาลต้องส่งตัวไปผ่าตัดต่อนิ้วเร่งด่วนที่โรงพยาบาลในจังหวัดอุบลราชธานี ซึ่งอยู่ห่างออกไปกว่า 100 กิโลเมตร ต่อมาทางโรงพยาบาลต้นเหตุได้ออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ยืนยันจะดูแลรักษาต่อเนื่อง พร้อมชดเชยเยียวยาตามสิทธิอย่างเต็มที่นั้น
ล่าสุดแม่ของเด็กชายผู้เสียหาย ได้โพสต์ภาพลูกชายผ่านเฟซบุ๊กพร้อมระบุข้อความว่า “ผมอยู่โรงพยาบาลจะ 2 เดือนแล้วครับ คนทำนิ้วผมจะรู้สึกผิดกี่โมงนะ ใช้ชีวิตเหมือนไม่ได้ทำอะไรเลย ต้องเป็นคนยังไงไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอครับ” ทำให้มีชาวเน็ตเข้ามาคอมเมนต์ส่งกำลังใจให้ครอบครัวหนูน้อยเป็นจำนวนมาก พร้อมอวยพรขอให้น้องหายไวๆ
ด้านนางสาววิภาพร นามขันธ์ อายุ 24 ปี แม่ของน้องยูฟ่า เปิดเผยทั้งน้ำตาถึงความอัดอั้นตันใจว่า ขณะนี้อาการของน้องดีขึ้นตามลำดับ อยู่ในช่วงให้ยาฆ่าเชื้อ ล้างแผล และรอให้เนื้อตายบริเวณปลายนิ้วแห้งดี แม้จะรักษานิ้วไว้ได้ แต่ก็มีความเสียหายและสูญเสียเนื้อเยื่อบางส่วนไป ที่ผ่านมาครอบครัวรู้สึกน้อยใจที่ทางโรงพยาบาลเหมือนปกป้องคนผิด ไม่โอบกอดเยียวยาจิตใจครอบครัว
การแก้ไขปัญหาไม่ได้เกิดขึ้นจริง มีเพียงคำพูดให้รอแต่ไม่มีความชัดเจน ขณะที่เด็กและครอบครัวต้องเผชิญกับความบอบช้ำทางจิตใจ ตนเองและน้องยังคงผวาทุกครั้งที่เห็นกรรไกร หรือนึกถึงเหตุการณ์ดังกล่าว มีเพียงทีมแพทย์จิตเวชจากโรงพยาบาลสรรพสิทธิประสงค์เท่านั้นที่เข้ามาดูแลสภาพจิตใจอย่างดี
เมื่อทางครอบครัวได้ติดต่อไปยังสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดยโสธร (สสจ.ยโสธร) เพื่อสอบถามความคืบหน้าทางคดีและการสอบสวนผู้ช่วยพยาบาลคู่กรณี กลับได้รับคำตอบเบื้องต้นว่ายังอยู่ระหว่างรอประวัติการรักษา ส่วนเรื่องเงินชดเชยเยียวยานั้น เนื่องจากปลัดกระทรวงสาธารณสุขคนเก่าเกษียณอายุราชการ และยังไม่มีผู้ทำการแทน ซึ่งเป็นช่วงเปลี่ยนผ่านปีงบประมาณ ทำให้ต้องใช้เวลารอต่อไปอีก
ยิ่งไปกว่านั้น ครอบครัวพบว่าปัจจุบันผู้ก่อเหตุได้กลับเข้ามาทำงานตามปกติที่โรงพยาบาลเดิมแล้ว เพียงแต่มีการย้ายแผนกปฏิบัติงานเท่านั้น ที่สำคัญตั้งแต่วันเกิดเหตุจนถึงปัจจุบัน ตนและครอบครัวยังไม่เคยได้รับคำขอโทษ หรือการติดต่อแสดงความเสียใจจากผู้ช่วยพยาบาลคู่กรณีแม้แต่ครั้งเดียว
แม่ของน้องยูฟ่า กล่าวทิ้งท้ายด้วยความหวังว่า อยากฝากถึงรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้ลงมาช่วยเร่งรัดการลงโทษและการแสดงความรับผิดชอบที่ชัดเจนเป็นรูปธรรม มากกว่าแค่คำกล่าวอ้างว่ารับผิดชอบเต็มที่ เพราะในเมื่อเกิดความผิดพลาดขึ้นแล้วแต่การจัดการกลับไร้ประสิทธิภาพ อีกทั้งยังกังวลถึงอนาคตของลูกชายว่าสภาพนิ้วและพัฒนาการการใช้ชีวิตในวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไรต่อไป เนื่องจากปัจจุบันแผลยังไม่หายดีและยังไม่รู้ว่านิ้วจะกลับมาใช้งานได้ตามปกติหรือไม่


