xs
xsm
sm
md
lg

ทัพเรือ–ตำรวจน้ำตราดสกัดจับเรือขนอาวุธสงคราม ยึดกระสุน AK-47 กว่า 3.2 หมื่นนัด

เผยแพร่:   ปรับปรุง:   โดย: ผู้จัดการออนไลน์



ตราด – ทหารเรือสนธิกำลังตำรวจน้ำแหลมงอบ กอ.รมน.ตราด สกัดจับเรือสปีดโบ๊ทลักลอบขนกระสุนปืน AK-47 จากฝั่งกัมพูชาเข้าสู่จังหวัดตราด ยึดกระสุนได้ 32,400 นัด พร้อมจับผู้ต้องหา 5 ราย เป็นชาวไทย 4 ราย และชาวกัมพูชา 1 ราย เบื้องต้นพบข้อมูลเชื่อมโยงกับคดีลักลอบขนอาวุธสงครามทางทะเล เมื่อ ส.ค.ที่ผ่านมา
 
วันนี้( 1 พ.ย.) เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการข่าว กองข่าวทหารเรือ (ขว.ทร.) ร่วมกับตำรวจน้ำแหลมงอบ ทัพเรือภาคที่ 1 และกรมเจ้าท่า สนธิกำลังสกัดจับขบวนการลักลอบค้าอาวุธสงครามทางทะเล หลังสืบสวนติดตามความเคลื่อนไหวเครือข่ายลักลอบขนเครื่องกระสุนจากประเทศกัมพูชาเข้าสู่ประเทศไทยผ่านน่านน้ำจังหวัดตราด ก่อนตรวจยึดกระสุนปืน AK-47 ขนาด 7.62 มม. จำนวน 32,400 นัด และจับกุมผู้ต้องหา 5 ราย บริเวณปากคลองท่าหาด หมู่ 10 ตำบลแสนตุ้ง อำเภอเขาสมิง จังหวัดตราด
ปฏิบัติการเริ่มขึ้นเมื่อเวลา 18.27 น. วันที่ 31 ต.ค. ที่ผ่านมา หลังเจ้าหน้าที่ตรวจพบสัญญาณ GPS ของเรือเป้าหมายเคลื่อนไหวลงสู่แม่น้ำเวฬุ จึงเฝ้าติดตามเส้นทางเดินเรืออย่างต่อเนื่อง พร้อมรายงานความเคลื่อนไหวให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทราบ เพื่อวางแผนเข้าจับกุม

กระทั่งเวลา 21.55 น. วันเดียวกัน เจ้าหน้าที่พบเรือเป้าหมายลดความเร็วลงบริเวณพิกัดละติจูด 11°35'59.2"N ลองจิจูด 102°47'30.4"E กลางทะเลจังหวัดตราด โดยสันนิษฐานว่าอาจเป็นจุดนัดหมายรับส่งเครื่องกระสุน เนื่องจากเรือมีพฤติการณ์ผิดสังเกต ประกอบกับข้อมูล GPS ทำให้สงสัยว่าอาจมีการนำสิ่งของน้ำหนักมากขึ้นเรือ ก่อนเดินทางต่อไปยังพื้นที่เป้าหมาย

ต่อมาเวลา 06.00 น.วันนี้  เจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการร่วม พร้อมตำรวจน้ำแหลมงอบและทัพเรือภาคที่ 1 เข้าตรวจค้นเรือเป้าหมายบริเวณปากคลองท่าหาด หมู่ 10 ตำบลแสนตุ้ง อำเภอเขาสมิง ก่อนควบคุมตัวผู้ต้องหาได้ในเวลาประมาณ 07.00 น. รวม 5 ราย ประกอบด้วย นายฉัตรชัย วิชัยรัตน์ อายุ 45 ปี นายศราวุฒิ พิมพิรัตน์ อายุ 40 ปี นายสมส่วน วิจิตร์ อายุ 23 ปี และนายณรงศักดิ์ ตรีเมฆ อายุ 54 ปี ทั้งหมดเป็นชาวไทย ส่วนอีกรายคือ นายต่อ ฮัตตัง อายุ 40 ปี สัญชาติกัมพูชา จากนั้นนำเรือของกลางไปยังท่าคานเรือช่างเก่ง ตำบลแสนตุ้ง เพื่อตรวจสอบอย่างละเอียด

ผลการตรวจค้นพบของกลาง 2 รายการ ได้แก่ กระสุนปืน AK-47 ขนาด 7.62 มม. บรรจุในกระสอบสีขาวจำนวน 15 กระสอบ ซึ่งมีตราโลโก้ระบุว่าเป็นผลิตภัณฑ์ผงชูรส ขนาด 25 กิโลกรัม ผลิตจากประเทศจีน ภายในบรรจุกล่องเครื่องกระสุนกระสอบละ 3 กล่อง รวม 45 กล่อง กล่องละ 720 นัด คิดเป็นกระสุนทั้งหมด 32,400 นัด

นอกจากนี้ ยังตรวจยึดเรือสปีดโบ๊ทสีขาว ขนาด 20 ฟุต ติดตั้งเครื่องยนต์ฮอนด้าขนาด 115 แรงม้า จำนวน 2 เครื่อง รวมกำลังเครื่องยนต์ 230 แรงม้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าใช้ในการลักลอบขนส่งเครื่องกระสุนครั้งนี้

ส่วนข้อมูลค่าจ้างขนส่งเบื้องต้นพบว่า คนขับเรือได้รับค่าจ้าง 10,000 บาท ลูกเรืออีก 2 คน ได้รับคนละ 4,000 บาท และผู้ร่วมเดินทางอีก 2 คน ได้รับคนละ 1,000 บาท รวมค่าจ้างผู้ต้องหาทั้ง 5 ราย เป็นเงิน 20,000 บาท โดยมีหน้าที่นำเรือไปยังจุดหมายเพื่อส่งมอบเครื่องกระสุน

สำหรับการจับกุมครั้งนี้ มีรายงานว่าอาจเชื่อมโยงกับเหตุการณ์เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2569 ซึ่งตำรวจน้ำแหลมงอบร่วมกับทัพเรือภาคที่ 1 และหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินตราด สกัดจับเรือสปีดโบ๊ทลักลอบขนอาวุธสงครามจากกัมพูชา ผ่านร่องน้ำช่องช้าง อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด พร้อมจับกุมผู้ต้องหาชาวไทย 3 ราย

คดีดังกล่าวเจ้าหน้าที่ตรวจยึดปืน AK-47 จำนวน 2 กระบอก กระสุนขนาด 7.62 มม. จำนวน 26,520 นัด กระสุนปืนกลขนาด 12.7 มม. จำนวน 765 นัด แมกกาซีน 102 อัน เรือสปีดโบ๊ท 1 ลำ และรถยนต์ SUV อีก 1 คัน  เมื่อรวมผลการจับกุมทั้งสองครั้ง เจ้าหน้าที่ตรวจยึดเครื่องกระสุนได้ทั้งหมด 59,685 นัด ปืน AK-47 จำนวน 2 กระบอก แมกกาซีน 102 อัน เรือสปีดโบ๊ท 2 ลำ และรถยนต์ SUV 1 คัน พร้อมจับกุมผู้ต้องหารวม 8 ราย เป็นชาวไทย 7 ราย และชาวกัมพูชา 1 ราย

ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างขยายผลตรวจสอบผู้ว่าจ้าง แหล่งที่มาของอาวุธและเครื่องกระสุน รวมถึงผู้รับปลายทาง เพื่อดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้องและขยายผลถึงเครือข่ายลักลอบค้าอาวุธสงครามต่อไป