สระแก้ว – ชาวบ้านตำบลสระขวัญ อำเภอเมืองสระแก้ว ผวาพบของเสียต้องสงสัยลักษณะคล้ายน้ำมันสีดำ ถูกนำมาทิ้งในบ่อดินเก่า ส่งกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรงจนเวียนศีรษะและคลื่นไส้ หลังฝนตกหนักน้ำล้นบ่อพาคราบปริศนาไหลเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรม หวั่นสารพิษซึมลงแหล่งน้ำบาดาล ด้านเจ้าหน้าที่เก็บตัวอย่าง 2 จุด ส่งตรวจพิสูจน์ พร้อมเร่งหาสาเหตุและผู้รับผิดชอบดำเนินการตามกฎหมาย
วันนี้ (3 พ.ย.) ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่หมู่ 5 ตำบลสระขวัญ อำเภอเมืองสระแก้ว จังหวัดสระแก้ว หลังได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่าพบการลักลอบทิ้งของเสียต้องสงสัย ลักษณะคล้ายคราบน้ำมันหรือน้ำมันใช้แล้ว ภายในบ่อดินเก่าที่เกิดจากการขุดดินขาย โดยบริเวณดังกล่าวมีกลิ่นเหม็นฉุนรุนแรง จนผู้ที่อยู่ใกล้เคียงมีอาการวิงเวียนศีรษะและคลื่นไส้แทบอาเจียน สร้างความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม
จากการสอบถามนายสำรวย อายุ 59 ปี เกษตรกรในพื้นที่ ซึ่งมีนาข้าวและไร่มันสำปะหลังอยู่ใกล้บ่อดังกล่าว เปิดเผยว่า ก่อนเข้าสู่ฤดูฝนที่ผ่านมา เคยพบเห็นรถยนต์ลักษณะคล้ายรถบรรทุกน้ำขับเข้ามาในพื้นที่หลายครั้ง แต่ไม่ได้เอะใจ กระทั่งต่อมาเริ่มได้กลิ่นเหม็นลอยมาตามลมเป็นระยะ บางครั้งมีอาการเวียนศีรษะและคลื่นไส้จนแทบอาเจียน โดยไม่ทราบสาเหตุ
จนกระทั่งเกิดฝนตกหนัก ทำให้ระดับน้ำภายในบ่อเพิ่มสูงขึ้นจนเอ่อล้นออกมาด้านนอก พร้อมพาคราบน้ำมันไหลเข้าสู่พื้นที่ไร่นาของตนเอง จึงตัดสินใจขึ้นไปตรวจสอบบริเวณต้นทางน้ำ ก่อนพบว่าภายในบ่อมีของเหลวสีดำสนิทลักษณะคล้ายน้ำมันอยู่เป็นจำนวนมาก
นายสำรวยกล่าวว่า เบื้องต้นได้ทำแนวกั้นน้ำไว้เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำเสียไหลเข้าสู่พื้นที่เกษตรกรรมเพิ่มเติม แต่ยังมีความกังวลว่าของเสียดังกล่าวอาจซึมลงสู่ชั้นใต้ดิน เนื่องจากครอบครัวยังคงใช้น้ำบาดาลสำหรับอุปโภคบริโภค เกรงว่าจะมีสารปนเปื้อนตกค้างและส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาว
ด้านสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดสระแก้ว พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบและเก็บตัวอย่างของเสียต้องสงสัยจำนวน 2 ตัวอย่าง เพื่อนำส่งตรวจวิเคราะห์ที่ศูนย์วิจัยและเตือนภัยมลพิษโรงงานอุตสาหกรรมภาคตะวันออก จังหวัดชลบุรี เพื่อพิสูจน์ว่าของเสียดังกล่าวเป็นสารชนิดใด มีคุณสมบัติอย่างไร และเข้าข่ายเป็นของเสียอันตรายหรือไม่ ก่อนพิจารณาดำเนินการตามกฎหมายและมาตรการที่เกี่ยวข้อง
ขณะที่ชาวบ้านในพื้นที่เรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและติดตามหาตัวผู้ที่นำของเสียมาทิ้ง เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมเร่งหาคำตอบว่าของเหลวปริศนาดังกล่าวเป็นสารอะไร ใครจะต้องรับผิดชอบต่อความเสียหายที่เกิดขึ้น รวมถึงกำหนดมาตรการป้องกันไม่ให้น้ำเสียไหลลงสู่พื้นที่เกษตรกรรมและแหล่งน้ำใต้ดิน เพื่อไม่ให้ประชาชนต้องเผชิญกับความเสี่ยงด้านสุขภาพและสิ่งแวดล้อมในระยะยาว


