ขอนแก่น - ศิษยานุศิษย์และพุทธศาสนิกชนหลั่งไหลร่วมงานกฐินสามัคคีครั้งแรกของ “วัดป่าอดุลยาราม” หลังเปลี่ยนชื่อกรรมสิทธิที่ดินเป็นของวัดถูกต้องตามกฎหมายโดยสมบูรณ์ ยอดปัจจัยรวมถวายทะลุกว่า 1 ล้านบาท ด้านครอบครัวนามสกุล “พิมพ์ศรี” ร่วมต่อยอดบุญ เผยนำปัจจัยสมทบสร้างเมรุเผาศพหลังที่ 2 ช่วยเหลือศพไร้ญาติและยากไร้
เมื่อวันที่ 1 พ.ย. 2569 บรรยากาศงานทอดกฐินสามัคคี ที่วัดป่าอดุลยาราม ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น ซึ่งมี พระครูอดุลสารนิเทศ เป็นเจ้าอาวาส เป็นไปด้วยความคึกคักและอิ่มบุญ โดยการจัดงานครั้งนี้นับเป็นงานกฐินครั้งแรกภายหลังจากที่ทางวัดได้ดำเนินการเปลี่ยนชื่อกรรมสิทธิที่ดินเป็น “วัดป่าอดุลยาราม” อย่างถูกต้องตามกฎหมายโดยสมบูรณ์ หลังจบสิ้นประเด็นข้อพิพาทเรื่องที่ดินที่ตั้งวัดกับป้าดาและทายาทนายเฮียง พิมพ์ศรี
บรรยากาศตั้งแต่ช่วงเช้า มีประชาชนและผู้มีจิตศรัทธาทยอยเดินทางเข้ามาร่วมทำบุญอย่างต่อเนื่อง กระทั่งถึงกำหนดเวลาเคลื่อนกฐินในเวลา 09.09 น. คณะกรรมการวัด และลูกศิษย์วัด ได้ร่วมกันสร้างสีสันและความบันเทิง ด้วยการแต่งกายชุดแฟนซีเป็นหนุ่มสาวนักแดนซ์และหุ่นหล่อ ออกมารอรับและสร้างรอยยิ้มให้กับสายบุญตลอดเส้นทางขบวน ก่อนที่ผู้ร่วมงานจะช่วยกันถือต้นกฐินแห่วนรอบศาลาการเปรียญจำนวน 3 รอบ แล้วนำขึ้นตั้งบนศาลาเพื่อประกอบพิธีทางศาสนา ท่ามกลางศรัทธาสาธุชนที่มาร่วมพิธีจนแน่นพื้นที่ศาลาการเปรียญ
สำหรับคณะเจ้าภาพกฐินตามกำหนดการของวัดในครั้งนี้ ประกอบด้วย นายโต แก้วจอหอ นายยุทธชัย – นางอรัญญา ณ พัทลุง นายคำแพง – นางคำแก้ว แก้วสุ่ม นายปริวรรต – นางมะลิ ริมวงศานุกุล นายชาญชัย – ศิวิกา จิรดลไพศาล นายธวัชชัย – นางพิกุล มิลจันทร์ นายยอด – นางยุพา แก้วจอหอ
พร้อมด้วยพุทธศาสนิกชนที่เดินทางมาร่วมสมทบงานบุญอย่างไม่ขาดสาย ขณะที่บริเวณรอบศาลาการเปรียญ มีญาติโยมผู้มีจิตศรัทธานำอาหาร เครื่องดื่ม และของหวานหลากหลายชนิดมาตั้งโรงทานจำนวนมาก โดยมีประชาชนต่อแถวรอรับอาหารตามจุดต่าง ๆ อย่างคึกคักเป็นพิเศษ
ภายหลังจากนำกองกฐินขึ้นสู่ศาลาการเปรียญ ผู้ร่วมงานยังได้ร่วมกันต่อยอดเงินทำบุญเพิ่มอีกเป็นจำนวนมาก โดยหนึ่งในนั้นคือครอบครัวนามสกุล “พิมพ์ศรี” ที่ได้เดินทางมาร่วมต่อยอดกฐินเป็นจำนวนเงิน 16,000 บาทถ้วน จากนั้นพระครูอดุลสารนิเทศ เจ้าอาวาสวัดป่าอดุลยาราม ได้นำพระลูกวัดร่วมสวดมนต์ประกอบพิธีทางศาสนา
ทั้งนี้เพื่อความโปร่งใสทางวัดได้ประสานเจ้าหน้าที่ธนาคารกรุงไทยเข้ามาช่วยดำเนินการนับยอดปัจจัย ทั้งในส่วนของเงินสดและเงินจากระบบอีโดเนต (e-Donation) โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจคอยสังเกตการณ์ และมีญาติโยมร่วมเป็นสักขีพยานอย่างพร้อมเพรียง ผลการรวบรวมยอดเงินกฐินสุทธิสรุปอยู่ที่ 1,002,123.76 บาท (หนึ่งล้านสองพันหนึ่งร้อยยี่สิบสามบาทเจ็ดสิบหกสตางค์)
วัตถุประสงค์หลักในการทอดกฐินครั้งนี้ ทางวัดจะนำปัจจัยทั้งหมดไปสมทบทุนสร้างเมรุเผาศพหลังที่ 2 เพื่อรองรับภารกิจช่วยเหลือและสงเคราะห์ศพยากไร้ตามเจตนารมณ์ของวัดและท่านเจ้าอาวาส รวมถึงนำไปสนับสนุนกิจการสาธารณประโยชน์ของวัดต่อไป นับเป็นอีกหนึ่งวาระสำคัญของวัดป่าอดุลยารามที่เปี่ยมไปด้วยพลังศรัทธาและความสามัคคีของชุมชน


