อุดรธานี– นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี สรุปผลประชุม ครม.สัญจร จ.อุดรธานี วางยุทธศาสตร์พัฒนา 5 จังหวัดอีสานตอนบน ชู 4 มิติขับเคลื่อนเศรษฐกิจ ยกระดับเกษตรสู่อุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตและชีวภาพ ดัน “บึงกาฬ” เป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน พร้อมศึกษาความเป็นไปได้สร้างสนามบินแห่งใหม่ เร่งแก้ปัญหายาเสพติดต่อยอด “อุดร โมเดล Plus” ควบคู่ส่งเสริมท่องเที่ยว เชิญชวนประชาชนเที่ยวงานมหกรรมพืชสวนโลกอุดรธานี ถึง 14 มี.ค. 2570
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีอย่างเป็นทางการนอกสถานที่ (ครม.สัญจร) ณ จังหวัดอุดรธานี ซึ่งครอบคลุมพื้นที่กลุ่มจังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 1 ประกอบด้วย อุดรธานี บึงกาฬ เลย หนองคาย และหนองบัวลำภู โดยมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี เป็นประธานการประชุม ได้กำหนดทิศทางการพัฒนาพื้นที่ผ่าน 4 มิติยุทธศาสตร์สำคัญ มุ่งแก้ไขปัญหาและต่อยอดศักยภาพของแต่ละจังหวัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน
มิติแรก ยกระดับเกษตรมูลค่าสูง สู่เศรษฐกิจอาหารและชีวภาพ
รัฐบาลมุ่งปรับโครงสร้างภาคเกษตรจากการจำหน่ายวัตถุดิบไปสู่การแปรรูปเพิ่มมูลค่า เชื่อมโยงอุตสาหกรรมอาหารแห่งอนาคตและอุตสาหกรรมชีวภาพ โดยมอบหมายกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ศึกษาการจัดตั้งศูนย์นวัตกรรมอาหารและห้องปฏิบัติการตรวจวิเคราะห์มาตรฐานอาหาร เพื่อยกระดับคุณภาพสินค้าเกษตรไทยให้สามารถแข่งขันในตลาดโลก
สำหรับพืชเศรษฐกิจสำคัญ จะเน้นพัฒนาข้าวให้มีคุณภาพและเพิ่มมูลค่า ควบคู่การทำนาที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่วนยางพาราจะเร่งแปรรูปจากยางดิบสู่นวัตกรรมมูลค่าสูง รองรับอุตสาหกรรมสมัยใหม่ ขณะที่พืชพลังงาน ทั้งปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง จะต่อยอดสู่การผลิตพลังงานชีวภาพและพลังงานสะอาด ลดการพึ่งพาการนำเข้าพลังงานจากต่างประเทศ
นายอนุทินระบุด้วยว่า ปัจจุบันราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดเริ่มปรับตัวสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งข้าวหอมมะลิ ข้าวเปลือกเจ้า มันสำปะหลัง ยางแผ่นดิบ และปาล์มน้ำมัน รัฐบาลจึงจะเร่งส่งเสริมการแปรรูปเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่ม รองรับความต้องการสินค้าอาหารของตลาดโลกที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
มิติที่สอง ปั้น “บึงกาฬ” เขตเศรษฐกิจพิเศษชายแดนแห่งใหม่
รัฐบาลให้ความสำคัญกับการเชื่อมโยงโครงสร้างพื้นฐาน การค้า และการลงทุนในอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง โดยมอบหมายกระทรวงมหาดไทยร่วมกับสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ศึกษาความเป็นไปได้ในการยกระดับจังหวัดบึงกาฬเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษชายแดน
พร้อมเร่งศึกษาความพร้อมของโครงการก่อสร้างท่าอากาศยานบึงกาฬ เพื่อรองรับการเดินทาง การลงทุน และการขยายตัวทางเศรษฐกิจ หวังผลักดันกลุ่มจังหวัดอีสานตอนบนให้เป็นประตูการค้าสำคัญ เชื่อมโยงเศรษฐกิจไทยกับประเทศเพื่อนบ้านและภูมิภาคลุ่มน้ำโขง
มิติที่สาม กระตุ้นท่องเที่ยว ดันมหกรรมพืชสวนโลกเป็นแม่เหล็กเศรษฐกิจ
รัฐบาลมอบหมายกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ส่งเสริมกิจกรรมและเส้นทางท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ของแต่ละจังหวัด เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวตลอดทั้งปี กระจายรายได้สู่ชุมชนและผู้ประกอบการในพื้นที่
นอกจากนี้ ครม.ยังได้เข้าร่วมพิธีเปิดงานมหกรรมพืชสวนโลกจังหวัดอุดรธานี พ.ศ. 2569 อย่างเป็นทางการ ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 ถึง 14 มีนาคม 2570 โดยนายกรัฐมนตรีเชิญชวนประชาชนและนักท่องเที่ยวร่วมสัมผัสความยิ่งใหญ่ของงาน พร้อมแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ด้านนวัตกรรมพืชสวน และร่วมกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากของจังหวัดอุดรธานีและพื้นที่ใกล้เคียง
มิติที่สี่ เร่งปราบยาเสพติด ต่อยอด “อุดร โมเดล Plus”
รัฐบาลเดินหน้าแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบครบวงจร ทั้งการปราบปราม ป้องกัน และบำบัดฟื้นฟู โดยมอบหมายสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกระทรวงมหาดไทยปรับปรุงฐานข้อมูล นำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน พร้อมประสานความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน
ส่วนการบำบัดฟื้นฟู ครม.เห็นชอบให้ต่อยอดโครงการ “อุดร โมเดล Plus” ของศูนย์ฟื้นฟูสภาพทางสังคมจังหวัดอุดรธานี โดยบูรณาการความร่วมมือระหว่างกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) และกระทรวงสาธารณสุข เพื่อฟื้นฟูสุขภาพกายและจิตใจของผู้เสพยาเสพติด ให้สามารถกลับคืนสู่สังคมและดำรงชีวิตได้อย่างยั่งยืน
นายอนุทินกล่าวทิ้งท้ายว่า การประชุม ครม.สัญจรครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการกระจายความเจริญสู่ภูมิภาค โดยใช้ศักยภาพและจุดเด่นของแต่ละพื้นที่เป็นฐานในการพัฒนา เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชน พร้อมยืนยันว่าจะเดินหน้าจัดประชุม ครม.สัญจรในภูมิภาคต่าง ๆ ทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง


