ขอนแก่น-สถานกงสุลใหญ่จีน ณ จังหวัดขอนแก่น เดินหน้ากระชับสัมพันธ์เศรษฐกิจ-อุตสาหกรรมไทย-จีน จัดโครงการพาเยาวชนไทยศึกษาดูงาน 3 อุตสาหกรรมยุทธศาสตร์สำคัญ “โครงการเหมืองโพแทชอุดรฯ–ไฮสปีดเทรนไทย-จีน โคราช–ฐานผลิตยานยนต์ไฟฟ้า BYD ระยอง” มุ่งต่อยอดทักษะความรู้ เปิดทางเชื่อมโยงกำลังคนรุ่นใหม่เข้าสู่ภาคธุรกิจยักษ์ใหญ่ ด้านกงสุลฝ่ายพาณิชย์เปิดตัวเลข BYD ใช้ชิ้นส่วนในไทยเกิน 50% จ้างงานคนไทยพุ่ง 95% ย้ำยุทธศาสตร์ “อยู่ประเทศไทย เพื่อประเทศไทย”
ระหว่างวันที่ 31 ตุลาคม – 2 พฤศจิกายน 2569 สถานกงสุลใหญ่สาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดขอนแก่น ได้จัดโครงการนำ ตัวแทน อาจารย์ นักศึกษา จาก 5 มหาวิทยาลัยในภาคอีสาน ประกอบด้วย มหาวิทยาลัยขอนแก่น, มหาวิทยาลัยมหาสารคาม, มหาวิทยาลัยกาฬสินธุ์และมหาวิทยาลัยราชภัฎอุดรธานีและมหาวิทยาลัยราชภัฎร้อยเอ็ด รวมประมาณ 60 คน เดินทางศึกษาดูงาน 3 ธุรกิจของทุนจีนที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย
มิสหวางลี่ กงสุลฝ่ายพาณิชย์ ประจำสถานกงสุลใหญ่จีน ณ จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า โครงการนี้ถือเป็นสะพานเชื่อมความเข้าใจระหว่างเยาวชนไทยกับกลุ่มวิสาหกิจจีนที่เข้ามาลงทุนในประเทศ เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้สัมผัสการดำเนินงานจริง แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้เชี่ยวชาญ และเห็นภาพรวมของบทบาทการลงทุนจากจีนที่มีต่อการพัฒนาเศรษฐกิจไทย
สำหรับการศึกษาดูงานตลอด 3 วัน (ขอนแก่น – อุดรธานี – นครราชสีมา – ระยอง) ครอบคลุม 3 ห่วงโซ่อุตสาหกรรมสำคัญที่เป็นตัวอย่างความร่วมมือทางเศรษฐกิจไทย–จีน ได้ ประกอบด้วย อุตสาหกรรมโพแทช บริษัท เอเชีย แปซิฟิค โปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด จ.อุดรธานี ศึกษาการบริหารจัดการทรัพยากรแร่โพแทช ซึ่งเป็นวัตถุดิบสำคัญในอุตสาหกรรมปุ๋ยเคมี สร้างความมั่นคงด้านวัตถุดิบทางการเกษตรและเพิ่มขีดความสามารถการแข่งขันแก่ภาคเกษตรกรรมไทย
โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย–จีน พื้นที่ จ.นครราชสีมา โครงสร้างพื้นฐานคมนาคมยุทธศาสตร์ที่จะเข้ามาเปลี่ยนโฉมระบบโลจิสติกส์ เชื่อมโยงการเดินทางและการค้าในระดับภูมิภาคอีสานและระดับอนุภูมิภาคลุ่มน้ำโขง ดันไทยเป็นศูนย์กลางการคมนาคมและจุดสุดท้าย อุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า บริษัท บีวายดี ออโต้ (ประเทศไทย) จำกัด จ.ระยอง เยี่ยมชมโรงงานผลิตยานยนต์พลังงานใหม่ (NEV)
เผย BYDใช้ชิ้นส่วนในไทยเกิน 50% – จ้างงานคนไทย 95%
มิสหวางลี่ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้านการลงทุนว่า ปัจจุบันโรงงานผลิตรถยนต์ BYD ในประเทศไทยได้ดึงซัพพลายเชนในประเทศเข้ามามีส่วนร่วมอย่างต่อเนื่อง โดยมีการใช้ชิ้นส่วนที่ผลิตภายในประเทศไทย (Local Content) มากกว่า 50% และมีการจ้างงานบุคลากรและแรงงานชาวไทยสูงถึง 95% ของกำลังการผลิตทั้งหมด ซึ่งเป็นหลักฐานชัดเจนถึงการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการกระจายรายได้สู่ภาคอุตสาหกรรมในประเทศ
นอกจากนี้ กงสุลฝ่ายพาณิชย์ฯ ยังได้เน้นย้ำถึงแนวคิดการดำเนินธุรกิจของทุนจีนในไทยว่า “อยู่ประเทศไทย เพื่อประเทศไทย” ซึ่งไม่เพียงแต่มุ่งเน้นการลงทุนเชิงตัวเลขเศรษฐกิจ แต่ยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยเฉพาะการจับคู่ความร่วมมือระหว่างมหาวิทยาลัยไทยกับวิสาหกิจจีน เพื่อสนับสนุนทุนการศึกษา การฝึกงาน (Internship) การพัฒนาทักษะอาชีพ และการเปิดรับเข้าทำงานในอุตสาหกรรมไฮเทคในอนาคต
"เยาวชนคืออนาคตของมิตรภาพไทย–จีน กิจกรรมนี้จะช่วยสร้างความเข้าใจและเจตคติที่ดีต่อกัน เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนไทยกลายเป็นสะพานเชื่อมความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ สังคม และมิตรภาพระหว่างสองประเทศให้เติบโตอย่างยั่งยืน" มิสหวางลี่ กล่าวย้ำ
โครงการดังกล่าวนับเป็นอีกหนึ่งก้าวสำคัญของการใช้ Real-world Experience เป็นเครื่องมือขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางการเมืองและเศรษฐกิจระหว่างไทย–จีน พร้อมเปิดมุมมองให้แรงงานรุ่นใหม่เห็นโอกาสในการพัฒนาทักษะตนเองให้สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านของโครงสร้างเศรษฐกิจโลกในอนาคต


